บ้านอิฐสีชมพู


ที่มาของฉัน

เล่นกีฬา
ยามว่าง
เอาการเอางาน
ใต้ดวงดาว ยังมีสถานที่อยู่แห่งหนึ่ง ณ ที่แห่งนั้น ยังจะพอมีความรื่นรมย์อยู่บ้าง

๐ เพ้อเล็กๆ ๐

คิดถึงจึงขอมา
ปรารถนา
เพียงอยากจะเห็น
ภาพเธอเมื่อยามเย็น
กลับมา
พร้อมกับสายฝน

๕ มิ.ย. ๔๓


Title:Falling Rain Artist:Chamruang Vichienket
Technique:pastels on paper
ทุกนาที...
ที่ผ่านพ้นไปไม่เคยมีใครเข้าใจทุกอย่าง
ทุกนาที...
ที่ฉันมักยืนอยู่กลางคำถามของใจ

นั่งมองท้องฟ้าแล้วหาคำตอบ
ดวงดาวช่วยบอก
เหตุใดฉันช่างเหงาเหลือเกิน

๖ มิ.ย. ๔๓

แด่เธอ...
ผู้เป็นทุกอย่าง
ฉันเอง...

แล้วเพียงไม่นาน ความรักเราก็จบ

แด่เธอ...
ผู้หญิงใจร้าย

๗ มิ.ย. ๔๓

ชอบเพราะเขาชอบ
กับ
ชอบเพราะอยากให้เขาชอบ

๗ มิ.ย. ๔๓

บ่อยครั้งที่ใจหันไปหา
ยืนมองท้องฟ้า รุ้งงาม
ทอดยาวสู่ฟ้าให้เราเดินต่อ
ไปดวงจันทร์ด้วยกันนะ

๗ มิ.ย. ๔๓

ไม่อาจสูดกลิ่นหอม ดอกไม้
ไม่อาจได้ยินเสียง ดนตรี
ไม่อาจฟังสำเนียง กวี
เหนื่อย เบื่อ ดื่ม.

๘ มิ.ย. ๔๓

อยากเปรียบเธอ
เหมือนดั่งจันทร์
แม้มันจะเชย
แต่ เธอเอ๋ย
เธอเป็นอย่างนั้น
ข่มแสงดาวหมดไป
สว่างไสว ชั่วคืน อันสั้น
ปล่อยให้ฉัน เฝ้าคอย
น้อยใจ

๙ มิ.ย. ๔๓

คืนค่ำ อันร้าวราน
ภาพรัก อยู่ในภวังค์
เมื่อไรจะมีใจให้กัน
ปล่อยให้เค๊าฝันอยู่
เพียงลำพังในค่ำคืน
ทำไม?

๑๐ มิ.ย. ๔๓

มนุยษ์นักฝัน
(กลางวัน)

๑๐ มิ.ย. ๔๓

ขอดาวตก(ตอนกลางวัน)
เพ้อ... ฉันล่องลอย
หอม... กลิ่น... เธอ...
ทุกนาที ใกล้ๆกัน
หอมกลิ่นเธอ หอม
หอม หอม หอม หอม(อยากดมอีก)

๑๓ มิ.ย. ๔๓

คืนนี้ไม่แปลกจากคืนไหนไหน
แสงจันทร์ยังมีให้ ณ คืนฝัน
ร้องตะโกนเชื่อมั่นอีกสักวัน
ทางความพอใจฉันช่างใครว่าอะไร

๑๕ ก.ค. ๔๓

แปลกภายใต้ภวังค์ทุกคืนวัน
เมื่อพบความงามที่ฉันค้นหา
ขอโปรดอย่าจางไปเพียงลืมตา
คงยังปรารถนามิฝันชั่วข้ามคืน

๑๙ ก.ค. ๔๓

ทิ้งร่องลอยความเศร้าเสียใจ
พบกับความสดใสในชีวิต
อยากให้เธอเป็นสุข

๑๙ ก.ค. ๔๓

นั้งนึกนิ่งในกล่องห้องขีดเขียน
จิตฟุ้งกายเวียนวนสีสับสน
หมกมุ่นสรรสร้างกลิ่นไม่สนคน
หัวใจตนตื่นแต่ลืมสิ่งสวยงาม

