1. เรามาทำงานเช้าหรือเปล่า
การมาทำงานแต่เช้าทำให้เรารู้สึกสดชื่น ได้เตรียมการอะไรต่อ ไว้ให้พร้อมที่จะทำงานเมื่อลูกค้าเข้ามา
การเดินทางก็ไม่รีบเร่ง ไม่เป็นทุกข์ระหว่างการเดินทาง ว่ารถจะช้า
รถจะติด จิตใจก็จะปลอดโปร่ง มาถึงที่ทำงานก็จะได้ดูว่ามีอะไรคั่งค้างอยู่บ้าง
ก็รีบ ทำเสียให้เสร็จ แล้วเราจะรู้สึกว่าเราพร้อมสำหรับวันนี้
การที่รู้สึกว่าตัวเองมีความพร้อมเป็นความ รู้สึกที่ส่งผลถึงความมั่นใจ
ความภาคภูมิใจ และเป็นสุขในการทำงาน ไม่ใช่มาถึงลูกค้าก็รออยู่แล้ว
ไหนจะต้องเข้าห้องน้ำ ไหนจะต้องเอาเอกสารออกมา เอ้าหน้าตาเป็นอย่างไรบ้างลืมดู
แล้วยังไม่ ได้กินอะไรอีกต่างหาก ตายละลูกค้าคนนี้ทำไมเรื่องเยอะจัง
นี่ก็สายมาก แล้ว หิวก็หิว เลยไม่อยาก จะเจรจาต่อรองอะไรมากนัก
ออกไปก็ดี เราจะได้กินอะไรเสียที เอ้อ..ทำไมมันนี้มันจึงยุ่งอย่างนี้นะ
เอกสารก็ไม่พร้อมดูมันวุ่นวายไม่สิ้นสุด...อย่างนี้ละก้อเป็นทุกข์อยู่วันละหลายชั่วโมงเชียวละครับ
2. เราทำงานเก่งหรือเปล่า
คนเก่งตกงานไปเยอะมาก ส่วนคนไม่เก่งไม่ต้องพูดถึง แล้วเราละ เก่งหรือเปล่า
ต้องเก่งซี ไม่เก่งเชนลิสซิ่งไม่รับมาทำงานด้วยหรอกจะบอกให้ แต่บางคนเก่งไม่ได้
นาน คนเก่งที่เก่งจะพยายามทำตัวให้เก่งอยู่ตลอดจึงเป็นคนเก่งไง
(งงมั้ย) ดังนั้นอย่าทำตัวให้ ไม่เก่งแบบคนไม่เก่ง เพราะมันจะทำให้เราไม่เก่ง
(งงอีกแล้วละ) เอาละอย่าลืมถามตัวเองซักกะนิด ว่าเราเก่งหรือเปล่า
เก่งมากไหม ไม่เก่งมากเพราะอะไร จะทำอะไรจึงจะเก่งมากกว่านี้ (อ่านข้อ
นี้รู้เรื่องก็เก่งแล้วละน้องจ๋า)
3.
