1

พระอาทิตย์ตกดิน


ลองคลิ๊กๆดู

๐ มูลนิธิเด็ก
๐ ภาษิต

ห้องหนังสือ
๐ กลุ่มกล้าฝัน
๐ เจ้าชายน้อย
๐ ฟุดฟิดฟอไฟ
๐ JJbook
๐ Reader
๐ Wizible
๐ Thaiamazon
๐ ดาราศาสตร์ไทย
๐ Cassisi mission

ศิลปะ
๐ หอศิลป์
๐ Artofcolour
๐ Winsor & Newton

สัตว์เลี้ยง
๐ thai-pet
๐ petplanet

ภาพวาด
my gallery

ฉันเคยสอบเข้าคณะวิจิตรศิลป์ครั้งนึงแต่ ไม่ติดด้วยเหตุนี้ฉันจึงรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง ล้มเหลวกับการสอบครั้งนั้นจริงๆต่อมา ฉัน จึงเลือกเรียนด้านอื่นแทน โดยเลือกเรียน เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมฉันชอบวาดภาพ
สัตว์เลี้ยง
หากใครสักคนหลงรักสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ซึ่งเกิดมา มีเพียงตัวเดียวในท่ามกลางสัตว์เลี้ยงหลายๆตัว เขาก็จะรู้สึกเป็นสุขใจแล้ว เขาเฝ้าบอกตัวเองว่า "สัตว์เลี้ยงของฉันอยู่ที่นั้นท่ามกลางสัตว์เหล่านั้น" แต่ถ้าเกิดมีใครมาทำร้ายสัตว์เลี้ยงตัวนี้เข้ามันก็ เหมือนกับว่าไม่มีสัตว์ทุกตัวบนโลกในทันใด


ได้เวลาแล้ว ได้เวลาแล้ว ที่ฉันต้องปีนไต่ไปตามความฝันต่อ หันกลับมาดู หวายๆใกล้จะจบอยู่แล้ว งานยังค้างเติ่งอยู่เลย ปิดเทอมก็ต้องฝึกงานอีก

ส่วนเธอนะเหรอ... หากมีใครสักคนถามฉันว่า
"เฮ!!ๆ นายเคยมีคนที่รักบ้างป่าว"

ฉันก้อจะพูดอย่างเต็มปาก
"โฮ๊ะๆๆ เป็นความลับ"

เธออยู่กับฉันตลอด

๒๘ ม.ค. ๔๕


เธอ คือ ดอกไม้หนึ่งดอก บนดวงดาว เธอไม่ใช่ดอกไม้ของฉัน ไม่ใช่ดอกไม้ของใคร แล้วก็ไม่ใช่ดอกไม้ของดาวดวงนั้นด้วย หากเธอเป็นดอกไม้ของเธอเอง ฉันเพียงดูอยู่ห่างๆ บ้างรดน้ำ บ้างใส่ปุ๋ย พรวนดิน เธอเติบโตขึ้นเป็นแบบของเธอ บางครั้ง ฉัน ดม กลิ่นหอม จากดอกไม้ ไม่เด็ด ฉันพอใจ เฝ้ามอง รัก เพราะเธอเป็นดอกไม้ในแบบเธอ เป็นดอกไม้ที่มีค่าสำหรับฉัน

๒๔ ม.ค. ๔๕


ฉันพลาดไปอีกแล้วล่ะ ไม่อาจที่จะสัมผัสได้ถึงการสนทนากันระหว่าง ผีเสื้อ กับ ดอกไม้ ระหว่าง โลก กับ หมู่ดาว

ฉันกำลังจมลงไปกับความรู้สึกอันเล็กน้อยของมนุษย์ โดยลืมไปว่า รอบกาย ยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้ ยังมีบทเพลงของนกน้อย ยังมีรอยยิ้มจากสายลม

มีเพียงมนุษย์ที่มักสร้างความสันโดษ ความพอใจอยู่ในโลกของตัวเอง คงไม่มีสิ่งใดหรอก ที่อยากเข้าใจโลกของฉัน หากว่าฉันเอง ปิดกั้นมัน

๑๘ ม.ค. ๔๕


เมื่อคืนฉันดื่มให้เมาไปเลยนะ แล้ววันนี้ฉันก็เดินไปเรื่อยๆ จะอะไรก็เหอะ ฉันไม่อยากจะเกี่ยวด้วยเลย

