โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ                            

HOME / ข้อมูลพื้นฐาน /แนะนำสถานศึกษา /แผนการจัดการเรียนรู้ พูดจาประสาคร / แก่นสารการศึกษา  /ลูกไม้ลายไทย /นานาสาระ /LINKS & GUESBOOK / WebBoard

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

การจัดการเรียนการสอน

ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

            การศึกษาขั้นพื้นฐานมีหลักสูตรแกนกลาง โดยให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรระดับท้องถิ่น และร่วมกับบุคคล องค์กร สถาบันต่างๆ จัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน ทั้งนี้หลักสูตรต้องมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล

            ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ต้องส่งเสริมให้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ เน้นทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม

            การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องจัดให้สอดคล้องกับความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การประยุกต์ความรู้ไปใช้ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติ ผสมผสานความรู้ต่างๆ พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยม คุณลักษณะ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่

            สถานศึกษาจึงต้องพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมผู้สอนวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

แนวทางการจัดการเรียนการสอน

1. พัฒนาหลักสูตรระดับห้องเรียนโดยจัดทำโครงสร้างการสอนและแนวการสอน เพื่อจัดลำดับหัวข้อประสบการณ์ เช่น จากง่ายไปหายาก จากธรรมชาติไปสู่หลักการ

2. สิ่งที่เรียนรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างความตระหนักในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัว สังคม และประเทศ

3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สนุกหลากหลายแปลกใหม่ จูงใจให้ติดตาม เร้าใจ และตอบสนองความสนใจของผู้เรียน

4. กิจกรรมการเรียนการสอนมุ่งพัฒนาและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการสร้างค่านิยม

5. พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข ด้วยวิธีการสอน การสร้างสิ่งแวดล้อม การแนะแนวและจิตวิทยาการประเมินผล

6. การประเมินผลมุ่งเน้นพัฒนาการของผู้เรียนในภาพรวมมากกว่าการทดสอบทางวิชาการ

7. พัฒนาหลักสูตรระดับท้องถิ่น โดยการสร้างหลักสูตรย่อยเสริมหลักสูตรแกนกลาง ในกลุ่มสาระการเรียนรู้เลือก ที่เป็นความสนใจ ความต้องการของท้องถิ่น

เทคนิคที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

            เทคนิคการสอนที่ครูผู้สอนเคยเรียนรู้และฝึกปฏิบัติเมื่อครั้งยังศึกษาในสถาบันการผลิตครู หรือศึกษา อบรม เรียนรู้หลังจากเป็นครูผู้สอนประจำการแล้ว มีอยู่มากมายหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังนำมาใช้ได้ดี และสอดคล้องกับหลักการและจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น

  1. เทคนิคการสอนที่ใช้กระบวนการกลุ่ม เป็นกระบวน

การเรียนรู้ของผู้เรียนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ผู้เรียนต้องมีปฏิสัมพันธ์กัน มีแรงจูงใจร่วมกันในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

โดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เช่น เกม บทบาทสมมติ สถานการณ์จำลอง ละครสั้น กรณีตัวอย่าง การอภิปรายกลุ่ม การระดมสมอง การศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น

2. เทคนิคการสอนที่ยึดการเรียนรู้แบบร่วมมือประสานใจ เป็นวิธีการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ สมาชิกต้องมีส่วนร่วมใน

การเรียนรู้ โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการแบ่งปันทรัพยากรในการเรียนรู้ เป็นกำลังใจแก่กันและกัน เช่น การเล่าเรื่องรอบวง มุมสนทนา การร่วมมือแข่งขัน เป็นต้น

3. เทคนิคการสอนที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ เป็นวิธีการสร้างสิ่งเร้า กระตุ้นให้ผู้เรียนมีข้อมูลหรือแนวความคิดสำหรับความคิดสร้างสรรค์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น การอุปมาอุปมัย การเทียบเคียง การตีความ การจัดเข้าพวก ความไม่คาดคิด ความตรงกันข้าม การวิจารณ์ เป็นต้น

