26 "แม้แต่ดินสอของจอมปราชญ์ก็ยังมียางลบ"
แปลว่าอย่างไร ทุกคนมีโอกาสทำผิด กันได้ทั้งนั้น
ไม่ทำไม่ผิด แต่ถ้าให้เลือกระหว่างลงมือทำงานแล้วผิดพลาดบ้าง
กับไม่ทำอะไรเลย แล้วก็ไม่ผิดเลย เราทุกคนก็คงเลือกเอาการลงมือทำงาน
แม้ว่าจะ(ผิด)พลาดบ้าง อย่างไรก็ตาม ความพลาดพลั้งนั้นเราสามารถป้องกันได้มาก
เราเรียกว่าเทคนิคการป้องกันและแก้ไขปัญหา นั่น คือพยายามนั่งนิ่งนึกไตร่ตรองดูว่าการทำงานนั้นๆ
น่าจะพลาดพลั้งในประเด็นใดได้บ้าง คิดออก มาให้หมด(เท่าที่จะทำได้)
แล้วหาทางป้องกันเสียก่อนการลงมือทำงาน ก็จะทำให้พลาดได้น้อย
ลงไป เช่นว่า "เป้าหมาย...กำหนดไว้เท่านั้น" เรามาลองนึกดูว่าจะมีอะไรให้เราพลาดได้บ้าง
นึก ออกมาให้หมด แล้วลงมือกระทำอะไรบางอย่างที่จะป้องกันไม่ให้อุปสรรคหรือปัญหานั้นเกิดขึ้น
เราก็จะถึงเป้าหมายได้
|
27 "ขับรถกะบะกับจักรยานก็ปานกัน"
อย่าให้ภาพของคนสองคนที่มีพาหนะเดินทาง
กลับบ้านที่แตกต่างกันมาทำให้เรานึกว่า คนสองคนมีความสำคัญต่อบริษัทแตกต่างกัน
ทุกคนมี ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน อาจแตกต่างกันตรงภาระหน้าที่
แต่ความมีเนื้อนาบุญในการทำ งานให้กับบริษัท แล้วทุกคนทัดเทียมกัน
นึกให้เห็นและสร้างความภาคภูมิใจในตรงนี้ให้ได้ เรา อาจอยู่สาขาไกลออกไปมากจากสำนักงานใหญ่
แต่เราก็คือคนหนึ่งที่เป็นครอบครัวเชน ทุกคน ต่างให้การยอมรับ
แล้วเราจะไปนึกน้อยอกน้อยใจได้อย่างไร เร่งทำให้สาขาที่ไกลนั้นใกล้ชิดกับ
สาขาอื่น ใกล้ชิดกับสำนักงานใหญ่ด้วยการหมั่นติดต่อสื่อสาร
หมั่นส่งข่าว หมั่นทำงาน เราก็จะ เป็นสาขาที่ใกล้ชิดกับทุกคนได้
|
28 "พูดได้ไม่ควรเขียน"
เรื่องนี้อาจตรงไปที่หัวหน้างานในการตักเตือนลูกน้องว่าบาง
ครั้ง เราซึ่งเป็นหัวหน้าจำเป็นต้องมีการตักเตือนลูกน้องบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ถ้าอยู่ในวิสัยที่ จะพูด ก็น่าจะทำดีกว่าเขียน"ใบเตือน"
เพราะการพูดย่อมได้เห็นสีหน้าท่าทาง เห็นแววตา เห็น อากัปกริยา
และที่สำคัญก็จะได้เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ทำให้อะไรๆก็ดีกว่าเยอะ
|
29 "สร้างเป็นปีนาทีเดียวพัง"
เป็นข้อเตือนใจทั้งกับหัวหน้า กับเพื่อนร่วมงาน
ตลอด เวลาที่ผ่านมาก็ได้ตั้งใจที่จะสร้างความ(บารมี)กับลูกน้อง
กับเพื่อนร่วมงาน และที่ผ่านมาทุกคน ก็ให้การยอมรับ แต่สักวันหนึ่งที่ความโมโหเกิดชนะใจคุณขึ้นมา
แล้วคุณก็ได้แสดงออกในทางที่ ไม่น่าดู ไม่น่ายอมรับในสายตาของลูกน้อง
ของเพื่อนร่วมงานเข้า นาทีนั้นก็คือนาทีพัง น่าเสีย ดายเหลือเกินกับความเหนื่อยยากที่อุตส่าห์สร้างภาพพจน์ขึ้นมาด้วยดีเป็นปี
แล้วมาพังที่นาทีเดียว
|
30 "หนึ่งคนได้ดีอีกสิบสี่คนเศร้า"
ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่เป็นการเตือนใจบรรดาหัวหน้าใน
การบำเหน็จความดีความชอบต่อลูกน้อง ก็ขอให้มีบรรทัดฐานที่อธิบายได้
รู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับการ บำเหน็จความดีความชอบอย่างไรเท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์อะไร จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย
|
31 "ขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีคนแทน"
