พักหลังๆมานี้ ผมรู้สึกว่าการขายของมีความสุขมากขึ้นเยอะเลย โดยเฉพาะวันที่เธอคนนั้นมาซื้อของ เรารู้จักกันมากขึ้น เพราะการสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างการซื้อขาย จนผมได้รู้แล้วว่าเธอชื่อ "แก้ว" เธอเพิ่งจบปริญญาตรีจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งแถบสามย่าน ตอนนี้ได้งานทำแถวๆสมุทรปราการ เธอจึงย้ายมาอยู่กับป้าซึ่งอยู่ซอยถัดไป และบังเอิญว่าซอยนั้นไม่มีร้านขายของแบบนี้ เธอจึงต้องเดินข้ามซอยมาซื้อของเป็นประจำ ทุกครั้งที่เธอมาซื้อของ ผมจะเป็นคนขายเสมอ เป็นเพราะว่าเธอมักจะซื้อของ ช่วงเวลาเดิมๆแทบจะทุกวัน ผมจึงสามารถมาดักรอขายของเธอได้ และผมก็จะพูดคุยกับเธอตามประสา เจ้าของร้านกับลูกค้า แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่า เจ้าของร้านคนนี้ เริ่มจะตกหลุมรักลูกค้าเข้าให้แล้ว
ผมอยากจะให้เธอมาซื้อของร้านผมวันละ 10 ครั้ง เราจะได้เจอกันบ่อยๆ แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ ความสัมพันธ์ก็ไม่คืบหน้าไปไหน ก็ได้แค่คุยเวลามาซื้อของ มันจะไปคืบหน้าได้ยังไง แต่แล้วสายๆวันหนึ่งเหมือนสวรรค์จะเห็นใจ เธอมาซื้อข้าวสารถุงให้คุณป้าแต่บังเอิญว่ามันถุงละ 5 กิโลกรัม ผมก็เลยได้โอกาสอาสาถือไปส่ง เพราะ 5 กิโลกรัมสำหรับผู้หญิง ถึงมันจะไม่หนักมาก แต่ถ้าถือเดินไกลๆ ผมว่ามันก็น่าจะลำบากอยู่ไม่ใช่เล่น เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ เราเดินไปคุยไปจนถึงบ้านเธอ พอดีป้าเธอนั่งรับลมอยู่หน้าบ้าน ผมจึงสวัสดีท่าน แล้วก็ถามถึงที่ๆจะให้วางข้าว เมื่อวางเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณ ผมก็เลยบอกเธอว่า
"คราวหน้า ถ้าต้องการอะไรแบบนี้อีก ไม่ต้องเดินไปก็ได้นะครับ โทรไปสั่งแล้วเดี๋ยวผมเอามาส่งให้"
"จะดีเหรอคะ รบกวนแย่เลย"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเป็นคนขายของ ขายได้ผมก็ดีใจแล้ว จดเบอร์โทรที่บ้านผมไว้ละกันนะครับ มีขายทุกอย่างครับ 02-xxx-xxxx"
"ค่ะ แล้วจะโทรไปสั่งนะคะ"
"งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับคุณป้า" ผมไม่ลืมที่จะทักทายผู้ใหญ่ตามมารยาทที่ดี แล้วผมก็เดินกลับบ้านอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้ว่าเธอจะกล้าโทรมาหรือป่าว เพราะดูเธอเป็นคนเรียบร้อย และขี้เกรงใจ
คืนนั้นเวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เผอิญผมอยู่ใกล้ก็เลยเป็นคนรับสาย
"ฮัลโหล"
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบที่นั่น ใช่ร้านขายของซอย 6 หรือป่าวคะ" เสียงแก้วนี่นา ผมจำได้
"ใช่ครับ นี่พี่ทศพูดครับ"
"อ๋อ หวัดดีค่ะ คือแก้วมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยค่ะ"
