ห้องสมุดหนังสือเก่า พล นิกร กิมหงวน
เอื้อเฟื้อพิมพ์เป็นเอกสารโดย คุณกระดิ่งทองแดง

- ๓ -
             การสนทนาเกี่ยวกับเรื่องสะดือทะเลสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ระรินแฟนของ ดร. ดิเรกโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำและว่ายเข้ามาหาเรือรบ ดร. ดิเรกรีบวิ่งลงบันไดไปรับหล่อนด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาช่วยประคองหล่อนขึ้นมาบนขั้นพักบันไดนั้น
             “ขอบคุณค่ะอาจารย์ นี่ค่ะ สายนาฬิกาของอาจารย์ หนูดำหาแทบแย่”
             ดร. ดิเรกจุ๊ปาก
             “ไม่ควรเสียเวลาค้นหามันเลย เส้นหนึ่ง ๑๐ บาทเท่านั้น คุณเป็นมนุษย์กบที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสายตาของผม ว่ายน้ำก็น่ารัก ดำน้ำก็น่ารัก นอกจากนี้เสียงคุณยังไพเราะเหมือนกับเสียงนกไนติงเกล ไปบนดาดฟ้าเรือเถอะครับ การทดสอบได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นอันว่าผมรับคุณทั้ง ๔ คนไว้เป็นมนุษย์กบประจำเรือนี้เพื่อร่วมงานสำคัญกับพวกเรา คือล่าพรายทะเล”
             นายแพทย์หนุ่มพาแฟนของเขาขึ้นมาบนดาดฟ้า เจ้าแห้วปราดเข้ามาหา ดร. ดิเรกแล้วรายงานให้ทราบ
             “รับประทาน อาเสี่ยยังไม่โผล่ขึ้นมาเลยครับ”
             ดร. ดิเรกสะดุ้งเล็กน้อย
             “ออไร้ กันลืมอ้ายหงวนเสียสนิท” พูดพลางมองลงไปในทะเล “มายก๊อด...ขัดใต้ท้องเรือตายเสียแล้วก็ไม่รู้”
             ทุกคนต่างแสดงท่าทีห่วงใยกิมหงวนและช่วยกันค้นหา ร.ต. หญิงไฉไลกล่าวกับนิกรว่า
             “หนูจะลงไปตามอาเสี่ยนะคะ บางทีอาจจะเป็นตะคริวว่ายน้ำไม่ไหวนั่งอยู่ก้นทะเลก็ได้ แต่อ๊อกซิเจนใช้หายใจได้สองชั่วโมงค่ะ”
             นิกรยิ้มให้หล่อน
             “อย่าลงไปเลยครับ อ้ายหงวนตายดีกว่าคุณตาย มันคงพยายามช่วยตัวเองได้”
             สักครู่หนึ่งอาเสี่ยก็โผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ ใครต่อใครต่างถอนหายใจโล่งอกไปตามกัน กิมหงวนร้องตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
             “คุณระรินหายไปไหนก็ไม่รู้ หาไม่พบโว้ย”
             ดร. ดิเรกชี้มือไปที่แฟนของเขา
             “อยู่นี่โว้ย”
             อาเสี่ยถอนหายใจโล่งอก ว่ายน้ำเข้ามาหาเรือรบ เจ้าแห้วรีบลงบันไดไปช่วยเหลือ พาเสี่ยหงวนขึ้นมาบนดาดฟ้า ทุกคนหัวเราะคิกคักไปตามกัน
             เป็นอันว่า ดร. ดิเรกตกลงรับนายทหารหญิงทั้ง ๔ คนเป็นมนุษย์กบประจำ ร.ล. หนุมานแล้ว น.ท. หยด เฉลิมเกียรติ ร.น. สั่งให้ทัพเรือทำรายงานด่วนเสนอท่านผู้บัญชาการกองเรือยุทธการทันที
             มนุษย์กบ ๔ สาวได้พักอยู่ห้องติด ๆ กับคณะพรรคสี่สหายของเรานั่นเอง ซึ่งก่อนเที่ยงวันนั้น ผู้บังคับการเรือปราบเรือดำน้ำ “หนุมาน” ได้เรียกประชุมทหารเรือทุกคนบนดาดฟ้าแล้วแจ้งให้ทราบว่า เพื่อให้การปราบเรือดำน้ำปรมาณูของคอมมิวนิสต์เป็นไปอย่างรวดเร็ว กองทัพเรือจึงส่งมนุษย์กบนายทหารหญิงทั้ง ๔ คนมาประจำเรือลำนี้
