| วิทยานิพนธ์เรื่อง | อุปนิษัท :
อภิปรัชญาที่สอดคล้องกันและที่สอดคล้องกับทฤษฎีวิทยาศาสตร์ เรื่องกำเนิดและการสิ้นสุดของจักรวาล โลก สรรพสิ่งและชีวิต |
| โดย | นางอมรา
ศรีสุชาติ สาขาวิชาภาษาสันสกฤต ภาควิชาภาษาตะวันออก บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2541 |
| ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ | ศาสตราจารย์
นพ.ประสาน ต่างใจ ผุ้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิระพัฒน์ ประพันธ์วิทยา |
บทคัดย่อ
การถ่ายทอดและแปลความโศลก 491 โศลกที่เลือกสรรจากจำนวน 1,844 โศลกของทั้ง 18 อุปนิษัทมีวัตถุประสงค์เพื่ออรรถาธิบายความหมายทางอภิปรัชญาว่า อะไรคือจักรวาล โลก สรรพสิ่ง ชีวิต ? และสิ่งเหล่านี้มีกำเนิด - การสิ้นสุดเพราะเหตุใด อย่างไร เมื่อไร และที่ไหน? และอรรถาธิบายคำตอบในเรื่องนี้ของอุปนิษัทที่สอดคล้องกับทฤษฎีวิทยาศาสตร์
โศลกจำนวนมากนี้แม้ต่างกันด้วยการใช้สำนวนภาษาในการสื่อความ แต่ได้ประกาศถึงเรื่องสำคัญอย่างเดียวกัน นั่นก็คือ ทุกอุปนิษัทประกาศว่า พรหมน คือจักรวาลและทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสัจจภาวะ (จักรวาลที่ไม่เสื่อมสลายและไม่ปรากฏรูป) แนวความคิดนี้ไม่ห่างไกลไปจากแนวความคิดเรื่ององค์รวม หรือ เอกภาวะ หรือสภาวะว่างเปล่าทางควอนตัม ซึ่งเป็นจุดเด่นในทฤษฎีวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
ในวิทยานิพนธ์นี้ ได้กล่าวถึง ความหมายที่เปรียบเทียบสัมพันธ์กันระหว่างจักรวาล สัจจภาวะกับจักรวาลปรากฏการณ์ในหลายประเด็น ระดับความเหมือนและต่างของจักรวาลทั้งสองนี้แจกแจงได้ตามประจักษภาวะในโลกปรากฎการณ์นี้เท่านั้น อันที่จริงแล้ว มนุษย์ซึ่งมีตัวตนและการรับรู้ผูกพันกับโลกปรากฎการณ์ไม่อาจรู้เข้าใจได้ถึงจักรวาลสัจจภาวะ ดังนั้นอุปนิษัทจึงไม่มีคำตอบสำหรับคำถามทางโลกที่ว่า จักรวาลและสัจจภาวะกำเนิดและสิ้นสุดอย่างไร ? หรือเพราะเหตุใด? แม้ว่าจักรวาลสัจจภาวะดำรงอยู่ตลอดเวลาและในทุกที่ แต่คนธรรมดาอย่างเรา ๆ ไม่อาจรับรู้ได้ อุปนิษัททั้งหลายจึงชี้แนะว่า บุคคลใดก็ตามที่กลายเป็นผู้รู้แจ้ง บุคคลนั้นย่อมค้นพบจักรวาลสัจจภาวะหรือ พรหมน หรือ อาตมน ในหัวใจของตนเองและเมื่อถึงตอนนั้นกาลเวลาก็ไม่มีความหมายอันใด อุปนิษัทยังกล่าวว่า จักรวาลสัจจภาวะดำรงอยู่ก่อนการเริ่มต้นกาลเวลาและอยู่ทั่งในและนอกจักรวาลปรากฏการณ์ แนวคิดทางอภิปรัชญาเช่นนี้สอดคล้องกับทฤษฎีวิทสาศาสตร์ยุคใหม่เช่นทฤษฎีของสตีเฟน ฮอคิง, ทฤษฎีของเดวิท โบห์ม ฯลฯ
