ศรัทธาหรืองมงาย: วิกฤตการทำลายเอกสารโบราณ

นันทวิศานติ์

หน้าสุดท้าย

ดังนั้นเมื่อเกิดความปรารถนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อจะยังประโยชน์ให้ตนในด้านวัตถุนิยมมีมากขึ้น ความต้องการพระเครื่องและพระบูชาจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว (แน่นอนย่อมรวมไปถึงความเป็นพุทธพาณิชย์) ในอดีตพระเหล่านี้อาจสร้างขึ้นมาจากผงธูปและสิ่งอื่น ๆ ในวัดที่ศักดิ์สิทธิ์แม้เป็นคัมภีร์หรือเอกสารโบราณก็ต้องเป็นเล่มที่ผุพังจนไม่สามารถนำมาใช้ศึกษาได้แล้ว

แต่ในปัจจุบันแม้แต่คัมภีร์ทางศาสนาที่ทรงคุณค่ายิ่งแต่มองไม่เห็นเพราะอวิชชาคือความไม่รู้มาปิดบัง ทำให้เห็นว่าคัมภีร์ในวัดหรือแม้แต่ผ้าห่อคัมภีร์ก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้น การแปรรูปคัมภีร์และเอกสารโบราณจึงได้เกิดขึ้น มีการทำลายล้างเอกสารโบราณเป็นขนานใหญ่ บางครั้งถึงกับนำคัมภีร์ทั้งหอไตรมาป่นเพื่อทำเป็นพระเครื่อง บ้างก็ไปกว้านซื้อมาจากวัดในต่างจังหวัดขนมาเต็มท้ายรถสิบล้อเป็นคัน ๆ รถเพื่อนำเข้ามาจำหน่าย นำมาทำลาย น่าอนาถสังคมในยุคโลกาวิบัติ แม้แต่สติปัญญาที่จะนำมาใช้แบ่งแยกความศรัทธาออกจากความงมงายยังไม่มี แล้วจะกล่าวว่าคนในสังคมทุกวันนี้ฉลาดขึ้นหรือโง่ลง

ใครจะตอบคำถามเหล่านี้ได้บ้างว่า การทำลายเอกสารโบราณอันทรงคุณค่าที่คนไทยมองไม่เห็น (หรือแกล้งไม่เห็น) เพราะเห็นแต่เรื่องเงินทองและความต้องการทางวัตถุ ปรารถนาแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสนองตัณหาความทะยานอยากในใจตน โดยทำลายล้างความเจริญงอกงามทางสติปัญญาของบรรพบุรุณสิ่งเหล่านี้เป็นความศรัทธาหรือความโง่งมงาย?

กลับหน้าแรก

สารบัญ | ไปหน้าที่ 1 | 2 |