             ในที่สุดผู้บังคับการก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงหนักแน่นว่า
             “ทหารทุกคนต้องอยู่ในระเบียบวินัยอันดีงาม อย่ารุ่มร่ามหรือกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นการแสดงออกของอารมณ์ทางเพศต่อนายทหารหญิงทั้ง ๔ คนนี้เป็นอันขาด ข้าพเจ้าขอกำหนดโทษไว้ดังนี้คือ พูดเกาะแกะหรือพูดเกี้ยวติดตะราง ๑๐ วัน ไม่แสดงความเคารพหรือขาดความเคารพ ๑๐ วัน แอบมองตามห้องน้ำหนึ่งเดือน จับมือถือแขนสองเดือน เข้าหาหรือใช้กำลังกายปลุกปล้ำยิงเป้า พวกท่านเป็นทหารต้องทำใจให้หนักแน่นอดทน อย่าคิดอะไรให้ฟุ้งซ่าน อย่าลืมว่าผู้หญิงสาวทั้ง ๔ คนที่มาอยู่เรือลำเดียวกับเรานั้น มีหน้าที่รายการสำคัญ และทุกคนเป็นนายทหารสัญญาบัตร
             “อนึ่ง ห้ามมิให้ทหารคนใดเข้าไปในห้องนายทหารหญิงเป็นอันขาดไม่ว่ากรณีใด ๆ ข้าพเจ้าขอร้องให้ทุกคนยึดมั่นในวินัยทหาร และขอเลิกการประชุมแต่เพียงเท่านี้”
             ท่ามกลางท้องทะเลอ่าวไทย ซึ่งมองแลเห็นผืนแผ่นดินใหญ่เป็นแนวยอดไม้และภูเขาอยู่ทางซ้ายมือร.ล. หนุมานกำลังแล่นบ่ายโฉมหน้ามุ่งตรงไปยังเกาะช้างปลายอาณาเขตตะวันออกของประเทศไทยตามคำสั่งของผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เพื่อให้ ดร. ดิเรกกับคณะสำรวจสถานที่ที่เรือ “หนุมาน” พบกับเรือดำน้ำปรมาณูของคอมมิวนิสต์
             ขณะนี้เป็นเวลา ๑๗.๐๐ น. ร.ล. หนุมานจะถึงเกาะช้างในราว ๑๙.๐๐ น. เศษ ทรรศนวิสัยโปร่งตา ท้องฟ้าแจ่มใส ทะเลเรียบ ลมพัดเย็นสบายมีละลอกคลื่นเพียงเล็กน้อย ร.ล. หนุมานใช้ความเร็ว ๑๒ น็อต ทหารเรือต่างประจำทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด ยามบนยอดเสาส่องกล้องมองไปรอบ ๆ พนักงานเรด้าคอยค้นหาเครื่องบิน เรือบนผิวน้ำ และเรือใต้น้ำ
             ตามเวลาที่กล่าวนี้ สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ และเจ้าแห้วได้นั่งดื่มเหล้าและสนทนากันอยู่ในห้องพัก สี่สหายชวนเจ้าแห้วร่วมโต๊ะด้วยก็เพราะเห็นว่า ขณะนี้เจ้าแห้วได้ร่วมเป็นร่วมตายด้วย ทำให้เจ้าแห้วปลาบปลื้มใจเหลือที่จะกล่าว
             ขณะที่กำลังสนทนากัน กิมหงวนก็พรวดพราดลุกขึ้นยืน พลกล่าวถามทันที
             “เฮ้ย ไปไหนล่ะ”
             “ไปหาพลาธิการเดี๋ยว ขอตราขาวสักขวด เหล้าอย่างนี้กินไม่ไหวโว้ย บาดคอเหลือเกิน”
             ดร. ดิเรกจุ๊ปากแล้วโบกมือห้าม
             “ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา ยูอย่าวุ่นวายนักเลยน่ะ ผู้การให้การต้อนรับเราเป็นพิเศษอย่างนี้ก็ดีแล้ว”
             อาเสี่ยยิ้มให้นายแพทย์หนุ่ม
             “กันกับพลาธิการเรือลำนี้ถูกเส้นกันว่ะ เมื่อตอนเที่ยงกันให้พระสมเด็จเขาไปหนึ่งองค์ แกชอบอกชอบใจใหญ่ บอกว่าต้องการอาหารหรือเหล้าให้บอก” พูดจบกิมหงวนก็เดินออกไปจากห้องพัก
