ติดปีกนกป่า
|
|
ลองคลิ๊กๆดู
๐ Cnnsi
ไตรกีฬา
๐ Benson
๐ Ironmanlive
๐ Metrotri
๐ Tri-eCoach
วิ่ง
๐ Runnersworld
จักรยาน
๐ สยามไบค์
๐ Thaimtb
๐ Bike
๐ Bikelane
๐ Velonews
๐ Excelsports
๐ Freshlinks
ว่ายน้ำ
๐ Totalimmersion
|
|
SHITSEAROVA

นักวอลเลย์บอลรัสเซีย
|
เพราะสิ่งที่ฉันชอบทำในชีวิตก็คือ
การเล่นกีฬา ตอนไหนที่ฉันอยาก
ออกกำลังกาย ฉันก็แค่สวมรองเท้า
ผ้าใบแล้วก็เดินออกจากประตูบ้าน
จะวิ่ง หรือปั่นจักรยานแล้วก็ว่ายน้ำ
บ้างในบางวัน
|
ไปด้วยกำลังของตัวเองกับเพื่อนจักรกลพลังมนุษย์ มองไปข้างหน้าจะมีเพียงถนนหรือไม่ก็ยอดเนิน สองขาของฉันปั่นด้วยจังหวะที่คงที่ออกแรงเท่ากันทุกๆจุดรอบ 360 องศาของบันได
กับ form การหมุนข้อเท้าที่ราบเรียบที่สุด ฝ่าสายลมเมืองเชียงใหม่และไอร้อนของถนนด้วยความเร็วเฉลี่ย ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
|

"พอรู้สึกตัวอีกที ฉันก็นั่งอยู่บนอานแล้วละ"
|
|
|
|
หันหลังให้กับการเล่นกีฬามานาน ความหมายสำหรับฉันในตอนนี้ กีฬาไม่ใช่การแข่งขันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการเล่นเพื่อสุขภาพ เพื่อการคลายเครียดมากกว่า
เพราะฉันไม่ชอบการแข่งขันสักเท่าไร มีคนแพ้ มีคนชนะ ถ้าชนะในตรงนี้ ก็ยังมีที่เหนือกว่าอีก แล้วก็มีคนแพ้เพิ่มขึ้นอีก ไม่มีที่หนึ่งที่แท้จริงหรอก
หากว่าเราไม่รู้จักพอ อยากเป็นคนธรรมดาๆ แล้วก็หาความสุขที่แท้จริงให้กับจิตวิญญาณมากกว่า
ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากได้ คือรองเท้าวิ่งกับรองเท้าจักรยานคู่ใหม่ เพราะคู่เก่าหมดสภาพแล้ว รองเท้า ฉันจะสวมมัน วิ่ง แล้วก็ ปั่น ไปให้ไกลๆ
| |
๒๘ ม.ค. ๒๕๔๕
|
|
|
|
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้จิตใจของฉันไม่ค่อยจะสงบสักเท่าไร ล่องลอยอยู่เรื่อย ฉันปั่นจักรยานชนบาทวิถีถึงสองหน
หนแรกที่หน้าห้องเวทสนามกีฬา 700 ปี
เพราะฉันตีโค้งตอนเลี้ยวมากไป ตะเกียบโซ่บุบเลย โธ่..."คุณแจ่ม"(colnago VIP 2000 สีเหลือง)ของฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ยังไม่ทันถึงเดือนเลย
หนที่สองที่ถนนวงแหวนทางไป 700 ปี หลังจากที่ลงจากสะพานข้ามน้ำปิงแล้ว ฉันก้มลงไปมองเฟืองหลัง ก็เลยชนเข้ากับขอบฟุตบาท คราวนี้ล้อหน้ายุบลงไปเลยยางรั่วด้วย
เลยต้องเอาขอบล้อเก่ามาใส่(ยังไม่มีตังซื้อใหม่) โดนโค้ชหนึ่งอ้วนว่าอีก"ไอ้เสือเอ็งปั่นยังไงให้ชนฟุตบาทว่ะ"
