|
สิ้นสุดชม.พละ คาซึยะเดินมาเปิดลอคเกอร์เพื่อจะเปลี่ยนชุดนร.เพื่อกลับไปเรียนต่อ
เปิดเสร็จทำสีหน้าเบื่อๆก่อนปิดกลับไปแรงๆ จิน โคคิ ยูอิจิที่กำลังเปลี่ยนชุดข้างๆก็มองพร้อมกัน
เป็นไรรึเปล่า จินถามอย่างสงสัย คาซึยะหันไปทางกลุ่มเจ้าตัวสูง พากันหัวเราะออกมา
คาซึยะเดินออกไปไม่พูดอะไร ทัตซึยะเม้มปากสนิท จินหันไปมองทัตซึยะบ้าง
แล้วนายหล่ะมีอะไรรึเปล่า ทัตซึยะก้มหน้าส่ายหัวยิ้มๆ โคคิกับยูอิจิมองหน้ากันเหมือนกับสงสัยอะไรบางอย่าง
คาซึยะเดินมาเปลี่ยรองเท้าพละกับรองเท้านร. คิดว่าจะเดินกลับไปเอาชุดที่หอ
ว่างเปล่า แม้แต่รองเท้าก็ถูกขโมยไปด้วยปัญญาอ่อนที่สุด แกล้งกันเป็นเด็กไปได้
ทุเรศชมัด ปิดตู้เก็บรองเท้าแรงๆอย่างอารมณ์เสีย เดินกลับไปห้องเรียนทั้งชุดพละอย่างงั้นหล่ะ
ยูอิจิที่เดินนำมาเข้าก่อนร้องทักทันที เฮ้ย ! คาเมนาชิ ไมไม่เปลี่ยนชุดนร.หล่ะ
ชม.เรียนจะเริ่มแล้วนะ คาซึยะหันไปมองด้วยหางตา ตอบออกไปแบบรำคาญ ขี้เกียจเปลี่ยนมีอะไรรึเปล่า
โคคิหันมามองหน้ายูอิจิ อะไรของมันวะ จินรีบเดินแทรกตัวออกมา พยายามจะตามคาซึยะให้ทัน
คาซึยะเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ต้องตกใจ
เด็กโตเกียวบ้าลัทธิ กรีดข้อมือตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย จิตใจวิปริต ไสหัวกลับโตเกียวไปเถอะ!!
ข้อความปรากฎที่หน้ากระดานดำ ทุกคนที่เข้ามาในห้องแล้วยืนดูกันใหญ่ พอคาซึยะเข้ามาก็ซุบซิบกัน
จิน ยูอิจิ โคคิ เดินเข้ามาก็ตะลึงไปตามๆกัน ทัตซึยะที่เข้ามาถึงกับตาเบิกค้าง
จุนโนะที่เข้ามาที่หลังก็งง มายืนขวางประตูกันทำไม ชม.เรียนจะเริ่มแล้วนะ
เฮ้ย!! จุนโนะเห็นข้อความบนกระดานก็ตกใจ
คาซึยะเอามือจับข้อมือไว้แน่น รู้สึกอยู่ดีๆรอยแผลมันก็ร้อนขึ้นมาอย่างงั้น
ไม่อยากให้ใครเห็น เจ็บใจนัก ที่มันกลายเป็นจุดอ่อนตอนนี้ ได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้าพวกนั้นปนกับเสียงซุบซิบ
แม้แต่ที่โต๊ะก็ไม่เว้น หนังสือถูกฉีกขาด ไม่มีชิ้นดี ขยะก็เหมือนถูกเอามาเททิ้งตรงนั้น
บนโต๊ะยังมีรอยสีเปื้อนเขียนอีกว่า รีบไปตายซะเถอะ !! แต่อย่ามาตายที่นี่ให้มันเน่าเหม็นไปกว่านี้เลย!!
จินรีบเอาแปลงลบกระดานมาลบข้อความทิ้ง จุนโนะเองก็เหมือนกันรีบช่วยลบไปด้วย
ยูอิจิวิ่งมาที่นั่งคาซึยะ เก็บเศษหนังสือขึ้นมาให้ ทัตซึยะเองก็เข้ามาช่วยเก็บขยะพวกนั้น
โคคิตะโกนเสียงดังหน้าห้อง ใครวะ ขี้ขลาดชิบเป้งเลย!! ล้อเลียนการ์ตูนน้ำเน่าผู้หญิงรึไง!!!
