WITH NO NAME
chapter 6

storyby : subara nana


จินไม่อาจจะหลับตาลงไปได้ เฝ้าแต่คิดเรื่องของคาซึยะในใจ ถึงแม้ว่า คาซึยะจะพูดคุยมากขึ้น ท่าทางอ่อนโยนมากขึ้น แต่ว่าก็ยังไม่ยอมเปิดใจทั้งหมด เงาดำที่ปิดบังจิตใจยังอยู่ จะทำยังไงให้เงานั้นหายไปได้นะ จินคิดจนหัวแทบระเบิด แล้วก็เผลอหลับไป


เช้าวันต่อมาคาซึยะไปช่วยงานที่โบสถ์ตามปกติ หลังจากเสร็จจากการร้องเพลงจินเดินคุยกับยาบุ คาซึยะเห็นใครบางคนนั่งสวดมนต์อยู่ที่แถวหน้าสุด ก็เดินเข้าไปหา
“อรุณสวัสดิ์ อูเอดะ” คาซึยะกล่าวทักทาย คนที่กำลังก้มหน้าอยู่ ทัตซึยะได้ยินก็หันมายิ้มให้ “นายไม่เคยมาสวดมนต์ตอนเช้านี่นา” ทัตซึยะพยักหน้ายิ้มๆ “วันนี้ผมมาขอพรนะ” คาซึยะมองตรงไปยังรูปเคารพพระเยซูเบื้องหน้า แสงเทียนในโบสถ์ทาบผ่านใบหน้าคาซึยะ เผยให้ผิวขาวดูเด่นชัด สวยงาม ปากแดงค่อยๆเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมา

“นายกำลังขอเรื่องอะไรงั้นเหรอ?”
“จะหัวเราะผมก็ได้นะ ตั้งแต่เด็กผมก็เป็นเด็กที่ถูกแกล้งเป็นประจำอยู่แล้ว ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือมาอธิฐานกับพระเจ้า เฝ้าสวดมนต์ทุกวัน ขอให้พวกนั้น หายไป” มือที่กุมไว้ใกล้กับคางดูเหมือนสั่นน้อยๆ คาซึยะมองดูแล้วยิ้มออกมา “แล้วพวกนั้นหายไปมั้ย!!”
ทัตซึยะสั่นหัวไปมา “ผลสุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายที่ย้ายรร.หนีไป” คาซึยะได้ยินน้ำเสียงเศร้าๆนั้นก็คุกเข่าลงข้างๆทัตซึยะ เอามือกุมไว้แนบอกหลับตาสนิท อึดใจนึงก็ลืมตาขึ้นมา “คราวนี้น่าจะสำเร็จ ฉันช่วยอธิฐานด้วยแล้ว” ทัตซึยะทำหน้างงๆ “อธิฐาน…. อธิฐานว่ายังไงเหรอครับ” “ให้หายไป หายไปเลยไงหล่ะ” ดวงตาเยือกเย็นดูน่ากลัว ทัตซึยะ รู้สึกกลัว ดวงตาแบบนี้ เป็นดวงตาที่ไม่รู้ว่าต้องการอะไร… แน่นิ่ง… เรียบเฉย……


“ทั้งสองคนทำอะไรอยู่นะ!!” เสียงจินเรียกมาจากข้างหลัง หันไปดูพร้อมกัน “มาเถอะ มาทานข้าวเช้าได้แล้ว” คาซึยะยิ้ม “ไปกันเถอะนะ”
คาซึยะเดินไปถอดชุดออก จินเลยถือโอกาสถามทัตซึยะที่เดินมาด้วยกัน “พวกนายคุยอะไรกันเหรอ?”
“ไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับ แต่ว่าคาเมนาชิไม่ได้ร้องเพลงเลยสักเพลงนะครับ ผมเห็น” จินพยักหน้า “ใช่ ตั้งแต่ให้มาช่วยที่นี่ ก็ไม่เคยเห็นอ้าปากร้องสักที” ทัตซึยะ ไม่เข้าใจสายตาที่เป็นห่วงของจินนัก “ แล้วอาคานิชิ ถามว่าผมคุยกับคาเมนาชิทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า” จินหันมายิ้มกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรเห็นท่าทางสนุกดีนะ”
คาซึยะเก็บของเสร็จก็เดินมารวมกัน พร้อมจะไปห้องอาหาร จินเดินไปข้างหลังของทั้งคู่มองดูหลังของคาซึยะด้วยแววตาเศร้าๆ จินรู้สึกว่าปีกของคาซึยะกลายเป็นสีดำไปชั่วแวบตานึง


