การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
หลักสูตร"การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน"
(OPERATING MANUAL WRITING WORKSHOP)
คู่มือการปฏิบัติงาน(OPERATING
MANUAL)เป็นเครื่องมือที่สำคัญประการหนึ่งใน การทำงานทั้งกับตัวหัวหน้างานและผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นๆ
คู่มือการปฏิบัติงานจะจัด ทำขึ้นไว้เป็นของแต่ละหน่วยงาน เป็นการจัดทำรายละเอียดของการทำงานในหน่วยงานนั้นๆ
ออกมาเป็นระบบและครบถ้วนหัวหน้าหน่วยงานจะได้ประโยชน์จากการจัดทำคู่มือการปฏิบัติ
งานทั้งในช่วงของการสัมมนาภาคปฏิบัติการและการนำเอาคู่มือที่สำเร็จแล้วไปใช้ในการบริหาร
งานต่อไป
ประโยชน์ที่หัวหน้างานจะได้รับดังกล่าวข้างต้นก็คือ
(1) ในระหว่างการจัดทำ หรือใน ช่วงของการสัมมนานั้น
หัวหน้างานจะได้มีโอกาสวิเคราะห์ ทบทวนแก้ไข วิธีการ ทำงานและ
หรือขั้นตอนการทำงานต่างๆที่ทำอยู่ในปัจจุบันให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
เพราะในแต่ละบทของคู่มือ และ/หรือแต่ละขั้นตอนของการจัดทำจะมีการให้ความรอบรู้ในหลักการต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
แล้วหัวหน้างานก็ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงก่อนที่จะเขียนออกมาเป็น
คู่มือที่สมบูรณ์ออกมา และ (2) เมื่อจัดทำ/ได้คู่มือการปฏิบัติงานออกมาแล้ว
หัวหน้างานสามารถนำไปใช้ประ- โยชน์ได้หลายประการเช่น การสอนงานการตรวจสอบการทำงานของพนักงานทุกคนให้ทำงาน
ให้บรรลุ"จุดสำเร็จของงานในตำแหน่งงานนั้น" ใช้ในการควบคุมงานและการติดตามงาน
การ ประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือกล่าวโดยรวมก็คือหัวหน้างานสามารถนำไปดำเนินการให้งาน
ของหน่วยงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีกได้
การสัมมนาเรื่องนี้เป็นภาคปฏิบัติดังนั้น
จะเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจกันไปทีละขั้นตอน แล้วหัวหน้างานแต่ละคน(กลุ่ม)ลงมือเขียนคู่มือการปฏิบัติงานของหน่วยงานของตน-
เองออกมาโดยมีผู้บังคับบัญชาระดับเหนือเป็นพี่เลี้ยงอยู่อีกชั้นหนึ่ง
เป็นอย่างนี้ไปแต่ละบทจนแล้วเสร็จ โดยวิทยากรจะคอยดูแลความถูกต้องสมบูรณ์ของวิธีการเขียนเนื้อหาในทุกบททุก
ขั้นตอนนั้น
ข.
วัตถุประสงค์(ประโยชน์ที่จะได้รับ)
1.เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงานได้มีโอกาสทบทวนภาระหน้าที่ของหน่วยงานของตนว่า
ยังคงมุ่งต่อจุดสำเร็จขององค์การโดยสมบูรณ์อยู่หรือไม่ เพราะจากสภาพการเปลี่ยนแปลง
ต่างๆที่เกิดขึ้นอาจทำให้หน่วยงานต้องให้ความสำคัญแก่ภาระบางอย่างมากยิ่งขึ้น
2. เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงานจัดทำ-กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานหรือจุดสำเร็จของ
การทำงานของแต่ละงานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้การทำงานเกิดประโยชน์ต่อองค์-
การโดยส่วนรวมสูงสุด และเพื่อใช้มาตรฐานการทำงาน/จุดสำเร็จของงานนี้เป็นเครื่องมือใน
การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานต่อไปด้วย
3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ทราบความคาดหวังอย่างชัดแจ้งว่าการทำงานในจุดนั้นๆ
ผู้บังคับบัญชาจะวัดความสำเร็จของการทำงานในเรื่องใดบ้างซึ่งย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถ
ปรับวิธีการทำงานและเป้าหมายการทำงานให้ตรงตามที่หน่วยงานต้องการได้และส่งผลให้เกิด
การยอมรับผลการประเมินฯมากยิ่งขึ้น เพราะทุกคนรู้ล่วงหน้าแล้วว่าทำงานอย่างไรจึงจะถือ
ได้ว่ามีประสิทธิภาพ
4. เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงานสามารถมองเห็นศักยะภาพของพนักงาน เนื่องจากการทำ-
งานทุกหน้าที่มีจุดวัดความสำเร็จที่แน่นอนเด่นชัด หัวหน้างานจึงสามารถใช้ทรัพยากรบุคคล
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
1
การทบทวนและการเขียนภาระหน้าที่ของหน่วยงาน (Function
Description)
2 การทบทวนและการเขียนความรับผิดชอบของหน่วยงาน (Function
Responsibility)
3 การเขียนโครงสร้างหน่วยงาน โครงสร้างอัตรากำลัง ชื่อตำแหน่งงานและการประสานงาน
4 การเขียนขั้นตอนการทำงาน
(เพื่อการทำงาน เพื่อการสอนงาน)
5 การเขียนทำเนียบหน้าที่การงาน(ยุคใหม่)ของทุกตำแหน่งงาน-มีการระบุ
KPI และ Competency ด้วย
6 การจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Performance Standard)
ของทุกงานในหน่วยงาน
7 การทบทวน การปรับปรุงรายงานและการเขียนรายงานที่ถูกต้องที่จะนำเสนอผู้บริหาร
(Preparation of Reports for
Management)
8 การทบทวนแบบฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ Form simplifies
Work ไม่ใช่แบบฟอร์มทำให้การทำ งานยุ่งยากมากขึ้น
เนื้อหาโดยสังเขปของแต่ละบท
-
1.
การจัดทำภาระหน้าที่ของหน่วยงาน (Function Decsription)
เป็นการทบทวนภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับภาระกิจ
Vision,Missionและเป้าหมายใหม่ๆของบริษัทเพื่อให้การทำงานทุกอย่างของทุกหน่วยงานมุ่ง
สู่เป้าหมายหลักขององค์กรและนำมาเขียนไว้ให้ครบถ้วนถูกต้องเรียงตามลำดับความ
สำคัญในภาระหน้าที่ต่างๆเหล่านั้นรวมทั้งกำหนด KPI ของหน่วยงานเหล่านั้นด้วย
-
2.
การจัดทำความรับผิดชอบของหน่วยงาน (Function Responsibility)
เป็นการกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขในการทำงานของแต่ละภาระหน้าที่
และสร้าง Commitment
ที่จะทำงานอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับการทำงานของหน่วยงานอื่นๆในองค์กร
-
3.
โครงสร้างของหน่วยงานและการประสานงาน (Function Relationship)
- โครงสร้างตำแหน่งและอัตรากำลัง
- การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในฝ่าย
- การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอกฝ่าย/นอกบริษัท
เป็นการกำหนดสายการบังคับบัญชาให้ชัดเจน
การกำหนดชื่อตำแหน่งงานให้ถูกต้องเป็นสากลและ
เป็นการวางระบบการประสานงานว่าจะต้อง ส่งอะไร-ให้ใคร-เมื่อไหร่
และ
ต้องได้รับอะไร-จากใคร-เมื่อไหร่ทำให้การทำงานของทุกหน่วยงานประสานกันได้โดยระบบ
ที่ชัดเจนแน่นอน
-
4.
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Work Process)
เป็นการทบทวนกระบวนการทำงานโดยหลักของ
Work Simplification คือการขจัด(Eliminate) การรวม(Combine)
การทำให้ง่าย(Simplify) และการจัดขั้นตอนเสียใหม่ (Re-arrange)
และวิเคราะห์งานเพื่อมาเขียนขั้นตอนของการทำงานของทุกงานชัดเจน
กระชับ และถูกต้อง
เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะเขียนไว้ในบทที่ 4 ก็คือเมื่อเรากำหนด ปรับปรุง ขั้นตอนการทำงานแล้ว ก็จะมีการให้เขียน จุดสำคัญ (Key Points) ของการทำงานในขั้นตอนนั้นๆ จุดสำคัญ ก็คือข้อบ่งชี้ว่าการทำงานนั้นๆ มี จุดที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ จุดที่ต้องระวังเพราะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย จุดที่ต้องระวังอันตราย วิธีการที่ทำให้การทำงานง่ายขึ้น ลักษณะงานที่บอกว่างานจะออกมาอย่างดี หรือ ลักษณะ อาการที่บ่งบอกว่างานจะไม่สมบูรณ์หรือเกิดความผิดพลาด ความสูญหาย ฯลฯ ผู้ที่มีประสบการณ์จะรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี
-
5.
