"แล้ววันหนึ่งหัวหน้างานจะรู้สึก"
[ที่ไม่ได้พัฒนาตนเองในหลายๆเรื่อง] (1304)
มีใครกล่าวว่า
"ไม่มีเวลาพอที่จะเรียนทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มีเวลาเพียงพอที่จะเรียนหลายๆ
อย่าง" สำหรับหัวหน้างานเองแล้ว ต่อไปก็ต้องเป็นผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้น
ต่อไปก็จะเป็นนัก บริหาร จึงต้องใช้เวลาช่วงต้นนี้เรียนรู้อะไรต่างๆให้มากที่สุด
เคยเห็นไหมหัวหน้างานถูกขอร้องให้ร้องเพลงสักเพลง
หัวหน้างานต้องออกไปรำวง หัวหน้างานต้องไปกินอาหารในสถานที่ใหญ่โต
และมีเครื่องไม้เครื่องมือมากมาย ฯลฯ แล้ว หัวหน้างานจะทำอย่างไร
เอาอย่างนี้นะครับลองสำรวจซิครับว่าเรื่องราวต่อไปนี้อะไรที่เรายัง
ไม่รู้และน่าจะต้องเรียนรู้ก่อนหลัง
ประการแรกถ้าท่านเป็นหัวหน้างานที่จะยังไม่เกษียณอายุภายใน
5 ปีข้างหน้านี้ละก้อ พรุ่งนี้ตอนเช้าไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์
1 ตัว ถ้ารอถึงมะรืนนี้ก็ออกจะสายเสียแล้ว เอ้า...เป็น เรื่องจริง
เพราะแต่ละวันสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของไอที(หรือไอ 2 ที ก็ตามแต่เถอะ)
ไอที (IT-INFORMATION TECHNOLOGY) นั้นมันเพิ่มและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
ถ้าไม่เริ่มพรุ่งนี้อย่างที่แนะนำ แล้วอีก 5 ปีอย่ามาบอกว่าเสียใจก็แล้วกัน
ประการที่สอง
เรื่องของกีฬา ก็ควรจะเป็นพอพูดได้ คำว่าเป็นพอพูดได้แปลว่าไม่ต้องเก่ง
เอาพอจับเครื่องมือกีฬาชนิดนั้นๆได้ หรือถ้าเล่นเก่งก็ยิ่งดี อะไรบ้างละ
หมากรุก หมากฮอส (อย่าล้อเล่นเชียวนา สักวันหนึ่งคุณอาจจะเสียหน้าหรือได้หน้าได้)
เทนนิส กอล์ฟ สนุกเกอร์ (อย่างน้อยก็วางมือเป็น ไม่ทำให้สักหลาดของเขาขาดก็แล้วกันน่า)
สิ่งเหล่านี้หัวหน้างานต้องเจอทั้งนั้น อะไรที่ทำได้ก่อนก็เรียนไปก่อน
ประการที่สามการร้องเพลง
หาเพลงประจำตระกูลไว้เชียวนา
ลูกทุ่งสัก 1 เพลง ลูกกรุง สัก 1 เพลง หรือถ้าจะให้เป็นอินเตอร์เสียหน่อยก็หาเพลงสากลอีกสัก
1 เพลง ที่เรียกว่าเป็น เพลงประจำตระกูลก็เพราะถูกขอร้องให้ร้องเพลงเมื่อไหร่ก็
2-3 เพลงนี้แหละ ...ทำไม ก็คนฟังไม่ ใช่กลุ่มเดิมจะไปห่วงอะไร
ในกลุ่มนี้ก็ควรจะรวมไปถึงการรำวงตามาตรฐานไม่ใช่ควักกะปิ(เขา
เรียกกันอย่างนั้นจริงๆ) เพราะการรำวงนี้ต้องเจออยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
ถ้าจะพ่วงการลีลาศ จังหวะมาตรฐานไว้บ้างก็จะเป็นพระคุณละครับ เผลอๆอาจเป็นดาวขึ้นมาในงานใดงานหนึ่ง