โคคิอาการดีขึ้นแล้ว มาเรียนได้ แต่แขนก็ยังคงถูกมัดห้อยไว้กับคอเช่นเดิม ยูอิจิเห็นเข้าก็แกล้งๆ เพราะโคคิตอนนี้เหมือนคนพิการไปแล้ว ทำอะไรก็อาศัยแค่มือข้างเดียว
“โคคิ!!” เอามือจี้เอวข้างที่แขนเจ็บ โคคิเลยเอามือฟาดไม่ถนัด ยูอิจิหลบไปแล้วก็ยืนขำ โคคิยิ้มๆแล้วก็ใช้เท้าเตะ ก่อนหัวเราะเสียงดังกว่า “ ไอ้บ้า ถึงแขนจะเจ็บ แต่ขายังใช้ได้ดีเว้ย!!” จินกับคาซึยะเห็นก็หัวเราะออกมาเหมือนๆกัน สมน้ำหน้ายูอิจิ
เรียวตะเดินเข้ามาในห้อง โคคิทำท่าจะเดินไปหาเรื่อง แต่จินเอามือจับเอาไว้ “พอเถอะน่า เรื่องมันจะไม่ยอมจบสักที “ โคคิท่าทางไม่พอใจแต่ก็นั่งลงแต่โดยดี คาซึยะมองดูด้วยสายตาเย็นชา ในใจเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่


เรียวตะกับเพื่อนกำลังซ้อมอยู่ในห้องชมรม หัวเราะกันเฮฮา “โธ่เอ้ย ไอ้เด็กเกเรนั้น คิดว่าจะแน่” เพื่อนคนนึงกล่าวออกมา เรียวตะหัวเราะ “นี่ยังน้อยไป ขำจะตายตอนที่มันกลิ้งตกลงไป แต่สูงขนาดนั้นน่าจะตายไปนะ นับว่ามันอึด แค่แขนเดาะ” “เจ้าบ้า ถ้าเล่นกันจนตายไม่แย่รึไง ฮะฮะฮะ”อีกคนนึงก็ช่วยเสริม


“น่าสนุกขนาดนั้นเชียวเล่นแกล้งคนทีเผลอนะ” คาซึยะเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเรียวตะถึงกับชะงัก ก่อนแสร้งยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ทำไม มีหลักฐานอะไรมาว่าพวกเราเหรอ ไม่เห็นจะรู้เรื่อง” หน้าด้านจริงๆ ที่คุยกันเมื่อกี้คิดว่าไม่มีใครได้ยินรึไงนะ คาซึยะไม่พูดอะไรต่อเดินไปที่กีตาร์ของเรียวตะ เอามือสัมผัสเบาๆ “กีตาร์นี่ของนายเหรอ สวยดีนี่” เรียวตะรีบเดินเข้ามาใกล้ “เฮ้ย อย่าเอามือแกมาแตะนะ” ท่าทางหวงขนาดนี้ คงรักมากสินะ คาซึยะยิ้มที่มุมปาก แล้วใช้เท้าเตะกีตาร์ล้มลง กระแทกตามไม่ยั้ง จนมันไม่เหลือชิ้นดี


“เฮ้ย!!แกทำอะไรของแกนะ ไอ้สารเลว!!” โกรธมากเอามือตบหน้าคาซึยะอย่างแรง ร่างเล็กๆผอมบางสู้แรงแบบนั้นไม่ไหวแน่ ล้มกลิ้งไปถึงครึ่งห้อง “เฮ้ยเรียวตะ แกจะบ้าเหรอ แรงไปแล้ว” “ใช่ๆเดี๋ยวมันก็ตายหรอก”
“ตายไปสิดี ดูมันทำสิ นั้นมันกีตาร์ของฉันนะ” คาซึยะเงยหน้าขึ้นมา หน้าชาไปซีก ลิ้นสัมผัสรสเลือด ปากคงจะแตก แล้วก็หัวเราะออกมา “แรงแกมีแค่นี้เหรอ!!”


