ปราชญ์สอนไว้ 1328


ปราชญ์สอนไว้ 1328

บางทีคำพูดของปราชญ์สักคำเราก็ได้ข้อคิดติดตัวไปนาน การเอาคำของปราชญ์มาขยาย ความในทางปฏิบัติทำให้คำพูดของท่านปราชญ์เหล่านั้นมีประโยชน์ต่อตัวเองมากขึ้น จากหนังสือ "ปราชญ์สอนไว้" ตีพิมพ์โดยหนังสือคู่แข่งฉบับที่ 98 วันที่ 23-29 พย.2535 มีหลายคำพูดที่น่าจะ เป็นประโยชน์ต่อไปได้ เชิญหาสาระประโยชน์ได้ครับ

"ข้าฯไม่เคยนั่งอยู่บนรั้ว ข้าฯจะอยู่ข้างใดข้างหนึ่งเสมอ" (แฮรี่ เอส ทรูแมน ประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 33) ขอขยายความว่าผู้ที่จะเป็นผู้นำไม่ว่าทางไหน หรือเป็นหัวหน้างานจะต้อง กล้าตัดสินใจ ไม่มีการแทงกั๊ก ตลอดเวลาที่ให้การอบรม เมื่อมีแบบทดสอบให้ผู้เข้าอบรมระดับ หัวหน้างานทำเกี่ยวกับการบริหาร จะมีคำถามว่า"เห็นด้วย" "ไม่เห็นด้วย" "ไม่แน่ใจ" จะมีไม่น้อย ที่ตอบว่า"ไม่แน่ใจ" นี่คือการแทงกั๊ก ไม่กล้าตัดสินใจ ดังนั้นต่อไปเราโตขึ้นทุกวัน ย่อมเป็นผู้นำใน การทำงาน เป็นผู้นำในกิจกรรมต่างๆ ต้องมีความกล้าที่จะตัดสินใจ แต่นั่นย่อมหมายความว่า ท่านต้องมีข้อมูลอย่างเพียงพอ พูดในทางกลับกัน ท่านต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมที่จะตัดสินใจได้ เสมอ

"เขาไม่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาเลยทำมันสำเร็จ" (Jean Cocteau นักเขียนและนัก สร้างภาพยนต์ชาวฝรั่งเศส) ขยายความได้ว่าคนที่ทำอะไรสำเร็จก็คือคนที่ไม่กลัวความล้มเหลว หรือคนที่มองความล้มเหลวไว้ก่อนก็จะทำอะไรไม่ได้ ลองดูก็ได้ คุณทุกคนเดินบนกระดานแผ่น เดียวที่วางอยู่บนพื้นได้สบายมาก เดินได้โดยไม่ตกจากแผ่นกระดาน แต่ถ้าพื้นที่วางกระดานแผ่น นั้นกลายเป็นเหวลึกระหว่างยอดเขาสองยอด ใครจะกล้าเดินหรือ มีหลายอย่างที่เราสร้างความ กลัวขึ้นมาเอง กลัวว่าจะทำโน่นทำนี่ไม่สำเร็จ มันก็เลยไม่สำเร็จ การทำงานก็เช่นกัน อย่าไปสร้าง ภาพแห่งความล้มเหลวไว้ก่อน การทำเช่นนั้นจะทำให้ท่านหมดกำลังใจและทำให้ท่านล้มเหลวได้ แน่นอน

"ซื้อที่ดินไว้ เพราะมันผลิตเพิ่มไม่ได้อีก" (มาร์ก ทเวน นักเขียนอารมณ์ขันชาวอเมริกา ค.ศ.1853-1910) ที่เลือกหยิบคำพูดนี้มาก็เพราะเห็นน้องๆทำงานในต่างจังหวัด ยังมีที่ดินให้ซื้อ ขายได้มาก ได้เงินเดือนมาก็ลองผ่อนๆไปบ้าง อีก 5 ปี 10 ปี ซึ่งก็ดูประเดี๋ยวเดียว ราคาที่ดินหรือ ทรัพย์สินเหล่านั้นก็จะทวีค่าจนน้องๆกลายเป็นผู้มีฐานะที่ดีมากขึ้นมาได้ เมื่ออาจารย์จบใหม่ๆ สมัยนั้นปริญญาตรีได้เงินเดือน 1,150.- (ไม่ผิดแน่ คือ 1,150) ไม่มีปัญญาจะซื้ออะไร แต่เพื่อน คนหนึ่งที่จบมาด้วยกันไปทำงานแถวปทุมธานี สะเออะไปซื้อทุ่งนาร้างๆ โดยผ่อนเขาไปเดือนละ ร้อยสองร้อย จวบจนได้มา 80-90 ไร่ กาลเวลาผ่านไป เมื่อสัก 10 ปีก่อนนี้เอง เขาโชคร้ายสาหัส เพราะมีการตัดถนนผ่านไปแถวนั้น ที่ดินที่เขาซื้ออยู่ติดถนน ผู้อ่านคงพอจะรู้สินะว่าอะไรเกิดขึ้น เขา