ทักษะที่ควรฝึกฝนให้ผู้เรียน

            ธรรมชาติของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ใช่ว่าจะเน้นที่สาระการเรียนรู้เพียงด้านเดียว สิ่งที่ควรฝึกฝนควบคู่ไปด้วย คือ คุณลักษณะต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง มีความสามารถในการดำรงชีวิต จึงขอเสนอแนะทักษะที่จำเป็นต้องฝึกฝนดังนี้

1. การสังเกต สิ่งที่อยู่รอบตัวทั้งสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ต้นแบบ สามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกต เป็นทักษะหนึ่งของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่นำไปสู่การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และพัฒนาเป็นองค์ความรู้

2. การบันทึก เป็นทักษะที่ควรฝึกฝนให้เป็นลักษณะนิสัย เนื่องจากประสบการณ์ที่ได้รับมีความหลากหลาย บางอย่างเป็นประโยชน์ต่อการนำไปสังเคราะห์ได้ บางอย่างอาจลืม

3. การพูด พูดในสิ่งที่เป็นสาระ พูดเพื่อการสร้างสรรค์ พูดเพื่อแสดงความคิดเห็น พูดเพื่อซักถาม การพูดจึงเป็นทักษะที่ใช้เป็นสื่อกลางกับบุคคลอื่นให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นทักษะหนึ่งของผู้เรียนที่ใช้แสวงหาความรู้ เป็นพฤติกรรมด้านหนึ่งของผู้เรียนที่ผู้สอนใช้ในการวัดผลการเรียนรู้

4. การฟัง โดยปกติแล้ววัฒนธรรมไทยมีผลต่อผู้เรียนให้เป็นผู้ฟังที่ดี แต่ทักษะทางด้านนี้ต้องการมากกว่าที่เป็นอยู่ทั่วไป กล่าวคือ ต้องฟังจับใจความ สรุปสาระสำคัญได้

5. การอ่าน เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนทั่วไปทุกระดับให้ทราบจุดประสงค์ของการอ่าน อ่านแล้วสรุปสาระสำคัญได้ นำประโยชน์ไปใช้ในการสังเคราะห์ความรู้ พัฒนาตนเองได้

6. การเขียน ต้องใช้พยัญชนะไทย หลักภาษาไทย สำนวนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เขียนได้คล่องแคล่ว สื่อความหมายให้บุคคลอื่นเข้าใจได้ และเป็นประโยชน์ต่อตนเองในการเรียนรู้

7. การคิด ควรฝึกผู้เรียนให้เป็นผู้คิด คิดกว้าง คิดรอบคอบ คิดหลากหลาย คิดลึกซึ้ง คิดอย่างมีเหตุผล คิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

8. การสืบค้น เป็นทักษะที่ใช้ในการสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเอง เช่น การสัมภาษณ์ การศึกษาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยากร การค้นคว้าจากเอกสาร สิ่งพิมพ์ในห้องสมุด การค้นคว้าจากสื่อประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่

9. การวิเคราะห์ ฝึกฝนให้ผู้เรียนรู้จักการแยกแยะ แจกแจง สิ่งต่างๆ ให้เป็นระบบ เป็นหมวดหมู่ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล การเลือกข้อมูลไปใช้ ใช้ข้อมูลสำหรับการคิด การตัดสินใจ

10. การสังเคราะห์ ฝึกฝนให้ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้ ความเข้าใจที่ได้จากการเรียนรู้อย่างหลากหลายเข้าด้วยกัน ทั้งในกลุ่มและข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นการฝึกฝนเพื่อประโยชน์ของผู้เรียนที่ต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและอนาคต

ตัดตอนจากบทความของ รศ.วิชัย ประสิทธิ์วุฒิเวชช์ วารสารวิชาการ ปีที่ 4 ฉบับที่ 6

(เรียนขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง)

HOME / UP