จุนโนะวิ่งหน้าตาตื่นมาที่ห้องชมรมของจินอีกครั้ง ทุกคนทักทายเฮฮาเหมือนเคย “นั้นแน่ อยากเข้าชมรมเราเหรอ แวะมาแทบทุกวันเลย” ยูอิจิแซวเหมือนเคย จุนโนะไม่มีอารมณ์เล่นด้วย “ พวกนายไม่รู้บ้างเลยรึไง ว่าคาเมนาชิกำลังมีเรื่องอยู่ที่ห้องชมรมดนตรีสากลนะ….” จินไม่ฟังเสียงอะไรรีบกระโจนออกจากห้องไปเลย บ้าที่สุดเค้าน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้นะ ที่คาซึยะพูดเรื่องนั้น เค้ากลัวขึ้นมา กลัวว่าคาซึยะจะทำอะไรรุนแรงไป เรื่องการตาย…….เรื่องฆ่ากัน………


“ตึ๊ง” ร่างเล็กเซล้ม ข้าวของในห้องกระจัดกระจาย ตอนนี้เลือดไหลเปราะผิวหน้าที่ดูสวยจนหมด ไม่รู้สึกเจ็บ เหมือนชาชิน เอามือปาดเลือดที่ปากและจมูกก่อนหัวเราะออกมา “มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลย พอเถอะน่าเรียวตะ” เพื่อนเห็นอาการคาซึยะก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ยอมให้เรียวตะอัดจนเละขนาดนั้น ยังหัวเราะออกมาอีก เรียวตะยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ก็ยิ่งโมโห อยากจะฆ่าซะให้ตายด้วยซ้ำ มือใครคนหนึ่งดึงมือเรียวตะที่จะชกคาซึยะเอาไว้
คาซึยะตาเบิกโผลง “จิน!!” เสียงแหบแห้ง เพราะเลือดไหลเปอะปากไปหมด จินมาได้ยังไง เค้าคิดจะไม่ให้เรื่องนี้เกี่ยวกับใครอีก ทำไมจินถึงเข้ามาได้ “พอซะที นายทำเกินไปแล้ว คาเมนาชิไม่ได้สู้สักหน่อย นายหยุดได้แล้ว” จินท่าทางโมโห ไม่เคยเห็นจินอารมณ์รุนแรงแบบนี้มาก่อน

เรียวตะไม่สนใจกระชากข้อมือจินอย่างแรงจนจินล้มหัวไปฟาดกับกระจกที่มุมห้อง
“เพล้ง!!” เสียงกระจกแตก เหมือนเวลาหยุดหมุนไปดื้อๆ จินเจ็บแปลบที่หางคิ้วด้านซ้าย เอามือจับผมที่ปิดๆอยู่ขึ้น เลือดแดงสดไหลออกมาไม่หยุด ลืมตาข้างซ้ายแทบไม่ขึ้น แสบเพราะเลือดไหลเข้าตา ทุกคนที่ตามมาหน้าตาตื่น “เฮ้ยจิน!! เป็นยังไงบ้าง’"


จินยังเอ๋ออยู่ พูดอะไรไม่ออก คาซึยะเห็นแค่นั้น ก็รู้สึกเจ็บกว่าที่โดนเองหลายร้อยเท่า จิน ที่ไม่รู้อะไรด้วย ทำไมต้องมาเจ็บตัว เลือดไหลออกมาขนาดนั้น ทำไมกัน ทำไมต้องลากจินเข้ามาเกี่ยวกับวงจร ชั่วร้ายนี้ด้วย ครั้งที่ ทัตซึยะโดน หรือ โคคิโดนก็รู้สึกไม่ดี แต่พอเป็นจิน มันกลับเจ็บปวดแสนสาหัส ไม่ต้องการให้ใคร ทำลายจิน ไม่อยากให้จินต้องเจ็บ

“ไม่เกี่ยวนะเว้ย ไอ้บ้านี่เข้ามาเจ๋อเอง ไม่เกี่ยวกับฉัน” เรียวตะปัดความรับผิดชอบออกมา คาซึยะที่ก้มหน้านิ่ง หายใจหอบ รุนแรงขึ้น เหมือนจะขาดใจ ดินสอไม้ที่กลิ้งตกอยู่ที่พื้น คว้ามัน แล้วกำไว้แน่น ปลายแหลมเรียว จ้องมันเป็นจุดเดียว


“อ๊าก!!”

