"การพัฒนาทักษะการบังคับบัญชา : โดยใช้กรณีศึกษา" 0627



รายละเอียดของหลักสูตร "การพัฒนาทักษะการบังคับบัญชา : โดยใช้กรณีศึกษา" 0627

หลักสูตร "การพัฒนาทักษะการบังคับบัญชา : โดยใช้กรณีศึกษา"
(SUPERVISORY SKILLS : CASE STUDY APPROACH)

ก. หลักการและเหตุผล
การพัฒนาผู้บังคับบัญชาทุกระดับโดยใช้กรณีศึกษานั้น จะทำให้เกิดเรียนรู้ได้เร็ว ครอบคลุม หลักการที่จำเป็น และสามารถนำความรอบรู้ไปใช้ได้อย่างแท้จริง เพราะการเรียนรู้โดยใช้กรณี- ศึกษานั้นเป็นประสบการณ์ตรง ที่ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในการทำงาน ประจำวันได้อย่างแท้จริง ความรอบรู้ที่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรที่ใช้กรณีศึกษาจะได้รับนั้น กล่าวได้ว่าได้รับมา จากหลายขั้นตอน กล่าวคือ

(1) ได้รับความรู้หรือเกิดการเรียนรู้ระหว่างการเข้ากลุ่มทำกรณีศึกษา เพราะต้องมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นกันอย่างกว้างขวาง
(2) ได้รับความรู้จากการ ฟังกลุ่มอื่นๆนำเสนอผลการทำกรณีศึกษาต่อเพื่อนทั้งชั้นเรียน ซึ่งจะพบว่ามีบางส่วนที่ไม่ตรงกับ ที่กลุ่มของตนเองได้สรุปประเด็นเอาไว้ ก็จะได้ฟังอีกแง่มุมหนึ่ง และได้ซักถาม
(3) ได้รับความรู้ จากที่วิทยากรให้ข้อคิดเห็น (Comments) ต่อสาระที่แต่ละกลุ่มนำเสนอ ว่าอะไรถูกต้องเหมาะสม หรืออะไรที่อาจไม่ตรงนัก และสุดท้าย
(4) จะได้รับความรู้จากการที่วิทยากรสรุปหลักการ และ การนำเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวัน ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นขึ้นอยู่กับการเขียนกรณีศึกษาให้สมจริงกับการทำ งานให้ครอบคลุมในทุกภาระกิจของผู้บังคับบัญชา และขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการอบรมที่มี มากพอเพื่อจะได้ทำกรณีศึกษาได้ทุกด้านของการทำงานจริง


ข. วัตถุประสงค์
1 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยเกิดความรู้ จากที่ตนเองได้พบเองในกระบวนการเรียนรู้โดยวิธีนี้ ไม่ต้องมาคิดหาหนทางที่จะเอาความรู้จาก การอบรมที่เป็นการฟังไปใช้ในการทำงานอีกขั้นหนึ่ง
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเสรี จะทำให้ทุกคน กล้าแสดงออกด้วย และเรียนรู้ที่จะรับความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเป็นการสร้างทัศนคติในการทำ งานไปด้วยในตัว เพราะบางครั้งความคิดที่ตนเองเห็นว่าถูกต้องแล้วนั้น เพื่อนๆในกลุ่มหลายๆ คนอาจไม่คิดอย่างนั้น ซึ่งก็ต้องยอมรับได้
3. เพื่อเป็นการปรับระดับความรอบรู้ ทัศนคติ และการมองการทำงานให้อยู่ในระดับ เดียวกัน อันจะส่งผลให้การทำงานในระยะต่อไปเป็นไปราบรื่นมากขึ้น เกิดการประสานงานกัน มากขึ้นด้วย
4. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาทักษะการประชุม การนำเสนอความคิดเห็นให้ คนอื่นคล้อยตาม การรับฟัง การพูดหน้าห้อง การตอบข้อซักถาม เพราะในทุกขั้นตอนจะมีการ ผลัดเปลี่ยนการทำหน้าที่ของการประชุมทำกรณีศึกษาที่ต้องทำกันหลายรอบ

ค. กรณีศึกษา(สำหรับ 2 วัน)
1. เมื่อหัวหน้างานต้องสำรวจว่าอะไรเป็นหน้าที่โดยตรงและภาระหน้าที่อะไรที่หัวหน้างาน ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
2. เมื่อหัวหน้างานทำงานผิดหน้าที่ทั้งๆที่ทำงานหนักและเหนื่อยแต่ไม่มีผลงานออกมา
3. เมื่อหัวหน้างานมองว่าผู้บังคับบัญชาที่อยู่ระดับเหนือขึ้นไปสั่งงานไม่ถูกต้อง
4. เมื่อหัวหน้างานเห็นว่าการสอนงานเป็นเรื่องง่ายๆ และกระทำภาระหน้าที่นี้ไม่ถูกต้อง
5. เมื่อหัวหน้างานใช้วิธีการจูงใจพนักงานไม่ถูกต้อง อันเป็นความเชื่อที่ผิดในการนำคน
6. เมื่อหัวหน้างานมีความเชื่อที่แตกต่างกัน และใช้รูปแบบการบริหารที่แตกต่างกัน
7. เมื่อหัวหน้าต้องควบคุมงานผู้ที่อายุมากกว่า หรืออายุงานมากกว่า หรือการศึกษาสูงกว่า
8. เมื่อลูกน้องมีอคติต่อหัวหน้า และต่อบริษัท
9. เมื่อลูกน้องต่อต้านการเปลี่ยนแปลงหรือความคิดใหม่ๆ
10. เมื่อเกิดปัญหาในการควบคุมงาน และมาตรฐานการควบคุมงานไม่ชัดเจน
11. เมื่อลูกน้องทำรายงานไม่สมบูรณ์ ไม่ค่อยเกิดประโยชน์กับหัวหน้างาน
12. เมื่อลูกน้องทำงานไม่ค่อยเป็นทีมงานที่ดี
13. เมื่อลูกน้องบางคนไม่คิดที่จะพัฒนางานให้ดีขึ้น
14. เมื่อหัวหน้างานประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขอแก้
15. เมื่อหัวหน้างานเองต้องนำประชุม แต่เกิดปัญหาเพราะคุมการประชุมไม่มีประสิทธิภาพ
16. (การอภิปรายจากวีดีโอ.)

ง. วิธีการอบรม
วิทยากรจะแนะนำวิธีการอบรมโดยใช้กรณีศึกษา / การหยิบยกเอาความรู้ในการ อบรมแต่ละขั้นตอน / และแนะนำวิธีการประชุมกลุ่ม/ การระดมสมอง มีการแบ่งกลุ่มคละกันไปตลอดเวลาเพื่อให้ทุกคนได้พบกันในการแต่ละกรณี ศึกษาเมื่อจบการอภิปรายจะมีการนำเสนอ โดยให้ทุกคนได้มีโอกาสนำเสนอ โดยเขียนผลการประชุมลงแผ่นใสนำมาเสนอ วิทยากรให้ความเห็นจากที่แต่ละกลุ่มนำเสนอวิทยากรเพิ่มเติมในหลักการที่กลุ่มต่างๆยังไม่ได้กล่าวถึง (ในกลุ่มมีทั้งอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการระดมสมอง)