บทที่ 9
แนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว



9.5 แนวโน้มการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว

  1. การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในปี พ.ศ. 2544 คาดว่าการจองออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 8 % และจะสามารถทำเงินได้ถึง 20.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ทางบริษัทไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำทางด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ ยังได้ประมาณว่าเมื่อถึงปี พ.ศ.2545 การค้าขายทางการท่องเที่ยวโดยระบบออนไลน์จะเป็นสัดส่วนกว่าร้อย ละ 35 ของการค้า ระบบออนไลน์ทั้งหมด และการท่องเที่ยวจะเป็นภาคการค้าบริการที่ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตที่ครองอันดับหนึ่ง เมื่อถึงปี  พ.ศ. 2546  การซื้อขายทางการท่องเที่ยวจะมีมูลค่ากว่า 30 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่อย่างไรก็ดี การค้าขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบการค้าโลกและไม่โดดเด่นกว่าการค้าประเภทอื่น และจะเป็นเรื่องปกติในสหรัฐอเมริกา ส่วนในยุโรป นั้นจะมีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าภายในระยะเลาอีก 5 ปี จะเติบโตเร็วกว่า ประเทศอื่นถ้าสามารถแก้ไขระบบโครงสร้างพื้นฐานได้

  2. ทางด่วนข้อมูล (Information Superhighway) จะเป็นความจริง ฉะนั้นข้อมูลข่าวสารผ่านระบบมัลติมีเดีย จะเป็นเรื่องธรรมดา ามาญที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือสำนักงานเว็บไซต์จะมีลักษณะที่เข้าใจง่ายมี ประสิทธิภาพและความเร็วสูงขึ้น ข้อมูลในเว็บไซต์ จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และจะมีหลายภาษา

  3. สายการบินต่างๆ จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดการใช้กระดาษที่เป็นบัตรโดย สารเครื่งบินแบละเพิ่มการเดินทาง โดยไม่ใช้บัตรโดยสาร และ สมาร์ทการ์ด หรือ ชิปการ์ด จะเป็นที่นิยมในศตวรรษต่อไป เนื่องจากสามารถเก็บข้อมูลได้มากว่าการ์ด แถบแม่เหล็กถึง 80 เท่า และสามารถปกป้องข้อมูลในการซื้อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ทุกแห่งและทุกเวลา นอกจากนี้ยังใช้ได้กับร ะบบโทรทัศน์แบบดิจิตอล

9.6 เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมบริการ แห่งศตวรรษที่ 21

      องค์การที่เจริญเติบโตในอนาคตต้องสามารถประยุกต์เทคโนโลยีเข้าไปในโครงสร้างการบริหารงาน และการติดต่อสื่อสาร โดยเทคโนโลยีสารสนเทศเปรียบเสมือนเส้นประสาทของธุรกิจแต่การประยุกต์เทค โนโลยี สารสนเทศในองค์การจะส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินงานและบุคลากรมากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการลดขั้นตอนในการทำงาน การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
จะเกี่ยวข้องกับจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เช่น การไหลเวียนของข้อมูลผ่านขอบเขตขององค์การและเขตแดนของประเทศ การติดตามผล และตรวจสอบการทำงานกับความเป็นส่วนตัวของพนักงาน การทุจริตหรือฉ้อโกงระบบเครือข่าย   ซึ่งผู้บริหารจะ ต้องติดตามทำความเข้าใจในศักยภาพและผลกระทบของเทคดนโลยีที่มีต่อองค์การและสังคม เพื่อให้เลือกใช้เทคโนโลย  ีให้เกิด ประโยชน์สูงสุด และก่อให้เกิดผลกระทบในด้านลบน้อยที่สุดต่อองค์การและสังคมแวดล้อม
จากความเปลี่ยน แปลงด้าน  เทคโนโลยี และการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมนี้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี สิ่งสำคัญที่ต้องกล่าวถึง
คือ เรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารและสารสนเทศต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเป็นที่ยอมรับว่าปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของโลกในทศวรรษหน้า ได้แก่ การ
โทรคมนาคม และการเดินทางระหว่างประเทศ           