แต่ว่า... เราเดินเรื่อยเปื่อยไปได้ไม่ไกลนักหรอก

๑๖ ม.ค. ๔๕


ฉันอยากจะขึ้นไปบนที่สูงๆ มองลงมายังเบื้องล่าง แล้วก็เริ่มวาด

๑๐ ม.ค. ๔๕



"ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ"

"จะให้ช่วยอะไรรึ"

"ฉันอยากจะได้ดอกไม้สักดอก เธอช่วยวาดให้ฉันหน่อยสิ"

"ฉันไม่ได้วาดรูปมานานแล้วงะ"

"ไม่เห็นสำคัญเลย นะนะ ช่วยวาดให้ฉันหน่อย"

" ฉันอยากได้ดอกไม้"

๙ ม.ค. ๔๕


ไม่ได้กลับบ้านมานาน กลับมาแต่ละครั้งก็มักจะมีอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม่นำรูปเก่าๆตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กมารวมเป็นเล่ม ฉันเปิดดูรูปตัวเองเมื่อสมัยก่อน

"เรา เอ๋อ... ตั้งแต่เด็กเลยรึเนี้ย?"

รูปถ่ายหลายใบที่ฉันไม่มองกล้อง หากแววตาเหม่อลอยอยู่ในความคิดฝันลำพัง สงสัยจะเป็นศิลปินตั้งแต่เกิดเลยมั๊งเรา

๗ ธ.ค. ๔๔


กล่อง ๑ ใบ มีอะไรอยู่ข้างใน
เธออยากรู้
อาจมีความฝัน
อาจเป็นแรงบันดาลใจ
อาจคือความปรารถนา
หรือ อาจจะไม่มีอะไรอยู่เลย
เธอเปิดออกดู ...

เป็นเพียงกล่องไม้ที่สุดแสนจะธรรมดา
แต่ไม่เหมือนกับกล่องใบไหนๆในโลก
กล่องของเธอ

*-*

๓ ธ.ค. ๔๔


มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับดอกไม้หนึ่งดอกบนปราสาทร้างของเจ้าชาย

เธอเป็นดอกไม้ที่แสนจะใจดี เธอมักจะส่งยิ้มให้เสมอทุกครั้งที่พบเจ้าชาย เธอเคยส่งยิ้มให้เสมอ

๒๖ พ.ย. ๔๔


ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฉันไว้ผมจนยาว แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ตัดมัน จนไม่เหลือเลยสักเส้นบนหัว

ฉันตัดมัน

๒๕ พ.ย. ๔๔


การ์ดสีม่วงสักใบ กับถ้อยคำอวยพรวันเกิดจากเธอ

๒ ต.ค. ๔๔


เมื่อวานนี้ฉันไปเดินเล่นที่สวนหน้าบ้าน เป็นสวนที่แม่ปลูกไว้ ต้นไม้ขึ้นรกมากจนน่าจะเรียกว่าป่ามากกว่าสวน ฉันมัวแต่มองที่พื้นดินเพราะกลัวว่าจะไปเหยียบอึหมาเข้า หัวเลยไปชนกับกิ่งมะม่วงตรงที่เป็นรังมดแดงพอดี กองทัพมดนับร้อยแตกรัง ต่างกรีฑาทัพกันมารุมทึ้งหัวฉัน มดแดงไต่เต็มหัวจนรู้สึกทั้งคันทั้งเจ็บยุบยิบไปทั้งกบาล ฉันวิ่งวุ่นไปทั่วบ้าน แม่กับอาแล้วก็น้องชายเข้ามาช่วยกันเก็บมดออก

บัตรประชาชนหมดอายุแล้ว ภาพที่ถ่ายลงบัตรใหม่ เป็นภาพที่ฉันหน้าบวมๆมีแผลที่มดแดงกัดเป็นจุดดำๆเต็มหน้า นิ!! ฉันจะต้องใช้บัตรหน้าบวมๆนี้ตลอดห้าปีเลยเหรอ