เรียวตะร้องเสียงหลง ทุกคนในห้องตะลึงงัน เพื่อนเรียวตะวิ่งหนีไม่คิดชีวิต จุนโนะ โคคิ ยูอิจิ ทัตซึยะ หรือแม้แต่จิน ตาเบิกค้างไปพร้อมๆกัน


คาซึยะยืนอยู่เหนือเรียวตะที่นอนกลิ้งๆกุมขาที่มีดินสอไม้ปักอยู่ เลือดไหลออกมาบ้าง เรียวตะร้องครวญคราง เพราะความเจ็บปวด “นี่เป็นส่วนของอูเอดะ” เสียงเย็นชาเหมือนไม่สะทกสะท้านกับเสียงร้องและเลือดของเรียวตะ ดึงดินสอไม้ออกมาอย่างแรง เรียวตะร้องเหมือนจะขาดใจ ทุกคนคิดว่าคาซึยะจะหยุด แต่ไม่ใช่!! กำดินสอไว้แน่นแล้วปักลงที่ฝ่ามืออย่างแรงเลือดไหลขึ้นเปราะหน้าขาวซีดไร้อารมณ์ เรียวตะร้องเสียงหลงน้ำตาไหลพรากออกมา “พอที !! ฉันเจ็บ!!" พูดปนๆกับน้ำตา ขยับแขนขาไม่ไหว เพราะความเจ็บปวด คาซึยะยิ้มน้อยๆ แววตาไม่มีความรู้สึกใดๆ “นี่เป็นส่วนของทานากะ!!”
จุนโนะอ้าปากค้าง แรงที่จะเดินไปห้ามไม่มีเหลือ จินเองมองดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตะลึง โคคิรีบลุกขึ้น “ยูอิจิ เราต้องห้ามเจ้านี่ แล้ว มันกำลังบ้าไปแล้ว!!” ยูอิจิที่จับแขนจินเอาไว้ทำหน้าเหรอหรา “หา!! อะ…..อืม” เดินตามโคคิไป โคคิกับยูอิจิช่วยกันล็อคแขนของคาซึยะเอาไว้ แต่โคคิที่มีเพียงแขนข้างเดียวที่ใช้การได้ ก็ไม่อาจทานแรงของคาซึยะตอนนี้ได้ ทัตซึยะกับจุนนโนะก็เลยเข้าไปช่วยห้ามอีกคน ร่างผอมบางแค่นั้น ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกัน


แม้แต่คนตัวใหญ่กว่าอย่างจุนโนะก็ยังถูกสลัดล้ม โคคิร้องออกมาเสียงดัง “เจ้าบ้า แกจะทำอะไร พอได้แล้ว หยุดสักที เดี๋ยวได้มีตายกันจริงๆหรอก” ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดเข้าไปในโสตประสาท คาซึยะเดินไปดึงดินสอออกจากฝ่ามือ ดวงตาเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง จินมองเห็นได้ด้วยตาข้างขวา ตาที่ไม่มีแววตา ไม่มีจิตใจ ไร้ความรู้สึกแบบนั้น เหมือนคนที่ตายไปแล้ว แต่เจ้านี่ยังไม่ตายนะ หยุดเถอะ หยุดการกระทำแบบนี้สักที อะไรจะหยุดได้กัน เพื่อนๆถูกเหวี่ยงล้มไม่เป็นท่ากันจนหมด จินอึดอัด ทนไม่ไหว ไม่อยากเห็นคาซึยะในสภาพแบบนี้ อย่าทำลายล้างมากไปกว่านี้เลย คนที่เจ็บก็คือตัวนายเองนะ
“นี่เป็นส่วนของ จิน!!” เรียวตะตาค้าง ปลายดินสอกำลังจะปักกลับมาที่ดวงตาข้างซ้ายของเค้า ใครก็ได้ช่วยที !!


