:: ท. เที่ยว ::

» ซำบายดี…ลาว
» ของฟรีที่ สมุย
» จดหมายเหตุกรุงศรี ฯ
:: บ. บันทึก
:: ล. ลิงค์
:: ก. เกสบุค
:: ม. เอวเมว
:: ฮ. โฮม
ต่อ
       คราวนี้ก็ได้เวลากลับแล้ว..... 
ผมเกิดอาการหิวน้ำ น้ำก็หมดแล้วเพราะตอนปั่นมาขวดน้ำหล่นหลายครั้ง
ทนไม่ไหวเลยดื่มรวดเดียวหมดไปเลย คราวนี้จำใจต้องทนกระหายต่อ
ปั่นกลับ หนักกว่าปั่นมา เพราะก้นมันไม่ยอมรับกับอานแล้ว สุดแสนทน

  บ่ายนี้เราเห็นฝรั่งเยอะขึ้นทั้งปั่นมาแบบเราและ นั่งรถมา
ผมปั่นช้า ๆ อาศัยลาดเนินเล็ก ๆ ผ่านเข้าไปหมู่บ้านเห็นชาวบ้านกะลัง
กินข้าวกันเลย ตะโกนถาม ว่ากินข้าวกับอะไร

  " มากินเหมี่ยงนำกัน " เสียงคำเชิญมาก่อนที่จะบอกว่า กะลังกินเมี่ยงกัน

แม่ฬหญ่ชาวลาวช่างใจดีเหลือเกิน....แต่เราก็ไม่ได้หยุด เพียงขอบใจ แล้วปั่นต่อไป
โนริโอะจอดที่ข้างหน้า...ดูหมูดำแม่ลูกกะลังเล่นน้ำ ฝรั่งคู่ แก่ ๆ 2 คนเข้ามาร่วมวงสังเกตุการณ์
ดูเหมือนว่ามันจะร้อนมากจนต้องพาลูกมาเล่นน้ำ...

   แล้วผมก็เห็น........ มันคือ
น้ำอ้อยสด บีบ คั้นกันให้เห็นจะ ๆ 
ผมเล้ยวจักรยานเข้าไปในบ้านหลังนั้น
มีเด้กนักเรียนหญิง 2 คนกะลังรอซื้ออยู่ 

   ราคา 2,000 เท่ากันหมด  ผมนั่งดูพี่สาวคนนั้นหมุนเครื่อง
ปั่น บีบ เอาน้ำอ้อยสด ๆ.... พี่สาว หรือเอื้อย ก็หยุดงานก่อนแล้วเดินเข้าไปหยิบเอา
เก้าอี้พลาสติกออกมาให้เรานั่ง จากนั้นก็ทำการบีบต่อ 
น้ำจากอ้อย ไหลตามรางลงข้างล่างที่มีเหยือกรองอยู่

   " ใส่น้ำก่อนบ่? " ผมเอ่ยถามเพราะต้องการน้ำแข็งแก้กระหายมาก

ใส่ ๆ นี่เด๋... เอื้อยเปิดกระติกให้ดู น้ำแข็งจวนจะหมดอยู่แล้ว
เด็กสาว 2 คนรับน้ำอ้อยสดไป แล้วเอื้อยก็ลงมือบีบต่อ
ตอนนี้ผมเป็นลูกมือ คอยหยิบอ้อยที่บีบแล้วให้เอื้อยอีกครั้ง
   แล้วเราก็ได้น้ำอ้อยสดที่แสนอร่อย.........

  " อ่าซ์............." สดชื่นเหลือเกิน

เรายังนั่ต่ออีก ขณะที่เอื้อยก็เริ่มบีบอ้อยลำใหม่ อ้อยจากไร่ตีนภูเขาแน่ะ
 ลำอวบ น้ำเยอะ...หวานน........!!!! 
แล้วเอื้อยก็ยกเหยือกน้ำอ้อยสด มาเติมใส่ถุงให้เรา เป็นบริการเพิ่มเติม
ที่ไม่คิดค่าใด ๆ ทั้งสิ้น ...เท่ากับว่าเราได้ ดื่มกันคนละ 2 ถุง

    ขอบใจหลาย...แล้วออกปั่นต่อ
จนมาถึงสะพานข้ามน้ำซอง ผมเหนื่อยจนกว่าจะจูงรถลุยน้ำได้
จึงยอมจ่าย 2,000 กีบต่อคันต่อคน ปกติคนข้ามจะ 1,000 มีจักรยานก็เพิ่มอีก

