สวัสดีปีใหม่ : การบริหารและความประทับใจ(เรื่องที่สอง) 1320


สวัสดีปีใหม่ : การบริหารและความประทับใจ(เรื่องที่สอง) 1320

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ผมไปร่วมทำบุญและเลี้ยงไปใหม่ที่บริษัทหนึ่ง ตอนเจ้าหน้าที่เชิญมาผมสอบถามรายละเอียดครบถ้วน แต่ก็ไม่ได้รับปากว่าจะไป เพราะตอนแรกจะไปนอนพักเหนื่อยที่รีสอร์ทเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่ห่างจากยอดดอยแม่สลองสัก 25 กม. (ซึ่งจะเป็นที่มาของเรื่องที่สาม-หนังประเภทซีรี่ย์) แต่ปรากฏว่าคู่ "บัดดี้" ที่ทุกครั้ง "ไปไหนไปกันเอาให้มันไว้ก่อน" เกิดติดธุระกระทันหันประกอบกับจะไปสอนที่นิคมอุตสาหกรรมลำพูน 4-5 Weekends (ขออนุญาตแทรกโฆษณา) ก็คิดว่าค่อยไปก็แล้วกัน วันนั้นก็ได้ไปงานเลี้ยง

เมื่อผมไปถึงโรงงาน สิ่งแรกที่เป็นคือผู้คน(งาน)มากมาย มากราบไหว้ศาลพระภูมิ และศาลเจ้าที่ พร้อมด้วยดอกดาวเรื่องเหลืองอร่ามเต็มไปหมด(ผมเองก็ซื้อพวงมาลัยไปเหมือนกัน) ควันธูป-เทียนคลุ้ง แล้วไปทำบุญใส่บาตรอาหารแห้ง วันนั้นอาหารแห้งที่คน 600 คนมากันมาทำบุญนี้เยอะมาก ผมได้ภาพออย่างนี้มาหลายครั้งจึงเห็นว่าการสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจของโรงงานหรือบริษัทต่างๆ นี่เริ่มกันตั้งแต่ที่ใกล้ๆประตูโรงงานนี่เอง ที่โรงงานนี้จะมีผู้รับผิดขอบโดยตรงมาดูแล จุดธูปเทียน ถวายของ-ดอกไม้ประจำทุกวัน ผมไปบ่อยเห็นเป็นประจำก็กราบไหว้ยึดมั่นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าบริษัทของท่านมีศาลพระภูมิ และ/หรือศาลเจ้าที่ก็คงทำกันอย่างนี้นะครับ ดอกไม้ รูปเทียนก็เยอะมาก ก็คิดดูนะครับ คนกว่า 600 คน มากราบไหว้ในเวลาเดียวกัน เป็นภาพที่น่าดู น่าเลื่อมใส น่าศรัทธา เพียงใด (และยังมองไปได้ว่าเราคือหนึ่งเดียวกัน เพราะเป็นลูกศิษย์ลูกช้างของศาลพระภูมิศาลเจ้าที่เดียวกัน อยู่ภายใต้การคุ้มครองของท่านด้วยกัน จะทะเลาะกันไปใย)

เสร็จแล้วก็ไปใส่บาตร ตอนแรกเมื่อผมทราบว่านิมนต์รพระมารับถวายของเพียง 9 รูป โอ้โอ แล้วจะขนกันไหวหรือ แม้นมกล่องก็เถอะกว่าจะหมด ก็คงหมดอายุกันไปบ้าง แต่เอาเถอะทำบุญก็ได้บุญ เมื่อใส่บาตรเสร็จผมก็ไปนั่งรอที่พระจะมาฉันท์เช้า ส่วนการใส่บาตรยังไม่จบสิ้น มีพนักงานคอยรับ เมื่อของลงในบาตรแล้วก็ช่วยหยิบออกมาใส่กล่อง สุดท้ายพระทั้ง 9 รูปก็มานั่งฉันท์เช้าระหว่างนั้นพนักงานที่คอยช่วยรับของใส่บาตร ช่วยกันแยกของสิ่งของ ทั้งนม ข้าวสาร ปลากระป๋อง สบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ พระฉันท์เช้าแล้วก็สวดมนต์ให้พร ท่าน เอ็มดี, จีเอ็ม ผม และพนักงานก็กรวดน้ำตามพิธีการแต่ด้วยความศรัทธา ตรงนี้มีข้อน่าสังเกตุอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าท่านเอ็มดีซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ นับถือต่างศาสนา นั่งพับเพียบพนมมือตลอดเวลาของการสวดมนต์ให้พรของพระสงฆ์ ท่านเอ็มดีนั่งพับเพียบอย่างถูกต้อง นิ่งนานด้วยความเลื่อมใส ท่านลองคิดดูซิครับว่าในสายตาของพนักงานมากมายที่เห็นนั้นจะรู้สึกอย่างไร