ทุกคนในห้องเงียบไปสนิท แยกย้ายกันไปนั่งที่เหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
คาซึยะโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ แกล้งกันแบบนี้ ไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ
อาจารย์เข้ามาในห้อง ท่าทางตกใจ จุนโนะเองต้องรับหน้าไปก่อน อะไรกันนะ
ทำไมกันมีอะไรรึเปล่า ทำไมคาเมนาชิยังสวมชุดพละอยู่อีก แล้วสีที่เปรอะกระดานนี่อะไรกันนะ
คำหยาบทั้งนั้นเลย
จุนโนะ พยายามลบแล้ว แต่ส่วนที่เป็นสี ทำยังไงก็ลบไม่ได้ คือว่าคงล้อเล่นกันนะครับ
อาจารย์หน้าตาเหมือนไม่พอใจ ยังไงก็เถอะ จัดการให้เรียบร้อยด้วยหวังว่าพรุ่งนี้คงไม่มีร่องรอยพวกนี้นะ
ไม่เข้าใจเลยโว้ย!! ทำไมไม่ได้ทำต้องเป็นคนมานั่งลบด้วย ถ้ารู้ตัวคนทำจะเอามาฆ่าเลยคอยดูเดะโคคิบ่นเสียงดัง
ในขณะที่ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำมันสนเช็ดๆสี เงียบๆเถอะน่า ใครกันแน่ที่ซวย
ฉันไม่ได้เกี่ยวด้วยสักนิด แล้วทำไมต้องมาทำด้วยหล่ะ จุนโนะบ่นออกมาบ้าง
อย่ามาพูดเลย นายอ่ะเป็นหัวหน้าห้องต้องรับผิดชอบนะถูกแล้ว นี่พวกเราอุตส่าห์ช่วยนะสำนึกซะบ้างสิ
ยูอิจิ เอากระป๋องน้ำมันสนกระแทกหัวจุนโนะเบาๆเป็นการแกล้ง โอ้ย ขอบคุณเหลือเกิน
ก็คนที่ถูกเขียนด่าเนี้ย ไม่ใช่เพื่อนนาย กลุ่มพวกนายรึไง จุนโนะเถียงกลับ
จินรีบเอามือจุ๊ๆปาก แล้วหันไปดู คาซึยะ ทุกคนหันไปมองพร้อมๆกัน
คาซึยะนั่งเช็ดคำด่าที่โต๊ะเรียน สีหน้าเย็นชาเงียบเฉย ไม่สนใจ ไม่สะเทือนใจสักนิด
ทัตซึยะเดินเข้ามาใกล้ๆคาซึยะ สายตาเศร้าๆ ในมือถือใบลาออกจากชมรมมาด้วย
คาซึยะเงยหน้ามอง สายตาดุๆ ทำบ้าอะไรของนาย นายจะมาลาออกแบบนี้ ฉันก็กลายเป็นแพ้ไปนะสิ
กะอีแค่แกล้งกันปัญญาอ่อน แบบนี้ ฉันไม่สนใจหรอก
ทุกคนหน้าเหรอ นี่มีเรื่องอะไรกันนะ จินรีบวิ่งเข้ามา อะไรกันนะ มีเรื่องอะไรกันอีก
?
ทัตซึยะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้แล้ว ร้องไห้ออกมา จุนโนะ ยูอิจิ และ โคคิมองหน้ากันงงๆ
แล้วทัตซึยะก็เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา เรียวตะที่อยู่ชมรมดนตรีสากล เจ้านั้นเป็นมือกีตาร์คนสำคัญของวง
เพราะว่ามีทัตซึยะเป็นคนคอยแต่งเพลงให้ แล้วอ้างไปใช้ว่าเป็นเพลงของตัวเอง
แต่เจ้านั้นไม่เคยจะเห็นทัตซึยะเป็นเพื่อนเลย หวังแต่จะใช้ผลประโยชน์ แถมยังบังคับไม่ให้บอกใครว่าเพลงที่ได้มานั้น
ทัตซึยะเป็นคนแต่งให้
แต่ถึงยังงั้น ผมก็รู้สึกว่าเค้าอาจจะเห็นผมเป็นเพื่อนบ้าง บ่อยๆที่ผมเห็นกลุ่มของอาคานิชิอยู่ด้วยกัน
ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมานั้น ผมกับเรียวตะไม่ใช่เพื่อนกันจริงๆ ผมก็เลยตัดสินใจลาออกจากชมรม
เรียวตะดูเหมือนจะโกรธมาก เค้าก็เลยตามรังควาน หนักเข้าก็ทำร้ายชกต่อย
จนกระทั้ง คาเมนาชิไปเจอ แล้วเค้าก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นที่คาเมนาชิแทน
ผมทนต่อไปไม่ได้แล้ว
ไม่เห็นจะต้องทนเลย พวกนายมีเรื่องกันทำไม ไม่บอกกันบ้างเลย คาเมนาชิ
นายน่ะ อะไรที่มันหนักเกินไป ถ้าทำไม่ไหวก็บอกมาสิ ไม่งั้นจะมีพวกฉันไว้ทำไม
จินพูดออกมาน้ำเสียงเหมือนน้อยใจที่รู้เรื่องนี้ช้ามากๆ คาซึยะมองหน้าจินที่ท่าทางจริงจังก็อดขำไม่ได้
เฮ้ยยังจะมาหัวเราะอีก ไม่ตลกนะเว้ย เดี๋ยวเหอะ
เออ รู้ตัวแล้วก็ดี จะได้จัดการไม่ผิดคน โคคิพูดเสร็จก็โยนกระดาษหนังสือพิมพ์ทิ้งไป
ทุกคนหันมามองโคคิพร้อมกัน ไอ้เรื่องแกล้งกันนะ ถ้าแกล้งกันไปกันมา มันไม่มีวันจบหรอกนะ
ฉันว่าใช้วิธีที่สันติกว่านี้ไม่ได้รึไง จุนโนะ ที่ทำท่าจะไม่ยุ่งไปมาๆก็ต้องเอี่ยวด้วย
นั้นดิ นายอย่าทำอะไรรุนแรงเลยน่า จินท่าทางเห็นด้วยกับจุนโนะ
คิดว่าคนอย่างงั้นต้องใช้วิธีสันติด้วยเหรอไง !! ท่าทางโคคิเจ็บร้อนไม่น้อยเลย
คาซึยะรู้สึกแปลกใจ มันเป็นเรื่องของเค้าแท้ๆ ถึงแม้เวลาปกติจะทะเลาะกันไม่น้อย
แต่เจ้านี่กลับเป็นห่วงเค้าขนาดนี้เลยเหรอ
ยูอิจิเอามือจับไหล่โคคิแล้วโยกไปมา โอ๋ๆ ใจเย็นน้า พ่อนักเลงใหญ่ จะไปฆ่าคนก็วันอื่นแล้วกัน
เดี๋ยวเค้าจะรู้นะ ไปจัดการวันนี้ว่าเราเป็นคนทำ ทำอะไรต้องให้มันเนียนๆ
จินเอามือตีหัวยูอิจิ เจ้าบ้านี่ก็อีกคน ใครให้บอกแบบนั้นกันเล่า
อะไรกันนะ เจ้าพวกนี้ยังมีอารมณ์มาเล่นกันแบบนี้อีกหรอ อารมณ์ไหนกันเนี้ย