๙ เม.ย. ๔๔


ตัวตน

เธอบอกว่าการเป็นตัวของตัวเองก็คือการรู้จักตัวเองนั่นแหละ เราคุยกันถึงความแตกต่างระหว่างคนที่รู้จักตัวเองกับคนที่เป็นตัวของตัวเอง ฉันมีความเห็นว่าคนทั้งสองประเภทนี้ไม่เหมือนกัน คนที่เป็นตัวของตัวเอง คือคนที่มีความมั่นใจในตัวเองทำสิ่งต่างๆโดยนึกถีงตัวเองเป็นหลัก แล้วก็กล้าที่จะแสดงมันออกมา เป็นนิสัยของแต่ละบุคคล เขาอาจจะไม่รู้จักตัวเองก็ได้ ส่วนคนที่รู้จักตัวเองจะรู้ว่ามนุษย์อย่างเราต้องการอะไร กำลังทำอะไรอยู่ ทำทุกสิ่งโดยใช่เหตุผล เป็นการมองภาพอย่างรวมๆพิจารนาจากมุมกว้างก็คือมนุษย์ทั้งมวลเข้าสู่ตนเอง แต่คนที่เป็นตัวของตัวเองจะใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางพิจารนาออกไปหามนุษย์มากกว่า

"ถ้ารู้จักตัวเองแล้ว เราก็รู้จักคนอื่นด้วย"เธอเริ่มมีความเห็นคล้อยตามฉัน

๒๕ มี.ค. ๔๔


ปีเตอร์

โดยปกติแล้วฉันไม่ชอบที่จะทำร้ายสิ่งมีชีวิตเพื่อนร่วมโลกสักเท่าไร แต่มีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่ฉันเกลียดมาก นั่นก็คือเจ้า"ปีเตอร์" ถ้ามันอยู่นอกห้องฉันคงไม่ทำร้ายมันหรอก แต่หากว่าพบมันในห้องเมื่อไรเป็นต้องเกิดสงครามกันเสมอ เพราะมันนำเชื้อโรคมาให้ คงไม่เป็นสุขสักเท่าไรนักหากต้องป่วยเป็นไข้ ดังนั้นฉันจึงต้องกำจัดมันก่อน

เวลากลางวันเราจะไม่ค่อยพบเห็นเจ้าปีเตอร์ มันมักจะโผล่ออกมาเสมอเมื่อฉันปิดไฟเพื่อเข้านอน ฉันรู้ถึงการมาของมันจากเสียงกรอบแกรบที่ถุงพลาสติกสำหรับใส่ขยะ แล้วฉันก็จะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอน ย่องไปเปิดไฟ คว้ารองเท้าแตะเป็นอาวุธ เล็งเป้าหมายในตำแน่งที่สามารถสังหารมันให้ตายได้เพียงเปรี้ยงเดียวเพื่อความทรมานน้อยที่สุด มันคงยังไม่รู้ถึงหายนะที่กำลังมาเยือน ยังคงกินขยะอย่างมีความสุขอยู่ต่อไป แต่ฉันไม่อาจจะรอตำแหน่งที่เหมาะสมได้อีกแล้ว(ง่วงนอน) ฉันกระชากถุงขยะออก แล้วก็ตบลงไปเต็มแรง เปรี้ยง!! พลาดมันหนีไปได้อย่างหวุดหวิดที่สุด เป็นเคราะห์ดีของแก

ตอนนี้ฉันพยายามกำจัดมันก่อนที่มันจะเข้ามาภายในห้อง เพื่อสันติภาพของโลกที่ปราศจากสงคราม เพื่อจะได้ไม่ต้องพบภาพสยดสยองตัวแบนแต็ดใส้ทะลักใต้พื้นรองเท้าแตะ เพื่อจะได้หลับอย่างเป็นสุข เพราะฉันได้อาวุธใหม่! นั่นก็คือ"ชอล์กฆ่าแมลง" ฉันขีดชอล์กลงตรงวงกบที่ใต้ประตูห้อง เพื่อความแน่นอน ฉันขีดทับถึงห้าชั้น ที่นี้หล่ะเด็ดขาดที่สุด ลาก่อนปีเตอร์เอ๊ย เราคงไม่ได้พบเจอกันอีกแล้ว ฮาา...