มาพูดถึงสิ่งของที่เราใส่บาตรถวายพระ ปรากฏว่า(ทุกปีเป็นอย่างนี้) คือพระมอบสิ่งของทั้งหมดให้ทางบริษัทแยกแยะ เพื่อนำไปมอบให้กับองค์กร มูลนิธิ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ้านพักคนชรา ฯลฯ เมื่อแยกเสร็จพนักงานที่รับผิดชอบฝ่ายนี้ก็ออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เราได้ผลบุญสองต่อ และเห็นผลบุญทันที แถมได้รับประพรมน้ำมนต์ และรับแจกวัตถุมงคล(ไม่ต้องเช่า) ที่พระสงฆ์นำมามอบให้กับพนักงาน ใส่กล่องสวยงาม ทุกคนได้รับกันทั่วถึง ท่านนักบริหารลองนึกดูซิครับว่า นอกจากจะเป็นการทำบุญตามประเพณีแล้ว บริษัทได้อะไร เมื่อครู่ผมพูดว่าท่านเอ็มดีนั่งพนมมือรับพร ท่านพูดกับผมภายหลังว่าศาสนาสอนให้ทุกคนทำดี เมื่อพนักงานทำความดี ท่านเองก็ทำความดี ผลก็คือบริษัททำ(แต่ผลิตภัณฑ์)ที่ดี

ผมขอเล่าเรื่องดีๆก่อนนะครับ เมื่อไม่กี่ปีก่อน น้ำท่วมบริษัท ไม่ถึงกับท่วมเครื่องจักร แต่ก็ทำงานไม่ได้ 6-7 เดือน ท่านเอ็มดี ท่านจีเอ็ม ไม่ลดเงินเดือน ไม่ปลดคนออก ใครว่างแวะมาเยี่ยมโรงงานก็มา ท่านเอ็มดีท่านนี้ไปยุโรป(ไปประจำอยู่แล้วเพราะผลิตสินค้าในนามบริษัทในยุโรป) ไปหาลูกค้า ขอร้องให้ลูกค้าเปิด L/C มาสั่งสิน-ค้า โดยระบุการส่งของอีก 10-12 เดือนข้างหน้า เพื่อบริษัทจะได้เอา L/C หรือใบสั่งสินค้านี้ไปขอสินเชื่อกับธนาคาร เอาเงินมาให้เป็นเงินเดือนแก่พนักงานทุกเดือน ในห้องรับแขกของบริษัทมีคำพูดใส่กรอบติดไว้ว่า "คุณภาพของสินค้าไม่มีทางออมชอมได้" เอาภาษาอังกฤษที่เขียนไว้ดีกว่าว่า Quality can not be compromised และอื่นๆอีกหลายคำ คือคุณภาพคือ….คุณภาพคือ…(เรื่องทำนองนี้ผมเห็นที่ห้องอบรมพนักงานของโรงแรมเองอยู่ Back House ของโรงแรมเมอร์ช้านท์ คอร์ท ที่รัชดา ทำแบบนี้ คือมีคำพูดเขียนตัวโตๆ พร้อมภาพประกอบน่ารักๆ ใส่กรอบ เช่นว่า "คุณภาพไม่ใช่จะเป็นเรื่องต่อรองได้" Quality is non-negotiable ทำนองนี้(เขียนเป็นภาษาอังกฤษ มีหลายความหมาย ลึกซึ้งทั้งนั้น) ถ้าเราจะนำมาประกวดกันในการเขียนนิยามคือความหมายของคำว่า "คุณภาพ" หรือ "บริการ" หรือ "ทีมงาน" หรือ "ความปลอดภัย" อะไรทำนองนี้ก็น่าจะกระตุ้นการเอาใจใส่ในเรื่องเหล่านี้ได้

