ปีที่ 2 ฉบับที่ 878 ประจำวันพุธที่ 8 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 |
ธรรมกายพลิกเกม ฟ้องสื่อกว่า 500 คดี "สยามรัฐ-ข่าวสดครองแชมป์" ไม่เว้น "สมศักดิ์-4 บิ๊ก ศธ." พ่วงพิธีกร ITV "สุภาพ-อัญชลีภร" พร้อม "เจิมศักดิ์" ทั้งคดีแพ่งและอาญา โทษฐานละเมิดและหมิ่นประมาท จนทำให้ชื่อเสียงวัดเสียหายป่นปี้
นายสนธยา โพธิ์แดง ทนายความประจำวัดพระธรรมกาย เปิดเผยกับ "แนวหน้า" เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ว่า ทางวัดพระธรรมกายได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
การที่วัดพระธรรมกาย
ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนนั้น เกินความเป็นจริง และจงใจทำลายชื่อเสียงของวัด เพื่อให้เกิดความเสียหาย ไม่น่าเชื่อ และเกิดความแตกแยก
ดังนั้น ภายในเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทางวัดได้ยื่นฟ้องร้องทางศาลแพ่งและศาลอาญา ในข้อหาละเมิด และหมิ่นประมาทกับหนังสือพิมพ์รายวัน 4 ฉบับ ฉบับละ 100 กว่าคดี โดยฟ้องสยามรัฐ 139 คดี, ข่าวสด 123 คดี, มติชน 100 คดี และเดลินิวส์ 100 คดี ขณะนี้ศาลได้ประทับรับฟ้องบางคดีกับหนังสือพิมพ์ไปแล้ว 3 ฉบับ ประกอบด้วย ข่าวสด เดลินิวส์ สยามรัฐ ส่วนมติชน ตนยังไม่ได้รับรายงานว่า ศาลประทับรับฟ้องแล้วหรือไม่
นายสนธยา กล่าวด้วยว่า ในวันอังคารที่ 7 ธันวาคม นี้ ตนจะเดินทางไปยังศาลแพ่ง เพื่อฟ้องร้องนายสุภาพ คลี่ขจาย และ น.ส.อัญชลีพร กุสุมภ์ ผู้ดำเนินรายการ "สายตรง ITV" นายกฤษณ ชัยรัตน์ ผู้ดำเนินรายการ "สาระขัน" ในข้อหาละเมิดที่ดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับกรณีของวัดพระธรรมกาย จนก่อให้เกิดความเสียหาย
และจะฟ้องคดีอาญาในข้อหา
หมิ่นประมาท ที่ใส่ความวัดพระธรรมกาย โดยนำสิ่งไม่จริงไปพูดในรายการ อันเป็นการชี้นำสังคมให้เข้าใจวัดไปในทางที่ผิด
นอกจากนี้ จะมีการดำเนินการฟ้องร้อง นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้จัดการการวิทยุและโทรทัศน์ ที่วิพากษ์วิจารณ์วัดพระธรรมกาย จนทำให้ตัวเจ้าอาวาส
และรองเจ้าอาวาส
ได้รับความเสียหาย
ทนายความประจำวัดพระธรรมกายกล่าวว่า วันที่ 15 ธันวาคมนี้ ตนจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลแพ่งกับข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมือง ในกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบไปด้วย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.ศึกษาธิการ นายวิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ นายจรวย หนูคง ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ นายไพบูลย์ เสียงก้อง
อธิบดีกรม การศาสนา และนายมาณพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กรมการศาสนา ในข้อหาละเมิด เนื่องจากบุคคลทั้งหมด ไม่มีหน้าที่ที่จะดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย
แต่อาศัย ตำแหน่ง
หน้าที่มาแอบอ้างว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งนำมติมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อจัดการกับวัด ทั้งที่มส.ไม่เคยมีมติออกมาว่า ฆราวาสสามารถฟ้องสงฆ์ได้
"ที่ต้องยื่นฟ้องข้าราชการประจำ และนักการเมืองในกระทรวงศึกษาธิการฯ ทางแพ่ง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า หากฟ้องทางอาญาอาจจะหลุดคดีได้ง่าย
ซึ่งการฟ้องข้อหา
ละเมิดทางแพ่งครั้งนี้ จะแรงกว่าทุกครั้งที่เคยฟ้องมา เพราะถือว่า คนเหล่านี้ เอาตำแหน่งหน้าที่มาแอบอ้างว่า ปฏิบัติตามหน้าที่กรมการศาสนา มีหน้าที่ปกป้องทุกศาสนา แต่กลับมาจับผิดวัดพระธรรมกาย ทำไปแบบไม่มีความรู้ เนื่องจากคนที่กล่าวหาวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่ผู้เสียหาย และคนที่กล่าวหาวัดพระธรรมกาย ก็เคยบวชเรียน
แต่ถูกสึก ออกมา
เพราะปาราชิกทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าวัดไม่ฟ้องบ้าง ทั้งสื่อและข้าราชการประจำ และนักการเมือง จะยิ่งทำให้ประชาชนไม่มีทางรู้ความจริง และจะทำให้วัดพระธรรมกาย เสียหายไปกันใหญ่" นายสนธยา กล่าว
ครับทั้งหมดคือข้อเท็จจริงที่ "แนวหน้า" นำเสนอ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม
วิกเตอร์