“หยุดได้แล้ว พอซะที ปีกนายจะหายไปอยู่แล้ว!!!………….” เสียงจินดังขึ้น

น้ำตาไหลออกมาเหมือนคั่งแค้นใจ คาซึยะหยุดปลายดินสอห่างไม่ถึงเซน “ต่อให้นายฆ่าเจ้านั้นตายไป ฉันก็ไม่ดีใจหรอกนะ!!” เหมือนได้สติ ดินสอล่วงลงที่พื้น เสียงอาจารย์เอะอะ ดังมาแต่ไกล คาซึยะเวียนหัวอย่างหนัก แล้วภาพจินที่เห็นเบื้องหน้าก็ค่อยๆเลือนราง ……..เลือนราง…… แล้วดับมืดลง


“ต่อให้นายฆ่าคนที่ทำร้ายพี่จนตาย พี่ก็ไม่ดีใจหรอกนะ!!” เสียงนั้นยังก้องอยู่ในหู เหมือนกันอีกแล้ว อดีตที่อยากลืม เหมือนมันจะดำเนินมาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คาซึยะลืมตาขึ้น

ผ้าม่านสีขาวต้องแรงลมปลิวไปมา มือของเค้าขยับไม่ได้ มีอะไรบางอย่างทับอยู่ ค่อยๆหันหน้ามามอง


จินนอนฝุบอยู่ที่ข้างๆเค้า ใบหน้าขาวสะอาด มีคราบเลือดเปรอะผมอยู่บ้าง ผ้าพันแผลสีขาวมีรอยเลือดแปะที่หน้าผากเหนือคิ้วด้านซ้าย จินจงใจนอนทับแขนเค้าไว้รึไงนะ จงใจเฝ้าเหมือนกลัวว่าเค้าจะไปไหนรึไง หลับเหมือนเด็กๆ ไม่มีทีท่าจะตื่นเลยสักนิด คาซึยะรู้สึกกลัว กลัวว่าจินจะไม่หายใจค่อยๆใช้มืออีกข้างมาสัมผัสแก้มของจิน แผ่วเบา ไออุ่นยังมีอยู่ ยังหายใจอยู่ จินทำหน้ามุ้ย ขยิบตาสองสามที แล้วค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วก็ร้องให้ตกใจ “เอ้ย!! นี่ฉันเผลอหลับไปรึไง บ้าจริงๆ" “นายนี่หนวกหูจริงๆ อยากนอนทำไมไม่ไปนอนเล่า มานอนทับแขนชาวบ้านเค้าอยู่ได้ “คาซึยะที่นอนหันหน้ามาทางจิน ที่ท่าทางเอ๋อๆอยู่บ่นแบบรำคาญ


“ก็…กลัวนายตื่นมาไม่เจอใครนะสิ” คาซึยะหันหน้ากลับมานอนหงาย “ฉันไม่ใช่เด็กนะจะได้ร้องไห้ แบบนั้น “ แล้วก็ยิ้มออกมานิดหน่อย “อย่ามาล้อเลียนฉันนะ ที่ฉันร้องไห้ออกไปตอนนั้นก็เพราะไม่อยากให้นายทำอะไรบ้าๆออกไป “จินท่าทางจะอายเอามือทุบลงไปที่แขนคาซึยะ ที่ตัวเองนอนทับเมื่อกี้ “โอ้ย!! มันชาจนเจ็บจะตายอยู่แล้วนะ” คาซึยะร้องออกมา จินหน้าตาตื่น “อ๊ะโทษที นายโดนตีที่แขนเหรอ” “ไม่ใช่ ก็นายนะแหละที่เป็นคนนอนทับน่ะ ยังไม่รู้ตัวอีก”
จินทำหน้าเก้อๆที่โดนดุเหมือนเด็กๆ “ว่าแต่ว่า เรื่องเป็นไงบ้างหล่ะ” คาซึยะถามหน้านิ่งๆ “คนที่บ้านนายมา ทางบ้านเรียวตะไม่เห็นว่าอะไรสักคำ” จินพูดหน้าหงอยๆ

คาซึยะหัวเราะหึๆในลำคอ ก่อนค่อยๆหลับตาลงช้าๆ “โชคดีข้อเดียวของฉันก็คือที่บ้านมีเงิน ต่อให้ร้ายแรงแค่ไหน เงินก็จัดการทุกอย่างได้” จินมองดูคาซึยะด้วยสายตาเศร้าๆ “นายทำยังงั้นเพื่ออะไร ไปยั่วเรียวตะ แล้วก็ทำร้ายกลับ…..รุนแรงขนาดนั้น”
“ตอนแรกฉันคิดว่าจะจัดการให้เรียวตะโดนไล่ออกจากรร.ไป โดยการยั่วให้หมอนั่นทำร้ายร่างกายฉัน”
จินหน้าตาตกใจสุดๆ “อะไรกัน ทำไมนายเอาตัวเองไปแลกอย่างงั้น ไม่ปรึกษาพวกฉันสักคำ แล้วดูสิผลมันเป็นอย่างงั้นซะที่ไหน”


