สาระน่ารู้

27/05/47

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของ   วิทยาการจังหวัดสระบุรี  ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี 18000 โทร.0-3631-3301

 

โฮม

ประวัติความเป็นมา

บุคลากร

โครงสร้าง

ภารกิจ

ผลงาน

สาระน่ารู้

ติดต่อเรา

ข่าวสาร

 
Hit Counter
มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชม
เว็บไซท์ของฉันแล้ว

 

ยาเสพติด

 

ความหมายของยาเสพติดให้โทษ

 

ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ. 2522  มาตรา  4  ได้ให้นิยามคำว่า 

 “ยาเสพติดให้โทษ”  หมายความว่า  สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ  ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่

ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน  ดม  สูบ  ฉีด  หรือด้วยประการใดๆ  แล้วทำให้เกิด

ผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ  เช่น ต้องเพิ่มขนาดการเสพเรื่อย ๆ  มี

อาการถอนยาเมื่อขาดยา  มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

อยู่ตลอดเวลาและสุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลงกับให้รวมตลอดถึงพืชหรือส่วน

ของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้

โทษและสารเคมีที่ใช้ในการผลิดยาเสพติดให้โทษดังกล่าวด้วย  ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรี

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแต่ไม่หมายความถึงยาสามัญประจำบ้านบางตำรับตาม

กฎหมายว่าด้วยยาที่มียาเสพติดให้โทษผสมอยู่ ฉะนั้น  ยาเสพติดให้โทษจึงหมาย

ถึง  ตัวยาเสพติดโดยตรงหรืออย่างอื่นที่ไม่ว่าเรียกชื่ออย่างไร เช่น จะเรียกว่าเป็นสาร

เคมี  วัตถุใด ๆ  พืช  หรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ 

 หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ และหมายความรวมถึงสารเคมีที่ใช้ในการ

ผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุขจะเป็นผู้ลงนาม

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและทั้งนี้ลักษณะสำคัญของยาเสพติดให้โทษยังอยู่กับ

ฤทธิ์ของยาด้วยกล่าวคือ  เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้ว  ย่อมทำให้เกิดผลต่อร่างกาย

และจิตใจในลักษณะสำคัญ  เช่น  ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเรื่อย ๆ  มีอาการถอน

เมื่อขาดยา  เป็นต้น

 

ประเภทของยาเสพติดให้โทษ

 

ยาเสพติดที่ปรากฏแพร่หลายอยู่ในปัจจุบันนี้มีจำนวนมากจึงมีการจัดหมวดหมู่หรือจัด

ประเภทของยาเสพติดเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจตรงกันแต่การจัดประเภทของยา

เสพติดในปัจจุบันก็ยังแตกต่างกันไป  ทั้งนี่เนื่องจากใช้หลักเกณฑ์การจำแนกประเภท

ต่างกัน  ต่อไปนี้จะเสนอตัวอย่าง การจัดประเภทของยาเสพติดจาก 3 หลักเกณฑ์ 

 ดังนี้ประเภทของยาเสพติด  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ. 2522 

 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522  (กองนิติการ  สำนักงานคณะ

กรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ,2540 :16)   ได้จำแนกยาเสพติดไว้เป็น 

 5  ประเภท  ดังนี้

 

ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น  5  ประเภท  คือ

 

(1)  ประเภท 1  ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง  เช่น  เฮโรอีน  เมทแอมเฟตามีน  ฯลฯ
(2)  ประเภท 2  ยาเสพติดให้โทษทั่วไป  เช่น  มอร์ฟีน  โคคาอีน  ฝิ่นยา

(3)  ประเภท 3  ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตำรับยาและมียาเสพติดให้โทษใน

ประเภท 2  ผสมอยู่ด้วย  ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจา

นุเบกษา .