ก่อนกลับท่านจีเอ็ม (ขอเล่าเรื่องจีเอ็มให้ฟังบ้างนะครับ) มาส่งแล้วให้หนังสือมาอ่านอีก 1 เล่ม ที่บอกว่าให้ "อีก 1 เล่ม" แปลว่าให้บ่อย นี่ก็เป็นนักบริหารที่น่าสนใจมากอีกท่านหนึ่ง ข้อแรก ท่านอ่านมาก หนังสือหลายเล่ม จีเอ็มอ่านพร้อมกับคนชาติเดียวกับผู้แต่ง เพราะสั่งซื้อผ่าน Amezon.com ผมเคยเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาลงใน Website นี้คือ Who Moved My Cheese ท่านจีเอ็มมอบให้ผมอ่านตั้งแต่ในเมืองไทยยังไม่ฮือฮาเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้เลย เป็นคนหนุ่มมาก(ถ้าเทียบกับผม-อาจารย์ประสิทธิ์) เล่าเรื่องการจัดงานปีใหม่ให้ผมฟังว่า ทั้ง เอ็มดีและจีเอ็มเอง ไม่ได้ทำอะไร พนักงานเขาฟอร์มทีม แล้วทำรายการ ทำงบประมาณเสนอขึ้นมา แยกออกเป็นฝ่ายงานต่างๆ ทั้งเรื่องอาหารฟรีทั้งวัน กลางวันอาหารรสแซบ มื้อเย็นอาหารจีน พร้อมวงดนตรีที่รู้ใจ ฝ่ายกีฬา ฝ่ายการแสดง ผมเองลงไปที่ซุ้มอาหารแล้ว น่ากินไปทุกอย่าง ทั้งก้วยเตี๋ยว ขนมจีน ส้มตำ ข้าวแกง ฯลฯ และคนที่รับหน้าที่ตกแต่งซุ้มสวยงาม จีเอ็มบอกว่าอาจารย์ดูอุปกรณ์ที่เขาเอามาแต่งซุ้มนะครับ เข้าตามกฎเกณฑ์ของ ISO ทุกประการ คนบริการเรื่องอาหารก็ เต็มใจ เชียร์ให้ทุกคนแวะซุ้มตัวเอง และยืนตักอาหารบริการพนักงานเหมือนขายอาหารของตนเอง ตั้งแต่เช้ายันบ่าย เพราะทั้งเชียร์ ทั้งเคาะไม้ เพื่อให้พนักงานมากินอาหารที่ซุ่มของตน บางช่วงมีโปรโมชั่น คือกินข้าวแกง แถมเบียร์ฟรี (เรื่องนี้จะเล่าเรื่องเหล้าเบียร์อีกที ตอนหลัง) ฝ่ายกีฬาก็แข่งกันไป บางคนตอน ผมไปสอนก็ดูเงียบๆเรียบร้อย แต่พอมาเป็นกรรมการกีฬา กลับเข้มแข็งเด็ดขาด ควบคุมเวลาอย่างเคร่งครัด แม่นในกติกาต่างๆ ฝ่ายการแสดง ก็จัดคิว ทำงานกันเป็นทีมที่เยี่ยมมาก

ผมขออนุญาตโฆษณาเล็กน้อยนะครับ ที่พนักงานเขาเก่งนั้นมีองค์ประกอบนับร้อยอย่าง ผมอาจมีส่วนบ้างเล็กน้อย วันนั้นที่ท่านเอ็มดี (เจ้าของกิจการ) ท่านมาขอบคุณผมอีกครั้ง ว่าอาจารย์ทำให้คนของผมเป็นเจ้าของบริษัทไปหมดแล้ว ผมว่าก็คงมีส่วนบ้าง เพราะระดับหัวหน้างาน พบกับผมมาแล้ว 3+2+3+9+2 วัน เพราะฉะนั้นเรื่อง MBO ที่ว่ารับปากแล้วต้องทำให้ได้ "ทำไม่ได้ไม่ได้" เรื่องความรับผิดชอบขั้น Accountability เรื่องของ การคิดว่า "นายรับเราเข้ามาช่วยงานของเขา" หรือ "ต้องทำตัวให้ทุกคนเห็นว่า "นายโชคดีที่มีเราอยู่ที่นี่" ที่ผมบอกว่าหัวหน้างานมาแล้ว 19 วัน ในปีกว่าๆ ทั้งเรื่องการวางแผน การบังคับบัญชา (9 วัน) เรื่องการเป็น"ผู้ช่วย"ที่มีประสิทธิภาพ ฯลฯ ผมบอกน้องๆที่ต้องเรียนกับผมว่า "น่าเบื่อหน่อยนะ แต่จำไว้นะ เรื่องใดที่เราอาจรู้สึกเบื่อ ก็ลองถามตัวเองว่า เราหลีกพ้นไหม ถ้าหลีกไม่พ้นจง Enjoy it " เขาคงหลีกไม่พ้นกระมัง ::))จึงดูว่าเขาก็ตั้งใจเรียนกันอย่างแข็งขัน ส่วนพนักงานก็เจอกันแล้วสัก 3 วัน ได้ครึ่งหนึ่งของบริษัทแล้ว

