B-CLUB
chapter1

storyby : subara nana


สวัสดีครับผมยามาชิตะ โฉองครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้กลับมาที่ญี่ปุ่น ผมน่ะนะต้องระหกระเหินไปกับพ่อหลายต่อหลายประเทศมากเลยหล่ะครับ เหตุผลที่ได้กลับมาที่นี่นะหรือครับ? นั้นก็เพราะว่า……. พ่อผมหายตัวไปนะสิครับหายไประหว่างทำข่าวสงครามที่อิรักอ่ะนะ ดูเหมือนอันตราย แต่นี่เป็นครั้งที่10 แล้วหล่ะครับ ทุกครั้งพ่อก็จะกลับมาสภาพปกติครบ 32 อ่ะนะ แต่ว่าคราวนี้หายไปนานเกินไปแล้วหล่ะครับ คุณป้าก็เลยเป็นห่วงผม เพราะเผอิญ ท่านมาเยี่ยมผม พอดี(จริงๆท่านอยากเอาผมไปเลี้ยงเองมานานแล้วหล่ะนะ)ก็เลยตามเลยนะครับ พ่อครับ!คราวนี้ผมจะรอพ่ออยู่ที่ญี่ปุ่นนะครับ แต่ว่า… ถึงผมจะพูดญี่ปุ่นได้คล่องก็เถอะนะ แต่ว่า ผมไม่เคยที่จะเรียนโรงเรียนที่ญี่ปุ่นมาก่อนเลยอ่ะครับ วันนี้ก็เป็นวันแรกซะด้วยสิ แล้วไงหล่ะ ผมหล่ะไม่ค่อยชอบทำไรแบบนี้เลย เพื่อนที่ไม่เคยมีมาก่อน(เพราะย้ายโรงเรียนบ่อยๆ) แล้วผมจะต้องทำตัวยังไงกันหล่ะนี่ลำบากใจจริงๆ………………..

Johnny School
โฉองก้าวลงจากรถของคุณป้าอย่างเฉยชา หน้าตานิ่งๆ เดินอย่างซังกะตายเข้าสู่อาคารเรียนที่เก่าแก่แต่ว่าสวยงามแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม
โฉอง: (คิดในใจ)โรงเรียนนี้แปลกจัง เก่าๆน่ากลัวพิลึก
สิ่งที่สร้างบรรยากาศน่ากลัวคงไม่ใช่สถานที่หรอกแต่ว่าเป็น สายตาของใครบางคนที่เฝ้ามองดูอยู่ผ่านทางหน้าต่างของตึกเรียน
จิน: เด็กใหม่ท่าทาง น่าสนุกแหะ!
คาเมะ : (กำลังอ่านการ์ตูน) ทั้งปีอ่ะนาย ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน
พูดจบก็มีการลงไม้ลงมือกันตามระเบียบ เป็นที่รู้กันว่าทั้งคู่ตีกันวันละ10รอบเป็นอย่างต่ำ จุนโนะลุกขึ้นยืนอย่างรำคาญ
จุนโนะ : นี่นายทั้ง 2คนนะเงียบๆหน่อยดิ คือแบบว่านะ คนที่ไม่มีอนาคตน่ะ คงไม่สนเรื่องการเรียนเท่าไหร่อ่ะนะ แต่ว่าสำหรับเรานะไม่เหมือนกันนะ ขอเราเรียนหน่อยเถอะ!!
สิ้นเสียงจุนโนะไม่รู้ว่าจินกะเมะ ดีกันตอนไหน หันหน้ามาพร้อมกัน
จิน+คาเมะ : ไรไอ้เด็กเรียน กล้าหือเรอะ!! คนเค้าจาทะเลาะกันยุ่งไรด้วย จานยังไม่ว่าสักคำ(อ้าว มีอาจารย์อยู่ในห้องด้วยรึเนี้ย………….)
โคคิที่หลับแบบไร้สติต้องตื่นขึ้นมาด้วยอาการงงๆกับเสียงคนตีกัน มองหน้าอาจารย์ที่ทำไรไม่ถูก ไม่กล้าห้ามและไม่กล้าสอนต่อ แล้วไงต่อก็หลับต่อนะดิ….(แล้วจาพูดถึงมานทามไมนี่) นี่แหละความวุ่นวายคร่าวๆของห้องปี2C(ม.ปลาย) โฉองถูกพามายังห้องเรียน ห้องชั้นปี2C(ม.ต้น)แค่ก้าวเข้ามาในห้องๆสาวก็ซุบซิบกันให้แซดไปหมด แต่ว่าหน้าตาของโฉองก็ยังนิ่งสงบสุดๆ
อาจารย์ประจำชั้น : แนะนำตัวสิจ๊ะ
โฉอง : (ทำหน้าแบบขอไปที ก่อนจะพูดเบาๆ)ยามาชิตะ โฉอง….
