โดย เภสัชกรวิเชียร อัศวดากร

Home

ยา

ผู้หญิง

เด็ก

เครื่องสำอาง

ปฐมพยาบาล

โรคทั่วไป

อื่นๆน่าสนใจ

สอบถามปัญหา

สิว : คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ

This Page Related Topic
Interesting Links

 

More Links

Drug Database

Q. สาเหตุของสิว        

A. สาเหตุมีความเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมีเรียกทางแพทย์ว่า แอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะในเพศชาย เพศหญิงก็มีเช่นกัน ฮอร์โมนนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านร่างกายในช่วงวัยรุ่น ( ช่วงระหว่างวัยเด็ก กับ ผู้ใหญ่ ) ฮอร์โมนยังมีผลต่อการทำงานของต่อมไขมันตามผิวหนังด้วย กล่าวคือจะเพิ่มการทำงาน ขับไขมัน ( Sebum ) เพิ่มมากขึ้น

ต่อมไขมัน ( Sebaceous Gland ) พบอยู่ร่วมกับขน รวมเรียกว่า Sebaceous Follicle ในช่วงวัยรุ่น เซลล์ผิวหนังในรูขุมขนเพิ่มที่จะแบ่งตัวเร็ว และหลุดลอกออก ในผู้ที่เป็นสิว เซลล์เหล่านี้มักจะแบ่งตัวเร็ว และเกาะกันมากกว่าผู้ที่ไม่เป็นสิว เมื่อก้อนเซลล์เหล่านี้ผสมกับการเพิ่มขึ้นของ Sebum จึงเกิดการอุดตันที่รูเปิดของรูขุมขน ทำให้ Sebum ที่ถูกสร้างอยู่เรื่อยๆ ไม่มีทางออก จึงดันให้ปูดขึ้น กลายเป็นสิวหัวดำ

ในขณะเดียวกัน เชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามปกติชื่อ P. acnes เริ่มเจริญเติบโตอยู่ภายใน เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ผลิตของเสียที่ระคายเคืองทำให้เกิดการบวมแดง กลายเป็นสิวชนิดอักเสบแดง

Q. ล้างหน้าวันละหลายๆครั้ง ทำไมยังเป็นสิวอยู่ ?        

หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่า สิวเกิดจากความสกปรกของผิว จึงพยายามล้างหน้าบ่อยๆ โดยไม่หาวิธีรักษา

ถูกต้องที่ว่า การล้างหน้า เป็นการชะล้างความมันส่วนเกิน และกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป บางคนก็เลือกใช้สารชะล้างที่แรง ถูหน้าอย่างรุนแรง โดยหวังให้หน้าสะอาด แต่ที่จริงแล้ว กลับเป็นการสร้างความระคายเคืองมากขึ้น ทำให้สิวที่เป็นอยู่แย่ลง

โดยทั่วไป การล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยน้ำและสบู่อ่อนที่ไม่ระคายเคืองผิวก็เพียงพอแล้ว

การเกิดสิวยังมีปัจจัยอื่นๆ ดังนั้น การเลือกใช้ยารักษาที่ถูกต้อง น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

Q. ความเครียดเป็นสาเหตุของสิวหรือไม่ ?        

ความเครียดมักตกเป็นผู้ต้องหาสำหรับหลายๆโรค และสิวก็เช่นกัน บางครั้งก็ไม่สามารถแยกออกได้ว่าความเครียดกับสิว อย่างไหนเป็นสาเหตุของใครกับแน่ เพราะผู้ที่มีสิวขึ้น ก็มักจะเครียดตามมาทีหลังด้วยเช่นกัน

แต่ก็อาจมีผลต่อสิวอยู่บ้าง โดยความเครียด สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย จึงมีผลให้เกิดสิว

อย่างไรก็ตาม ถ้าสิวถูกรักษาอย่างถูกต้อง ความเครียดก็แทบไม่มีผลต่อสิวเลย

Q. ไม่เคยเป็นสิวสมัยวัยรุ่น ปัจจุบันอายุมากกว่า 20 ปี ทำไมจึงเกิดสิว ?

       

โดยทั่วไป สิวเริ่มเกิดตอนวัยรุ่น จนหมดไปเมื่ออายุประมาณ 20 ปี แต่บางราย สิวก็ยังคงเป็นอยู่หลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งมักพบกับการเป็นสิวที่หลังด้วย ( พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ) และการเป็นสิวที่สัมพันธ์กับช่วงมีรอบเดือน และบางราย ก็มาเกิดสิวช่วงเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมักพบในผู้หญิงมากกว่า

เหตุผลคือ เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือ การเกิดเนื้องอกที่รังไข่ ( Ovarian cyst ) การตั้งครรภ์  ผู้หญิงบางคนเกิดสิวหลังหยุดยาคุมกำเนิด เพราะช่วงที่ทานยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนในร่างกายถูกควบคุมให้คงที่ และอาจเกิดจากเครื่องสำอางด้วยเช่นกัน

