ด้านการข่าว ข้อมูลติมอร์ ตอ.
1. การรักษายอดกำลังพล
สถานภาพกำลังพล กกล.972 ไทย/ติมอร์ ตอ.ผลัดที่ 3 บรรจุ 100 %
2. การจัดการกำลังพล
ขออนุมัติจัดจ้างแรงงานพื้นเมือง และล่ามผู้ช่วยด้านภาษาติมอร์ ปัจจุบันมีล่ามจำนวน 8 ราย หน่วยได้แบ่ง มอบให้ พัน.ร.ไทย 3 ราย, ชค.รพศ. 4 ราย และ หน่วยแพทย์ (ระดับ 2) 1 ราย
3. การพัฒนาและรักษาขวัญ
3.1 จัดตั้งร้านค้าสวัสดิการเพื่อบริการให้กับกำลังพล โดยสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องอุปโภค บริโภค , บัตรโทรศัพท์ และเครื่องดื่ม สินค้าดังกล่าวมีทั้งจัดหาจากประเทศไทย และบางส่วนจัดหาจากร้านค้าสวัสดิการ เมืองดิลี่ประเทศติมอร์ตะวันออก
3.2 ดำเนินการ รับ - ส่ง จม.และพัสดุให้กับกำลังพล ในห้วงที่ผ่านมามี จม.จากเมืองไทยรวม 148 ฉบับ พัสดุ จำนวน 96 ชิ้น และกำลังพลส่ง จม.ถึงครอบครัว รวม 98 ฉบับ 3.3 จัดกำลังพลพักผ่อนในพื้นที่เขต อ.เบาเกา และ อ.ใกล้เคียง ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ และจัดผลัดลาพักให้กับกำลังพลไปพักผ่อน ณ เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย โดยประสานเที่ยวบินพร้อมที่พักให้เป็นที่เรียบร้อย (เริ่มพักผ่อนตั้งแต่ 2 เม.ย.44)
3.4 จัดภาพยนต์ฉายให้กำลังพลดู ในวันหยุดประจำสัปดาห์พร้อมจัดรายการธรรมบันเทิงกระจายเป็นประจำ ทุกสัปดาห์ 3.5 จัดพิธีประดับเครื่องหมายยศให้กับนายทหารสัญญาบัตร จำนวน 1 นาย
3.5 จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ และรางวัลให้กับกำลังพลที่มีผลการทดสอบสมรรถภาพร่างกายดีเด่น ทั้งประเภทนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน รวมทั้งสิ้น 12 ราย
3.6 ออกระเบียบ บก.ภตอ. ว่าด้วยการช่วยเหลือการจัดการศพ ในกรณีที่ข้าราชการ และครอบครัวเสียชีวิต พ.ศ.2544 โดยในห้วงที่ผ่านมาได้มอบเงินช่วยเหลือกำลังพลที่มีครอบครัวเสียชีวิต จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นเงินที่ช่วยเหลือตามระเบียบ ฯ และเงินสมทบจากกำลังพลที่ร่วมปฏิบัติงานใน กกล.972 ฯ เป็นเงินทั้งสิ้น 129,554 บาท
3.7 ทำหนังสือติดตามความคืบหน้า เสนอถึง PKF ในการขอรับสิทธิของกำลังพลที่เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเป็น กำลังพลของผลัดที่ 1 และกำลังพลของผลัดที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ 1 ราย
3.8 ทำหนังสือหารือเรื่องการพิจารณาบำเหน็จประจำปี 44 ไปยัง ฝกพ.ศปก.ทบ. และหารือเรื่องการสอบ เลื่อนฐานะของ จ.ส.อ. เป็น นายทหารสัญญาบัตร
4 การรักษา กฎ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่ง
4.1 ออกคำสั่งการจัดระเบียบภายใน กกล.972 ฯ และคำสั่ง/ระเบียบด้านธุรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.2 แต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีความไม่สงบในพื้นที่ อ.เบาเกา และ อ.วีเคเค
4.3 ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือก จ.ส.อ.เลื่อนฐานะ ฯ เพื่อเตรียมการเมื่อได้รับอนุมัติจาก ทบ.
5 เบ็ดเตล็ด
5.1 จัดพิธี รับ- ส่งหน้าที่ ระหว่าง พ.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผบ.กกล.972 ฯ ผลัดที่ 2 กับ พ.อ.ปรีชา พลายอยู่วงษ์ ผบ.กกล.972 ฯ ผลัดที่ 3
5.2 จัดพิธีต้อนรับ (ทหารกองเกียรติยศ) ต้อนรับผู้บังคับบัญชา และคณะบุคคลสำคัญที่มาตรวจเยี่ยมในพื้นที่
5.3 จัดทำ ID - CARD ให้กับกำลังพลใน บก.กกล.972 ฯ จำนวน 720 ใบ, ทหารฟิลิปปินส์ จำนวน 40 ใบ และทหารเกาหลี จำนวน 22 ใบ
5.4 ขออนุมัติ งป.ในการจัดทำหนังสืออนุสรณ์ กกล.972 ไทย/ติมอร์ ตอ.ผลัดที่ 3 เสนอถึง ฝยก.ศปก.ทบ.