ทฤษฎีองค์รวมและระเบียบการซ่อนเร้นตัวเองของเดวิท โบห์มอีกเช่นกันที่สนับสนุนการอธิบายปรัชญาของอุปนิษัททั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสภาวะของจักรวาลปรากฏการณ์ที่กล่าวว่า จักรวาลปรากฏารณ์ซ่อนเร้นอยู่ในจักรวาลสัจจภาวะซึ่งอยู่ในสภาวะว่างเปล่าควอนตัม และเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ไม่สมดุล จักรวาลปรากฏการณ์จึงบังเกิดขึ้น อุปนิษัททั้งหลายประกาศว่า จักรวาลปรากฏการณ์ของเรามีชีวิต มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ นั่นก็เพราะว่า ความปรารถนาต่อสิ่งมีชีวิตที่มีรูปปรากฏ และตบะสมาธิของพรหมนนั่นเองที่ก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ในรูปของการระเบิดออกของพลังเสียงและสิ่งเคลื่อนไหวอื่นๆ ซึ่งได้พัฒนาไปแล้ว เป็นจักรวาลปรากฏการณ์ของเราในที่สุด และจากนั้นกาลและอวกาศจึงกอปรกันขึ้นเป็นนิมิตแล้วดำเนินไป การอธิบายความเช่นนี้ ไม่ต่างไปจากการอธิบายทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์บางทฤษฎีเป็นต้นว่า ทฤษฎีบิกแบง, จักรวาลขยาย , หลุมดำ , อภิมิติอวกาศ ฯลฯ
อุปนิษัทอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งและชีวิตในจักรวาลปรากฏการณ์ว่าเป็นการถ่ายทอดและอันตรกริยาต่อกันสลับสับเปลี่ยนกันไปมาของเทวทั้งหลายหรือเทวดาทั้งหลาย ธาตุทั้งหลายที่กอปรขึ้นเป็นร่างของสิ่งมีชีวิตและเป็นสิ่งแวดล้อมในโลกปรากฏการณ์นี้นี่แหละคือ เทวดาทั้งหลาย และเพื่อเชื่อมโยงเทวดาทั้งหลายเหล่านี้เข้าด้วยกัน เอกเทว หรือ พรหมน จึงได้สร้างโครงข่ายที่สานไขว้กันไปมาขึ้น โครงข่ายหรือสายใยที่ทอไขว้กันไปมาซึ่งเรียกว่า โปรตและโอต นี้ ปรากฏในอุปนิษัทก่อนทฤษฎีใยมหัศจรรย์นับพันๆ ปี ทุกอุปนิษัทพยามยามที่จะแสดงแนวคิดที่ไม่แบ่งแยกระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และระหว่างผู้รับรู้กับสิ่ง(หรือผู้)ที่ถูกรับรู้ แนวคิดนี้ได้นำมาขยายการอธิบายในรายละเอียดโดยนักวิทยาศาสตร์ในคริสตศตวรรษที่ 20 ที่เสนอทฤษฎีวิทยาศาสตร์ เป็นต้นว่า ทฤษฎีของเดวิท โบห์ม ทฤษฎีระบบการจัดองค์กรตนเองของอิลยา พริโกจิน และสจอต คอฟแมน แนวคิดอื่นๆที่สำคัญ เป็นต้นว่า โลกคือชีวิต จิตวิญญาณจักรวาลอันเป็นองค์รวม จักรวาลปรากฏการณ์เป็นประหนึ่งภาพมายาของจักรวาลสัจจภาวะ จักรวาลปรากฏการณ์และทุกสิ่งทุกอย่างของจักรวาลนี้ย่อมจะกลับคืนไปสู่แหล่งกำเนิด การเป็นผู้รู้แจ้งหนึ่งเดียวเป็นจุกหมายสุดท้ายของมนุษยชาติและจักรวาล เหล่านี้ปรากฏอยู่ในอุปนิษัททั้งหลายเช่นเดียวกับที่มีอยู่ในทฤษฏีวิทยาศาสตร์บางทฤษฏี
ในที่สุดแล้ว แนวคิดเรื่องกรรม หรือการกระทำและผลของการกระทำ ไม่ว่าเหตุและผลของกรรมแต่ปางก่อนหรือในปัจจุบัน อันเป็นสิ่งที่กล่าวย้ำเป็นอย่างมากในทุกอุปนิษัทว่า เป็นตัวการสำคัญต่อสังสารวัฏ เกิด - คงอยู่ - ตายของชีวิตและของจักรวาลปรากฏการณ์นั้น ได้รับการยอมรับโดยนักทฤษฏีควอนตัมจิตวิญญาณและทฤษฏีนี้มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นทฤษฏีจักรวาลวิทยาที่สำคัญในศตวรรษหน้า