           ในปี 1996 รายได้จากการโทรคมนาคมทั่วโลกมีประมาณ 1,000 พันล้านเหรียญสหรัฐและภายในปี 2002 รายได้จะเพิ่ม ขึ้นเกือบถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ความต้องการของลูกค้าด้านข้อมูลข่าวสาร และการติดต่อสื่อสารเติบโตขึ้น เนื่องจากการยกเลิก กฎระเบียบต่าง ๆ ช่วยเปิดตลาดทั่วโลก โดยช่วงเริ่มต้นของทศวรรษนี้ประมาณร้อยละ 20 ของตลาดโทรคมนาคมโลก ได้เปิดให้ม ีการแข่งขันกันมากขึ้น และในปีถัดไปจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90 ซึ่งเป็นผลมาจากความ ตกลงขององค์การการค้าโลก (Word Trade Organization accord) การเติบโตเช่นนี้เรียกว่าความเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีตลอดเวลาเป็น "ตลาดคลื่นลูกใหม่" (new wave markets) ซึ่งประกอบด้วย ความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด (Mobility) การส่งผ่านข้อมูล (data transport) การใช้อินเตอร์เน็ต (Internet applications) และการใช้สื่อมัลติมีเดีย (multimedia solutions) ในทวีปยุโรปมีบริษัทที่ทำการค้าผ่าน อี-คอมเมิร์ซ จำนวนประมาณ 5 แสนบริษัท ภายใน 5 - 6 ปี คาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็นทวีคูณ จะเห็นได้ว่าธุรกิจอินเตอร์เน็ตมีอัตราการขยายตัว มากกว่าร้อยละ 100 ต่อปี เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในโลกจำนวน 1.50 ล้านคน และประมาณปลายปีหน้าจะมีจำนวนผู้ใช้ถึง 1 พันล้านคน โดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะจำกัดอยู่เฉพาะแต่ในประเทศที่มีความก้าวหน้าอย่าง ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือและยุโรปเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายรายกล่าวว่า ภายใน 2 - 3 ปี ร้อย ละ 50 ของกิจกรรมทางด้านดิจิตัล (digital) จะเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และมีการทำนายไว้ว่า ในปลายทศวรรษหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ (Comparative simple computers) 
จะสามารถหาซื้อได้ในราคาเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ

              ปัจจุบันในประเทศอเมริกาพบว่าผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 55 และร้อยละ 37 ของครัวเรือน ทั้งหมดใช้อินเตอร์เน็ต (Internet access) ส่วนประเทศอังกฤษมีการใช้เทคโนโลยีด้านนี้น้อยกว่า คือมีจำนวนผู้ใหญ่ที่ใช้อินเตอร์เน็ต 8 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 15 เป็นผู้ใช้ระบบออนไลน์ โดยใช้งานทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ในจำนวนนี้ร้อยละ 74 เป็นผู้มีฐานะทาง เศรษฐกิจ/สังคมในกลุ่ม ABC1 ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักสำหรับการเดินทาง การท่องเที่ยว และการบริโภค
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สายการบินบริติช แอร์เวย์ส ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสมาชิกระดับผู้บริหาร พบว่าในที่ทำงานร้อยละ 64 ของกลุ่มตัวอย่าง มีแลปท็อป คอมพิวเตอร์ใช้งาน ร้อยละ 64 ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile phones) และร้อยละ 83 มี อีเมล์และอินเตอร์เน็ต สำหรับที่บ้านร้อยละ 58 ของกลุ่มตัวอย่างมีแลปท็อป คอมพิวเตอร์ใช้งาน ร้อยละ 63 ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile phones) และร้อยละ 63 มีอีเมล์และอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ทางบริติช แอร์เวย์ส ได้คาดการณ์ว่าก่อนปี 2003 ธุรกิจทั้งหมดทั่วโลกจำนวนไม่น้อย กว่าร้อยละ 50 จะติดต่อการค้ากันด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินการท่องเที่ยว และการบริการด้วย
บริติช แอร์เวย์ส สนับสนุนให้มีวิสัยทัศน์ หรือให้อิสระทางความคิดใหม่ ๆ ในการหาแนวทางการพัฒนาสินค้า และความต้องการข องผู้บริโภค แม้ว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้เกิดแนวความคิดที่แปลก แต่จิตนาการใด ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความคิดเพ้อฝัน หากแต่เกิดจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้แนวคิดที่สำคัญที่สุดจะมา จากความคิดเห็น ของลูกค้าจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งนี้จากการจัดทำ Focus Group ล่าสุด ในกลุ่มลูกค้าของบริติช แอร์เวย์ส โดยการสอบถามเกี่ยวกับสิ่งบันเทิง ในเที่ยวบินที่ผู้โดยสารรู้สึกว่าสนุกสนาน และมีประโยชน์ได้คำตอบแปลก ๆเกี่ยวกับสิ่งบันเทิงในเที่ยวบินที่ลูกค้าต้องการดังนี้