สาวๆ เสียงดังกันใหญ่ " น่ารักจังเลย!" "เสียงเค้าเบาจังอ่ะ " " แต่ฉันว่าสุขุมจัง เท่ห์ที่สุด" "กรี๊ด! พูดน้อยจังเลย" ตอนนี้โฉองอึดอัดไปกันใหญ่ หน้านิ่งสุดๆ แล้วอาจารย์ก็ให้ไปนั่งที่ แต่ว่าก่อนจะถึงที่นั่งโฉองก็ถูกขัดขาจนล้มลง เสียงดังสนั่นยิ่งเพิ่มเสียงของสาวๆไปกันใหญ่ อาจารย์ร้องดุขึ้นมาทันที " ทำอะไรน่ะ ฮิโรโนริ คุซาโนะ!!"
คุซาโนะ : (ยิ้มตาหยี) โทษคร๊าบ ผมยื่นเท้าออกไปพอดีตอนที่ องจังเดินมาพอดีอ่ะคับ
ยิ้มหน้าซื่อยังงี้ใครจะกล้าเอาผิด นอกจากโฉองที่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอน คุซาโนะยังยิ้มแบบเดิมพร้อมยื่นมือมาให้โฉองพยุงตัวขึ้น โฉองไม่ยอมจับพร้อมทั้งปัดมือออกอย่างแรง จนทุกคนในห้องเงียบงัน สาวๆหยุดกรี๊ดกระทันหัน
คุซาโนะ : (ทำหน้าสำนึกผิด) เราขอโทษน้า มันบังเอิญจริงๆนะ ไม่ได้ตั้งใจเลย
โฉอง : (หน้านิ่ง สายตาคมกริบ)นี่คนที่เพิ่งรู้จักกัน ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อหรอกนะ แล้วก็ไม่มีใครเคยเรียกฉันแบบนั้นด้วยฉันไม่ชอบ
เพื่อนในห้องนิ่งกันไปหมด โฉองนั่งลงที่นั่งอย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น มีเสียงสาวๆบ่นกันอุบอิบว่าหน้าตาก็น่ารักดี แต่ไมพูดจาน่ากลัว แถมยังว่าหมีคุอีกด้วย สาวๆเลยถอดใจกันไปหมดเลย คุซาโนะแอบยิ้มเยาะก่อนแกล้งทำหน้าเศร้าๆ
มาซากิ ผู้นั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมด และเข้าใจดีว่าคุซาโนะนิสัยยังไงและทำไปเพื่อรักษาเรทติงของตัวเองก็มองดูโฉองด้วยความสงสาร
เวลาอาหารกลางวันคุซาโนะ ทำท่าทางเป็นมิตรชวนโฉองไปทานข้าวกลางวัน แต่โฉองไม่ยอมพูดด้วยพร้อมทั้งเดินหนี
สาว no.1: แหม่!!หมีคุนี่ใจดีจัง เค้านะนิสัยไม่ดีเลยอ่ะ
สาว no.2 : น้านสิ ไม่เป็นมิตรเลย ไง หมีคุมากินกะพวกเราดีกว่า
สาว no.3 : นี่ฉันทำข้าวกล่องมาให้ด้วยหล่ะจ๊ะ หมีคุกินเยอะๆน้า จาได้น่ารักแบบนี้ตลอดไป
สาวๆ : กินของฉันด้วยนะ ฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันด้วยๆ (อ้วนตายนะนี่หมีเอ้ย)
คุซาโนะท่าทางมีความสุขท่ามกลางสาวๆและข้าวกล่อง มาซากิมองแล้วก็ได้แต่ยิ้มก่อนส่ายหัวไปมาเค้ารีบวิ่งออกจากห้องเพื่อตามหาโฉองด้วยความเป็นห่วง
โฉองหาที่กินขนมปังกะนมที่เค้าซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ(เนี้ยนะข้าวกลางวัน) มันเป็นอาคารที่เก่าแก่สุดๆ ห่างไกลจากผู้คนออกจะเงียบเกินไปจนน่ากลัวด้วยซ้ำ แต่ว่ามีร่มไม้ปกคลุมเย็นสบาย โฉองนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างอาคารนั้นกำลังจะแกะถุงขนมปังก็ต้องตกใจเมื่อมีอะไรบ้างอย่างตกมาจากข้างบนอาคาร
คาดว่าเป็นจอคอมพิวเตอร์ มันห่างไกลจากโฉองเพียงฉิวเฉียด อะไรเนี้ยในโรงเรียนนี่หาที่ปลอดภัยในชีวิตไม่ได้เลยเหรอ โฉองค่อยๆเขยิบตัวออกจากจุดตกอย่างช้าๆยังหวาดว่าจะมีอะไรตกลงมาอีก เมื่อเงยหน้าขึ้นไปที่ชั้น 4 ของอาคารก็ได้ยินเสียงดังออกมา
ทักกี้ : นี่นายจาบ้าไปแล้วรึไงอ่ะ นี่มันชั้น 4 นะโยนจอคอมลงไปแบบนั้นได้ที่ไหนเล่า
ซึบาสะ : อ้าวก็ไม่ได้ใช้แล้วนี่นาของมันพังแล้วนี่ รีบๆขนย้ายไปแบบนี้ก็สะดวกดีนะ
ทักกี้ : เออก็เป็นของไม่ใช้นะดิ ถ้ายังใช้ได้แล้วนายมาโยนเล่นแบบนี้ มีฆ่าแน่ งบชมรมไม่ได้มากมายนะเฟ้ย
ซึบาสะ : แล้วจะดุทำไมฟร่ะ
ทักกี้ : ไม่ใช่ก็ถ้ามีใครผ่านมาตายไปหล่ะเฟ้ย
ซึบาสะ : ฮะๆๆ บ้าดิแถวนี้ไม่มีใครกล้าเดินมาหรอก ( ว่าแล้วก็ชะโงกหน้าออกมาทั้งคู่)
ทั้งทักกี้และซึบาสะ SHOCKสุดขีดทั้งคู่ เมื่อเห็นโฉองยืนเอ๋อ อยู่ข้างล่าง รีบวิ่งกรูลงมาเสียงบันไดอาคารไม้ลั่นดังสนั่น
ทักกี้ : น้องเป็นไรไปรึป่าวครับเนี้ย
ซึบาสะ : น้องครับน้องไม่ได้โดนไรใช่ป่าวครับ
โฉองตะลึงงัน ในรูปลักษณ์ของทั้ง 2 คน ทักกี้สวมชุดนักเรียนเนคไทเก็บเข้าในเสื้อเรียบร้อยแต่สวมผ้ากันเปื้อนลูกไม้สีชมพูหวานแหววซะ ส่วนซึบาสะสวมชุดวอร์มกับผ้ากันเปื้อนลายหมีพูอะไรจาโนเนะขนาดนี้ ซึ่งมันขัดกับความหล่อเท่ห์ของทั้ง 2 คนสิ้นดี
โฉอง : (รวมรวบสติได้ก่อนพูด)ไม่…ผมไม่เป็นไ ร (แต่ก็เกือบๆไปแล้วแหละ ..)
ซึบาสะ : เฮ้อ! ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว (ว่าแล้วตาก็พาลมองขนมในมือโฉองทันที) ขนมน่ากินจังเลยอ่ะ….
ทักกี้ : (เอามือตีหัวซึทีนึง)นายนี่ จาฆ่าน้องแล้วยังจาแย่งของน้องกินอีกนะ แต่ว่ามันน่ากินจริงๆนะ อ้า…..
ทั้งคู่เอาหน้าเข้ามาใกล้โฉอง เพื่อสูดกลิ่นขนมปังในมือโฉอง โฉองรู้สึกทำไรไม่ถูกก็เลยยื่นขนมออกไปให้ ไม่คาดคิดว่า ทั้งคู่จะกินกันหมดภายในคำเดียว (คือแย่งกันจนไม่เหลือคืนให้เจ้าของเลยอ่ะคะ) ท่าทางทั้งคู่หิวจัดจริงๆ โฉองรู้สึกกลัวขึ้นมาเลยจากที่เห็นทั้งคู่กินขนมปัง คนหล่อที่น่ากลัว!! ซึบาสะรู้สึกติดคอจึงเอานมมากรอกเข้าปากตามไปอีก ทักกกี้รีบดึงมากินบ้าง โฉองนิ่งงันในใจก็คิดว่า 2 คนนี่ไปตายอดตายอยากที่ไหนมากันฟร่ะ ข้าวกลางวันของโฉองหมดเกลี้ยง……….