             แทนที่จะไปหาพลาธิการทางท้ายเรือ กิมหงวนกลับเดินย่องมาทางห้องพักของมนุษย์กบสาวทั้ง ๔ คน อยู่ติด ๆ กับห้องเขา และด้านซ้ายของห้องนั้นมีห้องน้ำเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน อาเสี่ยรู้ดีว่าขณะนี้นายเรือหญิงทั้ง ๔ คนคงจะอาบน้ำ และเขาคาดการณ์เอาว่าข้างหน้าห้องน้ำคงจะมีทหารเรือป้วนเปี้ยนอยู่ตามวิสัยของนักดูถ้ำมอง
             กิมหงวนเลี้ยวขวามือผ่านซอกเล็ก ๆ เข้าไปทางหลังห้องน้ำ ทันใดนั้นเองเขาก็หยุดชะงัก เมื่อแลเห็นจ่าและพลทหารกลุ่มหนึ่งกำลังยืนโก้งโค้งดูถ้ำมองชุดแก้วลอยฟ้าจากรูเล็ก ๆ ที่ช่วยกันเจาะไว้
             “เฮ้” เสี่ยหงวนอุทานขึ้นดัง ๆ
             นักดูถ้ำมองสะดุ้งเฮือกไปตามกัน ต่างเงยหน้าขึ้นมองดูอาเสี่ยด้วยความเกรงกลัว และในฐานที่กิมหงวนเป็นนาวาตรีพิเศษแห่งราชนาวี จ่าโทกับพลทหารเรือทั้ง ๔ คนจึงชิดเท้าตรง รีบกระทำความเคารพอย่างแข็งแรง ภายในห้องน้ำมีเสียงน้ำก๊อกไหล ระคนกับเสียงเพลงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของเราแห่งหนึ่งซึ่งสี่สาวเปิดเสียลั่นห้อง
             กิมหงวนแกล้งทำหน้าตาขึงขัง กล่าวถามจ่าโทเจ้าของร่างอ้วนใหญ่คนหนึ่ง
             “ดูอะไร”
             “แฮ่ะ แฮ่ะ ดูจ้ำบ๊ะครับ”
             อาเสี่ยแยกเขี้ยว
             “อย่าพูดเล่น ตอบให้ตรงคำถาม ลื้อดูอะไร”
             จ.ท. เฉื่อยนักดุถ้ำมองชั้นเซียนซึ่งชอบดูแม้กระทั่งผู้ชายด้วยกันหน้าจ๋อย เต็มไปด้วยความรักตัวกลัวติดตะราง
             “อ้า – ดูนายทหารหญิงแก้ผ้าอาบน้ำครับ”
             “แล้วเห็นไหม”
             “เห็นคนเดียวครับ เรือตรีหญิงวันทนีย์”
             กิมหงวนทำคอย่น
             “แฟนอั๊วเอง เห็นแล้วเป็นยังไง”
             จ.ท. เฉื่อยฝืนหัวเราะ
             “ก็ปลุกใจเสือป่าให้คึกคักเข้มแข็งน่ะซีครับ”
             “อือ – ลื้อกับทหาร ๔ คนนี่เหลวไหลมาก อย่าทำอย่างนี้อีก มันเสียมรรยาทรู้ไหม ลื้อไม่ใช่เจ้าของเขา ลื้อไปดูเขาได้เรอะ ไป – ไปให้พ้น ถ้าอั๊วจับได้อีกครั้งเดียว พวกลื้อเป็นติดตะรางเด็ดขาด อะไร้ ช่างไม่กลัวนัยน์ตาเป็นกุ้งยิงบ้างเลย ถ้าอยากดูไปดูทางห้องอั๊ว ประเดี๋ยวพวกอั๊วจะอาบน้ำกันแล้ว”
             พลทหารเรือคนหนึ่งหัวเราะก้ากแล้วพูดเสริมขึ้น
             “เห็นจะดูไม่ลงละครับ มองดูคล้าย ๆ ปลาหมึกเต้นร็อค”
             “ไปให้พ้น” เสี่ยหงวนตวาดแว้ด
             จ.ท. เฉื่อยพานักดูถ้ำมองเดินไปจากที่นั้นด้วยความเสียดาย แต่ก็ดีใจที่ผู้มาพบเป็นกิมหงวนไม่ใช่ผู้บังคับการ อาเสี่ยยิ้มออกมาได้ เขามองซ้ายมองขวาแล้วก็ก้มลงมองดูตามรูเล็ก ๆ ที่ฝาห้อง แล้วกิมหงวนก็กลืนน้ำลายติด ๆ กันหลายครั้ง เมื่อเห็นวันทนีย์กำลังอาบน้ำท่ามกลางแสงไฟฟ้าอันสว่างจ้า หล่อนอยู่ในชุดแรกเกิด อาเสี่ยพยายามมองดูในแง่ศิลป คือมองดูส่วนสัดอันงดงามของหล่อน ซึ่งเหมือนกับรูปปั้นของเทพธิดาวีนัส
             “โอ้โฮ” กิมหงวนคราง “อื้อฮือ...ไอ๊ย่า...โอ๊ยโย่...”
