|
1.1
|
ทำเลที่ตั้งของฟาร์ม |
| |
สถานที่ตั้งของฟาร์มควรอยู่ห่างไกลชุมชน ผู้เลี้ยงสัตว์รายอื่น
และแหล่งน้ำสาธารณะ |
| |
พอสมควร แต่ต้องห่างจากโรงฆ่าสัตว์ ตลาดนัดค้าสัตว์
ไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร |
|
1.2
|
ลักษณะของฟาร์ม |
| |
ฟาร์มต้องมีเนื้อที่เหมาะสมกับขนาดของฟาร์ม มีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน
โดย |
| |
ต้องมีรั้ว เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ชนิดอื่น เข้า-ออก
บริเวณพื้นที่เลี้ยงสัตว์ได้ และมีผัง |
| |
แสดงการจัดวางที่แน่นอน ดังนี้ |
| |
(1) พื้นที่เลี้ยงสัตว์ |
| |
(2) โรงเก็บอาหารสัตว์ โรงผสมอาหารสัตว์ |
| |
(3) พื้นที่ทำลายซากสัตว์ |
| |
(4) พื้นที่บำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล |
| |
(5) อาคารสำนักงาน ที่จอดรถ และบ้านพักอาศัย |
|
1.3
|
ลักษณะโรงเรือน |
| |
-ลักษณะโรงเรือนระบบเปิด |
| |
1.3.1 โรงเรือนควรตั้งยาวตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก
สภาพโรงเรือนโปร่ง ลม |
| |
ผ่านสะดวก แต่ละโรงเรือนควรห่างกันไม่น้อยกว่า
25 เมตจร |
| |
1.3.2 ขนาดของโรงเรือนต้องเหมาะสมกับจำนวนสุกร
แต่ไม่ควรเกินหลังละ1,000 |
| |
ตัว |
| |
-พื้นที่สำหรับสุกรพ่อพันธุ์ ประมาณ 4-8 ตารางเมตร/ตัว |
| |
-แม่พันธุ์ท้องว่าง ประมาณ 1.2-1.5 ตารางเมตร/ตัว |
| |
-แม่พันธุ์ตั้งท้อง ประมาณ 1.2-3 ตารางเมตร/ตัว |
| |
-คอกคลอดและแม่เลี้ยงลูก ประมาณ 3-4 ตารางเมตร/ตัว |
| |
-ลูกสุกรขุน |
| |
- สำหรับพื้นคอนกรีต ประมาณ 1.2-1.5 ตารางเมตร/ตัว |
| |
- สำหรับพื้นแสล็ต ประมาณ 1.0 ตารางเมตร/ตัว |
| |
1.3.3 โรงเรือนต้องมีโครงสร้าง และส่วนประกอบที่แข็งแรง |
| |
(1) เสาและโครงของโรงเรือน ทำจากเสาปูนหรือเหล็ก
โครงเหล็ก หรือไม้ที่มีความ |
| |
แข็งแรง |
| |
(2) หลังคา ควรมุงด้วยกระเบื้อง ถ้าเป็นสังกะสี
ควรเป็นหลังคาแบบตจั่ว 2 ชึ้น และ |
| |
สูงพอควร เพื่อระบายความร้อน |
| |
(3) พื้นคอก ควรเป็นพื้นคอนกรีตไม่หยาบ และไม่ลื่นจนเกินไป
มีความเอียง หรือ |
| |
เป็นพื้นแสล็ต เพื่อความสะดวกในการดูแล และทำความสะอาด |
| |
(4) ผนังคอก ควรใช้อิฐบล็ค หรือแป๊ปน้ำ สร้างอย่างแข็งแรง
ความสูงประมาณ 1 |
| |
เมตร ถ้าเป็นสุกรพ่อพันธุ์ ควรสูง 1.2 เมตรโดยประมาณ |
| |