ก็ได้ ส่วนจังหวะที่เต้นในเธคนะไม่ต้องหัด เพราะที่เด็กเต้นกันอยู่นะมันเป็นกระบวนท่าที่ไร้กระบวนท่าอยู่แล้ว
เต้นอย่างไรก็ถูก ด้านดนตรีสักชิ้นก็ยิ่งดีใหญ่
ประการที่สี่เรื่องการพูดต่อหน้าสาธารณะชน
หรือการพูดในโอกาสต่างๆก็หัดไว้บ้าง เพราะบางคนในงานแต่งงานตัวเองยังพูดไม่ถูกเลย
(แต่คนพูดเก่งไม่ได้แต่งก็เยอะนะครับ) เอาเถอะ หัวหน้างานเรียนไว้เพื่อพูดในงานของลูกน้องนะ
การอวยพรวันเกิด วันแต่งงาน วันขึ้นบ้าน ใหม่ของลูกน้องจะมีขึ้นมาจนได้แหละน่า
ประการที่ห้า
เรื่องเกี่ยวกับพิธีการทางศาสนา ยามจำเป็นไม่มีใครอาราธนาศีล อาราธนาธรรม
หัวหน้างานอาจถูกขอร้องให้ช่วยหน่อย ทีนี้ละครับว่าเป็นอย่างไรที่จะตอบว่า
"ไม่เป็น" "ทำไม่ได้" ทั้งๆที่แขวนพระเต็มคอ ประการที่หก เรื่องการรับประทานอาหารที่มีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะ
ช้อน ช้อน ช้อน ส้วม ส้อม ส้อม มีด มีด แก้ว แก้ว แก้ว โอยทำไมมันมากขนาดนี้ก็ไม่รู้
อยู่บ้านเรามีมือ กับมือก็เรียบร้อยแล้ว
เรื่องสุดท้ายสำหรับวันนี้ก็คือภาษา
ในสำนักงานต่างๆต่อไปการทำบันทึกต่างๆก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษแน่นอน
ถามตัวเองว่าพูดได้กี่ภาษาแล้ว "ได้เยอะแล้วครับ ภาษามือ ภาษา ใบ้
ภาษาไทย ภาษาท้องถิ่น" อย่างนี้นะไม่พอ ว่างๆเดินผ่านสถานสอนภาษา
รถก็ยังติดมาก ลองแวะเสียวันละชั่วโมง แต่เรื่องนี้อย่าว่าให้ไปเรียนเองเลย
ได้ยินมาว่าหลายๆบริษัทจัดให้ เรียนฟรียังไม่เรียนกันเลย ทำไมคิดสั้นกันอย่างนั้นก็ไม่รู้
เป็นหัวหน้างานนะครับ เราไม่รู้หรอกว่าต้องเจอสถานการณ์อะไรบ้าง
แต่ถ้าเตรียมไว้ บ้าง ก็จะทำให้เอาตัวรอดและแสดงให้เห็นถึงศักยะภาพของตนเองได้
จริงอยู่เรื่องงานมาก่อน
แต่เรื่องที่ได้กล่าวมาแล้วก็ไม่ได้อยู่ห่างตัวเรามากนัก ตอนอายุยังน้อยเป็นหัวหน้างาน
(ตามที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของคอลัมน์นี้) ก็รีบเก็บหอมรอบริบไปเรื่อยๆ
คนเดินทางไกลต้องใช้เสบียง เยอะนะครับ ใครจะรู้ว่าข้าวตังสักกำมือก็อาจมีค่ามหาศาลในวันข้างหน้าก็เป็นได้
สิ่งต่างที่
ได้บอกว่าหัวหน้างานควรเรียนรู้นั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ในงานเท่านั้น
กลับไปอ่านดูอีกที นะครับ มันเป็นส่วนประกอบของชีวิตที่จำเป็น เป็นส่วนประกอบของชีวิตที่สำคัญทั้งนั้น
วันนี้ ขอเรียนฝากไว้เท่านี้ครับ...สวัสดี