คาซึยะบ่นออกมาหน้ายิ้มๆ ทัตซึยะเห็นก็ยิ้มหน้าจ๋อยๆ จุนโนะเห็นว่าไม่มีอะไรกันแล้วก็สะพายกระเป๋า
งั้นฉันกลับแล้วนะ
จินชะโงกหน้าเข้าไปถามเหมือนเดิม ชมรมเรามีเรื่องไม่เว้นอย่างงี้ น่าสนุกน้าไม่คิดมาร่วมกันเหรอ
จุนโนะ เอามือปัดๆไปมาบ้านะสิ ไปแล้ว!! พูดยิ้มๆแล้วก็เดินออกไป
ยูอิจิดันหลังให้โคคิกลับทัตซึยะกลับบ้านกันบ้าง เหลือแต่คาซึยะกับจิน2คน
จินมองสภาพคาซึยะแล้วก็ขำ ถุงเท้าเปื้อนไปหมด เพราะไม่มีรองเท้านั้นเอง
ขำหาพระแสงอะไรของนาย จินหยุดขำทันที ท่าทางคนตัวเล็กอารมณ์เสียอีกแล้วนะเนี้ย
อืมๆ นายจะเดินเท้าเปล่ากลับหอรึไง ถึงจะใกล้ๆก็เถอะนะ เอารองเท้าพละฉันมั้ย
คิดว่ายังอยู่นะ แล้วก็ทำท่ากลั้นหัวเราะอีก คาซึยะ
โกรธๆผลักอกจินให้หลบแล้วเดินออกมาเลย ไม่อยากจะยืมหรอก เหมือนงอนๆนิดหน่อย
ไม่ใช่เรื่องรองเท้า แต่เป็นเรื่องที่เค้าโดนแกล้ง ดูเหมือนโคคิจะสนใจซะมากกว่าเป็นไหนๆ
จินที่ทำท่าเป็นห่วงก็ไม่เห็นจะห่วงจริงสักนิด
นี่อย่ามาโกรธเรื่องที่ฉันไม่สนใจนายหน่อยเลยน่า ทุกทีสิน่าเจ้านี่เคยไม่รู้จิตใจคนอื่นบ้างมั้ย
ไม่ว่าอะไรก็ดูออกไปหมด ใครจะสน นายไม่สนหรืออะไรก็เป็นสิทธิ์ของนาย ฉันจะไปมีปัญญาบังคับได้รึไง!!
จินวิ่งมาดักข้างหน้า เอาเถอะน่า ไหนๆ วันนี้นายไม่มีรองเท้า เราลองเดินเลียบหาดกลับหอด้วยกันเถอะ
นายไม่เคยไปใช่รึเปล่า
เท้าที่เปลือยเปล่าของทั้งสองคน เหยียบไปบนพื้นทรายเปียกๆ รู้สึกอ่อนนุ่มสบายเท้าอย่างประหลาด
น้ำทะเลเป็นสีเล่นเหลื่มกันเป็นชั้นๆสีฟ้าครามเขียว เวลาไม่เย็นเท่าไหร่
ยังพอแยกสีน้ำทะเลได้รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด น่าแปลกมาอยู่ที่นี่ร่วมเดือน
ยังไม่เคยมาชมทะเลที่อยู่ติดรร. ทั้งที่ใกล้ขนาดนี้
ลมพัดผมของทั้งสองปลิวไปข้างหลัง เผยให้เห็นใบหน้าสวยของทั้งคู่ เดินเคียงกันไป
ริมทะเลที่สวยงาม งดงามไม่ต่างกับภาพเขียนชิ้นเอก
ที่ฉันทำเป็นไม่สนใจนายนะ มีเหตุผลรู้รึเปล่า จินเริ่มเรื่องขึ้นอีกครั้ง
เหตุผลบ้าอะไร ใครอยากสนใจกันเล่า จินยิ้ม ในท่าทางงอนๆของคาซึยะ ก็ถ้าฉันเป็นคนที่ห่วงนายมากๆ
แสดงออกให้นายเห็นบ่อยๆนายจะเคยตัวนะสิ คาซึยะหยุดเดินมองหน้าจิน มีแววเคืองๆในสายตา
บ้า เคยตัวอะไร นายคิดว่าฉันต้องการให้นายสนใจขนาดนั้นเหรอ หลงตัวเองเกินไปแล้ว
พูดปฏิเสธออกไปทั้งๆที่ใจจริงๆเป็นยังงั้นนะแหละ
ไม่ใช่เคยตัว แบบนั้น ฉันกลัวว่านายจะเห็นแค่ฉันเท่านั้นที่หวังดีกับนาย
จริงๆแล้วทุกคนก็หวังดีกับนายทั้งนั้นนะแหละ พอฉันก้าวห่างมาจากนายนิดหน่อย