เจ้าใหม่เด็กในทีมเชียงใหม่ แซว "ผมว่าถ้าพี่เป็นผู้ว่านะ คงสั่งเลาะฟุตบาทออกหมดแน่ๆ"
| |
๒๐ มิ.ย. ๔๔
|
|
|
|
หลังจากที่กลับบ้านหยุดปั่นไปประมาณหนึ่งเดือน ฉันก็ขึ้นเชียงใหม่เพื่อกลับมาซ้อมต่อ ต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แต่รู้สึกว่าฉันจะมาช้าไปแล้วละ
อาทิตย์หน้าก็จะแข่งทัวออฟไทยแลนด์ ซ้อมไม่ทันแน่นอน ปีนี้ฉันคงอยู่เชียงใหม่เป็นปีสุดท้ายแล้วด้วยเพราะอีกปีก็จะเรียนจบแล้วไม่รู้ว่ากลับไปกทม.จะได้เข้าทีมใหม่หรือเปล่า
เพราะว่าถ้าจะแข่งทัวก็ต้องมีทีม service เรา
ไว้ค่อยๆเก็บประสบการณ์จากสนามย่อยก็ดี ค่อยๆนับไปเรื่อยๆนะดิศพงษ์เอ๋ยอย่าหักโหมนักเดี๋ยวนายก็ปึกเองแหละ ฉันไม่ชอบฝืนจิตตัวเองอยู่แล้วซ้อมไม่พอก็ไม่ไป ไม่สนุกก็ไม่อยากทำ
| |
๒๙ เม.ย. ๔๔
|
|
|
เล็ก |
|
"ว่าที่ทีมชาติ" หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่าอย่างนั้น ที่จริงทีมนี้ก็ติดทีมชาติแล้ว 4 คน ชาย 2 หญิง 2
กำลังไปเก็บตัวเตรียมแข่งซีเกมส์ที่มาเลเซียแต่เธอเกิดช้าไปหน่อย คงต้องรอโอกาศหน้าพวก 2 คนที่ติดทีมชาติไปแล้วก็มาแข่งด้วย
คือ (ป้า)"แนน" กับ "กาญ" แต่ก็ยังสู้ "เล็ก" ไม่ได้
"เล็ก" เป็นนักปั่นคนหนึ่งของทีมเชียงใหม่ไปได้เหรียญทองคิงส์คัพสนามแรกประเภทเยาวชนหญิงถนนที่ กกท.หัวหมาก
เธอเป็นคนที่มีความพยายามที่สุดคนหนึ่งของทีมนี้เลย มาซ้อมอย่างสม่ำเสมอแม้ว่าตารางซ้อมจะหนักเพียงไรเธอก็พยายามอย่างเต็มที่ทุกครั้ง
ครั้งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเธอตอนซ้อมลงดอยสุเทพต้องส่งโรงพยาบาล เธอหายไปสามอาทิตย์ ฉันนึกว่าเธอจะไม่กลับมาปั่นแล้วซะอีกแต่แล้วเธอก็กลับมา แล้วก็เก่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย น่าชื่นชมจริงๆ
|  ภาพจาก นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๔
๘ มี.ค. ๔๔
|
|
|
เหนื่อย |
|
เพื่อนนักปั่นถามฉันด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก
"ทำยังไงไม่ให้เหนื่อย"
"ไปถามโค้ชสิ"
ฉันบอกเขาอย่างนั้น
อยากจะบอกนักว่า ถ้าไม่อยากเหนื่อยก็ไม่ต้องปั่นสิ เขาก็เหนื่อยกันทุกคนนั่นแหละ
แชมป์โลกยังเหนื่อยเลย ฉันว่า เขาควรจะถามว่าทำอย่างไรให้สามารถทนต่อความเหนื่อยได้นานกว่าคนอื่นๆมากกว่า
๑๒ ม.ค. ๔๔
|
|
|
ใครพยายามมากกว่า |
