| 10
วิธี ติดเทอร์โบให้ Windows ME (หน้าที่ 3)
ถึงตรงนี้มาดูค่าที่เหมาะสมกัน ถ้าคุณมีฮาร์ดดิสก์เหลือเฟือ ให้ใส่ค่าต่ำสุด (Minimum) เท่ากับค่าแรมของคุณ เช่น ถ้าคุณมีแรม 64 Mb. ก็ให้ใส่ไป 64 เท่ากัน และค่ามากที่สุดให้ใส่เป็นค่าเดียวกับความจุฮาร์ดดิสก์ที่ปรากฎในช่องบนสุด แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีฮาร์ดดิสก์น้อย (เหมือนผู้เขียน) ก็ใส่แบบประหยัดๆ ได้เหมือนกัน คือกำหนดค่าทั้งมากสุดน้อยสุดเป็นค่าเดียวกัน อยู่ที่ประมาณ 2.5 เท่าของแรมที่มีอยู่ แต่ถ้าเซตแล้วยังมีที่เหลืออยู่ ก็ให้เซตค่าน้อยสุดเท่ากับ 1.5 เท่าของแรม และให้ค่ามากสุดเท่ากับแรมไปเลย 6. ถ้าเน็ตเวิร์กดูยุ่งนัก ก็ตัดทิ้งไปบ้างส่วนเน็ตเวิร์กของวินโดวส์มี ดูๆ แล้วก็เหมือนกับวินโดวส์รุ่นพี่ๆ ที่ออกมาก่อนหน้ามัน ตรงที่ค่ากำหนดที่ตั้งมาแต่แรกค่อนข้างจะธรรมดาเกินไป เนื่องจากทางผู้ผลิตต้องการให้สนับสนุนการทำงานได้กว้างที่สุด แต่นี่เองที่เป็นจุดที่ทำให้วินโดวส์ทำงานช้าลง โดยส่วนใหญ่แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงค่าตรงนั้น นอกจากผู้ใช้ที่ค่อนข้างมีความรู้ด้านเน็ตเวิร์กอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าไปปรับ ต่อไปนี้เราจะช่วยกันกำหนดค่าเน็ตเวิร์กให้เหมาะกับสภาวะการใช้งานจริงๆ เพื่อให้คุณได้เครื่องที่ทำงานได้ดีที่สุดถึงตรงนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา มาดูกระบวนการเอาสิ่งไม่จำเป็นออก โดยเริ่มจากการกำหนดค่าของโลคอลเน็ตเวิร์ก ให้คลิ้กขวาที่ My Network Places และเลือก Properties ในนั้นจะมีสิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้ และไม่ต้องใช้เอาเสียเลย สิ่งไหนที่ไม่จำเป็นเราจะออกมันออกเสีย เช่น ถ้าเห็นว่า Virtual Private Networking ติดตั้งอยู่บนเครื่อง แล้วคุณไม่ได้ใช้มัน ก็เอาออกเสีย โดยทำแถบสีที่ส่วนประกอบของ VPN ทุกๆ ส่วน แล้วคลิ้ก Remove เช่นเดียวกันกับค่ากำหนดใน Dial Up Networking เมื่อเข้าไปตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว ให้ไปคลิ้กขวาที่ไอคอน DUN connection ที่ปรากฎเป็นรูปเครื่องคอมสองเครื่องต่อโทรศัพท์ที่คุณกดเวลาเข้าเน็ต คลิ้กขวาแล้วเลือก Properties แล้วเลือก Networking ถ้าเห็นโพรโตคอลไหนไม่ได้ใช้ ก็ให้เอาออกให้หมด โดยส่วนใหญ่แล้วคิดว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในบ้านคงใช้เพื่อต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจำเป็นต้องใช้โพรโตคอล TCP/IP แค่โพรโตคอลเดียวเท่านั้น ตัวอื่นๆ ไม่ต้องใช้ การเลือกโพรโตคอลไว้มากเกินความจำเป็น จะทำให้การเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ใช้เวลามากกว่าความเป็นจริง ดังนั้นใช้เท่าที่จำเป็นจะดีที่สุด 7. ปลดปล่อยพลังแฝงของอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต เรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกนั่นก็คือ ปรับเปลี่ยนค่ากำหนดต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น จำนวนการส่งข้อมูลมากที่สุด (Maximum Transmission Unit), ขนาดหน้าต่างรับข้อมูล (Receive Window) และอื่นๆ ซึ่งถ้าคุณกำหนดค่าต่างๆ เหล่านี้ได้เหมาะกับการใช้งาน เช่นเดียวกับข้อที่แล้ว ความเร็วการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นค่าแรกที่ควรให้ความสนใจ คือ MaxMTU ดังที่กล่าวไปบ้างแล้วข้างต้น MaxMTU คือจำนวนการส่งข้อมูลมากที่สุดในเวลาหนึ่งๆ ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือขนาดชิ้นข้อมูลจริงๆ หรือที่เรียกว่าแพ็กเกจ ที่จะส่งผ่านไปบนเน็ตเวิร์กในเวลาหนึ่งๆ นั่นเอง ถ้าค่า MTU น้อยกว่าขนาดของแพ็กเกจข้อมูล เครื่องจะต้องตัดข้อมูลออกเป็นชิ้นเล็กๆ เสียก่อนแล้วค่อยส่ง ซึ่งจะทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลง ดังนั้นจึงควรปรับค่า MTU ให้เหมาะสม