  •  การสะกดจิต ทั้งแบบธรรมดาและแบบพิเศษ เช่น การหยุดสูบบุหรี่ (Hypnosis)
  •  มีกิจกรรมการเรียนภาษา
  •  มีรายการถ่ายทอดสดให้ชมในเที่ยวบิน
  •  มีพื้นที่สำหรับการพูดคุย หรือห้องนั่งเล่น
  •  มีรายการโทรทัศน์ถ่ายทอดสด เพื่อให้คนที่อยู่ในห้องเคบินหนึ่งสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มอื่นได้ เรียกว่า "Peeping Tom"
  • ผู้เดินทางที่เป็นนักธุรกิจจำนวนมากต้องการเครื่องติดต่อสื่อสาร
  •  แต่ไม่ต้องการรู้สึกเหมือนว่าต้องทำงานบนเที่ยวบินหรือในห้องพักโรงแรม


        ปัจจุบันทางสายการบินเริ่มมีการพูดถึง IFE (In Flight Entertainment) บ้างแล้วแต่ยังไม่มาก แต่มักพูดกันในเรื่องของ IFS (In Flight Services) เนื่องจากระบบการบริการในอนาคตจะรวมถึงการบริการด้านความบันเทิง ข้อมูลข่าวสารและธุรกิจใน ลักษณะ ที่สามารถสื่อสารโต้ตอบกันได้ (Interactive) โดยภายใน 10 ปีข้างหน้า ทุกชั้นโดยสารจะมีเครื่องเล่นวีดีโอ เครื่องเสียงเทปพร้อม ด้วยภาพยนตร์ เกม และเพลง จำนวนมากไว้ให้เลือกตามความต้องการรวมทั้ง การติดต่อกับเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ตทั่วโลก นอกจากนี้ห้องเคบินชั้นพิเศษจะสามารถรับสัญญาณการถ่ายทอดสดทั้งจากทางโทรทัศน์ และวิทยุทั่วโลก โดยผ่านทางดาวเทียมของบริติช แอร์เวย์ส
ผู้โดยสารสามารถทำการเชื่อมต่อเข                                                                                  ้ากับเครือข่าย ของกลุ่มธุรกิจของตนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งรวมถึงบริการอีเมล์สำนักงาน โดยทางสายการบินจะจัดสรรเครือข่ายให้บริการบนเที่ยวบิน โดยช่องเสียบกระแสไฟฟ้า (power outlet) จะติดอยู่กับที่นั่งของผู้โดยสาร และผู้โดยสารสามารถเสียบสายอุปกรณ์ส่วนตัวของตน (ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้บนเครื่องบินได้) เพื่อเข้าสู่การใช้งาน
ส่วนตัว
ผู้โดยสารสามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลได้ ซึ่งปัจจุบันยังคงห้ามใช้อยู่ โดยในอนาคตจะมีการใช้กำลังคลื่นวิทยุความถี่ต่ำ หรือผ่านสาย Adapter cables ที่ประกอบไว้กับที่นั่ง