             มีมือของใครคนหนึ่งยื่นเข้ามาตบบ่าอาเสี่ยเบา ๆ กิมหงวนเย็นวาบไปหมดทั้งตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองดูทันที เจ้าของมือคือ น.ท. หยดผู้บังคับการเรือลำนี้ อาเสี่ยตกใจแทบช็อค
             “แฮ่ะ แฮ่ะ สวัสดีครับผู้การ”
             น.ท. หยดหัวเราะหึ ๆ
             “ทำอะไรครับเสี่ย”
             กิมหงวนยิ้มเอียงอาย เหมือนกับสาวทีนเอจที่ถูกผู้ชายเกี้ยว
             “ดูอะไรเล่นนิดหน่อยครับ”
             น.ท. หยดกลั้นหัวเราะแทบแย่
             “ดูนายเรือหญิงอาบน้ำใช่ไหมครับ”
             “แฮ่ะ แฮ่ะ ดูเหมือนยังงั้นแหละครับ ความจริงผมไม่เจตนาดูเลย ผมอยู่ว่าง ๆ เดินเที่ยวชมเรือลำนี้ เพื่อจะได้จดจำไว้ว่าห้องไหนมันอยู่ทางไหน ผ่านมาทางนี้ผมได้ยินเสียงน้ำไหลจ๊อก ๆ ๆ ๆ ก็นึกว่าเรือรั่ว เลยแอบมองดู พอดีเห็นกบตัวเบ้อเริ่มกำลังอาบน้ำ ผู้การลองชมดูนิดซีครับ ปลุกใจเสือป่าดีพิลึก ดูแล้วใจเต้นชอบกล ลองซีครับ ช่องนี้เห็นถนัดเหมือนดูหนังใส่แว่นสามมิติ”
             ผู้บังคับการสั่นศีรษะ
             “เสี่ยจะยุให้ผมเสียคนแล้วไหมล่ะ อ้า – เชิญกลับไปห้องเถอะครับ อย่าอยู่แถวนี้เลย ทหารมาเห็นเข้าอาเสี่ยก็จะเสียหาย ทีหลังขอเสียทีเถอะครับ อาเสี่ยเป็นนายทหารผู้ใหญ่แล้วไม่ควรทำอย่างนี้ แล้วก็ถ้านายทหารหญิงแกรู้ว่าอาเสี่ยแอบมองดูแกอาบน้ำ แกคงโกรธตาย”
             เสี่ยหงวนทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งแหยชอบกล
             “ผู้การกำลังจะไปไหนครับ ถึงผ่านมาทางนี้”
             “ผมตั้งใจมาที่นี่ครับ เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจว่าคงจะมีทหารมาแอบดูนายเรือหญิงอาบน้ำ”
             อาเสี่ยไม่พูดอะไรอีก เขาพาตัวเดินไปจากที่นั้นด้วยความอับอายขายหน้า นึกเกลียดชังตัวเองที่ไม่ควรแอบดูถ้ำมอง น.ท. หยดผู้บังคับการเรือลำนี้คงจะนึกดูถูกดูหมิ่นเขา
             พอร่างของกิมหงวนเลี้ยวลับไป ผู้บังคับการ ร.ล. หนุมานก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้วถอดหมวกแก๊ปทรงหม้อตาลออกมาหนีบรักแร้ไว้ ก้มลงมองดูตามรูเล็ก ๆ รูหนึ่ง ซึ่งเขากระทำไปด้วยอารมณ์เปลี่ยว หวังปลุกใจเสือป่าให้ครึกครื้นเพียงชั่วขณะ
             น.ท. ใจเต้นเป็นตีกลอง เมื่อแลเห็นวันทนีย์กับบุปผากำลังอาบน้ำร่วมห้องกัน และสนทนากันหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสองสาวนุ่งลมห่มฟ้าเผยให้เห็นส่วนสัดอันงดงาม ซึ่งทำให้ท่านผู้บังคับการตื่นตะลึง แล้วก็เศร้าใจที่ภรรยาคู่ชีวิตของเขาไม่มีเชฟอันน่าพิสมัยเช่นนี้ หล่อนมีน้ำหนักถึง ๘๒ กิโลกรัม มีแต่ส่วนพลุ้ยและส่วนยานคล้ายผีเสื้อสมุทร
             ยิ่งมอง ผู้บังคับการเรือก็ยิ่งกระสันต์ปั่นป่วนใจถึงกับพึมพำออกมาอย่างลืมตัว