การจัดทำทำเนียบหน้าที่การงานของทุกตำแหน่งงาน(Job Description)
การจัดทำทำเนียบหน้าที่การงานไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ยากที่จะทำให้สำเร็จ ในบทนี้จึงเป็นการบอกถึงวิธี
การที่จะทำให้สำเร็จ และฝึกเขียนทำเนียบหน้าที่การงานตามเนื้อหาที่เป็นสากล
ในปัจจุบันมีการเพิ่ม
"ดัชนีชี้วัดผลงาน" (KPI) และ "สมรรถนะ"
(Competency) ของตำแหน่งงานนั้นเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง
งานนั้นรู้ถึงความคาดหวังในผลงานของแต่ละงาน และเป็นประโยชน์ในการะพัฒนาบุคคล
และประเมินผลการปฏิบัติงาน(Performance Appraisal) ที่มีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมว่าทำงานได้ดีเพียงใด
-
6.
การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Performance Standard) และจุดสำเร็จของการทำงาน
คือการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน
ของทุกงานออกมาว่างานต้องสำเร็จออกมาอย่างไรทั้งในเรื่อง
ของปริมาณ คุณภาพ เวลา ค่าใช้จ่าย อากัปกริยา ซึ่งจะทำให้ได้ผลงานตามที่องค์กรต้องการในคุณ-
สมบัติเหล่านั้น (หรือเปลี่ยนบทนี้เป็น
KPI ของหน่วยงาน)
-
7.
การจัดทำรายงานของแต่ละงานและ/หรือรายงานของหน่วยงาน (Report Preparation)
เป็นการให้ความรู้เรื่องการจัดทำรายงานในประเด็นที่สำคัญๆ
แล้วมาวิเคราะห์รายงานที่มีอยู่ในหน่วย-
งานว่าควรจะตัด-เพิ่ม-รวม-ปรับปรุงรายงานอะไรบ้าง แล้วรวบรวมรายชื่อรายงานเหล่านั้นมาไว้ใน
คู่มือการปฏิบัติงาน (มีการอบรมเรื่อง "การจัดทำรายงานเพื่อผู้บริหาร"
ด้วย)
- 8. แบบฟอร์มที่ใช้ในหน่วยงาน (Form Design and Control)
เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบฟอร์มของหน่วยงาน
(Form Design & Control) เพื่อวิเคราะห์
ความจำเป็นของแบบฟอร์มต่างๆ ทั้งเนื้อหา รูปแบบ ความเหมาะสม-สะดวกในการใช้
แล้วนำมา
รวบรวมไว้ในคู่มือเล่มนี้
ง.
แนวดำเนินการ
ก่อนการลงมือเขียนคู่มือในแต่ละบทจะเป็นการให้ความรู้ในเรื่องนั้นๆ
ดังนั้นผู้เข้า ร่วมสัมมนาจะได้เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลในการบริหาร((MIS)การทำ
Job Breakdown จากภาระหน้าที่ของแผนกงานออกมา เป็นภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วย
วิธีการเขียน โครงสร้าง การเรียกชื่อตำแหน่ง การกำหนดปริมาณคนในแต่ละตำแหน่งงาน
การเขียนขั้นตอน การทำงานที่รัดกุม/ถูกต้อง ความรู้เรื่องมาตรฐานการปฏิบัติงาน
(PERFORMANCE STANDARD) และวิธีการเขียนมาตรฐานฯ การเขียนจุดสำเร็จของการทำงาน
ความรู้เรื่องทำเนียบ หน้าที่การงาน (JOB DESCRIPTION) และวิธีการเขียนที่สมบูรณ์ต่อไปอาจจะนำไปใช้ในการ
ประเมินค่างาน (JOB EVALUATION) เทคนิคการทำรายงานเสนอผู้บริหาร
(PREPARA TION OF REPORT FOR MANAGEMENT)เทคนิคการออกแบบฟอร์มและการควบคุม
แบบฟอร์ม
ประโยชน์ของการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน
(จากการระดมสมองของผู้เรียน)
ก. ประโยชน์ของการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานต่อองค์กรและผู้บังคับบัญชา
1. เพื่อการกำหนดและการตรวจสอบผลงานและความสำเร็จของหน่วยงาน
2. เป็นข้อมูลในการประเมินค่างานและจัดชั้นตำแหน่งงาน
3. เป็นคู่มือในการสอนงาน
4. เพื่อให้การกำหนดหน้าที่การงานชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน
5. เพื่อประโยชน์ในการควบคุมงานและการติดตามการปฏิบัติงาน
6. เป็นคู่มือในการประเมินผลการปฏิบัติงาน
7. เพื่อใช้วิเคราะห์งานและปรับปรุงงาน
8. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานศึกษางานและสามารถทำงานทดแทนกันได้
9. เพื่อการงานแผนการทำงาน และวางแผนกำลังคน
10. ผู้บังคับบัญชาได้ทราบขั้นตอนและสายงานทำให้บริหารงานได้ง่ายขึ้น
11. สามารถแยกแยะลำดับความสำคัญของงาน เพื่อกำหนดระยะเวลาทำงานได้
12. สามารถกำหนดคุณสมบัติของพนักงานใหม่ที่จะรับได้ง่ายขึ้นและตรงมากขึ้น
13. ทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงระเบียบแบบแผนการทำงานให้เหมาะสมยิ่งขั้นได้
14. ยุติความขัดแย้งและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในการประสานระหว่างหน่วยงาน
15. สามารถกำหนดงบประมาณและทิศทางการทำงานของหน่วยงานได้
16. เป็นข้อมูลในการสร้างฐานข้อมูลของบริษัทต่อไปได้
17. เพื่อการศึกษาและเตรียมการในการขยายงานต่อไปได้
18. เพื่อการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายกับผลงานและปริมาณกำลังคนของหน่วยงานได้
19. ผู้บังคับบัญชาได้ง่ายขึ้น สดวก และรวดเร็วขึ้น
20. เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานโดยส่วนรวมสำหรับผู้บังคับบัญชาคนใหม่
ข.
ประโยชน์ของคู่มือการปฏิบัติงานที่มีต่อผู้ปฏิบัติงาน
1. ได้รับทราบภาระหน้าที่ของตนเองชัดเจนยิ่งขึ้น
2. ได้เรียนรู้งานเร็วขึ้นทั้งตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ / หรือตอนที่จะย้ายงานใหม่
3. ได้ทราบความคาดหวัง(Expectation)ของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อตนเองชัดเจน
4. ได้รับรู้ว่าผู้บังคับบัญชาจะใช้อะไรมาเป็นตัวประเมินผลการปฏิบัติงาน
5. ได้เข้าใจระบบงานไปในทิศทางเดียวกันทั้งหน่วยงาน
6. สามารถช่วยเหลืองานซึ่งกันและกันได้
7. เข้าใจหัวหน้างานมากขึ้น ทำงานด้วยความสบายใจ
8. ไม่เกี่ยงงานกัน รู้หน้าที่ของกันและกันทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน
9. ได้ทราบจุดบกพร่องของงานแต่ละขั้นตอน เพื่อนำมาปรับปรุงงานได้
10. ได้เรียนรู้งานของหน่วยงานได้ทั้งหมด ทำให้สามารถพัฒนางานของตนเองได้
11. มีขั้นตอนในการทำงานที่แน่นอน ทำให้การทำงานได้ง่ายขึ้น
12. รู้จักวางแผนการทำงานเพื่อให้ผลงานออกมาตามเป้าหมาย
13. สามารถใช้เป็นแนวทางเพื่อการวิเคราะห์งานให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
14. สามารถแบ่งเวลาให้กับงานต่างๆได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
15. รู้ขอบเขตสายการบังคับบัญชาทำงานให้การประสานงานง่ายขึ้น
16. ได้เห็นภาพรวมของหน่วยงานต่างๆในฝ่ายงานเดียวกัน เข้าใจงานมากขึ้น
17. สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะมีสิ่งที่อ้างอิง
18. ได้รับรู้ว่าตนเองต้องมีการพัฒนาอะไรบ้างเพื่อให้ได้ตามคุณสมบัติที่ต้องการ
19. ได้เรียนรู้และรับทราบว่าเพื่อนร่วมงานทำอะไร เข้าใจกันและกันมากขึ้น
20. ได้รับรู้ว่างานที่ตนเองทำอยู่นั้นสำคัญต่อหน่วยงานอย่างไร
เกิดความภูมิใจ
เนื้อหาอาจปรับ - เพิ่ม - เปลี่ยนแปลง -
ตามความต้องการของบริษัท
หลักสูตรนี้ได้จัดอบรมให้กับบริษัทต่างๆมากว่า 15 ปี เนื้อหาในรายละเอียดได้ปรับปรุงมาโดยตลอด
|