นายก็จะมองได้กว้างขึ้น จะเห็นว่ามีใครบ้างที่เป็นห่วงนาย คาซึยะเอามือเสยผมที่ปรกหน้าให้ไปตามแรงลม
จริงอย่างที่จินว่า วันนี้เค้าได้เห็นว่าโคคิสนใจเค้าไม่น้อยไม่ต่างจากเพื่อนสนิทคนนึง
ปกติคาซึยะเข้าใจว่า ที่โคคิยอมเสวนาด้วยก็เพราะว่า เห็นแก่จิน แต่จริงๆแล้ว
หมอนั้น ต้องการเป็นเพื่อนเค้าจริงๆ หรือแม้แต่ทัตซึยะเอง ท่าทางที่อ่อนแอแต่ก็ยอมไม่ได้ถ้าเค้าต้องถูกรังแก
เหมือนกับได้คิดอะไรหลายๆอย่าง การทำเพื่อคนอื่น แม้จะนิดหน่อย แต่ผลที่กลับมาก็คุ้มค่าไม่น้อย
ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องของทัตซึยะ ไปมาๆ ก็รับไปเต็มๆ แต่ผลที่ได้มา
ได้ทั้งความเจ็บใจ รวมทั้งความจริงใจด้วย ดีจริงๆที่ได้มาที่นี่ ได้มาพบกับจิน
มันทำให้เค้าอยากมีชีวิตต่อไปอีกแล้วนะ
นายรู้รึเปล่าว่ารถมอไซค์ของเรียวตะ โดนมือดีกรีดซะเละเลยนะ เสียงคุยกันเซ็งแซ่ทั่วห้อง
จุนโนะได้ยินก็บ่นอุบอิบทันที เจ้าทานากะนี่ เตือนอะไรไม่เคยฟังเลยนะ
โคคินั่งโยกเก้าอี้อารมณ์ดีตามฟอร์ม จินกับยูอิจิที่รู้ข่าวเหมือนกันเดินมาพร้อมที่โต๊ะ
ลากทัตซึยะมาด้วย
สบายใจเชียวนะ คิดว่าคนเค้าไม่รู้รึไงว่านายไปทำอะไรมานะ จินกอดอกวางท่าเหมือนทนายสอบผู้ต้องหา
อะไร ก็อยากให้รู้นะแหละเลยทำ ฉันไม่ใช่ประเภททำอะไรแล้วกลัวคนจะรู้สักหน่อย!!
ยูอิจินั่งลงข้างๆทำหน้าแบบหมั่นไส้ เออ เอ็งเก่ง ถ้าเรื่องถึงตำรวจมีแต่จะแย่นะนายอ่ะ
ประวัติสวยหรูรึเกินนี่ โคคิรำคาญท่าทางยูอิจิเอามือดันๆหัวให้ไปห่างๆ
ทัตสึยะหันหน้าไปมองคาซึยะที่ไม่มีทีท่าจะเดือดร้อนอะไร คาเมนาชิก็ช่วยกันห้าม
ทานากะหน่อยเถอะครับ คาซึยะหันมามองโคคิ อะไรจะว่าอะไรฉันอีกรึไง คาซึยะยักไหล่ยิ้มๆ
เปล่าแค่จะบอก สะใจดี ก็เท่านั้น โคคิยิ้มออกมา เออ เพิ่งเห็นนายพูดจาดีก็วันนี้วันแรกนะแหละ
ทั้งจิน ยูอิจิ ทัตซึยะท่าทางไม่พอใจร้องกันเป็นเด็กๆที่คาซึยะเข้าข้างการกระทำของโคคิ
เออ แต่ต่อไปเจ้าพวกนั้นคงไม่กล้าหือกับพวกนายอีกแล้วละมั้ง ไม่งั้นคราวหน้า
คงเป็นตัวมันแน่ๆที่โดนกรีดน่ะ โคคิพูดสีหน้าจริงจัง จินเอามือทำท่าว่าให้พอๆซะทีเถอะ
ทัตซึยะยิ้มก้มหน้าเหมือนเคยก่อนพูดออกมาเบาๆ ครับ ขอบคุณนะครับ
เออ นายได้เอาแผ่นซีดี ที่ฉันว่าจะขอยืมมารึเปล่าหล่ะ โคคิทวงถาม ทัตซึยะพยักหน้า
แล้วเดินไปที่โต๊ะ หยิบขึ้นมาให้ โคคิ พอดีกับที่เรียวตะเดินเข้ามาในห้องท่าทางอารมณ์เสียที่สุดเดินเลยมาที่โต๊ะทัตซึยะ