เรื่องสุดท้ายวันที่ได้คุยกับจีเอ็มตอนที่จีเอ็มมาส่งผม ท่านบอกว่า ท่านประชุมพนักงานผู้ชายทั้งหมดก็มีไม่มาก ประมาณสัก 100-150 คน แล้วบอกว่า "ผม(จีเอ็ม)ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักว่างานเลี้ยงใดๆที่จะไม่มีเหล้าเบียร์ แต่ทั้งคนกินและเพื่อนต้องช่วยกัน เพราะใครมีเรื่องวุ่นวายอันเกิดจากการเมาละก้อ ผม(จีเอ็ม) จะให้ออกทันที จีเอ็มคนนี้ พูดเพราะ พูดนิ่ม ใจดีมาก แต่เมื่อพูดไปแล้วคำไหน คำนั้น เพราะฉะนั้นนักบริหารครับ ความเด็ดขาดของคนไม่ใช่อยู่ที่พูดจาดุดัน เสียงดัง ลูกน้องเข้าหน้าไม่ได้ คือเห็นเดินมา เราก็เดิน(หนี)ไป แต่อยู่ที่ความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ดังนั้น ถ้าใครดื่มเข้าไปมาก เพื่อนๆ จะคอยประกบ แต่เท่าที่ทราบ ยังไม่เคยมีผู้ที่ดื่มแล้วพูดจาโวยวายหรือถูกลงโทษสักราย คำว่า"ใจดี" เอาสักตัวอย่างนะครับ พนักงานในบริษัทป่วย แต่ไม่ใช่เกิดจากสภาพการทำงานนะครับ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ทำต้องสะอาดมาก ช่วงที่ยังมาทำงาทำงานก็ให้หยุดพักจากการทำงานได้ตามต้องการ และให้เพื่อนๆช่วยดูแล ตอนนี้พนักงานไม่สบายมากขึ้น บางเดือน 2-3 เดือน ไม่ได้มาทำงาน จีเอ็มบอกทางฝ่ายการเงินว่าให้จ่ายเงินเข้าเอทีเอ็มเขาทุกเดือนจนกว่า…..และท่านเอ็มดีก็เห็นด้วย

เรื่องคุณภาพนั้นทุกคนตระหนักมาก ผมไปสอน ต้องเดินผ่านบริเวณที่เป็น GMP นิดหน่อย(เฉียดๆ) วันหนึ่งผมใส่หมวกผ้า แต่ไม่คลุมถึงโคนผมที่ท้ายทอย ลูกศิษย์ข่มขู่ว่า "อาจารย์หยุดเดี๋ยวนี้" แล้วมาจัดแจงหมวกให้ที่ ดังนั้นโรงงานนี้จึงห้ามแต่งหน้า ทาแป้ง ทาลิปสติก ทั้งสิ้น ดังนั้นวันปีใหม่ที่ผมไปนั้น น้องๆ เขาบอกว่าอาจารย์อย่ากลับจนถึงกลางคืนนะ อาจารย์จะจำลูกศิษย์ไม่ได้ เพราะเขาจะสวยกันสุดฤทธิ์สุดเดช ผมเห็นตั้งแต่กลางวันแล้วก็น่าจะอยู่เหมือนกัน น้องๆเขาบอกว่าสาวๆ ร่วม 400 คน จะเริ่มตั้งแต่สายเดี่ยวตอนหัวค่ำ แล้วมาเกาะอกตอน 3-4 ทุ่ม "แล้วดึกกว่านั้น" ผมถาม น้องๆ เขาบอกว่าดึกกว่านั้นก็เกาะพุง(พวกผู้ชาย) นี่หยุดปีใหม่ไปหลายวันตั้งแต่วันที่ 26 ธค. รวมแล้วรู้สึกว่า ร่วม 8-9 วัน เห็นจีเอ็มบอกว่าเปิดมา พวกเขาจะเร่งทำเรื่อง ISO 14000 เห็นว่าได้ทำอะไรไปมากแล้ว และบางระดับบางกลุ่มต้องเจออาจารย์ประสิทธิ์อีกแล้ว…เอ้อ…หลีกพ้นไหม ถ้าหลีกไม่พ้นก็ตั้งใจเรียนเสียดีๆ

เรื่องนี้ออกจะเมดเล่ย์ หาสาระ(คงมีบ้างซีน่า) กันเองนะครับ

กลับหน้าแรก Menu 12
กลับหน้าแรกของ Web site