Q. อาหารเกี่ยวข้องกับสิวอย่างไร ?        

อาหารไม่ใช่สาเหตุของสิว การควบคุมอาหารไม่สามารถรักษาสิว จากการศึกษาไม่พบความเกี่ยวพันกันเลย อย่างไรก็ตาม ให้หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง ได้แก่ ช็อคโกแลต , ไข่ , หอบ , อาหารมัน

Q. แสงแดดช่วยในการรักษาสิวหรือไม่ ?

       

หลายๆคนเชื่อว่าการตากแดดช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ซึ่งก็ไม่มีข้อพิสูจน์เช่นกัน และยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังเนื่องจากการสัมผัสรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตมากเกินไป

Q. การรักษาสิวที่ดีที่สุดคืออะไร ?

       

แต่ละคนจะได้รับการรักษาไม่เหมือนกัน แล้วแต่สาเหตุ ลักษณะของสิวที่เป็น

ดูเพิ่มเติมที่เรื่องยารักษาสิว..... 

Q. เป็นสิวอยู่ จะใช้เครื่องสำอางได้หรือไม่ ?

       

ได้ สิ่งที่จะต้องดูคือ เครื่องสำอางนั้นมีระบุไว้ที่บรรจุภัณฑ์นั้นว่า "Non- Comedogenic" หมายความว่า ไม่มีสารที่ระคายเคือง ทำให้เกิดสิ่งอุดตันที่รูขุมขน อันจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว

ยารักษาสิวบางชนิด ทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวแห้ง โดยเฉพาะช่วงแรกของการรักษา การใช้ครีมบำรุง หรือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิดยิ่งทำให้เลวร้ายลง จึงควรเลือกให้ดี โดยปรึกษาแพทย์ เภสัชกร

ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ การแต่งหน้าหนา

Q. การบีบสิว เป็นอันตรายหรือไม่ ?

       

แน่นอน เพราะเป็นการทำให้เกิดการช้ำ อักเสบได้มากขึ้น เพิ่มการเป็นแผลเป็น

Q. มีวิธีรักษาแผลเป็นจากสิวอย่างไร ?

       

การรักษาแผลเป็นที่ดีที่สุด คือ การรักษาสิว เพื่อป้องกันการเกิดสิว
การแก้ไขแผลเป็นมีหลายวิธี ได้แก่ การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ หรือ กรดวิตามินเอ , Dermabrasion , Laser abrasion ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

Q. ในการใช้ยารักษาสิว จะต้องรอเวลานานเท่าไรจึงจะเห็นผล ?

       

ขึ้นกับยาที่ใช้ โดยทั่วไปใช้เวลา 1 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่ใช่ 1-3 วัน แพทย์มักจะรอเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อประเมินผลว่าวิธีการรักษาที่ใช้อยู่นี้ได้ผลดีหรือไม่ ? ต้องเปลี่ยนวิธีรักษาหรือไม่
ผู้ป่วยไม่ควรใจร้อนรีบเปลี่ยนยา หรือเปลี่ยนหมอเร็วจนเกินไป ดีไม่ดีก็ต้องเริ่มต้นรักษาใหม่

Q. การใช้ยามากกว่าที่ระบุ จะดีไหม ?

       

ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการใช้ยามากเกินไป บ่อยเกินไป มีแต่จะเพิ่มผลข้างเคียง การระคายเคืองจากยา

Q. ปัจจุบันใช้ยาทาสิวอยู่ ซึ่งก็ได้ผลดีเฉพาะบริเวณที่ทา แต่ยังคงมีสิวเกิดขึ้นบริเวณอื่นๆอีก จะทำอย่างไร ?

       

ยาทาสิวไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ทาเฉพาะบริเวณที่ทาเท่านั้น แต่เป็นการทาบริเวณโดยรอบเพื่อป้องกันการเกิดสิวด้วย

Q. จะหยุดยาได้หรือไม่ หลังจากที่ใบหน้าใสสะอาด ปราศจากสิวแล้ว ?

       

ทางที่ดี ท่านควรจะปรึกษาแพทย์ ก่อนดีกว่า

Post a Message in My Message Board!

ถ้าท่านชอบ web  นี้ 
ท่านที่ต้องการสอบถาม เสนอแนะ เชิญครับ mailto:vichiena@yahoo.com
ขอขอบคุณ Geocities.com ที่ให้พื้นที่ฟรีสำหรับการจัดทำ Web Site นี้
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่สำคัญ discoveryhealth | mediconsult | mayohealth | medscape.com | healthylives | สมาคมแพทย์โรคผิวหนัง USA | fda.gov | my.yahoo.com