มองหน้าโคคิ นิดหน่อย โคคิยักคิ้วให้เป็นเชิง ท้าทาย จินกับยูอิจิรีบหันมาดูทันที
คาซึยะเอามือท้าวคางดูสถานการณ์นิ่งๆ
เรียวตะเดินออกมาเฉยๆทำท่าว่าจะเดินไปที่นั่งตัวเองแล้วก็ชนกล่องซีดีหล่นกระจายเต็มพื้นแล้วก็เดินไปเหมือนจงใจ
โคคิโมโห หายใจแรงๆ ทัตซึยะส่ายหัวไปมา
ทำอะไรนะ แล้วเดินไปเฉยๆแบบนี้ได้เหรอ!! น้ำเสียงเรียบๆ สกัดกั้นอารมณ์ไว้ที่สุด
เรียวตะหันมามองท่าทางยียวน ขอโทษ แล้วก็ไม่สนใจวางกระเป๋าทำท่าจะนั่งลง
มาเก็บเดี๋ยวนี้เลย!! โคคิออกคำสั่ง เรียวตะไม่สนนั่งลงไปเลย ทำหูทวนลม
คนอื่นๆในห้องยังคุยกันเป็นปกติไม่ทันสังเกตเห็นอะไร ไม่เป็นไร ทานากะ
เดี๋ยวผมเก็บเองก็ได้ ไม่ต้อง !! โคคิพูดเสียงดัง ทุกคนในห้องเงียบไปสนิทเลย
จุนโนะที่กำลังทบทวนบทเรียนถอนใจออกมา เอาอีกแล้วสินะ!!
เรียวตะหน้าตาตื่นนิดหน่อย ไม่คิดว่าโคคิจะเอาจริง หน้าตาโคคิตอนนี้ดูดุดัน
น่ากลัวเป็นที่สุด บอกให้มาเก็บไม่ได้ยินรึไง เรียวตะลุกขึ้นมาเก็บหน้าตาก้มๆ
มีแววว่าไม่พอใจมากๆ ขณะก้มลงเก็บ โคคิก็นั่งยองๆลงมาด้วย เอามือจับต้นคอ
เรียวตะรู้สึกเสียววาบไปทั้งแผ่นหลัง
อย่ามาทำเป็นซ่าส์ นายไม่รู้หรอกว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง คราวนี้ รถอาจจะแค่เป็นรอย
แต่คราวหน้าสายเบรคอาจจะถูกตัดก็ได้ ฉันทำงานที่อู่ เรื่องที่แนบเนียนเหมือนอุบัติเหตุฉันทำได้อยู่แล้ว
พูดจบก็เอามือตบหน้าเรียวตะเบาๆ2-3ที เรียวตะหน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด วางของที่โต๊ะทัตซึยะแล้วรีบกลับไปนั่งที่เรียบร้อยสุดๆ
โคคิหยิบซีดีไป ขยิบตาให้ทัตซึยะนิดหน่อยก่อนเดินกลับไปนั่งที่ ยูอิจิหันมาทำหน้ายุ่งๆใส่
นายไปกระซิบบอกอะไรอ่ะ ถึงได้หน้าซีดได้ขนาดนั้น
จะอะไรก็ช่างเถอะ ไม่มีเรื่องกันตรงนี้ก็ดีแล้ว จินเอื้มมือมาผลักหัวให้ยูอิจิหันกลับไป
โคคิถือกล่องซีดีเล่นๆไนมือ แล้วหันไปทางคาซึยะ คาซึยะไม่ได้หันมามอง เพียงแค่ยกนิ้มหัวแม่มือให้
โคคิก็ขำออกมา
แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มพร้อมกัน จินส่ายหัวไปมายิ้มๆก่อนหยิบหนังสือขึ้นมาเตรียมเรียนต่อไป
สุดยอดไปเลยนะเนี้ย!! อูเอดะ นายมีพรสวรรค์ทางการแต่งเพลงนะ จินนั่งผลิกกระดาษโน๊ตไปมาไม่ขนาดนั้นหรอก
อาจเพราะผมฟังเพลงมาเยอะก็ได้มั้งก็เลยพอจะทำได้ ยูอิจิชะโงกหน้ามาดู
จะถล่มตัวไปถึงไหน รับรองว่าต้องรุ่งแน่ๆเลยชมรมเรา มีคนเก่งๆมารวมกันแบบนี้