แต่เนื่องจากเงื่อนไขต่างๆ นั้นค่อนข้างจะซับซ้อน ทั้งยังมีกระบวนการวัดความเร็วที่เหมาะสมของเครื่องเฉพาะเครื่อง ซึ่งความเร็วจะต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความเร็วเครื่อง ความเร็วของไอเอสพี และอื่นๆ จึงต้องขอรบกวนให้เข้าไปทำตามกระบวนการในเว็บนี้ http://www.windows-help.net/techfiles/maxmtu.html ในนี้จะมีวิธีทำ อธิบายอย่างละเอียด พร้อมทั้งโปรแกรมช่วยต่างๆ ให้ดาวน์โหลดกันพร้อมในเว็บเลย ถ้าพร้อมแล้วก็เปิดเว็บเข้าไปลุยกันได้เลย 8. จำกัดแอพพลิเคชันเบื้องหลังถ้าเปรียบเทียบกับโอเอสตระกูลวินโดวส์ 9x ก็นับว่าวินโดวส์มีมีงานยุบยิบเบื้องหลัง (Background tasks) อยู่มากกว่า ซึ่งงานหลังบ้านเหล่านั้นจะดำเนินการโดยไม่ให้คุณรู้ตัวเลย และแน่นอนว่างานนั้นทำให้ซีพียูทำงานหนัก หรือบางงานอาจจะไปเพิ่มงานให้ดิสก์หรืออินเทอร์เน็ตด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมวินโดวส์มีถึงช้ากว่าวินโดวส์ 98 มากก ... อย่างเห็นได้ชัด ถ้าเทียบที่สเป็กเครื่องเท่าๆ กัน แต่ไม่ต้องห่วง คุณสามารถปิดการทำงานเบื้องหลังเหล่านั้น เพื่อจะเพิ่มสมรรถนะวินโดวส์ของคุณวิธีปิดการทำงานเบื้องหลัง ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เริ่มแรกให้คุณเข้าไปที่ Control Panel แล้วเลือก Automatic Updates ในหน้าต่างนั้นโดยปกติจะกำหนดไว้ให้เป็น " Automatically download updates and notify me when they are ready to be installed" ซึ่งก็หมายถึงเวลาเค้ามีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้วินโดวส์ดาวน์โหลดอัพเดตให้โดยอัตโนมัตินั่นเอง งานตรวจสอบนี้ก็ถือเป็นงานเบื้องหลังที่กินพลังวินโดวส์ แต่เราสามารถตัดงานนี้ออกได้โดยเลือก " Turn off automatic updating. I will update my computer manually" แต่คุณต้องไม่ลืมอัพเดตเองอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อความทันสมัย (อย่างที่เราบอกไว้ในข้อ 2) ส่วนอื่นที่ต้องดูก็คือ วินโดวส์มีของคุณอาจเป็นเวอร์ชันที่มีงานที่ทำโดยอัตโนมัติอยู่อีกหลายงาน เช่น ถ้าคุณใช้ Maintenance Wizard (ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรใช้) โดยเรียกจาก Strat/Program/Accessories/System Tools เจ้าตัว Maintenance Wizard เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนกำหนดช่วงเวลาที่จะให้งานประเภทรักษาเครื่อง เช่น ดีแฟรก สแกนดิสก์ และอื่นๆ ทำงาน แต่คุณต้องวางแผนเอง นั่นก็หมายความว่า คุณอาจจะกำหนดให้งานเหล่านั้น ทำระหว่างที่คุณใช้เครื่องอยู่ ซึ่งทำให้คุณทำงานได้ประสิทธิภาพลดลง แหมถึงตอนนี้ หลายคนคงบอกว่า รู้ไต๋ล่ะ อย่างนี้ปิดไม่ให้มันทำไปเลยดีกว่า แต่ช้าก่อน ถ้าปิดไปเลยก็มีผลเสีย เครื่องไม่เคยดีแฟรก ไฟล์ขยะต่างๆ ไม่เคยลบ แน่นอนว่าเครื่องจะต้องช้าลง ทำงานไม่ดีเช่นกัน แล้วจะแก้อย่างไรดี ทางออกก็คือ ใช้วิซาร์ดนั้นต่อไปนั่นแหละ แต่ต้องกำหนดเวลาทำงานเหล่านั้นให้เป็นเวลาที่คุณไม่ใช้เครื่องนั่นเอง วิธีง่ายๆ ในการควบคุมงานเบื้องหลังเหล่านั้น รวมถึงงานใน Maintenance Wizard ก็คือเข้าไปที่ Task Scheduler ที่อยู่ใน Control Panel จากนั้นคลิ้กขวาที่งานแต่ละชิ้น แล้วเลือก Properties แล้วเลือกเวลาของแต่ละงานให้เหมาะสม เช่น ตั้งให้เครื่องดีแฟรกเวลากลางคืน เป็นต้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มักจะแบ็กอัพเครื่องอยู่เสมอๆ ยูทิลิตี้ " System Health" ก็เป็นเครื่องมือที่ดีตัวหนึ่ง แต่ก็เป็นงานเบื้องหลังเช่นกัน ถ้าคุณต้องการปิดโปรแกรมนี้ด้วย ก็สามารถทำได้ โดยคลิ้กขวาเข้าไปที่หน้าของ Property แล้วคลิ้กให้เครื่องหมายถูกที่กล่อง "enabled" หายไป หรือไม่ก็ใช้ยูทิลิตี้นี้ต่อไป เพราะอย่างน้อยคุณก็แน่ใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นยังมีแบ็กอัพเสมอ แต่ต้องอย่าลืมกำหนดให้ทำงานในเวลาที่คุณไม่ใช้เครื่อง |