(4)  ประเภท 4  สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ ประเภท 2 

 เช่น  อาเซติคแอนไฮไดรด์ , อาเซติลคลอไรด์

(5)  ประเภท 5  ยาเสพติดให้โทษที่มิได้อยู่ในประเภท 1 ถึง ประเภท 4  เช่น  กัญชา

  พืช  กระท่อม  พืชเห็ดขี้ควาย

อนึ่ง  คำว่า  “ฝิ่นยา”  ตามประเภท 2  นั้น  หมายถึง  ฝิ่นที่ได้ผ่านกรรมวิธีปรุงแต่ง

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้ในทางยา

การแบ่งประเภทยาเสพติดให้โทษข้างต้น  เป็นการแบ่งประเภทตามความร้ายแรงของ

 ยาเสพติดแต่ละชนิด  แต่ละประเภทที่มีผลต่อผู้เสพลดหลั่นกันลงมาตั้งแต่ต้ายแรง

มาก  ปานกลาง และน้อย   ส่วนชนิดหรือชื่อยาเสพติดให้โทษอะไรจะจัดอยู่ใน

ประเภทไหน  ขึ้นอยู่กับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะประกาศให้อยู่ใน

ประเภทใด  เช่น  เฮโรอีน  ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข  ฉบับที่ 135  (พ.ศ.

 2539)  จัดอยู่ในยาเสพติดให้โทษประเภท 1  และกัญชา  พืชกระท่อมจัดอยู่ในยา

เสพติดให้โทษประเภท 5

 

ประเภทของยาเสพติด  ตามแหล่งกำเนิดของยาเสพติด

 

หากจัดประเภทของยาเสพติดตามแหล่งกำเนิดของยาเสพติดแล้วจะจำแนกได้เป็น 

 2  ประเภท  ดังนี้

ประเภทที่ 1  ยาเสพติดธรรมชาติ  (Natural  Drugs)   ได้แก่  สิ่งที่ได้มาจากพืช

 หรือพันธุ์ไม้บางชนิด โดยตรงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ  เช่น  ฝิ่น  กัญชา  กระท่อม 

 โคเดอีน   เป็นต้น

ประเภทที่ 2  ยาเสพติดสังเคราะห์  (Synthetic  Drugs)   ได้แก่  ยาเสพติดที่ผลิต

ขึ้นด้วยวิธีทางเคมีและนำมาใช้แทนสิ่งเสพติดธรรมาชาติได้  เช่น  การนำฝิ่นมาทำ

เป็นมอร์ฟีน  ยาระงับประสาท

 

ประเภทของยาเสพติด  ตามฤทธิ์ของยาที่มีต่อร่างกาย

 

   หากจัดประเภทของยาเสพติด ตามฤทธิ์ของยาที่มีต่อร่างกายแล้ว จะจำแนกได้เป็น

  4  ประเภท  ดังนี้

ประเภทที่ 1  ยากดประสาท  (Depressant)   ทำให้ประสาทสมองมึนชา  อารมณ์จิต

ใจเฉื่อยชา  กล้ามเนื้อหย่อนคลายตัว  ได้แก่  มอร์ฟีน  (อนุพันธ์ของฝิ่น) เฮโรอีน

และยานอนหลับ  เช่น  บาร์บิตูเรท ,ไดอาซีแพม

ประเภทที่ 2  ยากระตุ้นประสาทสมอง  (Stimulant)   ทำให้ประสาทและสมองตื่นตัว

กระวนกระวาย  ได้แก่  กระท่อม  เมทแอมเฟตามีน  หรือยาบ้า ยาขยัน  เป็นต้น

ประเภทที่ 3  ยาหลอนจิตประสาท  (Hallucinogen)   ทำให้ประสาทหลอนเห็นภาพ

ผิดไปจากปกติ  ความรู้สึกสัมผัสแปรปรวน  มีปฏิกิริยาผิดไปจากความจริงทั้งหมด 

 ได้แก่  LSD  DMT  และ  STP

ประเภทที่ 4  ยาที่ออกฤทธิ์ผสมผสานกัน  (Mixed)   ยาเสพติดบางชนิดเมื่อเสพ

ปริมาณน้อยจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท  เช่น  กัญชา  แต่ถ้าเสพปริมาณมากขึ้นอีก 

 จะทำให้เกิดประสาทหลอน

 

หน้าแรก / ประวัติความเป็นมา / บุคลากร / โครงสร้าง / ภารกิจ / ผลงาน / สาระน่ารู้ / ติดต่อเรา / ข่าวสาร