๒๒ มี.ค. ๔๔


ตามหา

หากว่าสิ่งที่มีอยู่ในขณะนี้ทำให้เกิดความทุกข์สิ่งนั้นคงยังไม่ใช่ความรักหากแต่เป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายๆกับความรักมากกว่า แล้วความรักคืออะไร ฉันก็ยังคงไม่สามารถตอบตัวเองได้ แต่มันต้องเป็นแบบว่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมีแต่ยิ้มแฉ่ง ฉันคิดว่างั้น ด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องออกเดินทางแสวงหารักแท้ต่อไป

ช่วงนี้ยังไม่ปิดเทอมต้องทำงานวิจัย ฉันจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้คนมากมายต้องเดินสำรวจออกแบบสอบถามเรื่องการใช้เส้นทางภายในมหาวิทยาลัย เหมือนดั่งวันอันกลายเป็นที่ให้ต้องจดจำกันต่อไป กับดอกไม้ดอกใหม่ที่ผลิบานพร้อมกับแสงแรกแห่งรุ่งอรุญ เธออาจจะเป็น"ฟาตีมา"ที่ฉันกำลังตามหาอยู่ แน่นอนว่าแบบสอบถามใบสุดท้าย จะต้องสะเด็ดอยู่แล้ว

๑๔ มี.ค. ๔๔


นายจิ๊ป

สงสัยพักนี้ฉันคงจะอยู่คนเดียวมากไปแล้วมั๊ง เลยมักจะทำอะไรเพี้ยนๆอยู่เสมอ สร้างโลกสร้างประชากรขึ้นมาเองในห้อง เคยมีผู้หญิงคนนึงบอกว่าฉันฝันมากไปควรอยู่ในโลกของความจริงเสียบ้าง นี้ฉันกำลังจะฝันมากไปอีกครั้งแล้วรึงัย ใครๆมักมองว่าฉันชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวแต่ที่จริงแล้วฉันอยากจะรู้จักกับ"นายจิ๊ป"เพื่อนใหม่ของฉันให้มากกว่าเดิมมากกว่า

๒๕ ก.พ. ๔๔


ความมืดดำ

ฉัน... อาศัยอยู่ในความมืดดำอันอ่อนโยน ที่ซึ่งไม่มีผู้คนพากันป้ายสีอันหมองหม่นใส่ฉัน ดวงหน้าและร่างกายของฉันหม่นหมอง แต่ดวงใจของฉันนั้นเล่า ฉันปรารถนาที่จะรักษาดวงใจที่แสนจะบอบบางและดีงามดวงนี้ ความละเอียดอ่อนแห่งเมล็ดแสงยามรัตติกาลได้โอบกอดจิตวิญญาณของฉันไว้

ถึงเธอ... ผู้เป็นผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติ เธอผู้มากับพร้อมแสงแรกแห่งรุ่งอรุญและผู้เป็นเจ้าของดวงใจอีกครึ่งดวงของฉันที่ขาดหายไป ไม่อาจมีความดำมืดอันใดจะบดบังความงดงามของเธอจากสายตาฉันได้

๒๘ ม.ค. ๔๔


อิสรภาพ

ในที่สุด "ขุน" (ปลากัดที่ฉันเลี้ยงไว้) ก็อยู่ในที่ๆมันควรจะอยู่ เป็นบึงน้ำธรรมชาติที่อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้และสิ่งมีชีวิตนานา ฉันว่านายคงจะเหงาน่าดูเลย ต้องว่ายวนเวียนอยู่ในโลกโหลแก้วใบเล็กๆ มีเพื่อนลวงตาเพียงกระจกเงา ถึงฉันจะชอบอยู่คนเดียวสักเพียงใด ฉันก็ยังคงต้องการมิตรภาพของเพื่อน ปรารถนาความอ่อนโยนจากอิสตรี และที่สำคัญฉันก็ต้องการ อิสรภาพ เสรีภาพ

ถ้าฉันเป็นนาย ถ้านายเป็นฉัน ถ้าฉันเป็นนาย

ไม่อยากจะขังนายไว้อีกต่อไป โชคดี

๑๓ ม.ค. ๔๔


ความสุข

เธอถามฉันว่า ทำไมหนังสือที่ฉันอ่าน ถึงมักจะมีแต่เรื่องของความตาย

ฉันอยากจะบอกกับเธอ หากว่า เราเข้าใจความตายแล้ว เราก็สามารถที่จะเรียนรู้ถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข


