| 1 |
ภาระหน้าที่ของหน่วยงาน
(Function Description) |
| |
จะเป็นการทบทวนภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับ
Vision,Mission และเป้าหมายใหม่ๆของบริษัทเพื่อให้การทำงานทุกอย่างของทุกหน่วยงานมุ่ง
สู่เป้าหมายหลักขององค์กรและนำมาเขียนไว้ให้ครบถ้วนถูกต้องเรียงตามลำดับ
ความสำคัญในภาระหน้าที่ต่างๆ ใช้เป็นรากฐานในการกำหนด KPI ของหน่วยงานเหล่านั้น
และใช้เพื่อการวิเคราะห์การปฏิบัติงานของหน่วยงาน เพื่อนำไปสู่การวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน |
| 2 |
การจัดทำความรับผิดชอบของหน่วยงาน(Function
Responsibility) |
| |
เป็นการกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขในการทำงานของแต่ละภาระหน้าที่
และสร้าง Commitment ที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จตามภาระหน้าที่ที่กำหนดนั้น
หรือเป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทที่ 1 ที่กำหนดไว้ |
| 3 |
โครงสร้างของหน่วยงานและการประสานงาน (Function Relationship)
- โครงสร้างตำแหน่งและอัตรากำลัง
- การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในฝ่าย
- การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอกฝ่าย//นอกบริษัท |
| |
บทนี้จะเป็นการเขียนโครงสร้างของหน่วยงาน,
ตำแหน่งและอัตรากำลัง, การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในองค์กร
และ การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เป็นการกำหนดสายการบังคับบัญชาให้ชัดเจน
การกำหนดชื่อตำแหน่งงานให้ถูกต้องเป็นสากลและ เป็นการวางระบบการประสานงานว่าจะต้อง
ส่งอะไร-ให้ใคร-เมื่อไหร่ และต้องได้รับอะไร-จากใคร-เมื่อไหร่ทำให้การทำงานของทุกหน่วยงานประสานกันได้โดยระบบที่ชัดเจนแน่นอน
|
| 4 |
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
(Work Process) |
| |
เป็นการทบทวนกระบวนการทำงานโดยหลักของการปรับปรุงงาน(Work
Simplification) คือการขจัด(Eliminate) การรวม(Combine)การทำให้ง่าย-Simplify
และการจัดขั้นตอนเสียใหม่(Re-arrange) และวิเคราะห์งานเพื่อมาเขียนขั้นตอนของการทำงานของทุกงานชัดเจน
กระชับ และถูกต้อง
เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะเขียนไว้ในบทที่ 4 ก็คือเมื่อเรากำหนด ปรับปรุง ขั้นตอนการทำงานแล้ว ก็จะมีการให้เขียน จุดสำคัญ (Key Points) ของการทำงานในขั้นตอนนั้นๆ จุดสำคัญ ก็คือข้อบ่งชี้ว่าการทำงานนั้นๆ มี จุดที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ จุดที่ต้องระวังเพราะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย จุดที่ต้องระวังอันตราย วิธีการที่ทำให้การทำงานง่ายขึ้น ลักษณะงานที่บอกว่างานจะออกมาอย่างดี หรือ ลักษณะ อาการที่บ่งบอกว่างานจะไม่สมบูรณ์หรือเกิดความผิดพลาด ความสูญหาย ฯลฯ ผู้ที่มีประสบการณ์จะรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี
|
| 5 |
ทำเนียบหน้าที่การงานของทุกตำแหน่งงาน(Job Description) |
| |
การจัดทำทำเนียบหน้าที่การงานไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ยากที่จะทำให้สำเร็จ ในบทนี้จึงเป็นการบอกถึงวิธี การที่จะทำให้สำเร็จ
และฝึกเขียนทำเนียบหน้าที่การงานตามเนื้อหาที่เป็นสากล ในปัจจุบันมีการเพิ่ม
ดัชนีชี้วัดผลงาน(KPI-Key Performance Indicators) ของตำแหน่งงานนั้น
เพื่อนำไปสู่การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเพิ่มทักษะที่จำเป็น
