ซีรี่ว่าด้วยการทำงาน - 3 (1338)

ซีรี่ว่าด้วยการทำงาน - 3

จะขอต่อเรื่องซีรี่เกี่ยวกับการทำงานให้จบในฉบับนี้ ซึ่งมีข้อคิดที่น่าคิดและนำไปใช้อีกบาง ประการดังต่อไปนี้

26 "แม้แต่ดินสอของจอมปราชญ์ก็ยังมียางลบ" แปลว่าอย่างไร ทุกคนมีโอกาสทำผิด กันได้ทั้งนั้น
ไม่ทำไม่ผิด แต่ถ้าให้เลือกระหว่างลงมือทำงานแล้วผิดพลาดบ้าง กับไม่ทำอะไรเลย แล้วก็ไม่ผิดเลย เราทุกคนก็คงเลือกเอาการลงมือทำงาน แม้ว่าจะ(ผิด)พลาดบ้าง อย่างไรก็ตาม ความพลาดพลั้งนั้นเราสามารถป้องกันได้มาก เราเรียกว่าเทคนิคการป้องกันและแก้ไขปัญหา นั่น คือพยายามนั่งนิ่งนึกไตร่ตรองดูว่าการทำงานนั้นๆ น่าจะพลาดพลั้งในประเด็นใดได้บ้าง คิดออก มาให้หมด(เท่าที่จะทำได้) แล้วหาทางป้องกันเสียก่อนการลงมือทำงาน ก็จะทำให้พลาดได้น้อย ลงไป เช่นว่า "เป้าหมาย...กำหนดไว้เท่านั้น" เรามาลองนึกดูว่าจะมีอะไรให้เราพลาดได้บ้าง นึก ออกมาให้หมด แล้วลงมือกระทำอะไรบางอย่างที่จะป้องกันไม่ให้อุปสรรคหรือปัญหานั้นเกิดขึ้น เราก็จะถึงเป้าหมายไ
ด้

 

27 "ขับรถกะบะกับจักรยานก็ปานกัน" อย่าให้ภาพของคนสองคนที่มีพาหนะเดินทาง กลับบ้านที่แตกต่างกันมาทำให้เรานึกว่า คนสองคนมีความสำคัญต่อบริษัทแตกต่างกัน ทุกคนมี ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน อาจแตกต่างกันตรงภาระหน้าที่ แต่ความมีเนื้อนาบุญในการทำ งานให้กับบริษัท แล้วทุกคนทัดเทียมกัน นึกให้เห็นและสร้างความภาคภูมิใจในตรงนี้ให้ได้ เรา อาจอยู่สาขาไกลออกไปมากจากสำนักงานใหญ่ แต่เราก็คือคนหนึ่งที่เป็นครอบครัวเชน ทุกคน ต่างให้การยอมรับ แล้วเราจะไปนึกน้อยอกน้อยใจได้อย่างไร เร่งทำให้สาขาที่ไกลนั้นใกล้ชิดกับ สาขาอื่น ใกล้ชิดกับสำนักงานใหญ่ด้วยการหมั่นติดต่อสื่อสาร หมั่นส่งข่าว หมั่นทำงาน เราก็จะ เป็นสาขาที่ใกล้ชิดกับทุกคนได้

 

28 "พูดได้ไม่ควรเขียน" เรื่องนี้อาจตรงไปที่หัวหน้างานในการตักเตือนลูกน้องว่าบาง ครั้ง เราซึ่งเป็นหัวหน้าจำเป็นต้องมีการตักเตือนลูกน้องบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าอยู่ในวิสัยที่ จะพูด ก็น่าจะทำดีกว่าเขียน"ใบเตือน" เพราะการพูดย่อมได้เห็นสีหน้าท่าทาง เห็นแววตา เห็น อากัปกริยา และที่สำคัญก็จะได้เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ทำให้อะไรๆก็ดีกว่าเยอะ

 

29 "สร้างเป็นปีนาทีเดียวพัง" เป็นข้อเตือนใจทั้งกับหัวหน้า กับเพื่อนร่วมงาน ตลอด เวลาที่ผ่านมาก็ได้ตั้งใจที่จะสร้างความ(บารมี)กับลูกน้อง กับเพื่อนร่วมงาน และที่ผ่านมาทุกคน ก็ให้การยอมรับ แต่สักวันหนึ่งที่ความโมโหเกิดชนะใจคุณขึ้นมา แล้วคุณก็ได้แสดงออกในทางที่ ไม่น่าดู ไม่น่ายอมรับในสายตาของลูกน้อง ของเพื่อนร่วมงานเข้า นาทีนั้นก็คือนาทีพัง น่าเสีย ดายเหลือเกินกับความเหนื่อยยากที่อุตส่าห์สร้างภาพพจน์ขึ้นมาด้วยดีเป็นปี แล้วมาพังที่นาทีเดียว

 

30 "หนึ่งคนได้ดีอีกสิบสี่คนเศร้า" ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่เป็นการเตือนใจบรรดาหัวหน้าใน การบำเหน็จความดีความชอบต่อลูกน้อง ก็ขอให้มีบรรทัดฐานที่อธิบายได้ รู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับการ บำเหน็จความดีความชอบอย่างไรเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์อะไร จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย

 

