ความหมายของสิ่งมหัศจรรย์......!


คำว่า "สิ่งมหัศจรรย์" มีความหมายหมายถึงสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น มีความวิจิตงดงาม และทรงคุณค่ายิ่งทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ปฏิมากรรม โดยเฉพาะเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ ไม่น่าที่มนุษย์จะมีความสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ใหญโตหรืองดงามขนาดนี้สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ งดงาม และมีคุณค่ายิ่ง อีกทั้งไม่น่าเชื่อว่า ธรรมชาติจเก่งกาจถึงขนาดนั้น ก็นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ด้วย

สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ


มหาวิหารเดียนา


สิ่งมหัศจรรย์เก่าแก่ของโลกสิ่งหนึ่ง คือ มหาวิหารเดียนา อยู่ที่เมืองเฟฟิอุส ประเทศกรีซ มหาวิหารเดียนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อน เพื่อถวายเทพเจ้าอาร์เทมิส ผู้เสด็จมาจากสวรรค์ มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ แต่ถูกบูรณะซ่อมแซมในปี ค.ศ. 186 เพราะถูกไฟไหม้ มหาวิหารเดียนา มีเนื้อที่กว้างถึง 54,720 ตารางฟุต ตัววิหารกว้าง 160 ฟุต ยาว 342 ฟุต มีเสาหินอ่อนด้านละ 20 ต้น ด้านหน้าและด้านหลัง 8 ต้น แต่ละต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ฟุต สูง 60 ฟุต หลังคามุงด้วยกระเบื้องหินอ่อน เป็นวิหารที่สวยงามที่สุดในขณะนั้น จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคต้น

สวนลอยกรุงบาบิโลน


สวนลอยกรุงบาบิโลนแห่งนี้เป็ฯที่สร้างขึ้นเหนือพื้นที่กึ่งทะเลทราย ก่อสูงซ้อนกันเป็นชั้นๆ สูงถึง 100 ฟุต แต่ละชั้นปลูกไม้ดอก ไม้ใบนานาชนิดไว้สวยงามมาก อีกทั้งมีน้ำตกและมีการชลประทานด้วย สวนลอยกรุงบาบิโลน มีอายุประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยูเฟรติส พระเจ้าเนบูชาค์ เนซซาร์ โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนอิริยาบทของพระองค์ และพระมเหสี กล่าวกันว่า ยุคพระเจ้าเนบูชาค์ เซซาร์ เป็นยุคกรุงบาบิโลนรุ่งเรืองสุดขีด พระองค์ได้ขยายเขตพระนครออกไป ได้ตกแต่งพระราชวัง โบสถ์วิหาร สร้างกำแพง และประตูเมือง ให้ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งและสวยงามที่สุด น่าเสียดายที่สวนย่อมมหัศจรรย์แห่งนี้ ปัจจุบันพังทลายสูญสิ้น ไม่หลงเหลือแม้แต่ซากให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น จะปรากฏอยู่เพียงชื่อและกิตติศัพท์แห่งความยิ่งใหญ่ในอดีตเท่านั้น กรุงบาบิโลน ปัจจุบันรวมเข้ากับอีรัค ซึ่งประกอบด้วย อัศซีเรีย และแคลเดีย มีเมืองหลวงชื่อกรุงแบกแดด ชาวบาบิโลน เป็นผู้สนใจดาราศาสตร์เป็นพิเศษ ปฏิทินที่กำหนดว่า ปีหนึ่งมี 12 เดือน ซึ่งใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นความคิดของชาวบาบิโลน นี่เอง และที่นี่ยังจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคต้น

ประภาคารฟาโรส


ประภาคารฟาโรส เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวสลักลวดลายสวยงามมาก ตัวประภาคารสู.ประมาณ 400 ฟุต ทำทางบันไดวนขึ้นไปจนสุดยอดตัวประภาคาร บนยอดมีตะเกียงแก็สขนาดใหญ่ ให้แสงสว่างได้ไกลในทะเลเมติเตอร์เรเนียน ประภาคารฟาโรส อยู่ที่เกาะฟาโรส ริมฝั่งทะเลเมติเตอร์เรเนียน เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ สร้างโดยพระเจ้าปโตเรมี ฟิลาเดลมิส ก่อนคริสตกาลประมาณ 247-265 ปี ปัจจุบัน หอประภาคารฟาโรส ได้พังลงแล้วตังแต่ศตวรรษที่ 13 ซึ่งครั้งนั้นเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ หอประภาคารฟาโรสจึงเหลือแต่ชื่อ และประวัติที่จารึกไว้เท่านั้น และหอประภาคารฟาโรสแห่งนี้ยังจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคต้น

เทวรูปโคโลสซูส


เทพเจ้าแห่งศิลปะของกรีก พระนามว่า "เทวรูปโคโลสซูส " หรือ "เทพเจ้าอพอลโล" เป็นเทพเจ้าที่ชาวกรีกเคารพนับถือมาก ประดิษฐานอยู่ที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีซ เทวรูปโคโลสซูส หล่อด้วยทองคไสำริด ในท่ายืน สูง 100 ฟุต มือขวาถือประทีป องค์เทวรูปตั้งอยู่บนฐานของปากอ่าว องค์เทวรูปจึงยืนถ่างขาคร่อมปากอ่าวให้เรือลอดไปมาได เทวรูปโคโลสซูส สร้างโดยกษัตริย์ชาเรส แห่งลินดัส เมื่อ 280 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อประมาณ 224 ปีก่อนคริสตกาล เกิดแผ่นดินไหว เทวรูปจึงทรดพังลงมา ไม่มีใครใส่ใจจนถึงคริสตศตวรรษที่ 10 ซากทองเหลืองถูกขายให้แก่ชาวเมืองซาร์เซนส์ไปทำอาวุธในสงครามจนหมดสิ้น จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคต้น

