โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ                            

HOME / ข้อมูลพื้นฐาน /แนะนำสถานศึกษา /แผนการจัดการเรียนรู้ พูดจาประสาคร / แก่นสารการศึกษา  /ลูกไม้ลายไทย /นานาสาระ /LINKS & สมุดเยี่ยม / กระทู้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน

การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข.

คำนำ

        เอกสารรายงานการวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยได้จัดทำแผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ พร้อมสร้างชุดฝึก บัตรคำ และนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

        ผู้ทำการวิจัยได้รวบรวมเอกสาร หลักฐานการดำเนินการข้างต้นไว้เป็นภาคผนวกของรายงานการวิจัย เพื่อสะดวกแก่ผู้สนใจจะได้ศึกษาและนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ของตน รวมทั้งเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนเรื่องอื่นๆ ต่อไป

        ผู้ทำการวิจัยขอขอบพระคุณ นายสมโภชน์ วาสุกรี ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ และนายกฤษณ์ ศุภนราพรรค์ อาจารย์ 2 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ ผู้ให้คำแนะนำปรึกษาที่เป็นประโยชน์จนการวิจัยครั้งนี้สำเร็จลุล่วงดังวัตถุประสงค์

นางศิริรัตน์ ศุภนราพรรค์

กันยายน 2544

สารบัญ

        เรื่อง                                                                                                                             หน้า

คำนำ………………………………………………………………………………………………… 1

สารบัญ………………………………………………………………………………………………. 2

บทที่ 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา………………………………………………………..3

บทที่ 2 หลักการ ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง……………………………………………….5

บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย…………………………………………………………………………..6

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล…………………………………………………………………………..8

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ…………………………………………………………….. 10

ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………….12

 

บทที่ 1

      ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

        ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของคนในชาติ ด้านการศึกษาก็จำเป็นต้องใช้ภาษาไทยในการศึกษาหาความรู้วิชาการต่างๆ หลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ได้กำหนดให้ใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและแสวงหาความรู้

        ในบรรดาทักษะทางภาษาไทย ซึ่งได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทักษะที่มีความสลับซับซ้อนและยากที่สุดสำหรับผู้เรียน คือ ทักษะการเขียน เพราะในการสื่อสารด้วยการเขียนนั้น ผู้เรียนต้องมีความรอบรู้ มีความคิด และสะสมประสบการณ์ต่างๆ ไว้มาก แล้วจึงกลั่นกรองความรู้ที่ได้มานั้นแสดงออกเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อสื่อความหมายให้ประจักษ์ (กรมวิชาการ, 2542)

        ในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้วิชาภาษาไทย จะพบปัญหามากในด้านทักษะการเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนมาตราตัวสะกด(คำยาก) ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่มีปัญหาเขียนไม่ถูกต้อง ซึ่งผลจากการประเมินก่อนเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ของโรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 29 คน แยกเป็นนักเรียนชาย จำนวน 17 คน และนักเรียนหญิงจำนวน 12 คน ปรากฏว่ามีผู้เรียนที่สามารถเขียนมาตราตัวสะกด(คำยาก) ได้ถูกต้องก่อนเรียนเพียงร้อยละ 55.17 อันนับได้ว่ามีปัญหาอย่างมาก

        การใช้นวัตกรรมชุดฝึกเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เป็นวิธีการหนึ่งที่ผู้ทำการวิจัยมีความสนใจนำมาใช้แก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในด้านทักษะการเขียนมากขึ้น

        วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    1. เพื่อศึกษาความก้าวหน้าในการใช้นวัตกรรม(ชุดฝึก) วิชาภาษาไทย
    2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข.

        ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

    1. พบแนวทางแก้ไขปัญหาการเขียนมาตราตัวสะกด(คำยาก)ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทักษะภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. มีพัฒนาการดีขึ้น
    3. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย

       นิยามศัพท์เฉพาะ

        ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย หมายถึง คะแนนที่ได้จากการทำชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ก่อนเรียน, ขณะเรียน และหลังเรียน

        ชุดฝึก หมายถึง ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ซึ่ง

เป็นนวัตกรรมประกอบแผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ครั้งนี้

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โรงเรียนชุมชน

แหลมงอบฯ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ในปีการศึกษา 2544

บทที่ 2

       หลักการ ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก เป็นชุดฝึกที่ใช้ในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ ที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