๒๐ ก.ค. ๔๓

ไขว่ขว้าหาข้างกาย
มองความหมายปลอบประโลม
เหนี่ยวใจมินานนม
ท้ายสัมผัสเพียงลำพัง

๒๓ ก.ค. ๔๓

ส่วนลึกของวิญญาน
ตลอดกาลอยู่นิรันดร์
ห่างไกลไม่ลืมกัน
โอ้...มีเธอวันต่อไป

๒๗ ก.ค. ๔๓

มองแผ่นหลังเปโลต็องยังไม่ไกล
ปั่นกวดไล่สายตาไม่อาจวาง
เหงื่อซึมกายไหลหยดลงข้างทาง
สุดเลือดจางคำรามก้องร้องตะโกน

๒๘ ก.ค. ๔๓

นอนกลิ้งไถลล้มลงไปกับพื้น
เห็นคนยืนเห็นท้องฟ้าน่าใจหาย
วูบสัมผัสแรงบันดาลภายในกาย
เลือดกระจายมิอาจรั้งลุกปั่นไป

๓๐ ก.ค. ๔๓

ถ้ารู้จักที่จะรัก
ก็ย่อมรู้จักที่จะเกลียดได้เช่นกัน
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีงาม
เกิดขึ้นได้ด้วยความรัก

๑๖ ก.ย. ๔๓

เหนื่อย...
ที่จะต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้

๒๓ ก.ย. ๔๓

คนที่เรามองเห็น
ไม่น่ากลัวหรอก
แต่คนที่กำลังแซงขึ้นมานี่สิ
น่าสนใจ

๒๓ ก.ย. ๔๓

บอกได้รึไม่ว่าเราจะเป็นอะไร ฉันไม่รู้ ทางที่เดินไปคือความจริงหรือความฝัน ฉันเข้าใจวันนี้ ต้องการเพียงวันนี้ เพราะ... อนาคตคือปัจจุบัน

๒๙ ก.ย. ๔๓

ค่ำคืน
ดวงดาวเต็มท้องฟ้า
วันเกิดของฉัน
ของขวัญจากดวงดาว

๒ ต.ค. ๔๓


Title:The Starry Night(1889) Artist:Vincent Van Gogh
Technique:oil on canvas
บางวัน...
ใช้ชิวิต โดยไม่ต้องคิดอะไร

อีกวัน...
เมื่อฉันมองเห็นแสงแดด

มันช่างไกล

๘ ต.ค. ๔๓

เราจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ
และใส่ใจไปกับมัน

๑๐ ต.ค. ๔๓

ชีวิตของเราคล้ายกับการเปิดกล่อง ที่ไม่ว่าจะเปิดออกกี่ครั้งๆ ก็มักจะเจอกล่องอีกใบอยู่เสมอ

ที่จริง ในกล่องใบสุดท้ายอาจไม่มีอะไรอยู่เลยก็ได้

คนที่เลิกเปิดก่อน ก็จะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วในกล่องใบสุดท้ายของตัวเองคืออะไร

๑๐ ต.ค. ๔๓

คนที่เอาชนะใจตัวเองไม่ได้
ก็เอาชนะใครไม่ได้ทั้งนั้น

๒๓ พ.ย. ๔๓

เบา ล่องลอย
ฝัน สัมผัส
ความรู้สึก
ภายใน อารมณ์
อากาศ แสง
เสียงเพลง จังหวะ
กลิ่นไม้ สายตา
เคาว์เตอร์ เก้าอี้
ไม่มี เธอ

๑๐ ธ.ค. ๔๓

ความทุกข์ของเราจะลดลง
ถ้าหากเราไม่ได้ทุกข์คนเดียว

๑๘ ธ.ค. ๔๓

เธอ
เหมาะสมที่จะ รัก

ฉัน
ไม่อาจรัก เธอได้

ทำไม...