ทักกี้ : อ๊ะนี่พี่เผลอกินขนมน้องหมดไปแล้วเหรอนี่ ขอโทษจริงๆนะ (เผลอเหรอนั้นน่ะ)
ซึบาสะ : ไงก็สงสารพวกพี่เถอะนะ เพราะว่าพวกพี่ต้องทำงานจนไม่มีเวลากินไรเลยอ่ะนะ เนี้ยถือเป็นข้าวกลางวันพี่เถอะนะ

พูดจบทั้ง2คนก็โค้งอย่างสวยงามเป็นการขอบคุณโฉอง ก่อนวิ่งเข้าอาคารไป ทิ้งไว้แต่หน้านิ่งๆที่หนังคิ้วเริ่มกระตุกเล็กๆ นี่ถ้าไม่เห็นอาการกินอันน่ากลัวของทั้งคู่คงระเบิดออกมาแล้ว มาซากิร้องเรียกโฉอง ออกมา
มาซากิ : ยามาชิตะ นายรู้จักประธานด้วยเหรอ
โฉอง : ใครกัน!! ประธานไหน??
มาซากิ : ก็ 2 คนเมื่อตะกี้ไง เค้าเป็นประธานนักเรียนนะ เป็นคนที่น่าทึ้งทั้งคู่เลยหล่ะ แบบว่าปีที่ทั้งคู่สมัครอ่ะ คะแนนเท่ากันเปะๆเลย ก็เลยครองตำแหน่งรวมกัน รุ่นพี่ฮิเดอากิดูแลทางวิชาการคนที่แต่งชุดนักเรียนน่ะ ส่วนรุ่นพี่อิมาอิดูแลทางกิจกรรมไง
โฉอง : (หน้าตาไม่ค่อยอยากเชื่อ) ท่าทางแบบนั้นนะ(นิสัยน่ะนะ)เป็นประธานนักเรียนได้ด้วยเหรอ
มาซากิ : ฮะๆเราก็ไม่เคยคุยกับรุ่นพี่เค้าหรอกนะ แต่ก็ได้ข่าวว่าแปลกๆกันน่าดูเลยแหละ (มาซากิหัวเราะน่ารักเชียวหล่ะ)
โฉอง : แปลกที่สุดเลยหล่ะ เป็นรุ่นพี่มาขอแบ่งขนมฉันไปหมด นั่นนะข้าวกลางวันของฉันเลยนะ สุดยอดเลย
มาซากิ : อ้า! งั้นเลยเหรอ ไม่เป็นไรเรากำลังจะมาชวนนายกินข้าวกับเราเลยหล่ะ นี่แม่เราทำข้าวกลางวันให้เราเยอะทุกวันเลยน่ะ ดูดิเราเลยสูงขนาดนี้เพราะกินข้าวเยอะกว่าชาวบ้านเค้า2เท่าทุกวันอ่ะ มาแบ่งกันดิ
โฉอง : โหสุดยอดเลย ปิ่นโตเหรอนั้นน่ะ ใหญ่ชมัด
มาซากิ : นายก็ท่าทางพูดเก่งนะนี่ (พูดพลาง เปิดปิ่นโต จัดแจงตะเกียบให้โฉอง)
โฉอง : (หน้านิ่งเริ่มแดงเล็กๆ)ฉันน่ะไม่ค่อยมีเพื่อนหรอก ย้ายโรงเรียนบ่อยๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนญี่ปุ่น แล้วก็คิดว่าจะเป็นที่ๆจะได้อยู่ไปอีกนานเลยหล่ะ พอมาเจอ ใครนะ คนที่ชื่อ ฮิโรโนริไรนั้นน่ะ เลย…เฮ้อ!!ฉันรู้ว่าฉันเข้ากับคนไม่เก่งด้วยนะ…..
มาซากิ : หมีคุอ่ะก็เป็นคนดีนะ ออกจาติดขี้แกล้งแล้วก็เจ้าเล่ห์นิดหน่อยโดยรวมก็เป็นคนดีนะ
โฉอง : (เคี้ยวข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อย) เออช่างเถอะ ว่าแต่นายเถอะชื่ออะไรหล่ะ?
มาซากิ : อ้อ เรา โฮชิโนะ มาซากิ นะ เรียกมาซาก็ได้นะ เราไม่ถือ
โฉอง : อ้อ เรียกเราว่า โฉก็ได้ เราไม่ค่อยชอบไอ้เจ้าฮิโรโนริอ่ะ เลยไม่อยากให้มาเรียกเราแบบนั้น แต่นายนะเราชอบนะ
มาซากิ : (ทำหน้าตกใจ) หา ชอบเหรอ……..เอ๋??????