แต่ว่าผมเองก็อยากเต้นด้วยนะ ไม่อยากแค่แต่งเพลงอย่างเดียว ทัตซึยะแย้งๆขึ้นมา
ได้อยู่แล้วเดี๋ยวท่านอาจารย์ยูอิจิจะสอนให้ ไม่ต้องกลัว คาซึยะมองด้วยหน้าเบื่อๆ
เชื่อได้รึเปล่านายน่ะ ยูอิจิเอากำปั้นชกแขนคาซึยะเบาๆ เชื่อได้เดะ
เดี๋ยวเถอะ
อืมๆ เพลงเสร็จเมื่อไหร่เราจะได้ซ้อมเต้นจริงๆจังๆกันสักทีนะ แต่ว่า โคคิหายไปไหนน่ะ
อยู่ดีๆจินก็เหมือนนึกขึ้นได้ ทุกคนทำท่ามองหา วันนี้เจ้านั้นไม่ได้มาเรียนด้วยซ้ำ
คาซึยะเฉลยออกมา
โดดอีกละมั้ง ที่อู่คงมีงานเข้าแน่ๆเลย ยูอิจิพูดเหมือนเป็นเรื่องเคยชิน
ทัตซึยะกับจินกลับไม่คิดแบบนั้น ยิ่งเป็นช่วงที่มีเรื่องแบบนี้แล้วด้วย
ก๊อก
ก๊อก จุนโนะยืนเคาะประตูที่เปิดเอาไว้ ตามมารยาท ทุกคนหันมามอง
เจ้าของอู่ที่ ดูแลทานากะโทรมาบอกว่าเจ้านั้นได้รับบาดเจ็บแนะ
เอะอะอะไรก็หัวหน้าห้อง เทอมหน้าขอไม่เป็นหัวหน้าห้องอีกแล้วนะฉันน่ะ
จุนโนะบ่นตลอดทางที่ไปห้องเช่าของโคคิ ยูอิจิทำหน้าแบบสงสารปนสมเพศ จุนโนะ
เออน่า เป็นหัวหน้าห้องก็ไม่เท่าไหร่หรอก ถ้าจะแย่ก็แค่มีพวกเราเป็นเพื่อนเท่านั้นแหละ
นี่จงใจปลอบหรือซ้ำเติมนะ จุนโนะยิ้มแบบเสแสร้ง เออๆ ขอบใจที่บอกนะ
ทัตซึยะหน้าจ๋อยที่สุด ท่าทางเป็นห่วงโคคิมากๆ จินทำท่าจะเอามือตบหลัง
แต่คาซึยะกับเป็นคนที่ทำไปก่อน จินยิ้มอย่างอ่อนโยน เดี๋ยวนี้คาซึยะอ่อนโยนมากขึ้น
ดีไม่ดีจะมากกว่าเค้าด้วยซ้ำ
โคคิเดินมาเปิดประตูพร้อมทำหน้าเซ็งๆ แห่กันมาทำไมเนี้ย ห้องฉันไม่ได้กว้างพอให้ทั้งหมดเข้ามาได้นะเฟ้ย!!
ยังพูดจาแบบนี้ได้คงไม่เป็นไรมากจริงๆนะแหละ ไอ้บ้า คนเค้าเป็นห่วงนะ
มากอดทีเดะยูอิจิรีบผลักประตูออก ทำให้เห็นว่าแขนโคคิมีผ้าสีขาวผันเอาไว้เหมือนเข้าเฝือก
จินเห็นก็ตกใจ นี่นายแขนหักเลยเหรอ ฝีมือใครกันน่ะ โคคิทำหน้าแบบรำคาญ
ไม่ได้หัก แค่เคลื่อนนิดหน่อย ไอ้คนทำฉันมองไม่เห็นหรอก มันมืด ฉันกำลังลงบันได
อยู่ดีๆก็มีคนมาผลัก
ก็บอกแล้วไง ไอ้เรื่องแกล้งกันนะ แกล้งกันไปแกล้งกันมาสุดท้ายก็ไม่จบสักที
จุนโนะพูดออกมาเหมือนตำหนิ อ้าวแล้วทำยังไงถึงจะจบหล่ะ จะให้คนที่ถูกแกล้งทนไปงั้นเหรอ
ตายกันพอดี ยูอิจิเถียงจุนโนะขึ้นมา นั้นสิผมควรทำยังไงดี ไม่อยากให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้
ตอนแรกก็ คาเมนาชิ ต่อมาก็ทานากะ แล้วต่อไปจะเป็นใครอีก ทัตสึยะบ่นออกมาบ้าง
จินใช้ความคิดอย่างหนักในการแก้ปัญหาคราวนี้
ทางแก้ก็คือตายไงหล่ะ!!