"พระอาทิตย์" โดย ด.ญ นาริสา สมิตะมาน อายุ 5 ปี
เด็กในความอุปการะของมูลนิธิเด็ก

๗ ม.ค. ๔๔


ปีใหม่

ปีใหม่ปีนี้ฉันจะไม่กระดุกกระดิกตัวทำอะไรเลย จะนอนแล้วก็นอน อ่านการ์ตูนดูทีวีอยู่ในห้อง ช่างเป็นวันหยุดของคนขี้เกียจจริงๆ

๑ ม.ค. ๔๔


น้องสาว

เมื่อคืนฉันฝันว่าแม่ฉันคลอดลูกอีกคนเป็นเด็กผู้หญิง ฉันดีใจมากเพราะฉันอยากจะมีน้องสาว แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียงแค่ความฝัน

เมื่อกี้ฉันนอนอ่านหนังสือเรื่อง Gribouille ของ George Sand อยู่แล้วผล่อยหลับไป ในความฝันกลางวันฉันฝันว่ากำลังนอนอยู่ในห้องที่บ้าน คิดถึงน้องสาวขึ้นมาเลยจะลุกไปเล่นกับเธอ แล้วฉันก็ลืมตาขึ้น กลับพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในหอ หอพักฉันอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งแท้จริงแล้วบ้านฉันอยู่กรุงเทพฯ แล้วฉันก็ไม่มีน้องสาวด้วย

แต่ว่า... อยากมีน้องสาวจัง

๑๗ ธ.ค. ๔๓


ความรัก

ทุกๆครั้งพอฉันเริ่มที่จะรักใคร เธอก็เริ่มเดินจากฉันไป

ที่จริง เธอไม่เคยจากฉันไปไหนหรอก เธออยู่กับฉันตลอด ฉันเชื่อว่าหากฉันพบ ความรัก เธอก็จะคงอยู่กับฉันเสมอ แต่หากว่าสิ่งที่ฉันพบเป็นเพียงแค่ ความชอบ เมื่อฉันกลับมา ฉันก็จะไม่พบกับอะไรเลย

๑๔ ธ.ค. ๔๓


แบบ

บางคนเคยว่าฉันมีความคิดแบบเด็กๆไม่ค่อยจะคิดอะไรมาก แล้วฉันก็พยายามเปลี่ยนตัวเองให้มีความคิดแบบผู้ใหญ่ๆบ้าง แต่แล้วก็ต้องกลับมาเป็นแบบเก่า ถ้าจะให้เป็นผู้ใหญ่ที่สกปรก ฉันไม่เอาด้วยหรอก

ถ้ามันเหนื่อยมากไปมันหนักมากนักจะไขว่ขว้ากันไปทำไม เติบโตขึ้นมาในแบบนี้แหละ แบบที่มองเห็นและทำในสิ่งสวยงาม แบบที่อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แบบที่คิดถึงคนอื่นบ้าง เป็นแบบของเราเอง

๑๐ ต.ค. ๔๓


วันเกิด ๒

ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาตั้งแต่ ๗ โมงเช้า(ที่จริงก็ไม่เช้าเท่าไหรนักหรอก เมื่อก่อนตอนไปโรงเรียนฉันตื่นตี ๔ ครึ่ง เพราะต้องไปซ้อมวิ่งด้วย) มีวิทยุติดตามตัวเข้ามา เพื่อนฉันคนหนึ่งแนะให้ไปตักบาตร แล้วก็ "ยิ้ม" แต่ว่าได้นอนแค่ ๓ ชั่วโมงเอง เมื่อคืนนอนตี ๔ เพราะทำ project

ไม่ได้ใส่บาตรมานานมากหลายปีแล้วจนจำไม่ได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ฉันซื้อกับข้าวที่ตลาด
"คือผมมีตังอยู่ ๒๒ บาท ฮะ ผมชอบเลข ๒ วันนี้เป็นวันเกิดผม ผมอยากจะตักบาตร" แม่ค้าแกจัดอาหารให้ ๒ ชุด แต่ละชุดมี แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด น้ำเปล่า แล้วก็ดอกสาวน้อยเริงระบำ(โกลเดน) ฉันคำนวนดูแล้วที่แม่ค้าจัดให้มันมากกว่า ๓๐ บาทอีก
"มันมากกว่า ๒๒ บาท แล้วนะฮะ"ฉันรีบท้วง
"ไม่เป็นไรหรอก แม่ให้"แม่ค้าแกว่าอย่างนั้น แต่ฉันอึดอัดใจมาก มาทำบุญแล้วจะทำบาปให้คนอื่นหรือเปล่า
"งั้นเดี๋ยวผมมาซื้อกับข้าวร้านป้านะครับ"