             “ให้ดิ้นตายเถอะวะ ยังงี้เป็นเมียน้อยอั๊วละก็ ยายผีเสื้อสมุทรมารศรีคงเต้นบ้านพังไปเลย”
             มีเสียงใครคนหนึ่งพูดขึ้นข้าง ๆ
             “เอาซีครับผู้การ ผมเป็นสื่อให้”
             น.ท. หยดสะดุ้งเฮือกสุดตัว ผู้พูดคือ จ.ท. เฉื่อยนักถ้ำมองชั้นเยี่ยมของกองทัพเรือ ผู้บังคับการยกมือเท้าสะเอวมองดูลูกน้องของเขาอย่างเดือดดาล
             “แกขัดคำสั่งฉัน ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่า ไม่ให้ทหารคนใดเข้ามาหลังห้องน้ำนายเรือหญิง”
             จ.ท. เฉื่อยยกมือวันทยาหัตถ์ แล้วส่งเอกสารชิ้นหนึ่งให้
             “มีวิทยุมาถึงผู้การครับ ต้นเรือใช้ให้ผมนำข้อความจากวิทยุมาให้”
             น.ท. หยดรับเอกสารชิ้นนั้นมาถือไว้
             “แล้วทำไมแกรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่”
             จ.ท. เฉื่อยอมยิ้ม
             “ผมไปตามผู้การที่ห้องท่านอาจารย์ครับ ผู้การกิมหงวนท่านบอกว่าผู้การกำลังดูถ้ำมองอยู่หลังห้องน้ำนี้”
             น.ท. หยดทำคอย่น และเพื่อรักษาเหลี่ยมจึงรีบแก้ตัว
             “ไม่ได้ดูโว้ย ฉันมาคอยดักจับพวกแกต่างหาก เห็นไหมล่ะ พวกแกเจาะรูไว้เต็มหมด เจาะเป็นชื่อเรือ “หนุมาน” เสียด้วย สำคัญนัก รวมทั้งหมดตั้งเกือบร้อยรู ฉันทดลองมองดูนิดเดียวเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก มีแต่ห้องน้ำว่างเปล่า”
             จ.ท. เฉื่อยยิ้มแป้น
             “เสียงน้ำก๊อกกำลังไหลนี่ครับ แน่...เสียงนายเรือหญิงหัวเราะ” พูดจบเขาก็ยกมือไหว้ผู้บังคับการของเขา “ขอผมดูนิดนะครับ”
             “อยากติดตะรางเรอะ”
             “ครับ ติดก็ติด เมื่อกี้นี้ผมแอบดูทีหนึ่งแล้ว อุ๊ย – เหลือเกินละครับ ดูแล้วผมกลับเป็นหนุ่มขึ้นอีกหลายปี” แล้วเขาก็ยกมือไหว้ น.ท. หยดอีก “กรุณาให้ผมดูนะครับ”
             ผู้บังคับการหัวเราะคิก
             “แต่งเครื่องแบบเสือกยกมือไหว้เดี๋ยวถีบเปรี้ยงเข้าให้เท่านั้นเอง อ้า - อยากดูก็ดู ฉันให้แกดู ๕ นาที พอครบกำหนดไปรายงานตัวเองที่สะพานเดินเรือ เกิน ๕ นาทีฉันจะขังแก แล้วห้ามเล่าให้ใครฟัง นอกจากนี้ถ้าตาแกเป็นกุ้งยิง แกจะขอทุเลาป่วยไม่ได้”
             จ.ท. เฉื่อยชิดเท้าตรง วันทยาหัตถ์เป๊ะ
             “ขอบคุณครับ ผมได้ดูแล้วถึงติดตะรางผมก็ไม่ว่า ผู้การก็ทราบแล้วนี่ครับว่าผมชอบดูถ้ำมอง อยู่บ้านผมดูเมียผมอาบน้ำทุกวัน บางทีก็ดูแม่ยาย ผมดูแบบศิลปนะครับ ดูด้วยจิตใจที่รักศิลปจริง ๆ”
             ผู้บังคับการอดหัวเราะไม่ได้ เขาพาตัวเดินไปจากที่นั้นทันที ปล่อยให้ จ.ท. เฉื่อยชมถ้ำมองอย่างครึกครื้น หลังจากนั้นสักครู่ลูกนาวีแห่ง ร.ล. หนุมานกลุ่มหนึ่งก็บุกเข้ามาทางหลังห้องน้ำไม่ต่ำกว่า ๑๐ คน ซึ่งทุกคนได้ตั้งปณิธานไว้แล้วว่า เขายอมติดตะราง แต่ขอให้ได้ดูนายทหารหญิงแต่งชุดวันเกิดอาบน้ำ เพราะมันเป็นอาหารตาที่หาดูได้ยากในทะเล