สุสานมุสโซเลี่ยม

สุสานมุสโซเลี่ยม จัดเป็นสุสานที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง อยู่ที่เมืองฮาลินาซัส ประเทศเปอร์เซีย จัดสร้างโดยพระนางอาเตมีเซีย พระมเหสีของพระเจ้ามุสโซลุส กษัตริย์แห่งอาเซียไมเนอร์หรือเปอร์เซีย เพื่อเป็นที่ฝั่งศพของพระเข้ามุสโซลุส พระสวามี สุสานนี้สร้างประมาณปี ค.ศ. 156-190 ใช้วัสดุก่อสร้างด้วยหินอ่อนล้วน สูงประมาณ 360 ฟุต ชั้นบนสุดเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กกว่าฐานล่าง แกะสลักรูปพระเจ้ามุสโซลุสประทับบนราชรถเทียมม้าสง่างามยิ่ง สุสานยิ่งใหญ่สวยงามแห่งนี้ ได้พังทลายเกือบหมดสิ้น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวในคริสตศตวรรษที่ 12-13 มีซากบางส่วนเหลืออยู่ และพิพิธภัณฑ์บริทิชมิวเซียมได้นำชิ้นส่วนเหล่านี้นำมาเก็บไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา แลสุสานแห่งนี้ยังจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคต้น

ปีระมิด สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ของอียิปต์


ปีระมิดแห่งเมืองกิซา ประเทศอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างกรุงไคโร นครหลวงของยีอิปต์ ทางทิศใต้ประมาณ 2-3 กิโลเมตร กลางทะเลทรายริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์นั่นเอง ปีระมิดแห่งเมืองกิซา มีอยู่ 3 องค์ด้วยกัน คือ ปิระมิดคีออปส์ ปีระมิดชีเฟรน และปีระมิดไมเซอรินุส
มหาปีระมิดคีออปส์ สร้างด้วยหินยักษ์ประมาณ 2,500,000 ก้อน แต่ละก้อนมีน้ำหนักตั้งแต่ 2 ตันครึ่งไปจนถึง 15 ตัน ส่วนสูง เดิมสูงถึง 481.4 ฟุต แต่ต่อมาถูกกัดกร่อนพังทลายลงมาตามกาลเวลา เหลือเพียง 450 ฟุต เนื้อที่ทั้งหมดกว้างถึง 13.1 เอเคอร์ หรือประมาณ 20 ไร่ ฐานกว้าง 768 ฟุต การก่อสร้างใช้หินทรายตัดเป็นก้อนทรงสี่เหลี่ยม ก่อซ้อนขึ้นไปให้ได้รูปทรงกรวยสี่เหลี่ยมคว่ำ ใช้แรงงานกรรมกรทาสไม่น้อยกว่า 100,000 คน ใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 10 ปี ปีระมิดคีออปส์ สร้างเพื่อบรรจุพระศพของกษัตริย์คีออปส์ ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง

ปีระมิดชีเฟรน ตั้งอยู่บนเนินสูงกว่าปีระมิดคีออปส์เพียงเล็กน้อย โครงสร้างต่ำกว่าปีระมิดองค์ใหญ่เพียง 3 เมตร กล่าวคือ สูงประมาณ 471 ฟุต ปัจจุบันลดเหลือ 448 ฟุต จึงต่ำกว่าปีระมิดองค์ใหญ่เพียง 75 เซนติเมตร เท่านั้น

ปีระมิดไมเซอรินุส นับเป็นปีระมิดองค์ที่เล็กที่สุดแห่งเมืองกิซา มีขนาดประมาณ 1 ใน 10 ส่วนเท่าของปีระมิดองค์ใหญ่ สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยปลายของพระเจ้าไมเซอรินุส แห่งราชวงศ์ที่ 4 ของอียิปต์ ปีระมิดไมเซอรินุสนี้ แท่งหินยักษ์ที่นำมาก่อสร้างนั้นส่วนใหญ่มีน้ำหนักมากกว่าปีระมิดทั้งสองแห่งข้างต้น แต่การตกแต่งขัดผิวหยาบมาก คงจะเป็นกาลก่อสร้างอย่างรีบเร่งมาก

ที่หน้าของปีระมิดองค์กลาง คือ ปีระมิดพระเจ้าชีเฟรนนั้น มีสิ่งมหัศจรรย์ที่หน้าถทึ่ง คือ สฟิงซ์ สฟิงซ์ เป็นสัตว์ประหลาดในทะเลทรายแห่งอียิปต์ รูปครึ่งคนครึ่งสัตว์ ใบหน้าเป็นคน แต่ตัวจริงเป็นสิงโต สลักด้วยก้อนหินใหญ่ทั้งแท่ง อยู่ในท่าหมอบเฝ้าปีระมิด ทำให้บรรยากาศน่าเกรงขามอย่างยิ่ง และปีรามิดยังคงอยู่ถึงทุกวันนี้



BACK

NEXT



Counter