ที่กุฏิ หลวงพ่อท่านว่า ขอให้บุญนี้แก่สรรพสัตว์ แก่เพื่อนมนุษย์ทั้งมวล แก่เทวดาทั้งหลาย ฉันกรวดน้ำ ท่านผูกข้อมือให้ แล้วฉันก็เอาน้ำที่กรวดไปรดต้นหมากแดงทั้ง ๒ ต้นที่หน้ากุฏิ

ฉันกลับไปเอาเงินที่ห้อง ไปอุดหนุนกับข้าวที่ร้านแกก่อนจะได้สบายใจ แล้วก็กลับเข้าห้อง มีวิทยุติดตามตัวเข้ามาอีก
"สุขสันต์วันเกิดนะลูก ตั้งใจเรียนมากๆ" แม่ฉันเพจมาอวยพร

วันนี้ตั้งใจว่าทำงานให้เสร็จ จะได้เอาไปส่ง แล้วก็ทำความสะอาดห้อง เปลี่ยนน้ำในโหลให้ "ขุน" เอา frame ที่เพิ่งทำสีใหม่ไปประกอบกับอะไหล่ชุดใหม่ จะปั่นให้มันถึงขอบโลกเลย

ยังไงปีนี้ฉันก็คงไม่เหงาแล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังมีคนนึกถึงฉันอยู่

๒ ต.ค. ๔๓


วันเกิด ๑

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดฉัน จะทำหน้ายังงัยดีหนอ

ย้อนกลับไปเมื่อตอนปี ๑ ตอนนั้นอยู่หอใน เพื่อนๆแล้วก็รุ่นพี่เขียนคำอวยพรให้ฉันเต็มกระดาษ ประทับใจมาก ฉันยังเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้อยู่เลย

พอขึ้นปี ๒ ย้ายไปอยู่หอนอกแล้ว ปีนั้นฉันอยากจะให้อะไรกับตัวเองบ้าง จำได้ว่าฉันปั่นจักรยานกับเพื่อน ๓ คน ไปทางหลัง ม. ไปนั่งดูพระอาทิตย์อัสดงกัน พวกเขาไม่รู้หรอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดฉัน ฉันไม่ชอบบอกใครเพราะสำหรับฉันวันเกิดก็เหมือนกับวันไหนๆ(ที่จริงน้อยใจมากเลยที่ไม่มีใครจำได้ กำลังปลงอยู่) วันเกิดปีนั้นมันกำลังจะผ่านไป ฉันเดินเข้าไปในความมืด ไปตามถนนหน้า ม. อย่างไม่มีปลายทาง กะว่าจะเดินไปเรื่อยๆให้มันข้ามวันเกิดของปีนั้นไป
"จิ๊ปปป..." คร๊ายย...เรียก ฉันหันกลับมาดู มีแต่เพื่อนๆแล้วก็เพื่อนๆ เพื่อนๆเยอะแยะไปหมด
"หายไปไหนมา รู้มั้ยเค๊าตามหากันให้วุ้น ว่าจะไปทำให้ประหลาดใจสักหน่อย" อ้าว...เป็นงั้นไป ฉันงี้ แทบจะร้องไห้

แล้วตอนปี ๓ ล่ะ ปีนั้นเงียบมากไม่มีใครจำได้เลย ชีวิตแสนเศร้า ปล่อยให้ฉันนั้งกินเค้กอยู่คนเดียวในห้อง(ตั้งปอนด์)

ส่วนปีนี้ เอาตังวันเกิดไปอัพเกรดจักรยานหมดแล้วตั้งหลายบาท(แห้ง) ไม่รู้ว่าจะมีพอไปเลี้ยงเพื่อนรึเปล่า แต่ตั้งใจไว้แล้วละว่าต้องเลี้ยง ยังไงก็ต้องเลี้ยง เพื่อนฉันยิ่งขี้งอแงกันอยู่ด้วย