คาซึยะพูดคำนี้ออกมา ทุกคนหันมาพร้อมกันทันที ถ้ามันไม่มีวันจบสิ้นก็ต้องตัดวงจรมันไปซะ
คือฆ่าตัวตาย คนที่ถูกแกล้งต้องใช้ความตายหนีมันไปซะ คนที่ตามแกล้งถ้าไม่มีคนให้แกล้งแล้วก็จบ
จินขมวดคิ้ว อยู่ดีๆทำไมถึงพูดแแบนี้ออกมา จุนโนะกับยูอิจิกลืนน้ำลายด้วยความตกใจกับคำพูดคาซึยะ
ทัตซึยะอึ้งไปเลย โคคิใช้สายตานิ่งรอดูต่อไปว่า คาซึยะ อยากสื่ออะไรออกมา
แต่ถ้าเราไม่อยากตายเอง ก็ฆ่าคนที่ตามแกล้งซะ กำจัดมันออกไปแค่นี้เรื่องก็จบแล้ว
นี่นายพูดเป็นเชิงเปรียบเทียบไม่ได้คิดจริงๆใช่มั้ย จุนโนะถามออกมาอย่างสงสัย
ตาก็พาลไปมองรอยแผลเป็นที่ข้อมือนั้น คาซึยะยิ้ม แต่สายตายังคงเย็นชา
นายคิดว่าฉันพูดจริงรึไง ฆ่าคนอาชญากรรมเชียวนะ
ยูอิจิพยายามแค่นหัวเราะออกมาให้บรรยากาศไม่เครียดไปกว่านี้ จินมองดูสายตาเยือกเย็นของคาซึยะ
รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ในตัวคาซึยะเหมือนมีระเบิดอยู่ข้างใน ไม่รู้อะไรจะทำให้มันระเบิดออกมา
อานุภาพของมันอาจจะร้ายแรง แค่เผาผลาญตัวคาซึยะคนเดียว แต่ถ้ามันมากกว่านั้นหล่ะ
บางทีอาจจะทำร้ายคนรอบข้างไปได้ นึกแล้วก็กลัวขึ้นมา
จินเดินมาเคาะประตูห้องคาซึยะ ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ คาซึยะพยักหน้าแล้วเปิดประตูกว้างต้อนรับ
มีอะไรอีกหล่ะ รีบๆพูดหน่อยนะ เดี๋ยวฉันก็จะนอนแล้ว จินเม้มปากก่อนระบายออกมา
ฉันรู้สึกกลัวนายขึ้นมา วันนี้ที่นายพูดเรื่องการฆ่ากัน มันน่ากลัวมากรู้มั้ย
คาซึยะได้ฟังแล้วก็หัวเราะ นายกลัวว่าตอนนี้ฉันไม่ฆ่าตัวเอง จะไปฆ่าคนอื่นงั้นเหรอ
จินส่ายหัวไปมา ไม่ใช่อย่างงั้น ฉันไม่อยากให้นายคิดแบบนั้นคาซึยะลุกขึ้นจากเตียง
เดินไปที่ประตูอีกครั้ง เปิดมันออกให้จิน งั้นนายก็สบายใจได้เลย กลับไปนอนเถอะ
ฉันจะไม่มีทางฆ่าใครหรอก นอกจากตัวฉันเอง เพราะไอ้การฆ่าคนน่ะ ฉันเคยลองมาแล้ว
มันก็ไม่ทำให้ฉันชอบเท่าไหร่หรอก
จินได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปเลย
คาซึยะพูดว่าเคยฆ่าคนงั้นเหรอ หมายความว่ายังไงกัน!!!
CHEPTER 5 END
TO BE CONTINUTE
|