       หลักการที่ใช้ในการผลิตชุดฝึก

    1. ทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยคำนึงถึงความต้องการ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ
    2. ความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ครูผู้สอนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ มาเป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจากสื่อการเรียนแบบต่างๆ ซึ่งจัดเตรียมให้ตรงกับเนื้อหาและประสบการณ์ตามหน่วยการสอนของวิชาต่างๆ
    3. การใช้สื่อการเรียนในปัจจุบันนิยมใช้การสร้างชุดฝึก เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากกว่าใช้ครูเป็นผู้สอน
    4. หลักการปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างครูผู้สอนและผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน แนวโน้มปัจจุบันมีความต้องการให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนรู้มากขึ้น กล่าวคือ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child Center) การสร้างสื่อการเรียนจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อการเรียนต่างๆ ร่วมกับเพื่อน

       ขอบเขตของการวิจัย

        ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้ทำการวิจัยต้องการศึกษาเรื่องการใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ปีการศึกษา 2544 ซึ่งมีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 29 คน แยกเป็นนักเรียนชาย 17 คน และนักเรียนหญิง 12 คน ทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ถึงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2544 โดยจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้

บทที่ 3

       วิธีดำเนินการวิจัย

        การวิจัยดำเนินการไปตามขั้นตอนและมีสิ่งที่เกี่ยวข้องดังนี้

            ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คน

                กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คน

        เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

    1. แผนการสอนและชุดฝึก
    2. ผู้ทำการวิจัย ได้ทำการเขียนแผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ สร้างชุดฝึกและบัตรคำ เพื่อใช้

      ประกอบการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ และเพื่อให้สามารถวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ เรื่อง การใช้ชุดฝึกเพื่อแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ซึ่งปรากฏคะแนนประสิทธิภาพดังต่อไปนี้

      1.1 ชุดฝึกที่ 1 ได้คะแนนร้อยละ 88.27

      1.2 ชุดฝึกที่ 2.1 ได้คะแนนร้อยละ 100

      1.3 ชุดฝึกที่ 2.2 ได้คะแนนร้อยละ 82.75

      1.4 ชุดฝึกที่ 2.3 ได้คะแนนร้อยละ 86.55

      1.5 ชุดฝึกที่ 3.1 ได้คะแนนร้อยละ 96.20

      1.6 ชุดฝึกที่ 3.2 ได้คะแนนร้อยละ 93.10

      คิดเป็นประสิทธิภาพเฉลี่ยของชุดฝึกได้ร้อยละ 90.11

    3. แบบประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน

ผู้ทำการวิจัยได้สร้างแบบประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการ

เขียนคำยาก ซึ่งปรากฏผลการประเมินผู้เรียนก่อนเรียนได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 55.17 และหลังการใช้ชุดฝึกผู้เรียนได้คะแนนร้อยละ 82.60

        วิธีการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล

        ผู้ทำการวิจัยได้จัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ และเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ถึงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2544 ด้วยวิธีการดังนี้

    1. นำแบบประเมินผลก่อนเรียนที่ได้สร้างขึ้นไปทดสอบผู้เรียน ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คน และผู้ทำการวิจัยเป็นผู้ตรวจและให้คะแนน
    2. นำชุดฝึกที่ได้สร้างขึ้น ซึ่งประกอบด้วย
    3. 7

      1. ชุดฝึกที่ 1 เรื่อง ชุดฝึกความจำ
      2. ชุดฝึกที่ 2.1 เรื่อง ชุดฝึกทักษะและความเข้าใจ
      3. ชุดฝึกที่ 2.2 เรื่อง ชุดฝึกทักษะและความเข้าใจ
      4. ชุดฝึกที่ 2.3 เรื่อง ชุดฝึกทักษะและความเข้าใจ
      5. ชุดฝึกที่ 3.1 เรื่อง ชุดฝึกทักษะการวิเคราะห์
      6. ชุดฝึกที่ 3.2 เรื่อง ชุดฝึกทักษะการวิเคราะห์

      โดยให้ผู้เรียนปฏิบัติตามคำสั่งในชุดฝึกทีละชุดตามแผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ แล้ว

      จึงให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนกันตรวจกับเพื่อน โดยผู้ทำการวิจัยเฉลยคำตอบพร้อมแนะนำแก้ไขข้อ

      บกพร่อง เมื่อผู้เรียนซึ่งทำการตรวจของเพื่อนรวมคะแนนเรียบร้อยแล้วจึงส่งคืนเจ้าของเพื่อรับ