             ร.ล. หนุมานเดินทางมาถึงเกาะช้างในเวลา ๑๙.๔๐ น. และจอดทอดสมออยู่ห่างจากเกาะราว ๕๐๐ เมตร ผู้บังคับการสั่งให้ดับไฟฟ้าหมด เว้นแต่ไฟที่ห้องเครื่องยนต์ และห้องที่อยู่ลึกต่ำกว่าระดับน้ำ ที่สั่งให้ดับไฟก็เพราะเกรงว่าจะถูกเรือดำน้ำปรมาณูโจมตีนั่นเอง พวกทหารเรือจึงอยู่กันมืด ๆ น.ท. หยดได้วางยามคู่ไว้หน้าห้องพักนายทหารหญิงทั้ง ๔ คนตลอดคืน และสั่งนายทหารหญิงให้ใส่กลอนประตูให้แน่นหนา ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้โทรศัพท์เรียกเขา
             อย่างไรก็ดี ถึงแม้ ร.ล. หนุมานจอดทอดสมอ กลุ่มควันสีดำก็พวยพลุ่งออกจากปล่องของมันตลอดเวลา เรือมีสตีมพอที่จะเดินเครื่องออกเรือได้ทุกขณะ การจอดเรือเงียบ ๆ ในทะเลใกล้จะสุดเขตน่านน้ำของเราเช่นนี้ ต้นเรือได้จัดยามเพิ่มขึ้นอีกเป็น ๓ เท่า ร.ล. หนุมานงดการติดต่อทางวิทยุชั่วคราว เพราะกลัวว่าข้าศึกจะจับตำแหน่งเรือได้ ถ้าหากว่าเรือดำน้ำปรมาณูของคอมมิวนิสต์โผล่ขึ้นมาพบเข้าและโจมตีด้วยตอร์ปิโด ร.ล. หนุมานก็จะต้องจมลงทันทีโดยไม่ทันได้ต่อสู้ เพราะเรือที่จอดอยู่นั้นย่อมเป็นเป้านิ่ง ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วยประการทั้งปวง
             ตลอดคืนวันนั้นเหตุการณ์ปกติ พนักงานเรด้าบนผิวน้ำและใต้น้ำต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อค้นหาเรือข้าศึก มีเรือบนผิวน้ำถูกเรด้าจับได้หลายลำ แต่เป็นเรือหาปลาทั้งสิ้น
             ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ผู้บังคับการได้รับรายงานจากนายยามว่าในเวลา ๐๑.๐๐ น. เศษ อาเสี่ยกิมหงวนกับนิกรได้เมาสุราอาละวาดจนถึงขีดสุด พยายามจะพังประตูห้องนอนนายทหารหญิงทั้ง ๔ คนด้วยขวานดับเพลิง แต่ทหารยามสองคนช่วยกันขัดขวางได้โดยขู่ว่า ถ้าห้ามไม่เชื่อจะฟ้องผู้บังคับการให้รายงานไปทางกองบัญชาการทหารสูงสุด และตอน ๐๒.๓๐ น. มีทหารเรือกลุ่มหนึ่งรวม ๖ คน แต่งเป็นอ้ายโม่งดำมาทางหน้าห้องนายทหารหญิง ทหารยามได้ใช้ปืนขู่ พวกอ้ายโม่งจึงล่าถอยไป
             ตอนสายวันนั้นเอง ร.ล. หนุมานก็ถอนสมอเตรียมเดินทางสำรวจทะเลตอนนั้นตามความประสงค์ของ ดร. ดิเรก ขณะที่สมอเหล็กตัวมหึมาถูกหะเบตขึ้นมายังไม่ทันเข้าที่เรียบร้อย ยามบนยอดเสาก็ร้องตะโกนขึ้นดัง ๆ
             “เรือดำน้ำข้าศึกลำหนึ่งโผล่ออกมาทางซ้ายเกาะช้าง”
             แล้วก็มีเสียงตะโกนทวนรายงานของยาม
             “เรือดำน้ำข้าศึกลำหนึ่งโผล่ออกมาทางซ้ายเกาะช้าง...ทราบแล้ว”