“ก็เพราะนายนะแหละ…… “คาซึยะพูดออกมาเสียงดัง จนจินเงียบไป “เพราะฉันเหรอ ….อะไรหล่ะ”
คาซึยะนึกถึงสภาพตัวเองฟิวส์ขาดเพราะเจ็บปวดที่จินถูกทำร้ายก็อายที่จะบอกรีบหันหน้าหนีทันที “ไม่มีอะไร!!” จินไม่ยอมแพ้ รีบดึงเสื้อให้หันกลับมา “ขี้โกงนี่ ทำไมไม่ยอมบอกอ่ะ บอกมาสิ!!” คาซึยะนิ่งๆแกล้งทำเป็นหลับ จิน ทำหน้าแบบอึ้งๆ “ไม่ต้องมาแกล้งหลับเลย !! ที่นายลุกขึ้นมาทำแบบนั้นเพราะโกรธที่ฉันถูกทำร้ายใช่ม้า “
รู้แล้วยังถามอีกนะเจ้าบ้า จินมองคาซึยะนิ่งๆสักพักก่อนที่จะพูดออกมาน้ำเสียงราบเรียบ “ ฉันก็ขอบคุณที่นายเป็นเดือดเป็นร้อนแทนฉัน แต่การใช้กำลังในการแก้มันไม่ใช่วิธีที่ดีนักหรอก ถ้านายปักดินสอลงไปที่ตาของเรียวตะ คนที่เสียใจมากที่สุดก็จะเป็นตัวนายเอง……..” คาซึยะลืมตาขึ้นมาแล้วฝืนหลับไปอีกครั้ง


จินชะโงกหน้ามาดูเห็นคาซึยะ ทำท่าหลับจริงๆก็ไม่พูดต่อ เอาผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วออกจากห้องไป เรื่องทั้งหมดถูกแก้ไขด้วยเงินของบ้านคาซึยะจริงๆ เรียวตะย้ายรร.ไปอยู่ที่อื่น คาซึยะถูกพักการเรียน1อาทิตย์ ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้ารูปเข้ารอยดีแล้ว แต่เหตุการณ์วันนั้นก็ยังไม่ลบไปจากความทรงจำของคนในกลุ่ม


“เจ้านั่น น่ากลัวจริงๆเลยนะเนี้ย “ ยูอิจิอยู่ดีๆก็พูดขึ้นมา “แต่ว่าคาเมนาชิก็ทำให้คำอธิฐานของผมเป็นจริงนะ” ทัตซึยะพูดขึ้นมาบ้าง โคคิท่าทางสงสัย“คำอธิฐานอะไรของนาย” “ผมขอให้เรียวตะหายตัวไป แล้วเค้าก็หายไปจริงๆ คาเมนาชิเหมือนเป็นเทวดา ช่วยให้มันเป็นจริงขึ้นมา” โคคิหัวเราะออกมา “เออ เจอขนาดนั้น มันก็สมควรหายไปแล้วหล่ะ คงมีแค่นายคนเดียวมั้งที่ว่ามันเป็นเทวดานะ ทั้งรร.เค้าว่ามันเป็นปิศาจกันหมดแล้ว”


จินได้ยินที่โคคิพูดก็ทำหน้าเห็นด้วย ตอนนี้คนทั้งรร.รู้เรื่องควาน่ากลัวของคาซึยะหมดแล้ว ถ้าคาซึยะกลับมาจะเจอกับสายตาคนรอบข้างเป็นยังไงบ้างนะ แค่คิดก็รู้สึก้เป็นห่วงลึกๆ
“รุ่นพี่อาคานิชิ ผมว่าไม่ต้องให้รุ่นพี่คาเมนาชิมาช่วยที่โบสถ์แล้วจะดีกว่ามั้งครับ” ฮิโรโนริ คุซาโนะ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มชมรมประสานเสียงระดับม.ต้น จินมีสีหน้าแปลกใจ ” ทำไมหล่ะ!!”
“ต้องบอกด้วยเหรอครับ เท่าที่ดู รุ่นพี่เค้ามาทุกวัน แต่ไม่เคยร้องสักครั้ง ผมไม่เห็นประโยชน์ที่จะให้เค้ามาช่วยเลย” จินอึ้งไปเลย