"ผู้ที่ใช้พลังและจินตนาการหาทางเพิ่มค่าเงินของลูกค้า ในสินค้าของตนเองมีแต่จะ ประสบความสำเร็จ" (เฮนรี่ ฟอร์ด นักอุตสาหะกรรม และผู้บุกเบิกอุตสาหะกรรมรถยนต์ ชาว อเมริกัน ค.ศ.1863-1947) แปลว่าอะไรหรือ ถ้าพูดง่ายๆก็คือว่า พยายามให้ลูกค้าเห็นว่าเขาได้รับ อะไรมากมาย หรือได้รับสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินที่เขาเสียมาให้เราได้แล้วละก้อ เขาย่อมเต็มใจที่จะ เสียเงินให้เราแน่ ถ้าศัพท์ทางการตลาดในปัจจุบันก็คือการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value added)ในตัว สินค้าหรือบริการ ที่ยกมาก็อยากให้เห็นว่าหลักการตลาดตัวนี้มันอมตะจริงๆ เราต้องคิดทุกวัน คิดทุกครั้ง คิดกับลูกค้าทุกรายที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในการขายสินค้าหรือบริการของเราให้ได้

"ถ้าต้องเล่นการพนัน ให้รู้ 3 ข้อนี้ก่อนเล่น คือ กติกา วงเงิน และเวลาที่จะเลิก" (โดย"นิรนาม" ในหนังสือที่อ้างหน้า 29) ข้อนี้ไม่ใช่ส่งเสริมนะครับ แต่มันน่าคิด อาจารย์ผู้เขียนเอง ได้มีโอกาสไปดู (เน้นไปดู) คาสิโนหลายแห่งทั้งที่เกนติ้ง มาเลเซีย มาเก๊า เมลเบร์น ลาสเวกัส ก็อด ไม่ได้ที่จะเสียงโชค เมื่อใช้คำเสี่ยงก็แปลว่าไม่แน่นอนใช่ไหมล่ะ ก็ต้องตั้งกติกาว่าจะอยู่ให้นานที่ สุดตราบเท่าที่เงินที่เตรียมไปบำรุงคาสิโนจะหมด แปลว่าเมื่อหมดจะเลิกทันที แล้วไม่เสียดาย ด้วย เพราะถือเเสียว่าเป็นค่าเข้าไปดูสถานที่ก็แล้วกัน และก็แปลก ตอนเงินจะหมดดูจะมีโชคเสีย ทุกที แต่ถ้าขืนตามแห่ไปอีก ก็คงต้องรับจ้างล้างจานอยู่แถวนั้น จากการปฏิบัติเช่นนี้ทำให้ได้อะไร บางอย่างมาเหมือนกัน คือการที่จะเอาชนะใจตนเองให้ได้ ไม่ใช่ว่าหมดไปสัก 1-2 พัน(เงิน ไทย) แล้วฮึอีกหน่อยน่า อีกหน่อยน่า ต้องรู้วงเงิน แล้วเอาชนะใจตนเองให้ได้มันสำคัญ ในชีวิต คนเรามีอะไรมาล่อใจหลายอย่างหลายประการ ดังนั้นการชนะใจตนเองให้ได้ มันสำคัญอยู่ไม่เบา

"ปลาตายเท่านั้นที่ลอยตามกระแสน้ำ" (มัลคอม มักเกอริดจ์ นักหนังสือพิมพ์ชาว อังกฤษ)ข้อนี้เข้ากับยุคนี้เปี๊ยบเลย ตอนนี้กระแสน้ำมันไหลแรง แต่เราไม่ใช่ปลาตายอย่างไรก็ต้อง พยายามที่จะว่ายทวนน้ำอยู่ให้ได้ มันอาจจะไม่สามารถว่ายทวนไปได้เร็ว หรือแม้จะต้องถดถอย ตามกระแสที่ไหลแรงลงมาบ้าง แต่ถ้าเรายังว่ายอยู่เราก็ไม่ลอยไปตามกระแสน้ำจนหายไปเลย เมื่อวานอ่านคอลัมน์ของคุณนิติภูมิ นวรัตน์ ในไทยรัฐหน้า 2 ชอบคำสุดท้ายที่ท่านผู้เขียนบอกว่า เป็นแนวทางยึดถือของท่านก็คือ "ชีวิตนี้ไม่มีความสุข มีแต่ความทุกข์ที่พอทนได้" สรุปว่า สู้ สู้

"โลกใบนี้เป็นของผู้มองโลกในแง่ดี ผู้มองโลกในแง่ร้ายเป็นได้แค่เพียงคนดู" (Francois Guizot นักประวัติศาสตร์และนักการเมืองชาวฝรั่งเศส) คงหมายความว่าผู้มองโลกใน แง่ดี ยังมองเห็นโอกาสเหลืออยู่อีกมาก หรือมองเห็นความน่ารื่นรมย์ของโลกได้อีกเสมอ เขาบอก ว่าการที่จะเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดีได้ ก็ต้องรู้จักขอบคุณสรรพสิ่งทั้งหลาย ขอบคุณอาหารที่ทำให้ เรามีชีวตอยู่ต่อไปได้ ขอบคุณคนปรุงที่ทำให้เราได้กินข้าวตามเวลา...สุดท้ายขอบคุณ...นะที่ทำให้ เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ เพราะทำให้เรารู้จักคำว่าทรหดอดทนที่แท้จริง อะไรทำนองนั้น

กลับหน้าแรก Menu 12
กลับไปหน้าแรกของ Web site