             ในนาทีเดียวกันนั้นเอง ผู้บังคับการก็ได้รับรายงานจากต้นเรือ น.ท. หยดยืนอยู่บนสะพานเดินเรือเพราะกำลังเตรียมออกเรืออยู่แล้ว เขายกกล้องส่องทางไกล มองไปทางท้ายเกาะช้าง ท่านผู้บังคับการแลเห็นส่วนบนของสะพานเดินเรือเรือดำน้ำปรมาณูลำนั้นสูงขึ้นมาจากระดับน้ำราว ๓ เมตร และกำลังจมหายไปในทะเลทีละน้อย แสดงว่าเรือดำน้ำกำลังดำอย่างรีบร้อน ซึ่งอย่างไรเสียมันก็คงแลเห็น ร.ล. หนุมาน เพราะเรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึกอยู่ห่างจาก ร.ล. หนุมานไม่เกินสองไมล์
             ผู้บังคับการออกคำสั่งทันที เป็นคำสั่งติดต่อกัน ทำให้ทหารเรือวิ่งพล่านทั้งลำเรือเมื่อเสียงแตรสัญญาณดังขึ้น คำสั่งแรกคือประจำสถานีรบ และต่อมาคือสั่งให้ปืนใหญ่เตรียมยิงเรือดำน้ำ ต่อมาเป็นสัญญาณสั่งต้นกลเดินเครื่องจักรไอน้ำ
             ร.ล. หนุมานเคลื่อนออกจากที่ติดตามเรือดำน้ำปรมาณูทันที ในเวลาเดียวกันนี้เองคณะพรรคสี่สหาย เจ้าคุณปัจจนึก ฯ และเจ้าแห้ว กับนายเรือ ๔ คนได้พากันขึ้นมาบนสะพานเดินเรืออย่างรีบร้อน และยืนเบียดเสียดจับกลุ่มกันมองดูผู้บังคับการอย่างชื่นชม น.ท. หยดสั่งงานอย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่เรือดำน้ำปรมาณูจะดำหายลงไปในทะเลหมดทุกส่วน ผู้บังคับการก็สั่งยิงด้วยปืนหัวเรือทั้งสองกระบอกโดยไม่ต้องมีการยิงสอบระยะ
             เมื่อเสียงปืนใหญ่ดังขึ้น เรือตรีหญิงทั้งสี่คนก็ร้องหวีดว้ายไปตามกัน ทำให้ผู้บังคับการอดหัวเราะไม่ได้ โดยเฉพาะ จ.ท. เฉื่อยซึ่งทำหน้าที่ถือพังงาเรือถึงกับหัวเราะคิก
             กระสุนปืนใหญ่ทั้งสองนัดตกคร่อมเป้าในระยะใกล้ชิด มองแลเห็นน้ำทะเลพุ่งฉูดขึ้นสูง น.ท. หยดพูดกับต้นปืนทางเครื่องขยายเสียง ซึ่งมีลำโพงติดอยู่ตามห้องต่าง ๆ ทั้งลำเรือ เขาสั่งแก้มุมยิงอีกเล็กน้อยแล้วก็สั่งยิงอีก
             ท้องทะเลดังสะเทือนเลื่อนลั่นด้วยเสียงปืนใหญ่ กระสุน ๓ นิ้วทั้ง ๒ นัดตกลงในที่ที่เรือดำน้ำเพิ่งดำลงไป ผู้บังคับการสั่งหยุดยิง และสั่งเตรียมระเบิดน้ำลึก ในที่สุดเขาก็เดินเข้ามาถือพังงาเรือด้วยตนเอง ขณะนี้ ร.ล. หนุมานเดินเครื่องเต็มที่แล้ว
             น.ต. สุภาพ ฤทธิไกร ร.น. ซึ่งเป็นต้นเรือลำนี้ได้วิ่งเข้ามาในสะพานเดินเรือ แล้วปราดเข้ามาหาผู้บังคับการ เขาเชิดหน้าตรง ยกมือวันทยาหัตถ์อย่างแข็งแรง
             “ผมสั่งให้หัวหน้าห้องสัญญาณส่งวิทยุติดต่อกับฝูงบินที่จันทบุรีแล้วครับ เครื่องบินประจัญบานของเราหนึ่งหมู่กำลังจะออกเดินทางมานี่แล้ว ขณะนี้พนักงานวิทยุกำลังติดต่อกับผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำ ประเดี๋ยวคงมีคำสั่งมา”
             น.ท. หยดวันยาหัตถ์รับความเคารพ แล้วหันมายิ้มกับคณะพรรคสี่สหาย ซึ่งยืนรวมกลุ่มกันอยู่กับนายทหารหญิง พร้อมด้วยเจ้าคุณปัจจนึก ฯ กับเจ้าแห้ว
             “เรากำลังติดตามล่ามันครับ อีกสักครู่ก็ตามทัน และเราจะโจมตีมันด้วยระเบิดน้ำลึกทันที อาจารย์ไปอยู่ที่ห้องสัญญาณไม่ดีหรือครับ ถ้าเรด้าใต้น้ำหรือเครื่องไฮโดรโฟนิคขัดข้อง อาจารย์จะได้ช่วยแก้ไข”