  โนริโอะ แวะซื้อน้ำผลไม้ปั่นอีก ผมก็ไปนั่งแหมะลงแล้วคุยกับ
สาวลาวคนเดิม...วันนี้ผมกะไว้แล้วว่าจะมาถามชื่อเธอ ปรากฎว่าก่อนที่ผมจะได้เอ่ย
ปากถามเธอก็ชิงตัดหน้าเสียก่อน ผมแนะนำโนริโอะ และก็ตัวเอง
จากนั้นก็ถามชื่อเธอ

      " ปาน "   อายุ 22 ปีเหมือนกัน..โหรุ่นเดียวกันเสียด้วย

 เธอถามต่อว่าผมทำงานอะไร ผมก็ตอบกลับไปว่าพึ่งจบ
เลยมาเที่ยวกับเพื่อน และเธอก็ชวนคุยเรื่อย ๆ ถึงเรื่องต่าง ๆ
เรื่องที่เจอกับโนริโอะยังไง เป็นเพื่แนกันมาก่อน? 

   บ้านปาน ดูใหญ่โตเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้ทำเป็น เกส เฮาส์ หรืออะไร
แค่ตัวเธอเองมาตั้งโต๊ะ ขายเล่น ๆ เท่านั้น แต่...ขายดีมากกกกก
ผมมาทีไรจะได้ยินเสียง ทีวี เปิดดังตลอด สอบถามว่าที่รับสัญญารได้เพราะใช้
จานดาวเทียว...โห..

  โนริโอะหิ้วน้ำกลับห้อง  ผมบอกเธอว่าตอนเย็นจะมากินส้มตำ
พอ 2 ทุ่มเราก็ออกมากินข้าว โนริโอะถามว่าจะให้เขาไปส่งที่อีกร้านได้ไหม
โห....ตั้งไกลแน่ะ คงไม่ไหวล่ะมั้ง ก้เลยบอกว่า เอางี้แล้วกัน
กินส้มตำก่อนแล้วค่อยไปกินอย่างอื่น

     ตอนที่เราเดินเข้าไป เธอกะลังกินข้าวเย็นอยู่ที่โตีะหน้าบ้านกับ คนลาว
อีกร่วม 10 คน คิดว่าคงต้องมีงานอะไรพิเศษ พอผมนั่งลงและบอกว่าพา โนริโอะ
มากินส้มตำเธอ ก็หันมา....และ ชวนให้เราเข้าไปกินข้าวร่วมกัน

     " มา..มา...มาโลด มากินนำกัน "  เธอชวน

  ด้วยอะไรไม่รู้ได้ ผมมองหน้าโนริโอะเชิงถามว่า เอาไหม
แล้วเราก็ถลาไปร่วมวงกับชาวลาวเลยทันที... หลายคนที่อิ่มแล้วและหลายคนกะลังกินต่อ
ข้าวปลาอาหารวางเต็มโต๊ะ.. ปานขยับเก้าอี้ แล้วตัวเธอก็ ลุกไปตำส้มตำมาให้

    เธอถามผมว่าเอาแบบไหน ผมก็เลยบอกว่า อย่ายั้งมือแต่อย่าเผ็ดมากเดี๋ยว โนริโอะกินไม่ได้
แล้วส้มตำจานใหญ่ก็มาวางตรงหน้า โนริโอะโซ้ยอาหารทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
ชาวลาวก็ เชียร์กันให้กิน
   ปานถามว่าผมเคยกินซุบผักไหม     ซุบผัก      เป็นไงผมไม่เคยกิน
แต่อร่อยมากเมื่อลอง......อาหารไทบ้านเรานี่เอง อร่อยมาก ผักก้วางอยู่เต็ม
น้ำพริกก้อร่อย แกงก็อร่อย  ผมไม่เคยเห็นโนริโอะกินอย่างเอร็ดอร่อยแบบนี้มาหลายวันแล้ว
ขนาดสะเดาก็ยัดเอา ๆ ทั้งเผ็ดทั้งร้อน

    หูโนริโอะแดง น้ำตาไหล เหงื่อไหลพราก ๆ
ร้องเรียกหา ทิชชู ปานเลยลุกไปหยิบกล่องใหม่มาให้
ชาวลาวที่ร่วมโต๊ะพากัน หัวเราะกันใหญ่ และแล้วก็มีของดับเผ็ด

   เบียร์ลาวครึ่งแก้ว จากหนุ่มลาวยื่นให้โนริโอะ

ถูกใจโนริโอะอยู่แล้ว ของฟรีนี่หว่า แล้วก็มาที่ผม
โอ้....แซบ........ !!! ยังไม่พอ แค่เบียร์ไม่พอ ทีนี้เหล้าลาวเลยล่ะ
ดองกันเองแหง ๆ ... โนริโอะซด กรึบ.......อ้าปาก บอกว่าร้อนคอ เลย

 แล้วอีกครึ่งแก้วก็ยื่นมาที่ผม ไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้ว
ความร้อนแรง..สุดยอด ผมดื่มแล้วต้องดื่มน้ำตามเพราะร้อมคอมาก

   จากนั้นเบียร์ก็ทะยอยมาเป็นระยะ ๆ 
กับข้าวบนโต๊ะเกลี้ยง ผักก็หมด อะไรก็หมด ผมล่ะเป็นงงกับการกิน
ของเพื่อนคนนี้มาก กินไปได้ไงหมดทุกอย่าง....