ผู้ที่ทำงานทุกคนจะมีสายความก้าวหน้า ผู้ที่เป็นหัวหน้า งานก็เช่นกัน
แต่การที่หัวหน้างานไม่ได้สร้างใครไว้เพื่อรองรับตำแหน่งของตนไว้เลยนั้น
หัวหน้า งานคนนั้นก็ย่อมไม่มีโอกาสได้เลื่อนขึ้นไป หัวหน้างานทุกระดับจึงจำเป็นต้องสร้างคนไปพร้อมๆ
กับการทำงานด้วย หัวหน้างานประเภท "ข้ามาคนเดียว" นั้นไม่มีแล้วในพ.ศ.นี้
การสร้างคนขึ้นมา แม้ไม่ใช่เพื่อการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง
แต่ก็เป็นการสร้างความมั่นคงทางจิตใจในแง่ที่ว่า แม้ว่า เราจะป่วยไข้ไปสัก
2-3 วัน งานในสายงานของเราก็จะไม่สะดุด
|
32 "หัวหน้าดีเป็นศรีแก่แผนก"
แผนกต่างๆจะได้ชื่อว่าดีไม่ดีนั้น
นอกจากจะเกิดขึ้นจากผลงานแล้ว การวางตัวของหัวหน้าก็เป็นเรื่องสำคัญ
หัวหน้าแผนกเป็นตัวแทนของลูกน้องใน แผนกทั้งหมดที่จะบอกว่าเป็นแผนกที่ดีหรือไม่
ดังนั้นพฤติกรรมในการทำงาน พฤติกรรมในการ ติดต่อประสานงานกับผู้อื่นของหัวหน้าแผนก
จึงเป็นตัวบ่งชี้ถึงความดีของแผนกนั้นๆอย่างหลีก เลี่ยงไม่ได้
คนที่เป็นหัวหน้าจึวต้องระวังพฤติกรรมของตนเองมากกว่าคนอื่นหลายเท่านัก
|
33 "ปัญหาคือหน้าที่"
อย่าบ่นว่างานที่ทำมีปัญหา
เคยบอกกับผู้เข้ารับการอบรมที่ไหนๆ ว่างานที่ทำนั้นย่อมหนัก
ย่อมยาก ย่อมมีปัญหาเสมอ และด้วยเหตุนั้นไง เขาจึงจ้างเราให้เข้ามา
ช่วย แสดงว่าเขาต้องเห็นว่าเรามีความรู้ความสามารถ ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในการทำงาน
อย่าคิดว่า"อะไรกันวะมีปัญหาบ่อยจัง" แต่น่าจะคิดว่านั่นไงหน้าที่ของเรามาถึงแล้ว
เราจะได้แสดง ความสามารถอีกแล้ว ไม่ว่าหน่วยงานหรือตัวคนทำงาน
เขาว่ากันว่า "ถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่ก้าวหน้า" (No problem, no
progress) ฝรั่งเขาว่าอย่างนั้น
|
34
"ความกลัวไม่มีเพราะความดีของหัวหน้า"
พลทหารบางคนถูกยิงขาขาด
บางคน ถูกเสียบด้วยดาบปลายปืน แต่พลทหารสุดหล่อยังคงเดินหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
เพราะความ ที่เขามีความรักในชาติบ้านเมือง เพราะนายกองของเขาดีต่อเขาเหลือเกิน
เขาจะให้หัวหน้ากอง ของเขาผิดหวังไปไม่ได้ เขาและพรรคพวกต้องไปยึดที่มั่นให้หัวหน้ากองเขาให้ได้
เฉกใดก็เช่นนั้น ก็ไม่ได้ดีไปมากมาย หรือไม่ได้ดีไปนานนัก
เดี๋ยวก็จะรู้จักมูเมอแรง
|
35 "อย่าโทษเขาแล้วเรารอด"
การทำงานในหน่วยงานเมื่องานผิดพลาดขึ้นมา
ทุกคนต่างพร้อมหน้าออกมารับด้วยความจริงใจว่าผิดไปแล้ว เป็นเพราะเราทุกคนที่ทำให้เป็นเช่น
นั้น การโทษเขาแล้วเรารอดนั้นไม่ใช่วิสัยที่ควรกระทำ และบุคคลที่มัวแต่โบ้ยความผิดให้ผู้อื่นนั้น
|
36 "สัญญาดุจวาจาสิทธิ์"
การคบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูงก็มีสัญญา
การทำงานก็มีสัญญา เมื่อให้คำมั่นสัญาแล้วก็ต้องถือเสมือนว่าเป็นวาจาสิทธิ์
เราจะผิดสัญญาไม่ได้ ลองมองดูรอบ ข้าง บางคนคำพูดของเขามีความน่าเชื่อถือได้
50 % บ้าง 80 % บ้าง แต่หลายคนที่มีความน่าเชื่อได้เต็ม 100
% เรื่องนี้สำคัญมาก เรายังทำงานในองค์กรนี้อีกนาน ต้องวางตัว
และกำหนดตัว เองให้อยู่ในตำแหน่งที่ทุกคนยอมรับว่า เราไม่เคยผิดคำพูด
ดังนั้นจะสัญญาอะไรสักอย่าง ต้องคิด ให้รอบคอบว่าเราทำได้แน่
กลับหน้าแรก
Menu 12
กลับหน้าแรกของ Web site
|