ก่อนพูดดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ”จริงๆแล้วเรื่องที่เค้าอาลาวาดที่ชมรมดนตรีสากลต่างหากใช่มั้ย!!” คุซาโนะพยักหน้าหนักแน่น “ครับ ก็เข้าใจดีนี่ครับ เพราะว่าชมรมเรามีเด็กเยอะ มีคนแบบนั้นมันคงไม่เหมาะ ทางผู้ปกครองเค้าก็อาจจะไม่พอใจด้วย” คนแบบนั้นมันคนแบบไหนกันนะ ไม่เข้าใจเลย “ตกลง งั้นฉันก็คงจะไม่มาด้วยหรอกนะ” คุซาโนะหน้าตื่นนิดหน่อยก่อนพยักหน้า “ก็แล้วแต่รุ่นพี่หล่ะครับ!!”


คาซึยะนั่งทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโบสถ์ตามปกติ เด็กๆจ้องกันตาไม่กระพริบ ยาบุเองก็จ้องใจจดใจจ่อ คาซึยะหันไปมองด้วยสายตาดุๆ จนยาบุรีบหันกลับไปทานข้าวต่อ แต่ก็อดแอบหันมาดูอีกไม่ได้คาซึยะนึกสนุกก็เลยแกล้งแยกเขี้ยวให้พร้อมกับร้องแห่ๆแกล้ง ยาบุก็ตกใจนิดหน่อยแล้วก็ขำออกมา คาซึยะก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน


ฮิคารุที่นั่งข้างๆดึงแขนเสื้อยาบุ “รุ่นพี่ฮิโรโนริบอกว่ารุ่นพี่คนนี้น่ากลัวนะ !!” ยาบุส่ายหัวไปมา “ไม่จริงหรอกมั้งเมื่อกี้เค้ายังยิ้มให้ฉันเลยนะ” จินเดินออกมา เอามือตีหลังคาซึยะเป็นการเรียก “เราไปกันเถอะ ต่อไปไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้วหล่ะ” คาซึยะงงๆแต่ก็พอจะเข้าใจเลยลุกตามออกมา
“ไม่เห็นจะต้องโกรธขนาดนั้นเลย นี่นา แค่พวกเค้ากลัวฉันก็เท่านั้นเอง”

คาซึยะเดินล้วงกระเป๋าบ่นออกมา จินหยุดเดินหันหน้ามามองคาซึยะ “นายรู้ได้ยังไง” คาซึยะยิ้ม “ ทำไมจะไม่รู้หล่ะ เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ฉันเคยเจอมาบ่อยๆแล้ว ไอ้เรื่องแบบนี้ ถ้าเบื่อก็จะย้ายออกไปเอง “ จินหน้าตาตกใจกว่าเดิม” นี่นาย คงไม่คิดจะย้ายไปจากที่นี่หรอกนะ” “ไม่หรอกน่า ฉันยังรู้สึกสนุกอยู่ไม่คิดจะย้ายไปหรอก” จินท่าทางใจชื้นขึ้นมา