             ดร. ดิเรกพยักหน้าเห็นพ้องด้วย
             “ออไร้ ผมจะลงไปที่ห้องสัญญาณเดี๋ยวนี้”
             ร.ล. หนุมานติดตามเรือดำน้ำปรมาณูของคอมมิวนิสต์อย่างไม่ลดละ ทหารเรือทุกคนตื่นเต้นไปตามกัน ผู้บังคับหมู่เรือปราบเรือดำน้ำข้าศึก คือ พล ร.ต. วิชาญ ชัยประสิทธิ์ ได้วิทยุมาแล้ว สั่งผู้บังคับการ ร.ล. หนุมานให้พยายามทำลายเรือดำน้ำข้าศึกให้จงได้
             ในที่สุด ร.ล. หนุมานก็แล่นอยู่เหนือเรือดำน้ำปรมาณูขนาดยักษ์ลำนั้น ซึ่งทราบได้จากเรด้าและเครื่องฟังเสียงเรือดำน้ำ ผู้บังคับการสั่งยิงระเบิดน้ำลึกทันที ลูกระเบิดน้ำลึกซึ่งมีรูปลักษณะกลมเหมือนถังน้ำมัน ลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศทั้งสองข้างกราบเรือ แล้วตกลงไปในทะเลจมหายไปในน้ำ สักครู่ก็ระเบิดเสียงสนั่นหวั่นไหว น้ำทะเลพุ่งขึ้นสูงเป็นลำตาล
             เรือดำน้ำปรมาณูเปลี่ยนทิศทางเลี้ยวขวาเป็นวงกว้าง แล่นย้อนกลับไปทางเกาะช้าง ดร. ดิเรกควบคุมเครื่องเรด้าใต้น้ำและเครื่องฟังเสียงเรือดำน้ำด้วยตนเอง หัวหน้าห้องสัญญาณและจ่าอีกสามสี่คนได้ร่วมมือกับนายแพทย์หนุ่มเป็นอย่างดี
             เสียงทุ่นระเบิดน้ำลึกยังคงดังกึกก้อง แต่ลูกระเบิดได้ระเบิดสูงหรือต่ำจากเป้าหมายมากเกินไป เรือดำน้ำปรมาณูของข้าศึกจึงยังไม่เป็นอันตราย และพยายามหนีต่อไปจนกระทั่งเข้ามาใกล้เกาะช้าง
             เครื่องไฮโดรโฟนิคประจำห้องสัญญาณ ซึ่ง ดร. ดิเรกยืนคุมอยู่หยุดทำงานแล้ว ร.ต. พจน์ เบญจมาภรณ์ พนักงานคุมเครื่องหันมามองดูนายแพทย์หนุ่มแล้วกล่าวว่า
             “มันหยุดเครื่องแล้วครับอาจารย์”
             ดร. ดิเรกพยักหน้า
             “ออไร๋ มันหยุดเครื่องแน่ ๆ แต่เรด้าใต้น้ำของเรายังจับมันไม่ได้” พูดจบ ดร. ดิเรกก็พูดโทรศัพท์ติดต่อกับผู้บังคับการ บอกตำแหน่งและความเร็วของเรือดำน้ำปรมาณู ซึ่งกำลังแล่นช้า ๆ ประมาณ ๘ น็อต ทำท่าเหมือนกับจะเข้าชนเกาะช้าง
             น.ท. หยดสั่งโจมตีด้วยทุ่นระเบิดน้ำลึกเรื่อยไป ขณะนั้นยามบนยอดเสาได้ร้องตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง
             “พบเครื่องบินของเรา ๓ เครื่องทางซ้าย”
             เอฟ. ๘๔ ไอพ่นประจัญบานของฝูงบินจันทบุรีรวม ๓ เครื่องได้บินเกาะกันมาในระยะต่ำมาก เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นดังกึกก้องจนแสบหูขณะที่บินผ่าน ร.ล. หนุมานไป นักบินพูดวิทยุติดต่อกับ ร.ล. หนุมานได้แล้ว เครื่องบินประจัญบานทั้ง ๓ เครื่องฉวัดเฉวียนไปมาเตรียมทำลายเรือดำน้ำด้วยปืนจรวด และลูกระเบิดขนาดเล็กที่ติดอยู่ใต้ปีกข้างละสองลูก แต่นักบินจะโจมตีก็ต่อเมื่อได้เห็นเป้าหมาย คือเรือดำน้ำลำนั้น
อ่านหน้าต่อไป