"หัวหน้างานกับการพัฒนา" 1312

 

การพัฒนางาน, นักบริหาร, นักปกครอง, นักพัฒนา, บทบาทของหัวหน้างาน, มองโลกในแง่ดี, หมั่นลับคมเลื่อย

"หัวหน้างานกับการพัฒนางาน พัฒนาลูกน้อง และพัฒนาตนเอง"" 1312

"โอ๊ย..ผมดีขึ้นเยอะครับตั้งแต่เจอกันคราวก่อนกับคราวนี้" พนักงานระดับหัวหน้างาน ของบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำหน้าที่ผลิตสินค้า เราก็ดีใจที่ลูกศิษย์บอกเช่นนั้น เพราะก่อนจากกัน วันก่อนก็ได้ฝากไว้ว่าทุกคนต้องไปข้างหน้าให้ได้ทุกวันไม่ศอกก็คืบ "ดีขึ้นอย่างไรเอ่ย.."ถามด้วยความอยากรู้ "คืออย่างนี้ครับ...ตอนที่อาจารย์มาอบรมครั้งก่อนนะครับ แบนเดียวก็แย่ แล้ว มาตอนนี้ 2 แบนยังสบายอยู่เลยครับ"

นี่ดีขึ้นเยอะ(...บ้าเอ๊ย) เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นการ แซวกันเล่น แต่ในความเป็นจริงเช่นนี้ก็ยังมีอยู่บ้างจริงๆ หัวหน้างานที่ดีคงต้องมีบทบาทอย่างน้อยก็ 3 ประการคือการเป็นนักบริหาร การเป็น นักปกครอง และการเป็นนักพัฒนา ท่านที่เป็นหัวหน้างานหรือกำลังจะเป็นหัวหน้างานลอง อ่านข้อคิดส่วนนี้ดูก็น่าจะได้ประโยชน์พอสมควร เอาเรื่องของการเป็นนักพัฒนาก่อน เริ่มแรกก็คือการพัฒนางานตนเอง แล้วมาคิด พัฒนางาน สุดท้ายก็คือการพัฒนาลูกน้อง การพัฒนาตัวเองก็แตกไปอีกว่าหัวหน้างานต้อง พัฒนาความรอบรู้ พัฒนาทัศนคติในการทำงาน และการพัฒนาความชำนิชำนาญ ในการพัฒนาความรอบรู้นั้น หัวหน้างานต้องแสวงหาความรอบรู้ให้มากขึ้น ปัจจุบัน มีแหล่งความรู้มากมายเหลือเกิน

เคยถามหัวหน้างานคนหนึ่งว่าวันหนึ่งๆนะได้อ่านหนังสือพิมพ์กี่ฉบับ "อย่าถามเลยครับว่าวันละกี่ฉบับ ต้องถามว่ากี่วันจึงจะได้อ่านสักฉบับ" นี่คือ คำตอบแล้วอย่างนี้จะได้รับอะไรมาเป็นอาหารสมองได้บ้างละเคยพบผู้เข้าอบรมท่านหนึ่งระบุ ในช่องหน่วยงานที่มาว่า"ส่วนตัว"ได้ถามเธอว่าทำไมไม่ระบุหน่วยงานที่มาได้รับคำตอบว่า เธอมาเอง เสียเงินเอง และใช้วันพักร้อนของเธอเอง จึงไม่อยากจะลงชื่อหน่วยงานของเธอ ทั้งๆที่ปรากฏว่ามาจากหน่วยงานที่มีชื่อเสียง เธอบอกว่าทางบริษัทได้ส่งมาอบรมเยอะแล้ว จึงเกรงใจที่จะขอมาอบรมในหัวข้อนี้อีก แต่ก็อยากจะรู้จึงยอมเสียเงินเอง นี่จะเป็นได้ว่า เธอได้พยายามหาสิ่งใหม่ๆเข้ามาไว้ในคอมพิวเตอร์ประจำตัวหรือสมองของเธอไว้อย่างต่อ เนื่อง ข้อมูลที่หามาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวนี่ก็แปลกนะครับ พอได้มามากๆ เนื้อหา

ความรู้เหล่านั้นจะเกิดการประสานและเชื่อมกันให้เกิดความคิดที่แตกฉานออกไป มันไม่ใช่ว่าเก็บเอาไว้ทีละ 1 หน่วย ไปเก็บมา 5 ครั้งก็ได้ 5 หน่วย ไม่ใช่อย่างนั้น อ่านหนังสือ 5 เล่มไม่ใช่ได้รู้ 5 เรื่อง แต่ความรอบรู้จาก 5 เล่ม จะสร้างความคิดใหม่เป็นเล่มที่ 6-7-8 ไป เรื่อยๆ หรือปัจจุบันมีเทปคาร์เซทมากมาย (ของผู้เขียนเองไม่มีจึงไม่เข้าข่ายแทรกโฆษณา) ซื้อมา 1 ม้วนเอาไปฟังกันหลายๆคนก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว ถ้าติดอยู่บนรถ(ส่วนตัว) วันละ 2-3 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นก็ได้เรียนรู้ไปแล้ว 2-3 วิชา

อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าอย่าดูหมิ่นว่า นายตี๋น้อยในร้านของชำเอาแต่ฟังเพลงจากเซานด์อะเบานด์ แท้จริงแล้วนายตี๋น้อยอาจกำลังราคาหุ้นต่างประเทศอยู่ก็ได้ จากนายตี๋น้อยเมื่อ 40 ปีก่อนที่จบม. 3 แต่ตอนนี้"ท่าน"คนนั้น พูดเขียนภาษาอังกฤษได้คล่อง เขียนพูดจีนได้หลายภาษา จากการศึกษาด้วยตัวเอง ที่ยก ตัวอย่างมามากมายเช่นนี้ก็เพื่อให้หัวหน้างานเห็นว่าการพัฒนาตนเองน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ของการเป็นหัวหน้าที่ประสบความสำเร็จต่อไป ...นี่เป็นการพัฒนาความรอบรู้ มาเรื่องของการพัฒนาความชำนิชำนาญ ใครก็ตามถ้าได้ทำงานยากก็ย่อมได้เรียนรู้ มากเป็นธรรมดา แต่บางคนก็บ่นเมื่อเจองานยาก มีคำกล่าวไว้ว่า"ทะเลที่ราบเรียบไม่เคย ให้อะไรแก่กลาสี" (นี่คมไหม)

เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่ยอมแพ้งานยากย่อมมีความชำนิชำนาญได้ เร็วกว่าบุคคลที่วันๆเอา(หรือได้)แต่ทำงานที่เรียบง่าย เขาว่ากันว่า "งานยากไม่มี เราไม่รู้ จักทำให้มันง่ายต่างหาก" หรือจะต่อไปอีกว่า "คนเอาใจยากไม่มีเราไม่รู้จักเอาใจเขาต่างหาก" ประโยคหลังอาจมีคนเถียง เพราะมีตัวอย่างให้เห็นคนที่เอาใจยากอยู่ไม่ไกลตัวเอง มาเรื่องของการพัฒนาทัศนคติของตัวเองในการมองโลกมองคน มองงาน เคยให้ผู้ เข้าอบรมเขียนความดีของเพื่อนร่วมงานมาสัก 6-7 ข้อ คำถามที่ได้รับก็คือ "..จะเอาอะไร มาเขียน...หรือ..คนนั้นจะมีความดีมากขนาดนั้นเชี่ยวหรือ หรือ...เอาแต่ความดีหรือครับ.."

การพัฒนาให้เป็นคนมองโลกมองคนมองงานในแง่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหัวหน้างาน ถ้าหัวหน้างานเองเซ็งกับงานเสียแล้ว ลูกน้องจะชื่นชอบได้อย่างไร ลอง ดูสักวัน หัวหน้าเดินเข้ามาแต่ร่างกาย(วิญญาณยังไม่ตื่นยังตามมาไม่ทัน) แล้วพูดให้ดังสนั่น ว่า "...นี่น้องๆเซ็งกันไม้..."(สะกดตามเสียงนะนี่) รับรองว่าทุกคนจะพลอยเซ็งกันหมด ก็จะ เหลืออะไรละครับเมื่อหัวหน้าเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นอย่าเซ็ง "ถ้าเซ็งอย่าทำ ถ้าทำอย่าเซ็ง" แต่บางคนก็บอกว่าอาจารย์ครับ "ถึงเซ็งก็ต้องทำ.." มันก็เป็นเสียอย่างนี้

การเป็นนักพัฒนาของหัวหน้าเป็นเรื่องสำคัญมาก นอกจากในตัวบุคคลแล้วการที่ บริษัทจ้างคนเข้ามาทำงานก็ต้องคำนึงเหมือนกัน คนดีมีฝีมือก็ย่อมมีราคาแพง ไอ้ของดี ราคาถูกนะอย่าไปคิดเลยว่าจะมี นอกจากไปขุดพลอยเมืองจันทร์เมื่อหลายปีก่อน จึกแรก ของการขุดก็เจอพลอยเม็ดโตเลย แต่ตอนนี้ไม่มี นายจ้างจะจ้างคนราคาแพงมาเพื่อให้ทำงานและทำเงินให้กับบริษัท หรือจ้างคนที่ตกงานมาให้บริษัทหาเลี้ยง เดี๋ยวนี้ผู้ที่ไปสมัครงานแล้วบอกว่า "...เงินเดือนแล้วแต่บริษัทจะเห็นสมควรครับ" พูดอย่างนี้ไม่มีใครรับแล้ว เพราะคงเดินไปสมัครมาหลายแห่งแล้ว

ผู้ที่รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรให้บริษัทได้มากมาก็ย่อมเรียกค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน สรุปวันนี้ว่าหัวหน้างานที่พัฒนาความรอบรู้ ความชำนิชำนาญ ทัศนคติก็ ย่อมได้รับการพัฒนาทางด้านหน้าที่การงานเป็นธรรมดา...

อุปนิสัยที่ 7 หมั่นลับคมเลื่อย


กลับหน้าแรก Menu 12
กลับไปหน้าแรกของ Web site