"ได้ครับ มีเรื่องอะไรเหรอครับ" ผมพูดไป พร้อมกับอาการดีใจจนนั่งไม่อยู่
"คือว่าหลอดไฟในครัวที่บ้านแก้วมันเสียอ่ะค่ะ เปิดแล้วมันไม่ติด ตอนแรกแก้วว่าจะเดินไปแล้ว แต่มันดึกแล้ว และคุณป้าก็ไม่อยากให้แก้วเดินไปซื้อ แต่ว่าแก้วยังไม่ได้ล้างจานเลย ไม่อยากทิ้งไว้พรุ่งนี้น่ะค่ะ เดี๋ยวตัวประหลาดอาจจะมาคุ้ยเขี่ยเอาตอนกลางคืน"
"ได้ครับ เดี๋ยวพี่เอาไปเปลี่ยนให้ หลอดสั้น 40 watt ใช่มั๊ยครับ"
"ใช่ค่ะ พี่ทราบได้ไงคะ"
"อ๋อ ก็เมื่อตอนสายๆที่พี่ไปส่งข้าว พี่เข้าไปในครัวด้วยไง"
"แหม ช่างสังเกตุจังนะคะ"
"ไม่หรอกครับ แค่บังเอิญจำได้น่ะครับ งั้นเดี๋ยวพี่เอาไปเลยละกัน"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"
ผมรีบจัดแจง หยิบหลอดไฟ แล้วก็หนีบ starter ไปด้วยตัวหนึ่ง เผื่อว่าจะเสียที่ starter ไม่ใช่หลอด ผมกึ่งเดิน กึ่งวิ่งเพื่อที่จะได้เจอแก้วเร็วๆ การที่คนเรารู้สึกดีๆกับใครสักคน ในช่วงแรกๆ เรามักจะอยากเห็นหน้า อยากอยู่ใกล้ๆ กับคนๆนั้นตลอดเวลาจริงๆเลย พอมาถึงบ้านแก้ว แก้วรออยู่หน้าบ้านอยู่แล้ว ยิ้มแสนหวานที่ผมเห็น ทำให้อาการเหนื่อยจากการเดินมาที่นี่ หายไปเป็นปลิดทิ้งเลย
"คุณป้าแก้วล่ะครับ"
"ท่านอยู่ในบ้านค่ะ เชิญค่ะ" ผมตามแก้วเข้าบ้านแล้วก็สวัสดีคุณป้า แล้วตรงดิ่งไปที่ห้องครัวจัดแจงตรวจดู พบว่าหลอดขาด พอเปลี่ยนหลอดไฟแล้วเปิดไม่ติด ก็สังเกตุว่า starter เสียด้วย
"ว้า แก้วคิดว่าเสียแต่หลอดอย่างเดียวซะอีก พี่ทศเลยมาเสียเที่ยวเลย"
"ไม่หรอกครับ พี่ติด starter มาด้วยพอดี" พอเปลี่ยนเสร็จ เจ้าหลอดไฟที่น่ารักก็กลับมาทำงานดังเดิม
"พี่ทศรอบคอบจัง ขอบคุณมากนะคะ"
"เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั๊ยครับ"
"แหม พี่ก็ แก้วไม่ได้กะขอบคุณอย่างเดียวหรอกน่า นี่ค่ะ ค่าหลอดไฟกับ starter"
"พี่ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นครับ พี่หมายถึงเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นเบอร์โทรที่บ้านแทนได้มั๊ย"
"เบอร์โทร พี่จะเอาไปทำไม บ้านแก้วไม่มีอะไรให้โทรมาสั่งซะหน่อย" นั่น น้องแก้วยิงมุขซะแล้ว
"ก็ไม่ได้จะโทรมาสั่งอะไรหรอก ก็แค่อยากจะโทรมาคุยได้มั๊ยครับ"
"แก้วว่าอย่าดีกว่าค่ะ คุณป้าคงไม่ชอบแน่ๆ"
"ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่สะดวก งั้นพี่กลับก่อนนะครับ"
"ค่ะ เดินดีๆนะคะ ทางมันมืด"
"ขอบคุณครับ บายครับ"
"บายค่ะ"
ผมเดินออกมาจากบ้านแก้วด้วยอารมณ์ 2 อย่าง หนึ่งคืออารมณ์มีความสุขที่ได้เจอแก้ว ได้คุยกับแก้ว แต่อีกหนึ่งก็เสียดายที่ไม่ได้เบอร์โทร แต่ไม่เป็นไร เธอคงอยู่ที่นี่ ให้ผมได้มีโอกาสเจออีกนาน แค่นี้ผมก็นอนหลับฝันดีแล้ว