  เรายังนั่งต่อ สักพักก็มีแขกมาเพิ่ม จากการฟังการพูดคุยพอจะสรุปได้ว่า
บ้านปาน อาจจะเป็นบ้านข้าราชการก็ได้ และคนที่มานั่งคุยตรงข้าง ๆ เรา
ก็น่าจะเป้นผู้หลักผู้ใหญ่ของเมือง ทุกคนพูดคุยสนุกสนานเกี่ยวกับโนริโอะ
แลัรวมเรื่องตลก ๆ อีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับไทยด้วย

  น้ำปั่นก็หมดแล้ว คนก็ทะยอยกลับบ้างแล้ว โนริโอะจ่ายเงินค่า
ส้มตำกับน้ำ แล้วเราก็ ขอบใจข้าวฟรี เบียร์ฟรี เหล้าฟรี คืนนี้
ขอตัวเดินต่อ...โนริโอะ ยังไม่หายเผ็ด ผมเลยพาไปนั่งกินข้าวหลาม

 คนขายเป็นหญิงวัย 30 กว่า ๆ กำลังนั่งมืด ๆ อยู่ข้างตะเกียง
ผมนั่งลงรอข้าวหลามที่กะลังอุ่นอยู่ แล้วก้ได้คุยกัน ความว่าทำมาขายวันล่ะไม่มาก
ขายเรื่อย ๆ ถึง 10 โมงก็เลิก ( 4 ทุ่ม ) บ้านอยู่ห่างจากวังเวียง 4 หลัก
ขากลับต้องปั่นรถถีบกลับ

   อ้าว...อย่างนี้เห็นทางเหรอ

คำตอบคือ พอจำได้ว่าตรงไหนหลุมตรงไหนบ่ เพราะมาทุกวันทุกคืน
และจะมีคนมารับด้วย ก็เลยปลอดภัย เราแคะข้ามหลามกินแล้วก็ลุกเดินต่อ
คราวนี้โนริโอะ มุ่งไปที่รถโรตี ...

  โรตีใส่กล้วย ใส่ช็อคโกแล็ต ป้าคนขายบอกว่าแป้งแกดีไม่เหมือนคนอื่น
แกบรรยายสรรพคุณ และวิธีการได้แป้งสูตรพิเศษของแกมา หากมีปากกากระดาษ
รับรองว่า สูตรนี้จะไม่ลับอีกต่อไป ราคา 6,000 กีบ
พอยื่นเงินให้ ป้าแกบอกว่าลด ให้ 1,000 .. ขอบใจหลาย

   ผมได้โอกาสแซว โนริโอะว่ากินมาก ๆ แบบนี้ระวังอ้วนนะ
และอีกอย่าง ที่กินไป แคลอรี่สูงทั้งนั้นเลย โนริโอะกังวลเรื่อง แคลอรี่ ของอาหารมาก
ก่อนที่จะมีการบริโภคจะต้องมีการ ประเมิณแครอลี่ก่อนเสมอ 
ผมเถียงว่ามันไม่ได้ผลหรอก... อาหารทุกอย่างพลังงานมันต้องต่างกัน
แล้วแต่ปริมาณ จะยึดตัวเลขตามหนังสือ อย่างยูทำน่ะไม่ถูก

   อาหารแคลอรี่ สูงของโนริโอะ คือ กล้วย, ทุเรียน, ข้าวผัด, และอาหารประเภทผัด

ช่างเหอะผมไม่สนหรอก ผมกินได้หมดล่ะหาดว่าอร่อย
ยังไงคืนนี้เราก้รับ พลังงานไปเยอะเกินไป ผมรู้สึกว่า
การทรงตัวผิดปกติ ไปบ้างเพราะเหล้าแน่ ๆ 
  ผมไม่ใช่คนดื่ม ก็เลยทนเหล้าแก้วเดียวไม่ได้
แต่โนริโอะ บอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย

       คืนนี้เป็นอันได้หลับสบาย.....
   


กลับไปหน้า...รวมวัน

วันที่ 7 พบเพื่อจาก