|
ฉันคุยกับเพื่อนนักปั่นคนหนึ่ง หลังจากที่ซ้อมมา ๗ เดือน ว่าคิดจะปั่นอีกนานสักแค่ไหน
"ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้เป็นตัวแทนเขตหรือเปล่า ถ้าได้เป็นก็จะปั่นต่อไป แต่ไม่รู้ว่าจะสู้เขาได้มั้ย"
"ไม่เห็นแปลกเลย ใครพยายามมากกว่าก็ชนะไป เพราะฉนั้นเราก็ต้องพยายามให้มากกว่าเขาสิ"
ฉันบอกอย่างนั้น ดูเธอตั้งใจซ้อมมากเลยละ
๑๒ ม.ค. ๔๔
|
|
|
เอ็ส |
|
หลังจากที่เข้าทีมมาได้ ๒ เดือน ฉันสามารถพัฒนาตัวเองจนขึ้นมาสู่อันดับท็อปๆของกลุ่ม
โค้ชจะแบ่งกลุ่มออกเป็นทีมๆละ ๔ คน และฉันได้เป็น เอ็ส(หัวหน้า) ในทีมของฉันด้วย
วันนี้เป็นวันเสาร์ ตามโปรแกรมจะปั่นทางไกล ๑๒๐ กิโลเมตรไปเชียงดาว ฉันขึ้นเขาได้เป็นคนแรกของกลุ่ม
แรกๆก็เกรงๆพวกตัวจริงอยู่เหมือนกัน แต่พอลองสู้ดูแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เก่งไปกว่าฉันนัก
๑๖ ธ.ค. ๔๓
|
|
|
คำชม |
|
การจับเวลาไทม์ไทรอัล เป็นการประลองความเร็วแข่งกับเวลา ซึ่งเป็นอีกประเภทที่ฉันคิดว่าทำได้ดี ต้องใช้สมาธิ แข่งกับตัวเอง รักษาจังหวะรักษารอบขาไปเรื่อยๆ
(แบบนี้สิ แฟร์ดี) โค้ชเคยชมฉันว่า "จิ๊ป เวลาดีขึ้นนะ แต่อย่าโหมมาก ค่อยๆพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ตอนนี้โค้ชยังไม่ส่งไปแข่ง เดี๋ยวแพ้เขาจะหมดกำลังใจไปเปล่าๆ"
แสดงว่าโค้ชเองก็เชื่อว่าฉันสามารถที่จะเร็วกว่าคนอื่นๆได้ วันนั้นทั้งทีมโค้ชชมฉันคนเดียว ที่ดีใจก็คือตั้งแต่ขึ้นมาเรียนภูมิสถาปัตย์ที่เชียงใหม่ ไม่ค่อยมีคนชมมานานแล้ว ก็ฉัน design
ไม่เก่ง ผิดด้วยรึ
เมื่อไรจะถึงวันที่จับเวลาเดี่ยวไทม์ไทรอีกสักที ฉันจะต้องเร็วขึ้นกว่าเดิม แบบว่าอยากให้โค้ชชมอีก
๑๕ ธ.ค. ๔๓
|
|
|
ที่ ๓ |
|
แข่งขึ้นดอยสุเทพ เป็นการปั่นการกุศลต่อต้านยาเสพติด ถึงจะเป็นการปั่นการกุศลก็เถอะแต่พอได้นั่งอยู่บนอานแล้วก็ไม่มีใครยอมใครหรอก
ระยะทางขึ้นดอยทั้งหมดประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ฉันขึ้นนำตั้งแต่กิโลที่ ๖ มีทีมจังหวัดตากตามมาอยู่ ๒ คน พยามยามสลัดยังไงก็ไม่หลุด
เลยทุกพวกนั้นใช้เป็น ตัวฉุด แล้วทุกอย่างก็เป็นเหมือนกับได้ถูกกำหนดไว้ เหลืออีกเพียง ๑๐๐ เมตรเท่านั้นฉันจะได้เป็นเจ้าภูเขา
พวกจังหวัดตากก็กระฉากขึ้นมาจากข้างหลัง แล้วก็แซงไป