      ทราบคะแนนและข้อบกพร่องของตน แล้วจึงเก็บรวบรวมส่งให้ผู้ทำการวิจัยเพื่อนำไปบันทึก

      และหาค่าเฉลี่ยต่อไป

    4. เมื่อจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ครบถ้วนแล้ว จึงให้ผู้เรียนทำแบบประเมินผลหลังการเรียน และผู้ทำการวิจัยตรวจให้คะแนนและเปรียบเทียบกับผลการประเมินก่อนเรียนเพื่อหาความก้าวหน้า

        การวิเคราะห์ข้อมูล

        ผู้ทำการวิจัยได้นำคะแนนที่บันทึกไว้ทั้งจากการประเมินผลก่อนเรียน, การทำชุดฝึกระหว่างเรียน และการประเมินผลหลังเรียน มาวิเคราะห์หาค่าสถิติดังนี้

    1. หาค่าเฉลี่ย (X) ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากแบบประเมินผลก่อนเรียน, หลังเรียน และการทำชุดฝึกระหว่างเรียน
    2. หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของคะแนนจากแบบประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน

 

บทที่

        ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

        ในการวิจัยเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ขอเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังต่อไปนี้

        การศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ปรากฏผลดังตารางนี้

ตารางที่ 1 ค่าเฉลี่ยของการใช้ชุดฝึก จากจำนวนผู้เรียนทั้งสิ้น 29 คน

 

ชุดฝึกที่

 

 

คะแนนเต็ม

 

คะแนนที่ได้

 

คิดเป็นร้อยละ

 

1

2.1

2.2

2.3

3.1

3.2

 

 

290

116

290

290

290

261

 

256

116

240

251

279

243

 

88.27

100

82.75

86.55

96.20

93.10

 

รวม

 

1,537

 

1,385

 

90.11

จากตารางที่ 1 พบว่า ประสิทธิภาพของชุดฝึกได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 90.11

ตารางที่ 2 หาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข.  ในการประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน

 

 

 

N

 

X

 

S.D.

 

ก่อนเรียน

 

 

29

 

5.51

 

4.48

 

หลังเรียน

 

 

29

 

8.20

 

1.79

จากตารางที่ 2 พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. การประเมินผลหลังเรียนมีคะแนนสูงกว่าก่อนเรียน

 

บทที่ 5

       สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

        วัตถุประสงค์

        การทำการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกเพื่อแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข.

        วิธีดำเนินการวิจัย

    1. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวนทั้งสิ้น 29 คน
    2. เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่
      1. แผนการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยาก
      2. ชุดฝึก
      3. แบบประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน
    3. ใช้เวลาจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ถึงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2544

        การวิเคราะห์ข้อมูล

        ได้ทำการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยของการใช้ชุดฝึกแต่ละชุด หาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย จากการประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน

        สรุปผลการวิจัย

        การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ผลปรากฏว่า ค่าเฉลี่ยของชุดฝึกทุกชุดมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 90.11 ซึ่งเป็นคะแนนที่สูง

        ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการประเมินผลหลังการเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน

อภิปรายผลการวิจัย

        ผลการศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การใช้ชุดฝึกในการแก้ปัญหาการเขียนคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. ปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเมื่อผู้ทำการวิจัยจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ด้วยชุดฝึก จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ก่อนการเรียน เพราะการที่ครูผู้สอนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนโดยลดบทบาทของตนเองลงด้วยการใช้ชุดฝึก บัตรคำ ทำให้ผู้เรียนได้มีบทบาทในการเรียนมากขึ้น ได้ทำกิจกรรมสร้างองค์ความรู้และสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วและเกิดการเรียนรู้ที่ถาวร

        จากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชุดฝึก ได้พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ได้จัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้โดยชุดฝึก จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียน ผู้ทำการวิจัยมีความเชื่อว่า กิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ด้วยสื่อการเรียนต่างๆ เช่น ชุดฝึก บัตรคำ จะทำให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน และทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด รวมทั้งยังทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันของตน และช่วยสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนได้

        ข้อเสนอแนะ

    1. ควรมีการทำงานร่วมกันระหว่างครูผู้สอนในโรงเรียน เพื่อร่วมกันจัดทำสื่อการเรียน และนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้
    2. ควรมีการทำการวิจัยเพิ่มเติมในเรื่องการคัดลายมือ เพื่อเป็นการพัฒนาลายมืออันมีส่วนสำคัญต่อการเขียน
    3. ควรทำการวิจัยเปรียบเทียบผลการเรียนโดยการใช้นวัตกรรมประเภทอื่น เช่น เกม เพลง วีดิโอเป็นต้น เพื่อให้ได้แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมและสมบูรณ์ที่สุด

HOME / UP