5.5 ดำเนินการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ประจำปี 44 ครั้งที่ 1 และรายงานให้หน่วยที่เกี่ยวข้องทราบ
5.6 จัดงานวันสงกรานต์ในวันศุกร์ที่ 13 เม.ย.44 ณ บก.กกล.972 ฯ เพื่อรักษาและเผยแพร่ ประเพณีวัฒน ธรรมอันดีงามของไทย รวมทั้งเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการปฏิบัติงาน โดยเชิญหน่วยงานในพื้นที่ และชาวไทยในประเทศติมอร์ ตอ.ร่วมงานดังกล่าวด้วย
แผนงานด้านกำลังพลในห้วงต่อไป
1. เตรียมการพิจารณาบำเหน็จประจำปี
2. เตรียมการสอบ จ.ส.อ.เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร
3. เตรียมงานมอบเหรียญ UN
4. จัดทำหนังสืออนุสรณ์ กกล.972 ไทย/ติมอร์ ตอ. ผลัดที่ 3
สรุปผลการปฏิบัติงาน
1. การผลัดเปลี่ยนกำลัง กกล.972 ไทย/ติมอร์ ตอ. ผลัดที่ 3 ได้ทำการผลัดเปลี่ยนกำลังกับ ผลัดที่ 2 ในห้วง 1 - 13 ก.พ.44 โดย ได้แบ่งการเดินทางออกเป็น 3 เที่ยวบิน คือ 1, 12 และ 13 ก.พ.44 เที่ยวบินละ 230 นาย และได้มีการรับ - ส่ง หน้าที่ ผบ.กกล.972 ฯ / ผบ.ภตอ. ในวันที่ 3 ก.พ.44
2. การบรรยายสรุปกลับให้ FC บก.ภตอ. ได้จัดเตรียมแผนการปฏิบัติงาน ณ ประเทศติมอร์ มาตั้งแต่ที่ตั้งปกติ และได้ ปรับแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ และจัดทำคำสั่งยุทธการ ฉบับสมบูรณ์ และได้เดินทางไปบรรยายสรุปแนวความคิดในการปฏิบัติให้ FC รับทราบเมื่อ 9 ก.พ.44
3. การแถลงแผนยุทธการ 06/01 บก.ภตอ. ได้จัดการแถลงแผนขึ้น ณ บก.ภตอ. ใน 19 ก.พ.44 โดยได้เชิญหน่วย นขต. ของ บก.ภตอ. ทั้งหมดรับฟังแผนและได้แจกจ่ายคำสั่งยุทธการ ให้แก่หน่วยรอง และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและยึดถือปฏิบัติ
4. การตรวจเยี่ยมหน่วย
4.1 ผบ.ภตอ. และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยขึ้นตรงและหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ เพื่อรับทราบแผนการปฏิบัติ และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย ดังนี้.-
- 21 ก.พ.44 : หน่วย ส.
- 22 ก.พ.44 : หน่วย สห.
- 23 ก.พ.44 : หน่วยแพทย์(ระดับ 2)
- 24 ก.พ.44 : ชค.กพศ.
- 28 ก.พ.44 : PHILBATT
- 1 มี.ค.44 : THAIBATT
- 2 มี.ค.44 : ROKBATT
4.2 หน.ฝยก.ภตอ. และ ฝสธ. ตรวจเยี่ยมหน่วยทางฝ่ายอำนวยการ เพื่อรับทราบการปฏิบัติงานด้านยุทธการของหน่วย ในห้วงเดือน เม.ย.44
5. จัดกำลังสนับสนุนกำลังพลเรือน ในการระงับเหตุการก่อความไม่สงบของประชาชนในพื้นที่ อ.เบาเกา ในห้วง 6 - 7 มี.ค.44 และ อ.วีเคเค ในห้วง 11 - 12 มี.ค.44 โดยการจัด ชป. เข้ารักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญของ UN, การลาดตระเวนในตัวเมืองจนเหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ
6. เมื่อ 10 มี.ค.44 ทำการซักซ้อมกองหนุน จำนวน 1 มว.ปล. ของ ภตอ. ซึ่งจัดจากพัน.ร.ฟิลิปปินส์ โดย ใช้การเคลื่อนย้ายทางอากาศ เพื่อระวังป้องกันสนามบินเบาเกาแทนกำลังของ พัน.ร.ไทย หลังจากนั้นได้เคลื่อนย้ายกำลังของ พัน.ร.ไทย ไปเสริมกำลังในพื้นที่ อ.วีเคเค
7. ในห้วง 22 - 24 มี.ค.44 ทำการฝึกอบรมการใช้กฎการปะทะให้กับ นขต.กกล.972 ฯ ความเข้าใจให้แก่กำลังพลในการนำกฎการปะทะไปใช้ให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนด โดยชุดครูฝึกของ กกล.972 ฯ ซึ่งประกอบด้วย ฝยก., ฝกร. และ นธน. ผลการอบรมทำให้กำลังพลที่อบรมเข้าใจ ในการใช้กฎการใช้กำลังมากยิ่งขึ้น
8. จัดตั้ง ทก.ภตอ. (สย.) ในพื้นที่ อ.วีเคเค ตั้งแต่ 22 มี.ค.44 - 3 เม.ย.44 เพื่อดำเนินการประสานงาน และกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
9. ตั้งแต่ 1 - 12 เม.ย.44 พัน.ร.ไทย ได้ทำการฝึกการใช้รถจักรยานยนต์ทางยุทธวิธี ซึ่ง ทบ. จัดหาให้ จำนวน 18 คัน เพื่อสร้างความคุ้นเคย และความมั่นใจให้กับกำลังพลในการใช้รถจักรยานยนต์ปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธีได้อย่างถูกต้อง โดยใช้ชุดครูฝึกจาก ชค.กพศ.