การปั่นจักรยานเป็นสิ่งที่สนุกสนาน เด็กๆหลายคนต่างก็อยากมีจักรยาน แต่พอเป็นกีฬาแล้วฉันกลับรู้สึกว่าเหมือนมีแต่การเห็นแก่ตัว
คนที่อยู่ข้างหน้าจะเสียเปรียบคนที่อยู่ข้างหลัง ต้องต้านลมให้ในทางราบ ต้องเป็นตัวฉุดขณะขึ้นเขา ไม่ค่อยแฟร์ยังไงก็ไม่รู้
คิดอีกทีพวกเขาก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวนักหรอก ฉันว่าฉันคงโง่เองแหละ
๓ ธ.ค. ๔๓
|
|
|
ทีม |
วันหนึ่งขณะที่พวกทีมเชียงใหม่กำลังซ้อมกันอยู่ ฉันเดินเข้าไปหาโค้ชทีมเชียงใหม่ด้วยสายตาที่มุ่งมั้น
"โค้ชครับ ขอผมซ้อมด้วยคนนะครับ ผมอยากเร็วกว่านี้"
"ก็เอาสิ พรุ่งนี้มาซ้อมด้วยละ"
ฉันแทบจะบินเลย
จักรยานเป็นกีฬาอีกชนิดที่เล่นกันเป็นทีม ด้วยเหตุนี้ฉันจึงเข้าไปอยู่ในทีมเชียงใหม่ ตอนปั่นอยู่ในกลุ่มนั้นจะเร็วกว่าปั่นคนเดียวมาก
เพราะว่าคนที่อยู่ข้างหน้าจะช่วยสร้างอุโมงค์ลมให้คนที่อยู่ข้างหลัง แล้วก็ผลัดกันต้านลม ทำให้ความเร็วเฉลี่ยของกลุ่มเร็วกว่าปั่นคนเดียว
ฉันเข้ามาอยู่ในทีมเชียงใหม่ได้อาทิตย์กว่าแล้ว ฉันเร็วขึ้นกว่าเดิมทุกวันๆ แล้วตอนนี้ฉันก็ขึ้นเขาได้เร็วกว่าเก่าอีก ทั้งๆที่ใช้เกียรย์หนัก
๒ พ.ย. ๔๓
|
|
|
ยิ่งใหญ่ |
 Jan Ullrich นักปั่นเยอรมันได้แชมป์ถนน Olimpic Sydney ๒๐๐๐ |
เมื่อก่อน ฉันอยากเป็นนักวิ่งมาราธอนผู้ยิ่งใหญ่ ฉันชอบนะเวลานั่งดู Olimpic จุดมุ่งหมายสูงสุดของนักกีฬาสมัครเล่น นักวิ่งมาราธอนดูยิ่งใหญ่มากเพราะเป็นเหรียญสุดท้ายในการชิงชัยกัน
ตลอดระยะทาง ๔๒.๑๙๕ km นักวิ่งมาราธอนจะวิ่งเข้ามาใน main stadium ท่ามกลางพิธีปิดงาน Olimpic แล้วก็มอบเหรียญกันตรงนั้นเลย
นักวิ่งมาราธอนชั้นนำส่วนมากค่อนข้างตัวเล็ก อาจจะเป็นเพราะฉันเป็นคนตัวเล็กแล้วก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วยมั้ง เลยอยากชนะคนที่ตัวโตกว่า ฉันวิ่งมาได้ ๓ ปี
ต่อมาฉันพบว่าจักรยานนั้นสามารถใช้ศักยภาพของมนุษย์ได้มากกว่า การแข่งขันตูร์ต้องแข่งกันกว่า ๓ สัปดาห์ โอลิมปิกต้องปั่นกัน ๒๐๐ กว่ากิโล
นั่งอยู่บนอานมากกว่า ๕ ชั่วโมง Olimpic Sydney ๒๐๐๐ ปีนี้ Jan Ullrich นักปั่นเยอรมันได้แชมป์ถนน ส่วน Viacheslav Ekimov นักปั่นรัสเซียได้แชมป์ไทม์ไทรอัล
ตอนนี้ฉันอยากเล่น triathon เพราะวิ่งระยะไกลก็ผ่านมาแล้ว จักรยานก็ปั่นได้ดี ว่ายน้ำอีกสักหน่อยก็น่าจะได้
"faster heigher stronger"
๓๐ ก.ย. ๔๓
|
|
|
จิ๊ปทำได้