เราน่ารักไหม บางคนไม่หล่อไม่สวยแต่น่ารักมาก พูดจาอ่อนหวานรู้จักเอาใจ
ช่างประจบ (เรื่องงานเท่านั้น) บางคนนี่น่ารักจริง สมมุติเราไปสอนนี่
พอเราไปถึงเธอซึ่งเป็นผู้เรียนคนหนึ่งจะ มาถามว่า"อาจารย์(รับประ)ทานอะไรมาบ้างแล้วยังคะ
กาแฟหรือชาดีคะ มีอะไรบอกหนูนะคะ" อะไรทำนองนี้ ระหว่างเรียนก็ดูตั้งใจมีการซักถาม
พอเบรคก็รีบมาเอาใจ เราดื่มกาแฟเสร็จก็รีบเอา น้ำมาให้ เอาถ้วยกาแฟไปเก็บ
แล้วรีบมาเรียน ฯลฯ และ ฯลฯ ตอนกลับบ้านยังมาสวัสดีทำที (ทำท่าอาลัยอาวรณ์)
"คงได้เจออาจารย์อีกนะคะ" อะไรประมาณนั้น ดูๆก็เห็นทำด้วยความจริงใจ
นี่คือความน่ารัก คนเราทำตัวให้น่ารักได้ ลองคิดดูซิครับว่าคนอื่นหวังให้เราทำอะไร
เราก็ทำอย่าง นั้น แค่นี้เราก็น่ารักแล้วละ พยายามหัดดูความรู้สึกคนอื่นบ้างนะครับว่าเขาหวังอะไรจากเรา
แล้ว เราก็พยายามทำตามนั้นเท่าที่ทำได้ก็น่ารักแล้ว แม้ทำไม่ได้
แต่ถ้าเราพูดตรงๆ เราก็น่ารักแล้ว
4. เราน่ารักใหม บางคนไม่หล่อไม่สวยแต่น่ารักมาก พูดจาอ่อนหวานรู้จักเอาใจ
ช่างประจบ (เรื่องงานเท่านั้น) บางคนนี่น่ารักจริง สมมุติเราไปสอนนี่
พอเราไปถึงเธอซึ่งเป็นผู้เรียนคนหนึ่งจะ มาถามว่า"อาจารย์(รับประ)ทานอะไรมาบ้างแล้วยังคะ
กาแฟหรือชาดีคะ มีอะไรบอกหนูนะคะ" อะไรทำนองนี้ ระหว่างเรียนก็ดูตั้งใจมีการซักถาม
พอเบรคก็รีบมาเอาใจ เราดื่มกาแฟเสร็จก็รีบเอา น้ำมาให้ เอาถ้วยกาแฟไปเก็บ
แล้วรีบมาเรียน ฯลฯ และ ฯลฯ ตอนกลับบ้านยังมาสวัสดีทำที (ทำท่าอาลัยอาวรณ์)
"คงได้เจออาจารย์อีกนะคะ" อะไรประมาณนั้น ดูๆก็เห็นทำด้วยความจริงใจ
นี่คือความน่ารัก คนเราทำตัวให้น่ารักได้ ลองคิดดูซิครับว่าคนอื่นหวังให้เราทำอะไร
เราก็ทำอย่าง นั้น แค่นี้เราก็น่ารักแล้วละ พยายามหัดดูความรู้สึกคนอื่นบ้างนะครับว่าเขาหวังอะไรจากเรา
แล้ว เราก็๋พยายามทำตามนั้นเท่าที่ทำได้ก็น่ารักแล้ว แม้ทำไม่ได้
แต่ถ้าเราพูดตรงๆ เราก็น่ารักแล้ว
5 คุณเป็นคนคนช่างคิดช่างฝันหรือเปล่า
หรือปล่อยให้สนิมเกาะกินจนเต็มสมอง เพราะถ้าเรา ใช้ความคิดให้อยู่เต็มสมอง
สนิมก็จะไม่เกาะอยู่ในสมอง ดังนั้น เราก็นั่งคิดนั่งฝันไปเรื่อยๆว่าวันนี้
พรุ่งนี้เราจะทำอะไร อีก 3-5 ปีเราจะทำอะไรเป็นขึ้นอีกบ้าง เราจะมีบ้านเป็นของตัวเองเมื่อไหร่
เย็นนี้จะกินข้าวกับอะไรดีละ แล้วพรุ่งนี้เราจะทำรายงานได้มันดีว่าเดิมอย่างไร
เอาเป็นว่าคิดโน่น คิดนี่อยู่ตลอดเวลา ใหม่ๆก็อาจเรื่อยเปลื่อย
เป็นลมโชย แต่ต่อไปความคิดที่ดีๆก็จะเข้ามาแทรกอัน ที่ไม่เข้าท่า
แล้วต่อๆไป ในสมองก็จะมีแต่ความคิดที่เข้าท่าทั้งนั้น หรือใหม่ๆอาจจะเป็นความคิด