(Competencies) ของตำแหน่งงานนั้น เพื่อนำไปสู่การฝึกอบรมที่อยู่บนพื้นฐานของทักษะความสามารถ
(Competencies Based Training) ให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
นำไปสู่การประเมินค่างาน (Job Evaluation) และการจัดทำโครงสร้างเงินเดือน
|
| 6 |
มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Performance Standard) |
| |
คือการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน
ของทุกงานออกมาว่างานต้องสำเร็จออกมาอย่างไรทั้งในเรื่อง ของปริมาณ(Quality)
คุณภาพ(Quality) เวลา(Time) ค่าใช้จ่าย(Cost) อากัปกริยา(Manner)
ซึ่งจะทำให้ การทำงานได้ผลได้ประสิทธิภาพตามที่ต้องการ และทำให้การทำงานทุกงานเป็นไปอย่างเสมอเหมือนกันทุกครั้งไม่ว่าใครจะเป็นผู้ปฏิบัติงาน
(ดังจะเห็นได้จากการทำงานขององค์กร ลูกค้าจะได้รับการปฏิบัติ
การทักทาย ฯลฯ เหมือนกันทุกครั้งทุกคน เป็นต้น) การเขียนเนื้อหาของบทนี้จะเปลี่ยนเป็น
KPI ของตำแหนงงานหน่วยงานนั้นก็ได้ ในบทนี้อาจเพิ่มเติมเป็นการเขียน
"ดัชนีชี้วัดผลงาน" (KPI-Key Performance Indicators)
เพิ่มเติมด้วยก็ได้
|
| 7 |
รายงานของแต่ละงานและ/หรือรายงานของหน่วยงาน (Reports Preparation) |
| |
เป็นการให้ความรู้เรื่องการจัดทำรายงานในประเด็นที่สำคัญๆ
ทั้งเรื่องเนื้อหาของรายงาน(Content) รูปแบบของรายงาน(Report Presentation)และข้อเสนอแนะของรายงาน
(Recommendation) แล้วมาวิเคราะห์รายงานที่มีอยู่ในหน่วยงานว่าควรจะตัด-เพิ่ม-รวม-ปรับปรุงรายงานอะไรบ้าง
แล้วรวบรวมรายชื่อรายงานเหล่านั้นมาไว้ใน คู่มือการปฏิบัติงาน |
| 8 |
แบบฟอร์มที่ใช้ในหน่วยงาน (Form Design and Control) |
| |
เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบฟอร์มของหน่วยงาน
(Form Design & Control) เพื่อวิเคราะห์ ความจำเป็นของแบบฟอร์มต่างๆ
ทั้งเนื้อหา รูปแบบ ความเหมาะสม-สะดวกในการใช้ แล้วนำมา รวบรวมไว้ในคู่มือเล่มนี้
|
|
|
หมายเหตุ
เนื้อหาของคู่มือฯของบางบริษัทแตกต่างไปจากนี้บางบริษัทก็ได้ช่วยจัดทำ
Template ให้แล้วเสร็จก่อนการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แล้วก็แนะนำในระหว่างการเขียนตาม
Template ที่กำหนดนั้น |
หลักสูตรนี้มีการจัดทั้งที่เป็น
Public Course และจัดภายในแต่ละบริษัทจัดต่อเนื่องมาหลายปี ที่จัดทำทั้งองค์กรโดยแบ่งออกเป็นหลายรุ่นนั้น
บริษัทบริหารอสังหาริมทรัพย์จัด 3 รุ่น เขียนคู่มือการปฏิบัติงานออกมาประมาณ 60 เล่ม
อีกบริษัทหนึ่งจัดทั้งในสำนักงานใหญ่และที่โรงงานจัดรุ่นละ 1 Weekend
จัดนอกสถานที่ รวม 6 รุ่น ได้คู่มือออกมาครบทุกหน่วยงานกว่า 200
เล่ม และได้มีการให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงให้เนื้อหาเหมาะสมมาตลอด
บริษัทในเครือธนาคาร จัด 2 รุ่น ได้คู่มือครบทุกหน่วยงานกว่า
30 เล่ม และบริษัทต่างๆอีกมาก (ดูรายชื่อบริษัทที่จัดหลักสูตรนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ใน
Menu 11)
ก. ประโยชน์ของการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานต่อองค์กรและผู้บังคับบัญชา
เพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องต่อไปนี้....(จากการระดมสมองของผู้เข้าอบรมในวันจบการอบรม)
1. การกำหนดจุดสำเร็จและการตรวจสอบผลงานและความสำเร็จของหน่วยงาน
2. เป็นข้อมูลในการประเมินค่างานและจัดชั้นตำแหน่งงาน