เช้าวันนี้ฉันปั่นจักรยานขึ้นดอยปุย ตั้งใจจะขึ้นไปให้ถึงยอดเขาเลยละ แต่พอปั่นขึ้นมาได้เพียง ๖ km เท่านั้น ยางก็เกิดรั่ว ดีนะที่เตรียมยางอะไหล่มาด้วยเลยมีเปลี่ยน
แต่ว่าที่งัดยางซึ่งหักจากเมื่อวันก่อนยังไม่ได้ซื้อใหม่ การเปลี่ยนยางจึงใช้เวลาค่อนข้างนาน ทำให้หมดแรงบันดาลใจที่จะพิชิตยอดดอย
แต่พอขึ้นคร่อมอานทีไรแล้วมองขึ้นไปยังยอดเขา เหมือนมีพลังอะไรบางอย่างมากระตุ้น ฉันจึงปั่นสูงขึ้นต่อไป สูงขึ้นไป บันไดหนักมาก จนบางครั้งก็ท้อ
แต่ฉันจะไม่พยายามคิดว่า"พอเถอะ ไม่เอาแล้วไม่ไหวแล้ว"ทั้งๆที่ยังไม่ได้ก้าวเลย ฉันมักจะบอกตัวเองเสมอว่า"ฉันทำได้ ฉันทำได้"
แล้วฉันก็ทำได้ ที่จริงแล้วเราสามารถทำอะไรได้มากมายเกินกว่าที่เราคิดเยอะเลย
๒๓ ก.ย. ๔๓
|
|
|
จักรยาน
ไม่บ่อยนักหรอก ที่จะนอนตื่นขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาเพราะความฝัน เรื่องมีอยู่ว่า ฉันประสบอุบัติเหตุร้ายแรงระหว่างการแข่งขันจนไม่สามารถปั่นจักรยานได้อีกเลย
และทันทีที่ฉันพบว่าตัวเองกำลังตื่นอยู่พร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่อาบแก้ม ดีเพียงแค่ตื่นลืมตามาก็พบว่ามันไม่ใช้ความจริง
ฉันมีจักรยานคันแรกในชีวิตเมื่อตอนขึ้นปี ๒ เหตุเพราะแม่ไม่อยากให้ฉันขับรถยนตร์ จักรยานคันแรกของฉันลุงรหัสตั้งชื่อให้มันว่า"ไอ้กระทิง"
เนื่องจากรูปลักษณ์ของมันมีลักษณะที่ดุดันคล้ายกระทิงทำให้ฉันนึกถึงงานชิ้นหนึ่งของ "ปิกัสโซ่" บางครั้งฉันจึงมักเรียกมันว่า"the bull"
"ไอ้กระทิง"เป็นจักรยานที่ประกอบขึ้นมาจากความคิดกึ๋มๆของฉัน ลักษณะของมันคล้ายกับ BMX วงล้อขนาด ๒๑ นิ้ว เปลี่ยนเกียร์ก็ได้
หมอบก็ได้ มันสามารถมีเร็วในทางราบคล้ายกับ"เสือหมอบ" สามารถวิ่งบนทางทุรกันดาลได้ดีคล้ายกับ"เสือภูเขา"
นับเป็นครั้งแรกที่ฉันพบความรู้สึกอันยิ่งใหญ่บนหลังอานเมื่อตอนที่ปั่นแข่งกับเพื่อนครั้งแรกไปตามเนินจาก ม. ถึงน้ำตกแม่สา
ฉันควบ"ไอ้กระทิง"ปั่นมันได้เร็วกว่าเสือภูเขานำเข้าของเพื่อนๆ พิชิตน้ำตกแม่สาได้เร็วกว่าใครๆ
ฉันหลงจักรยานมากจนกระทั้งขึ้นชั้นปี ๓ ฉันก็เลือกที่จะปั่นต่อไป พ่อกับแม่ซื้อรถถนนให้ คันนี้ฉันเรียกมันว่า"Hermes"เป็นชื่อเทพประจำดาวพุธเทพความเร็วสื่อสารของชาวกรีก
มันเป็นจักรยานน้ำหนักเบา frame อลูมิเนียมราคาไม่แพงมากนักแต่ก็สามารถอัพเกรดจนใช้แข่งได้เลยทีเดียว ฉันสามารถขึ้นเนินได้เร็วกว่าเดิมมาก
ลงไปเช็ดรถดีกว่า...
