"ความคิดสร้างสรรค์มาจากไหน" (1331)
เราดูโฆษณาในทีวีจะเห็นได้ว่าบางโฆษณา
เราจำง่ายว่าเป็นสินค้าอะไร แต่บางโฆษณา เราจำไม่ได้ หรือบางทีเราชอบแต่จำชื่อสินค้าไม่ได้
โฆษณาดีๆเขาทำออกมาได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องมีคนคิดความคิดนี้ออกมา
ความคิดสร้างสรรค์เห็นได้ทุกวันในทุกเรื่อง และแนวทางการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ก็มีอยู่อย่างขว้างขวาง
เอาว่าเรามาพูดกันในลักษณะของ "ย่อย"เนื้อหาก็อาจกล่าวได้ว่าการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์นั้นมาได้อย่างไร
ความคิดสร้างสรรค์คือการเชื่อมโยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้เข้ามาเกี่ยวข้องกัน
หรือขยาย ความเกี่ยวข้องนั้นให้กว้างไกลยิ่งขึ้น
หรืออาจพูดว่าอาจเป็นการมองสิ่งหนึ่งในอีกมุมมองหนึ่ง เมื่อทำแล้วก็จะได้สิ่งใหม่ที่ดีกว่า
หรือได้สิ่งใหม่ที่เสริมสิ่งเดิมให้มีค่ามากขึ้น ฉบับย่อยวันนี้ก็เอามาให้เป็นหลักยึดสัก
6 ข้อที่อาจนำไปใช้ได้ในการทำงานประจำวันของหัวหน้างาน
นั่นคือ :
1.
อย่าคิดว่าหนทางที่ถูกมีเพียงวิธีเดียว
ไม่ว่าปัญหา หรือการหาทางออกของการ ทำงานใดๆ
อย่าคิดว่ามันมีเพียงวิธีเดียวเมื่อไม่สามารถทำได้ตามนั้นก็มานั่งติดตันอยู่
แต่ต้องมองว่ามันคงมีทางอื่นอีกซีน่า คิดออกไปเรื่อยๆ ความเชื่อบวกการคิดอยู่เรื่อยๆก็ย่อมจะมอง
เห็นหนทางมากขึ้น
2. อย่าติดอยู่กับรูปแบบดั้งเดิม ต้องคิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
คงจำได้ สมัยก่อนนั้นตราของเสื้อต้องอยู่ด้านในของปกเสื้อ และเป็นอย่างนั้นมานาน
จะรู้ว่าเป็นตรา- อะไรก็ต้องรู้กันในหมู่ผู้ที่ใช้ว่าให้สังเกตที่ปกบ้าง
ให้สังเกตที่การเย็บกระดุมบ้าง แล้วเป็นไง วันดีคืนดี มีเสื้อของบริษัทหนึ่งเอาตราของเสื้อไว้นอกเสื้อ
ที่ปกด้านนอกบ้าง ที่ด้านล่างของ ไหล่บ้างก็มีการทำอย่างนั้นออกมาเอาอย่างกันจนเป็นของธรรมดาไป
หรืออย่างแปรงสีฟัน
ตั้งแต่รูปแบบดั้งเดิมคือด้ามตรง ขนแปรงตรง ต่อมาก็มีการแตก หน่อออกไปที่ขนแปรงมีมากมายหลายลักษณะ
แตกหน่อไปที่ด้ามก็ออกมาสารพัดรูปแบบเพื่อ ให้ของตนเองแตกต่างกว่า
และ(ให้เชื่อว่า)ดีกว่า ดังนั้นท่านหัวหน้างานครับ งานของท่านอาจ
มีรูปแบบที่ดีกว่านี้ก็ได้ลองคิดกันดูนะครับ
3.
อย่ากลัวความผิดพลาด
อย่ากลัวว่าคนอื่นจะหาว่าโง่ คนคิดอะไรใหม่ๆ
อาจ ถูกมองว่าเฟื่อง ไม่ต้องกลัว คิดไปเถอะ บางทีความคิดที่ถูกมองว่าเฟื่องนั่นนะกลับเป็นสิ่งที่
ถูกต้องก็ได้ ท่านที่อายุในช่วง 45-55 ปี คงจำภาพยนต์เรื่องใต้ทะเล
20,000 โยชน์ ได้ คนเขียน หนังสือเรื่องนี้เป็นชาวฝรั่งเศส บอกว่ามีเรือดำน้ำลำหนึ่งดำน้ำได้นานมาก
เขาให้ชื่อเรื่อว่า "นอติลุส" สมัยที่นักเขียนท่านนั้นเขียนหนังสือ
อย่าว่าเรือดำน้ำเหล็กเลยหรือบนน้ำที่ทำด้วย เหล็กก็เก่งเหลือเกินแล้ว
ก็มีการพูดกันว่านักเขียนท่านนี้เฟื่องไปแล้ว ต่อมาไม่กี่ทศวรรตกปรากฎว่ามีเรือดำน้ำของอเมริกาที่มีสมรรถนะอย่างนั้นทุกประการเป็นเรือพลังงานนิวเครียร์
แล้วก็ได้รับการตั้งชื่อว่า "นอติลุส" (NAUTILUS) เช่นกัน มีการพูดกันว่าอีกสัก
80-100 ปี การขึ้น ไปในอวกาศไม่ต้องใช้กระสวยอวกาศหรอก เขาขึ้นโดยลิฟท์(เอ้า..อย่าว่าผมเฟื่องซิครับ
ผมอ่าน มาเท่านั้น) ใครไม่เชื่ออยู่ต่อซิครับ อย่าเพิ่งเลิกหายใจ
แล้วอาจะได้เห็น
4. ใช้คำถามอย่างฉลาดและแยบยล
ก็คำถามที่เรามีอยู่นี่แหละครับ.....อะไร....