๒ ต.ค. ๔๓


ฉันเป็นคน ซวย!! ที่สุดในโลก

"ความซวย"กับ"ฉัน"มักเป็นสองสิ่งที่คู่กันเสมอ จะซวยมาก ซวยน้อยก็ต่างๆกันไป ไม่ค่อยจะติดใจมากนัก วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ ถือเรียกได้ว่า ซวย ตื่นแต่เช้าไปเรียนก็พบว่าลงทะเบียนไม่ได้ ใบลงทะเบียนที่ฝากๆเพื่อนที่ได้รับมอบหมายไปให้อาจารย์ประจำวิชาเซนต์ เพื่อนทั้งห้องยกเว้นฉันคนเดียวได้ลายเซนต์หมด จึงไปตามหาอาจารย์เซนต์ให้เอง

ยามเย็นออกไปซ้อม ขากลับลงเขาที่ความเร็วประมาณ ๕๖ km/h ชน"หมา"ที่วิ่งออกมาตัดหน้ารถ มันร้องดังลั่นป่าแล้วก็วิ่งหายไป ช่วงที่ล้อกลิ้งทับตัวมันฉันสัมผัสได้ถึงโครงสร้างของลำตัวมัน คลืกกก.. รู้สึกแย่มาก ปั่นไม่ออกเลย ยังมีต่อ เหลืออีกเพียง ๖ km เท่านั้นจะถึง ม. แล้ว ยางเกิดรั้วขึ้นมา ต้องลงไปนั้งเปลี่ยน งัดยางยังไม่ทันจะออกจากล้อ ที่งัดยางหัก หมดกัน ต้องเดินจูงกลับตั้งหลายกิโล

บางวันฉันจึงไม่อยากที่จะออกไปไหนเลย มักจะอยู่แต่ในห้อง ก็ยังไม่พ้นเดินแตะปลั๊กไฟแตก หยิบหนังสือเล่มที่เธอให้ยืมมาเธอเน้นว่าเธอรักของเธอมาก"รักษาให้ดีนะ" รักษามันมาได้หลายวันจะเอาไปคืนอยู่แล้ว ชนกับขอบโต๊ะ ยับ... จนได้

หวังว่าค่ำนี้คงจะไม่นอนฝันร้ายอีกนะ

๑๓ ก.ย. ๔๓


การกลับมาของความฝัน


เป็นเช้าของวันอาทิตย์ ที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการแฮงค์จากงานเลี้ยงเมื่อคืน ฉันเดินตรงไปยังหอหญิง โทรศัพย์เรียกเธอให้ลงมาพบ

"อยากจะบอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คุณเป็นคนที่มีคอที่งดงามมาก ผมอยากจะเขียนภาพคุณ" ฉันบอกกับเธอแล้วก็จากไปโดยที่ไม่ต้องการเปิดโอกาศให้เธอพูดอะไรเลย แต่เธอก็เหนี่ยวรั้งฉันไว้จนได้

"เดินลงมาตั้งชั้น ๕ พูดให้ฟังแค่นี้รึ" แล้วเราก็นั่งคุยกัน เธอดูดวงให้ พูดแต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกดี เธอบอกว่าชอบสีน้ำ ชอบทีโบน ชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชน ชอบอะไรอีกหลายๆอย่างที่คล้ายๆฉัน

"เรามาแลกหนังสือกันยืมมั้ย"เธอว่า
"ก็ดีสิ" ฉันตอบ

ฉันกำลังลังจะมีความรักอีกแล้วรึตอนนี้ยังไม่อยากรักใคร ไม่ ไม่เอานะ พูดแบบนี้กับฉันก็แย่นะสิยิ่งเป็นคนอ่อนไหวต่ออิสตรีอยู่ด้วย นั้นหมายความว่าจะต้องมีเรื่องวุ่นๆตามมาอีกแน่

๓ ก.ย. ๔๓


อืมม..