3. เป็นคู่มือในการสอนงาน
4. การกำหนดหน้าที่การงานชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน
5. การควบคุมงานและการติดตามผลการปฏิบัติงาน
6. เป็นคู่มือในการประเมินผลการปฏิบัติงาน
7. การวิเคราะห์งานและปรับปรุงงาน
8. ให้ผู้ปฏิบัติงานศึกษางานและสามารถทำงานทดแทนกันได้
9. การงานแผนการทำงาน และวางแผนกำลังคน
10. ผู้บังคับบัญชาได้ทราบขั้นตอนและสายงานทำให้บริหารงานได้ง่ายขึ้น
11. สามารถแยกแยะลำดับความสำคัญของงาน เพื่อกำหนดระยะเวลาทำงานได้
12. สามารถกำหนดคุณสมบัติของพนักงานใหม่ที่จะรับได้ง่ายขึ้นและตรงมากขึ้น
13. ทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงระเบียบแบบแผนการทำงานให้เหมาะสมยิ่งขั้นได้
14. ยุติความขัดแย้งและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในการประสานระหว่างหน่วยงาน
15. สามารถกำหนดงบประมาณและทิศทางการทำงานของหน่วยงานได้
16. เป็นข้อมูลในการสร้างฐานข้อมูลของบริษัทต่อไปได้
17. การศึกษาและเตรียมการในการขยายงานต่อไปได้
18. การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายกับผลงานและปริมาณกำลังคนของหน่วยงานได้
19. ผู้บังคับบัญชาบริหารงานได้สดวก และรวดเร็วขึ้น
20. เกิดระบบการบริหารงานโดยส่วนร่วมสำหรับผู้บังคับบัญชาคนใหม่ในการร่วมกันเขียนคู่มือ
ข.
ประโยชน์ของคู่มือการปฏิบัติงานที่มีต่อผู้ปฏิบัติงาน
1. ได้รับทราบภาระหน้าที่ของตนเองชัดเจนยิ่งขึ้น
2. ได้เรียนรู้งานเร็วขึ้นทั้งตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ / หรือตอนที่จะย้ายงานใหม่
3.
ได้ทราบความคาดหวัง(Expectation)ของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อตนเองชัดเจน
4. ได้รับรู้ว่าผู้บังคับบัญชาจะใช้อะไรมาเป็นตัวประเมินผลการปฏิบัติงาน
5. ได้เข้าใจระบบงานไปในทิศทางเดียวกันทั้งหน่วยงาน
6. สามารถช่วยเหลืองานซึ่งกันและกันได้
7. เข้าใจหัวหน้างานมากขึ้น ทำงานด้วยความสบายใจ
8. ไม่เกี่ยงงานกัน รู้หน้าที่ของกันและกันทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน
9. ได้ทราบจุดบกพร่องของงานแต่ละขั้นตอนเพื่อนำมาปรับปรุงงานได้
10. ได้เรียนรู้งานของหน่วยงานได้ทั้งหมด ทำให้สามารถพัฒนางานของตนเองได้
11. มีขั้นตอนในการทำงานที่แน่นอน ทำให้การทำงานได้ง่ายขึ้น
12. รู้จักวางแผนการทำงานเพื่อให้ผลงานออกมาตามเป้าหมาย
13. สามารถใช้เป็นแนวทางเพื่อการวิเคราะห์งานให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
14. สามารถแบ่งเวลาให้กับงานต่างๆได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
15. รู้ขอบเขตสายการบังคับบัญชาทำงานให้การประสานงานง่ายขึ้น
16. ได้เห็นภาพรวมของหน่วยงานต่างๆในฝ่ายงานเดียวกันเข้าใจงานมากขึ้น
17. สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะมีสิ่งที่อ้างอิง
18. ได้รับรู้ว่าตนเองต้องมีการพัฒนาอะไรบ้างเพื่อให้ได้ตามคุณสมบัติที่ต้องการ
19. ได้เรียนรู้และรับทราบว่าเพื่อนร่วมงานทำอะไร เข้าใจกันและกันมากขึ้น
20. ได้รับรู้ว่างานที่ตนเองทำอยู่นั้นสำคัญต่อหน่วยงานอย่างไร
เกิดความภูมิใจ
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
- ส่งไปให้ได้ครับ
มีการอบรมการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานที่มีเนื้อหาแตกต่างกันไปให้กับหลายบริษัท
(เนื้อหาอาจปรับหรือเพิ่ม กรุณาโทรมาหารือ)
กลับหน้าแรก
Menu 6
กลับไปหน้าแรกของ
Website