เมื่อไหร่....ที่ไหน...อย่างไร...ใคร...แล้วถามต่อด้วยคำถามสุดท้ายว่า
"ทำไมไม่..." ตัวอย่าง "ทำงานนี้อย่างไร" ก็ตอบไปว่า "ทำอย่างนี้แหละ"
ถามต่อไปว่า "ทำไมไม่ทำวิธีการอื่นบ้างละ..." ถ้าคำตอบที่ได้รับ
เป็นคำตอบตายตัว ฟังขึ้นก็แปลว่าโอ.เค. แต่ถ้าคำตอบไม่แน่ชัด หรืออาจมีคำตอบอื่นอีกก็แปลว่าพัฒนาให้เป็นสิ่งใหม่ได้
"ทำไมด้ามแปรงสีฟันต้องเป็น ด้ามตรงๆ " คำตอบก็คือ "ไม่รู้..ก็เห็นใครต่อใครเขาออกมาขายอย่างนั้น"
ในกรณีนี้จะ เห็นได้ว่าคำตอบที่ได้รับไม่ตายตัว ไม่เด่นชัด ก็แปลว่าเราออกแปรงสีฟันตราใหม่ที่มี
ด้ามหักงอได้
5. อย่าติดอยู่กับประสบการณ์ของตนเองให้มากนัก
เรื่องการยึดติดนะมีแน่แต่ อย่าให้มากนัก
เคยมีการให้ผู้เข้าสัมมนาต่อคำจากคำที่ยกมา เช่นยกว่าว่า "ซอง"
แล้วช่วย ต่อให้มีความหมายซีว่าเป็นอะไร ก็ออกมามาก เช่นซองจดหมาย..ซองบุหรี่..ซองปืน...ท่านว่า
คนที่ตอบต่างกันอย่างนี้มีอะไรอยู่ที่เป็นประสบการณ์ เอ้า..แล้วต่อคำว่า
"แสง...." ซิครับ เก่ง ที่ท่านตอบออกมาว่าแสงเทียน แสงจันทร์ แสงอาทิตย์
แล้วโน่น คนนั่งหลังสุดหน้าแดงก่ำก็ ต่อว่า "แสงโสม" แน่นอนว่าประสบการณ์ย่อมติดออกมา
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์นั้น ท่านต้องไม่ติดกับประสบการณ์ให้มากนักเพราะจะคิดอะไรไม่ออก
6.
มองทุกอย่างให้เป็นระบบ
แปลว่าท่านต้องมองว่าอะไรที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่อง นี้บ้างทั้งส่วนที่เป็นตัวประกอบ
หรือปัจจัย และมีอะไรบ้างที่อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ หรือเป็นตัวกระบวนการ
และมีอะไรที่ออกมาจากการทำงานนั้น หรือเรียกว่าผลผลิต แล้วเราก็
เข้าไปดูทีละตัว ถ้ากาแฟไม่อร่อย ตัวปัจจัยก็มีตัวกาแฟ นมเนย น้ำตาล
ถ้วยกาแฟ (คนชงน่า จะไม่เกี่ยวนะครับ) วิธีการชงเป็นอย่างไร เอาน้ำตาลละลายกับน้ำก่อน
เติมนมเป็นนมหวาน แล้วค่อยเติมกาแฟ อย่างนี้ดีไหม ในที่สุดเราก็จะพบว่ามีบางอย่างที่ทำให้กาแฟอร่อยขึ้นก็เลย
ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ครีมที่ใส่ให้กาแฟมีรสหอม มันและอร่อยขึ้นโดยไม่มีกลิ่นและไม่ทำ
ให้เพิ่มแกลลอรี่
ความคิดสร้างสรรค์มีค่ามาก
คงรู้นะครับว่าบริษัทการบินแห่งหนึ่งเสียค่าออกแบบโลโก้ ไปเท่าไหร่
มีบางคนบอกว่าน่าเสียดายเงินจำนวนขนาดนั้น อย่าเสียดายเลยครับ เพราะโลโก้
ดังกล่าวมีความหมายเชื่อมโยงกับสิ่งที่ต้องการสื่อได้ชัดเจนและสวยงามจริงๆครับ..สวัสดี.