31 "ขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีคนแทน" ผู้ที่ทำงานทุกคนจะมีสายความก้าวหน้า ผู้ที่เป็นหัวหน้า งานก็เช่นกัน แต่การที่หัวหน้างานไม่ได้สร้างใครไว้เพื่อรองรับตำแหน่งของตนไว้เลยนั้น หัวหน้า งานคนนั้นก็ย่อมไม่มีโอกาสได้เลื่อนขึ้นไป หัวหน้างานทุกระดับจึงจำเป็นต้องสร้างคนไปพร้อมๆ กับการทำงานด้วย หัวหน้างานประเภท "ข้ามาคนเดียว" นั้นไม่มีแล้วในพ.ศ.นี้ การสร้างคนขึ้นมา แม้ไม่ใช่เพื่อการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง แต่ก็เป็นการสร้างความมั่นคงทางจิตใจในแง่ที่ว่า แม้ว่า เราจะป่วยไข้ไปสัก 2-3 วัน งานในสายงานของเราก็จะไม่สะดุด

 

32 "หัวหน้าดีเป็นศรีแก่แผนก"  แผนกต่างๆจะได้ชื่อว่าดีไม่ดีนั้น นอกจากจะเกิดขึ้นจากผลงานแล้ว การวางตัวของหัวหน้าก็เป็นเรื่องสำคัญ หัวหน้าแผนกเป็นตัวแทนของลูกน้องใน แผนกทั้งหมดที่จะบอกว่าเป็นแผนกที่ดีหรือไม่ ดังนั้นพฤติกรรมในการทำงาน พฤติกรรมในการ ติดต่อประสานงานกับผู้อื่นของหัวหน้าแผนก จึงเป็นตัวบ่งชี้ถึงความดีของแผนกนั้นๆอย่างหลีก เลี่ยงไม่ได้ คนที่เป็นหัวหน้าจึวต้องระวังพฤติกรรมของตนเองมากกว่าคนอื่นหลายเท่านัก

 

33 "ปัญหาคือหน้าที่" อย่าบ่นว่างานที่ทำมีปัญหา เคยบอกกับผู้เข้ารับการอบรมที่ไหนๆ ว่างานที่ทำนั้นย่อมหนัก ย่อมยาก ย่อมมีปัญหาเสมอ และด้วยเหตุนั้นไง เขาจึงจ้างเราให้เข้ามา ช่วย แสดงว่าเขาต้องเห็นว่าเรามีความรู้ความสามารถ ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในการทำงาน อย่าคิดว่า"อะไรกันวะมีปัญหาบ่อยจัง" แต่น่าจะคิดว่านั่นไงหน้าที่ของเรามาถึงแล้ว เราจะได้แสดง ความสามารถอีกแล้ว ไม่ว่าหน่วยงานหรือตัวคนทำงาน เขาว่ากันว่า "ถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่ก้าวหน้า" (No problem, no progress) ฝรั่งเขาว่าอย่างนั้น

 

34 "ความกลัวไม่มีเพราะความดีของหัวหน้า" พลทหารบางคนถูกยิงขาขาด บางคน ถูกเสียบด้วยดาบปลายปืน แต่พลทหารสุดหล่อยังคงเดินหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะความ ที่เขามีความรักในชาติบ้านเมือง เพราะนายกองของเขาดีต่อเขาเหลือเกิน เขาจะให้หัวหน้ากอง ของเขาผิดหวังไปไม่ได้ เขาและพรรคพวกต้องไปยึดที่มั่นให้หัวหน้ากองเขาให้ได้ เฉกใดก็เช่นนั้น ก็ไม่ได้ดีไปมากมาย หรือไม่ได้ดีไปนานนัก เดี๋ยวก็จะรู้จักมูเมอแรง

 

35 "อย่าโทษเขาแล้วเรารอด" การทำงานในหน่วยงานเมื่องานผิดพลาดขึ้นมา ทุกคนต่างพร้อมหน้าออกมารับด้วยความจริงใจว่าผิดไปแล้ว เป็นเพราะเราทุกคนที่ทำให้เป็นเช่น นั้น การโทษเขาแล้วเรารอดนั้นไม่ใช่วิสัยที่ควรกระทำ และบุคคลที่มัวแต่โบ้ยความผิดให้ผู้อื่นนั้น

 

36 "สัญญาดุจวาจาสิทธิ์" การคบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูงก็มีสัญญา การทำงานก็มีสัญญา เมื่อให้คำมั่นสัญาแล้วก็ต้องถือเสมือนว่าเป็นวาจาสิทธิ์ เราจะผิดสัญญาไม่ได้ ลองมองดูรอบ ข้าง บางคนคำพูดของเขามีความน่าเชื่อถือได้ 50 % บ้าง 80 % บ้าง แต่หลายคนที่มีความน่าเชื่อได้เต็ม 100 % เรื่องนี้สำคัญมาก เรายังทำงานในองค์กรนี้อีกนาน ต้องวางตัว และกำหนดตัว เองให้อยู่ในตำแหน่งที่ทุกคนยอมรับว่า เราไม่เคยผิดคำพูด ดังนั้นจะสัญญาอะไรสักอย่าง ต้องคิด ให้รอบคอบว่าเราทำได้แน่



กลับหน้าแรก Menu 12
กลับหน้าแรกของ Web site