จริงๆแล้วเพราะมีจินอยู่ที่นี่ต่างหากหล่ะถึงไม่ย้ายออกไป “ตอนนั้นนะนายเรียกฉันว่าจินใช่มั้ย!!” อยู่ดีๆก็เปลี่ยนเรื่องพูด คาซึยะออกจะอายๆก็เลยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน “หา!!” “ไม่ต้องมาหาเลย ต่อไปก็เรียกฉันว่าจินก็ได้ แต่ฉันก็จะเรียกนายว่าคาซึยะนะ เข้าใจมั้ย” สรุปเองเสร็จสรรพ คาซึยะยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงยูอิจิก็ร้องทักออกมา “เฮๆ มากันแล้วเหรอ นี่ๆ โคคิถอดเฝือกแล้วนะ มันบอกว่าจะเลี้ยงด้วยแหละ” โคคิเอาแขนที่เพิ่งหายตบหัวยูอิจิทันที “ใครบอกแกกกันเจ้าบ้า!!” ทัตซึยะหัวเราะออกมา ก่อนหันมายิ้มให้คาซึยะ “มาเรียนสักทีเนอะ”
คาซึยะพยักหน้า ยิ้มน้อยๆ ต่อให้คนทั้งรร.เห็นเค้าเป็นศัตรู อย่างน้อยก็มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละที่ไม่มีทางทอดทิ้งเค้าแน่นอน “อืม ในที่สุดชมรมเราก็จะได้ฤกษ์ซ้อมกันสักทีนะ มีเรื่องมาตั้งเยอะ” จินพูดอย่างอารมณ์ดี
“ได้เลย แขนเพิ่งหายอยากยืดเส้นยืดสายมานานแล้ว” โคคิพูดพร้อมทำท่าชกๆ “นี่ๆ ซ้อมเต้นนะ ไม่ได้ไปชกมวย” ยูอิจิเอามือตีหัวโคคิเป็นการเอาคืน


จุนโนะเดินเข้ามาในกลุ่มสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “อ้าว คราวนี้จะมีอะไรอีกหล่ะคุณหัวหน้าห้อง มาทีไรเอาแต่ข่าวร้ายมาทุกที”โคคิร้องทัก จุนโนะทำหน้าแบบเบื่อๆ”ก็ไม่อยากหรอกนะ อาจารย์ฝ่ายกิจกรรมเรียกนายไปพบแนะ อาคานิชิ “ ทุกคนท่าทางแปลกใจกันหมด “เรื่องอะไรเหรอ” จินถามจุนโนะ “ก็คงเรื่องชมรมละมั้ง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!!”


“ชมรมของเธอถูกพิจารณาว่าสมควรจะโดนยุบ เพราะว่ามีเด็กที่มีปัญหาอยู่ถึง 2 คน ทานากะ โคคิ เคยมีประวัติมั่วสุมกับอันธพาลมาก่อน แถมเคยมีคดีลักขโมยอีกด้วย แล้วคาเมนาชิ คาซึยะ เท่าที่ดูๆมาประวัติจากรร.ที่ย้ายมาเคยก่อการทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกายมาแทบทุกรร. สมาชิกในชมรมก็มีแค่ 5 คน ทางรร.กลัวว่าจะรวมตัวกันก่อความวุ่นวาย “
หมายความว่ายังไงกัน แค่มีคนที่เคยมีปัญหา ก็สั่งยุบไปเลยงั้นเหรอ จุนโนะที่ยืนฟังอยู่ไม่พูดอะไร จินเองทนไม่ได้หรอก “ทำไมหล่ะครับ ถึงจะมี5 คนแล้ว2 คนนนั้นมีประวัติไม่ดีมาก่อน แต่คนเราก็ทำผิดกันได้ ทำไมไม่ให้โอกาสหล่ะครับ โอกาสให้เราแก้ตัวไม่ได้เลยเหรอครับ”
อาจารย์ทำหน้าแบบไม่พอใจ “ก็ครูจะไว้วางใจคนอย่างเธอได้ยังไง ประธานชมรมที่ชอบโดเรียน ซ้ำสมาชิก็มีแต่พวกเหลือขอ แล้วไอ้การที่จะไปร้องเพลงหรือเต้นอะไรนั้นนะ ที่รร.ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ดูจะออกไปในทางมั่วสุมซะมากกว่า”


จินเม้มปากสนิทใช่สิ ก็เค้าผลการเรียนอยู่ในระดับแย่ ชอบมาสาย โดดเรียนก็บ่อย แต่เค้ามั่นใจ100%ว่าชมรมของเค้าจะทำแต่เรื่องที่สร้างสรรค์ไม่ก่อความเดือดร้อนให้ใครแน่ๆ ทำไมไม่ให้โอกาสกันบ้างนะ
“เอ่อ อาจารย์ครับถ้าเกิดว่าผมมาอยู่กับชมรมนี้ อาจารย์พอจะพิจารณาใหม่ได้มั้ยครับ” จินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง จุนโนะเหรอที่พูดออกมานั้นน่ะ………..


CHEPTER 6 END
TO BE CONTINUTE……………


 

 

setstats 1