๑๕ ก.ย. ๔๓
|
|
|
ไต่เขา
สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคือ"การปั่นจักรยานขึ้นเขา" ค่อยๆไต่ขึ้นไป สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะอยากขึ้นไปให้สูงกว่าใคร ให้เร็วกว่าใคร จะได้มองลงมาข้างล่างก่อนใครๆ
มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากเลยทีเดียว
ไม่ได้ไต่เขามานานหลังจากที่ล้มไปเมื่อวันก่อน ทุกอย่างพร้อม ใช้เวลาเดินทางจาก ม. มาถึงตีนดอยสุเทพประมาณ ๑ ชั่วโมง มาถึง ๕ โมงเย็นครึ่ง
วันนี้จะต้องขึ้นให้ได้ คิดไว้ว่าจะต้องขึ้นได้ถึงดอยสุเทพไม่เกิน ๖ โมงครึ่ง ตอนกลับจะได้ไม่มืดนัก
แล้วฉันก็ทำได้ ระยะทางขาขึ้น ๑๐.๙ km ความเร็วเฉลี่ย ๑๔.๑ km/h ยังช้าไปฉันจะต้องขึ้นที่ความเร็วเฉลี่ย ๒๐-๓๐ km/h ให้ได้ แล้วยังไม่สุดทางแค่นี้หรอก
เพราะถ้าจะพิชิตเขาลูกนี้จริงๆจะต้องขึ้นต่อไปอีกถึงดอยปุยอีกประมาณ ๑๐ กว่ากิโล ไม่นานนี้หรอก
๒๖ ส.ค. ๔๓
|
|
|
กลิ้ง
เป็นเช้าที่ตื่นขึ้นมาด้วยอาการเร่งรีบ เพราะวันนี้จะต้องขึ้นดอยสุเทพให้ได้ด้วยเกียร์ชุดใหม่สำหรับทางราบที่เพิ่งจะเปลี่ยนเมื่อวาน
ฉันจะขึ้นเขาด้วยชุดเกียร์สำหรับทางราบ
ในช่วงทางราบก่อนขึ้นเขากำลังทำความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น ๔๐ km/h มือเกียร์ด้านซ้ายมือแข็งเปลี่ยนไม่ขึ้น จึงเอื่อมมือขวาไปช่วยออกแรงกด
แล้วสิ่งที่ฉันไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กลายเป็นว่าไปกดเอาเบรคหน้า
บนถนนในเมืองเชียงใหม่ ฉันล้มกลิ้งลงไปกับพื้น ม้วนหน้าหัวโหม่งโลก กริ๊บที่รองเท้าเกี่ยวเอาจักรยานลอยข้ามตัว ๒ ตลบ นานเท่าไรก็ไม่รู้
ฉันลงไปนอนบนพื้นถนน คนเข้ามาช่วยพยุง ลุกขึ้นได้คว้าจักรยานปั่นต่อไป ปั่นต่อไป ไปไหน ฉันอยู่ที่ไหน มาทำอะไรตรงนี้ สักพัก กลิ่นคาวเลือด
เลือดไหลบริเวณใบหน้า
ฉันหยุดลงที่หน้าตู้โทรศัพย์ข้างป้ายรถประจำทาง สิ่งที่นึกออกมีเพียงเบอร์โทรของคนที่ฉันชอบ ไม่มีคนรับสาย ฉันนั่งลงเริ่มคิดทบทวนอย่างช้าๆ
ข้างตู้ วันนี้... ใช่แล้วละวันนี้เราจะพิชิตดอยสุเทพนี่หน่า
ขึ้นเขาไปยังไม่ถึงกิโลเริ่มคุมรถไม่อยู่ ข้อมือซ้ายเคล็ด ตีนผีคดทดเกียร์ไม่ลง จึงต้องประคองตัวกลับ ม.
พักอีกหลายวัน
๓๐ ก.ค. ๔๓
|
|
|
แย่ |
|
พักนี้แย่จัง ตั้งแต่เข้ามาเรียน tec รู้สึกว่าสถิติและระยะทางที่เคยทำได้สมัย ม.ปลาย กลับกลายเป็นสิ่งที่ยากในปัจจุบัน
คงจะเป็นเพราะการที่ต้องทำแต่ project เลยไม่ค่อยที่จะมีเวลาพักผ่อนมั๊ง แล้วก็ไม่มีคู่ซ้อมด้วย
แต่ถ้ายอมอะไรง่ายๆก็ไม่ใช่ฉันสิ ยิ่งการแข่งขัน"ไตรกีฬาลากูน่า"ที่ภูเกตก็ใกล้เข้ามาทุกทีๆแล้วยังเตาะเตะๆอยู่เลย
แต่เอาเถอะ "สู้ต่อไป"
|

๑๗ เม.ย.๔๓
|
|
|
|
 กลับ ตรงจุดเดิม |