โฉอง : ไม่ใช่แบบนั้นหมายถึง นายเป็นคนดีน่ะ แบ่งข้าวให้เรากินอีกด้วย เราเป็นเพื่อนกันนะ
มาซากิ : อ้อ ได้เลย (ว่าแล้วก็คีบข้าวเข้าปาก)
ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้ว่าประธานทั้ง 2 เฝ้ามองอยู่ที่ชั้น 4 ของตึก
ทักกี้ : จะเอายังไงดีหล่ะ ท่าทางทั้งคู่จะไปได้สวยนะ
ซึบาสะ : เอาเป็นว่าฉันจองน้องเจ้าของขนมแล้วกัน ซึ้งน้ำใจน้องมากๆ
ทักกี้ : นายนี่เจรงๆเลย ทำเล่นไปได้ O.K. งั้นติดใบวันนี้เลยนะ
ซึบาสะ : อะๆ เอาวันนี้เลยเหรอ ก็ได้!!
โฉองรู้สึกว่าการมาเรียนวันแรกเหนื่อยน่าดู ที่เจอทั้งคนที่ไม่น่ายุ่งด้วย รุ่นพี่แปลกๆและเพื่อนที่แสนดีแต่ก็ถือว่าสนุกดีแต่ว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกำลังจะเกิดขึ้นนะสิ
เช้าวันใหม่โฉองรู้สึกง่วงมากกับเวลาที่ไม่ค่อยปกติ และการมาโรงเรียนเองที่สุดแสนเบียดเสียดบนรถไฟ มาซากิมาถึงเกือบพร้อมกันร้องทัก
มาซากิ : ไงบ้างหล่ะ ท่าทางไม่ดีเลยนะ
โฉอง : รถไฟนี่สุดยอดจริงๆนะ ปลากระป๋องยังมีพื้นที่มากกว่าอีก อยากจาหลับอยู่ในนั้นเลยหล่ะ
มาซากิ : ฮาๆ อีกหน่อยก็ชินน่า อ๊ะ!……..
มาซากิเปิดลอคเกอร์เก็บรองเท้าพบกับสิ่งผิดปกติ กระดาษสีขาวสัญลักษณ์ตราโรงเรียนปรากฏอยู่ที่นั้น มาซากินิ่งงัน………….
โฉอง : เป็นไรของนาย นี่มันใบอะไรหล่ะ ? (พูดจบก็ฉีกออกมาดู)
เพื่อนแถวนั้น ตื่นเต้นตกใจกันใหญ่ มีเสียงพึมพัมกันเซ็งแซ่ "ได้เวลาเลือกmemberใหม่อีกแล้วเหรอ" "CLUB ต้องห้ามนั้นน่ะนะ" "หมอนี่สุดยอดอ่ะ!" "ท่าทางจะไม่รอดนะเนี้ย"
โฉองงงที่สุดไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่สังเกตุเห็นว่ามาซากิมีหน้าตาวิตกมาก
โฉอง : ใบนี้มีปัญหามากรึไง ฉันทิ้งให้ก็ได้นะ (ว่าแล้วก็ทำท่าจะฉีกทิ้ง)
มาซากิ : อ๊ะ ! อย่านะมันเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ขัดขืนไม่ได้(แล้วก็หยิบคืนมาเก็บไว้)
โฉอง : อะไรของนายนะเนี้ย ของแบบนี้เนี้ยนะ ตลกดีนะงั้นก็รีบไปเรียนเหอะ
โฉองพูดจบก็เปิดลอคเกอร์เพื่อเปลี่ยนรองเท้า แต่แล้วมาซากิก็ถึงกลับอึ้งไปอีก ที่ลอคเกอร์ของโฉองก็มีใบสีแดงประทับตราโรงเรียนแปะอยู่เช่นกัน
โฉอง : อะไรกันนะ ของฉันก็มีด้วยเหรอเนี้ย (แล้วก็หยิบมาดู ด้วยความสงสัย)
มาซากินิ่งพูดอะไรไม่ออก พอดีกับที่คุซาโนะเข้ามาพอดี
คุซาโนะ : แย่หล่ะสิได้รับบัตรเชิญเหมือนกัน แต่ว่าคนละสี แย่หน่อยนะ เพื่อนรักทั้ง 2 คน
โฉอง : บัตรเชิญ? คนละสี? นี่มันหมายควาว่าไงกันแน่!!!
ทุกคนในบริเวณนั้นต่างซุบซิบกันงึมงัม มาซากินิ่งเงียบไม่พูดอะไรทั้งสิ้น คุซาโนะยิ้มอย่างมีเลศนัย โฉองได้แต่สงสัยและไม่เข้าใจท่าทีของทุกคน บัตรเชิญต่างสีนี่มันหมายถึงอะไรกันนะ!!

CHEPTER 1 END
TO BE CONTINUTE