ที่เพ้อฝัน แต่ต่อไปไม่นานความคิดฝันที่สมจริงจะแทรกเข้ามาเรื่อยๆ
6. คุณเป็นคนแต่งตัวดีหรือเปล่า
ในยุคนี้มีเสื้อขาวสัก 2-3 ตัวก็เพียงพอ(สำหรับผู้ชายนะ) เพราะเสื้อขาวใส่ได้กับกางเกงทุกสี
และแลดูสะอาด ภูมิฐาน ทำไมต้องไปซื้อที่มีลายมีดอกมาใส่ เพราะเสื้อผ้ายิ่งเด่น
คนยิ่งจำได้แม่น ใส่มา 1 วัน เว้นไปตั้ง 4-5 วันเอามาใส่อีกทีคนก็พูดกันแล้วว่า
ทำไมต้องใส่เสื้อตัวเดิมทุกวัน บ๊ะแล้ว... เราเว้นไปตั้งหลายวันแล้ว
มาหาว่าเราใส่เสื้อซ้ำ แล้วก็ไม่ ต้องซื้อราคาแพงนักก็ได้ อาจารย์เคยซื้อเสื้อราคา
800-900 บาท ใส่ไม่กี่ครั้งผ้าย้วยไม่เหลือรูป เดิม ตอนนี้ใส่แต่เสื้อแมคโคร
โลตัส ราคา 199-269 ประมาณนั้นดูดี ใส่สบาย (หรืออาจเพราะตัว เราเหมาะเฉพาะเสื้อราคานั้นกระมัง)
การแต่งตัวดี หมายถึงการแต่งแล้วดูดี คำว่าดูดีหมายถึงดู สะอาด
และที่ดูสะอาดหมายถึงดูเรียบร้อยไปด้วย แล้วไอ้ดูเรียบร้อยนี่....พอแล้วครับ
นิยามกันไม่ จบ เอาเป็นว่าคุณก็รู้ไม่ใช่หรือคำว่าแต่งตัวดีมันเป็นอย่างไร
เอางี้ออกไปยืนหน้าร้านสักครู่ เราจะ เป็นว่าบางคนแต่งกายดูดี(ทั้งๆที่พอรู้ว่าคงไม่ต้องใช้เงินมากมายอะไร)
และบางคนแต่งตัวแล้วดู ไม่ดี เรื่องอย่างนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าบอกใครหรอกครับ
แต่เราคอยสังเกตคนอื่นเขาแล้วปรับตัวเอง ก็จะเป็นคนที่เรียกว่าแต่งตัวดูดีได้ไม่ยาก
แต่งกายให้ดูดีมันดูดีนะครับ
7.
คุณเป็นคนแบบมองไปวันพรุ่งนี้หรือเปล่า คนที่เป็นคนมองแต่วันนี้
กับคนที่มองถึงวันพรุ่ง นี้มันต่างกันมากนะครับ คิดจะทำอะไรก็คิดการณ์ไกล
มองไปข้างหน้า ตั้งหลักกิโลไว้เป็นระยะแล้ว วัดตัวเองว่าเราเดินไปถึงหลักกิโลนั่นในเวลาที่เราคิดไว้หรือเปล่า
บางคนเดินแบบไม่มีหลักกิโล ถึง เมื่อไหร่ก็ช่าง อย่างนี้ก็น่าเสียดาย
คนที่เดินทางแบบไม่นับหลักกิโลนี่น่าเหนื่อยหน่ายนะครับ เพราะเราไม่ได้รับความพอใจในจุดที่เราไปถึงตามระยะเวลานั้น
นี่ก็ทำงานมาหลายเดือนหลาย ปีแล้ว เราเดินได้กิโลที่เท่าไหร่แล้วครับ
หลักกิโลบางคนอาจหมายถึงเงินในสมุดเงินฝาก หลักกิโล ของบางคนหมายถึงจำนวนเงินที่ยังต้องผ่อนที่ดินที่เหลือน้อยลงทุกวัน
จวนเจียนจะโอนได้อยู่แล้ว หลักกิโลบางคนอาจเป็นเงินที่ส่งเงินให้ทางบ้าน
ตอนนี้ก็ส่งไปหลายกิโลแล้ว อะไรประมาณนั้น แล้วหลักกิโลคืออะไร หรือบางคนหลักกิโลคือส่งลูกเรียน
ตอนนี้ก็เดินไปได้หลายกิโลแล้ว เป็นต้น เขียนมาให้อ่านกรุณาอ่านสัก
1-2 เที่ยว แล้วกรุณาคิดตามไปบ้างนะครับ เพราะผู้เขียน.....