(5) มีระบบทางระบายน้ำเสียระบายจากโรงเรือนสู่บ่อบำบัดได้อย่างสะดวกไม่อุดตัน |
| |
(6) หน้าโรงเรือนแต่ละหลัง มีบ่อน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับจุ่มเท้าก่อนเข้า-ออกโรงเรือน |
| |
-ลักษณะโรงเรือนระบบปิด |
| |
1.3.4 ขนาดเหมือนกับโรงเรือนสุกรโดยทั่วไป คือ
กว้างประมาณ 8-10 เมตร หรือ |
| |
ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยเน้นให้มีระบบควบคุมอุณหภูมิ
ความชื้น และการถ่าย |
| |
เทอากาศที่ดี เหมาะสมกับขนาดและชนิดของสุกรที่เลี้ยง |
| |
1.3.5 หลังคาโรงเรือนเป็นหลังคาแบบจั่ว ไม่ต้องสูงมาก
อาจมีวัสดุที่เป็นฉนวนกัน |
| |
ความร้อนบุใต้หลังคา หรือทำเพดานด้วยวัสดุที่เหมาะสม
และควรมีช่องว่างระหว่าง |
| |
หลังคากับเพดานเป็นแบบเปิด เพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดี |
| |
1.3.6 ผนังโรงเรือน ต้องมีผนังปิดรอบโรงเรือนให้มิดชิด
ด้วยวัสดุที่เหมาะสม (แข็ง |
| |
แรงไม่ติดไฟง่ายเกินไป) เพื่อให้สามารถบังคับทิศทางลม
และการถ่ายเทอากาศได้ |
| |
ดี และออกแบบให้มีการเปิด-ปิดได้สะดวกในกรณีที่ไฟฟ้าดับ
เช่น เป็นม่านพลาสติก |
| |
หน้าต่าง |
| |
1.3.7 พื้นคอก ควรเป็นพื้นคตอนกรีตไม่หยาบและไม่ลื่นจนเกินไป
มีความลาดเอียง |
| |
หรือเป็นพื้นแสล็ต เพื่อสะดวกในการดูแลทำความสะอาด |
| |
1.3.8 แสงสว่างตอนกลางวันมีแสงสว่างจากธรรมชาติผ่านทางแผ่นพลาสติก
หรือ |
| |
ช่องหน้าต่างกระจก (ยกเว้นโรงเรือนพ่อพันธุ์จะเป็นระบบทึบหมด)
มีไฟฟ้าให้แสง |
| |
สว่าง เพื่อความสะดวกในการทำงานหรือในเวลากลางคืนเมื่อจำเป็น |
| |
1.3.9 ระบบระบายน้ำและกำจัดของเสีย |
| |
(1) ทางระบายน้ำอยู่ภายในหรือด้านล่างของคอกตรงทางออก
และต้องเป็นระบบปิด |
| |
เพื่อไม่ให้อากาศเข้า |
| |
(2) บ่อกำจัดน้ำเสียต้องอยู่ด้านท้ายคอก (หลังพัดลม) |
| |
1.3.10 ระบบเตือนภัย ควรมีระบบเตือนภัย ในกรณีที่ไฟฟ้าขัดข้อง
หรืออุณหภูมิผิด |
| |
ปกติ เพื่อให้ผู้เลี้ยงสามารถเปิดม่าน หรือหน้าต่าง
หรือแก้ไขระบบควบคุมอุณหภูมิ |
| |
ได้โดยเร็ว หรืออาจใช้ระบบลดผ่าม่านอัตโนมัติ
เพื่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น |
| |
1.3.11 พื้นที่/ตัวของสุกรที่อยู่ในระบบปิดจะน้อยกว่าในระบบเปิด
แต่ต้องอยู่อย่าง |
| |
สุขสบาย เช่น สำหรับสุกรช่วงการขุนต้องไม่น้อยกว่า
0.75 ตารงเมตร/ตัว |