ไม่เคยนับเหมือนกันว่าในหนึ่งๆฉันจะต้องอยู่กับตัวเองสักกี่ชั่วโมง โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมายที่ล้วนแต่ช่วยย่นระยะเวลาที่เราใช้ไปในการทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อก่อนเรามักจะเรียกหาเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น แล้วก็มีเวลาให้นั่งเฉยๆรอว่าเมื่อไรจะถึงวันพรุ่งนี้สักที

ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงมักจะใช้เวลาไปในการทำกิจกรรมต่างๆที่ชอบอย่างละเอียดอ่อนมากที่สุด ในการเดินทางหากว่าไม่เร่งรีบมากนักก็นิยมที่จะเดินไปเรื่อย ค่อยๆรับรู้บรรยากาศรอบข้างอย่างช้าๆ ฉันมักจะจินตนาการถึงภาพที่มอง กลิ่นที่ดม เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่สัมผัสว่า หากเขียนมันออกมาจะใช้สีอะไรๆ แต่ถ้าเกิดเวลาว่างขึ้นมาฉันก็มักจะหาอะไรทำอยู่เสมอๆ บ้างก็เขียนภาพ บ้างก็อ่านหนังสือ บ้างก็ฟังดนตรี ไปตามอารมณ์ ในห้องเล็กกล่องสี่เหลี่ยมของฉัน

๒๗ ส.ค. ๔๓


ดอกไม้

ฉันเคยชอบผู้หญิง ๓ คน คนแรกเมื่อตอนปี ๑ ฉันปลูกกุหลาบสีเหลือง คนต่อมาเมื่ออยู่ปี ๒ ฉันปลูกกุหลาบสีม่วง แล้วพอขึ้นปี ๓ ฉันก็ปลูกกุหลาบสีส้ม

ตอนนี้ฉันชักไม่ค่อยแน่ใจในกุหลาบสีส้มดอกนี้แล้วละ นิฉันต้องหากุหลาบต้นใหม่มาปลูกอีกแล้วเหรอ แล้วเมื่อไรล่ะ ฉันจะได้ปลูกกุหลาบสีแดงกับเค๊าซะที

๓๐ พ.ค. ๔๓


ปลากัด

มีอยู่วันหนึ่งฉันนั่งอยู่ในหอ แล้วเกิดความรู้สึกเหงาๆขึ้นมา อยากจะมีสัตว์เลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อนเหงาด้วยสักตัว แต่คิดจะเลี้ยงหมาก็เห็นว่าไม่น่าจะสะดวกนัก เพราะที่ๆฉันอยู่นั้นเป็นอาคารหอพัก แต่ถ้าเลี้ยงปลาน่าจะเหมาะกว่านะ ปลาที่ไม่ต้องดูแลอะไรมันมากมาย แล้วก็ใช้เนื้อที่ในการเลี้ยงไม่มากนักด้วย ฉันจึงนึกถึง"ปลากัด"

ปลากัดเพื่อนฉันเป็นปลากัดสีน้ำเงินสลับกับสีม่วงแดงเล็กๆที่หาง ฉันเรียกมันว่า"ขุน" ที่จริงฉันชอบปลากัดสีขาวมากกว่า แต่ว่าตอนที่กำลังดูพวกมันอยู่นั้นฉันสังเกตเห็นรอยยิ้มของ"ขุน"เข้า จึงตัดสินใจเลือกมันมาเป็นเพื่อน

"ขุน"เป็นปลากัดอารมณ์ดี อาศัยอยู่ในโหลแก้วใบเล็กๆไม่กินที่มากมายนักภายในห้องเล็กๆของฉัน บ้านของขุน มีไม้น้ำอยู่ต้นนึง กับก้อนหินเล็กๆอีกสักก้อน ทุกๆเช้าขุนจะตื่นขึ้นมาขออาหาร ฉันก็จะให้อาหารสำเร็จรูปแก่ขุน ที่จริงมันเป็นอาหารปลาทอง(สูตรเร่งวุ้นซะด้วย) ขุนชอบมัน แต่กลัวเหมือนกันนะ วันใดเกิดขุนมีวุ้นงอกขึ้นมาที่หัว ฉันจะกลายเป็นคนสร้างสัตว์สปีชีส์ใหม่ขึ้นมาละยุ่ง!!

ช่วงบ่ายขุนมักจะนอนอาบแดดอยู่บนก้อนหิน บางทีถ้ามันไม่หลับขุนก็จะมาชวนฉันเล่น ฉันอาจจะใช้นิ้วมีอของฉันเล่นกับมันที่ขอบโหล หากว่าวันไหนที่ไม่ว่างฉันก็จะหากระจกสักบานให้มันส่องเล่นแทน.

๑๘ เม.ย. ๔๓


BACK
กลับ ตรงจุดเดิม