๒๒ ธ.ค. ๔๓

ภาพเธอยังเวียนวนอยู่ในฝัน
ยิ่งหนีมันกลับยิ่งมาใกล้หลอน
มีแต่รักอยู่ล้นใจนิรันดร
แม้ยามนอนยังไม่อาจพักรักเธอ

พอก้าวห่างกลางคืนตื่นฟ้าดำ
รักเคยทำแต่ฉันเจ็บมิทอดถอน
อยากพักรักอยู่กับตัวสักหนึ่งตอน
ขอพักนอนเพื่อพร้อมตื่นรักแต่เธอ

๓๑ ธ.ค. ๔๓


Title:A Star Artist:Noppadon Chotasiri
Technic:Inkjet Prints
การทำงานย่อมขจัดสิ่งชั่วร้าย ๓ ประการ ให้หมดจากตัวเราเอง นั้นคือ ความเบื่อหน่าย ความชั่ว และความจำเป็น

๒ ม.ค. ๔๔

ความคิดนั้นเป็นมายาภาพ คิดไปในอดีต คิดไปในอนาคต ไม่อยู่ในปัจจุบัน จึงทำให้ชีวิตเราไม่มีอยู่จริง

๓ ม.ค. ๔๔

ความสงสารนั้นมีไว้เพื่อผู้ผิด แต่ผู้บริสุทธิ์ย่อมแสวงหาเฉพาะแต่ความยุติธรรม

๑๑ ม.ค. ๔๔

มีอะไรมากมายที่เราไม่เข้าใจ และความทุกข์มากมายเกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจอันนั้น

๑๔ ม.ค. ๔๔

บางคนที่ต้องรับภาระมากกว่าที่จะอดทนได้อาจจะยอมแพ้และปล่อยหมดทุกอย่าง แต่อีกบางคนจะต่อสู้จนกว่าจะเป็นฝ่ายชนะจนได้ แม้คนประเภทหลังนี้จะมีน้อยก็ตาม เราจะพบคนประเภทหลังทั้งในยามสงครามและยามสันติ คนพวกนี้มีจิตวิญญานทรหด ย่อมจะไม่ยอมให้ความเจ็บปวด ความทรมาน หรือการขู่เอาชีวิตมาทำให้เลิกต่อสู้ได้

๑๒ มี.ค. ๔๔

อนาคตของเรายังไม่ถูกบันทึกไว้ เราเองที่เป็นคนเขียนมัน

๒๘ มี.ค. ๔๔

ควรจะทำอะไรให้เหมือนคนอื่น เพราะจะทำให้เรารู้สึกอะไรหลายๆอย่าง และเป็นศิลปินที่ดีได้

๗ มิ.ย. ๔๔

ฉันมองดาวใต้ฟ้าดำ
ความทรงจำไม่จางหาย
เธอหลงมาจากดาวใด
ที่แสนไกลหรือไร้ดาว

เธออาจเป็นนางฟ้าน้อย
ที่ฉันคอยครวญคร่ำหา
เคยห่างไกลสุดสายตา
อยู่ห่างฟ้ามาพบกัน

๒๐ พ.ย. ๔๔


คืนหนึ่ง ใต้แสงดาว
ฉันอยากฟัง
ความเงียบ
ฉันชอบมอง
ความมืด

๑๗ ธ.ค. ๔๔

ดาว... พร้างพราย
บนฟ้า
เธอไง... ฝัน
หลับตา
ฉัน ไม่มี...
ปีก

๒๙ ม.ค. ๔๕

วันนี้เป็นวันที่แย่ที่สุดในชีวิต
เราอยู่คนละโลกใบเดียวกัน

๒๘ ก.พ. ๔๕

อิงแอบกาย
เอนหลังอ่อน
ซ่อนกายอุ่น
ใต้ผ้าห่มคลุม

ก่อนนั้น เธอยิ้ม
วันนี้ เธอร้องไห้

เธอเกลียดฉันแล้ว

๓ มี.ค. ๔๕


GO
ไป เรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนๆ

กลับหน้าแรก 1