10. ออกคำสั่งยุทธการให้จัดการลาดตระเวนร่วมระหว่าง THAIBATT และ ROKBATT ในห้วง 2 - 7 เม.ย.44 โดยมี ROKBATT เป็นหน่วยรับผิดชอบในการควบคุมอำนวยการ และวางแผนปฏิบัติโดย THAIBATT จัดกำลัง จำนวน 1 ชป. (10 นาย) ขึ้นควบคุมทางยุทธการ กับ ชป.ลว ของ ROKBATT ทำการลาดตระเวนในพื้นที่รอยต่อระหว่าง THAIBATT และ ROKBATT บริเวณ บ.บาเกีย อ.เบาเกา และ ต.อิลิโอมา อ.เลาเทม
11. ออกคำสั่งยุทธการให้จัดการลาดตระเวนร่วมระหว่าง THAIBATT และ PHILBATT ในห้วง 22 - 27 เม.ย.44 โดยมี THAIBATT เป็นหน่วยรับผิดชอบในการควบคุม อำนวยการ วางแผนการปฏิบัติ โดย PHILBATT จัดกำลัง จำนวน 10 นาย ขึ้นควบคุมทางยุทธการกับ ชป.ลว.ของ THAIBATT ทำการลาดตระเวนในพื้นที่รอบต่อ THAIBATT และ ROKBATT บริเวณ ต.เวมาเซ อ.เบาเกา
แผนการปฏิบัติงานของยุทธการ
1. จัดกำลังพลลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน โดยใช้การลาดตระเวนด้วยการเดินเท้า/ยานพาหนะ และรถจักรยานยนต์
2. จัดชุดลาดตระเวนรอบตัวเมืองเบาเกา และ อ.วีเคเค ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องปราม และสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของ UNTAET
3. จัดชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล เพื่อ ให้ความช่วยเหลือ และสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ
4. ควบคุมการรักษาความปลอดภัย อ.เบาเกา และ อ.วีเคเค โดย พัน.ร.ไทย รับผิดชอบในการวางกำลังถาวรในพื้นที่
5. กำกับดูแลการลาดตระเวนร่วมระหว่าง พัน.ร.ไทย กับ พัน.ร.ฟิลิปินส์ และ พัน.ร.ไทย กับ พัน.ร.เกาหลี
6. ประสานการปฏิบัติกับ CIVPOL ในการสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ อ.เบาเกา และ อ.วีเคเค
7. ซักซ้อมการฝึกกองหนุนของ FC ซึ่งจัดจาก พัน.ร.ไทย จำนวน 1 กองร้อย ร่วมกับ SW ในห้วง พ.ค. - มิ.ย.
8. จัดการตรวจเยี่ยมของการบังคับบัญชาของฝ่ายอำนวยการต่อหน่วยรอง และหน่วยในควบคุมทางยุทธการ
9. ในการรักษาความปลอดภัยแก่หน่วยงานของ UNTAET ที่ปฏิบัติงานในการสำรวจมโนประชากร
10. จัดทำแผนการเคลื่อนย้ายกำลัง ผลัดที่ 3 กลับประเทศไทย ในห้วง 4 - 14 ก.ค.44 และ ส่งมอบหน้าที่ให้ กกล.972 ไทย/ติมอร์ ตอ. ผลัดที่ 4 ใน ก.ค.44
11. ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ ในพื้นที่ SW เพื่อเตรียมการฝึกเคลื่อนย้ายกองหนุนของ FC
12. กำกับดูแลการฝึกของหน่วยรอง ตาม รปจ. ที่ PKF กำหนด
13. จัดทำคำสั่งยุทธการ ฉบับใหม่ เพื่อรองรับแผนยุทธการของ PKF ซึ่งจัดทำขึ้น เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นใน 30 ส.ค.44
14. จัดการสัมมนาด้านยุทธการระหว่างฝ่ายยุทธการของ บก.ภตอ. และกองพัน
1.การส่งกำลัง
ก. สป.1
1) รับและแจกจ่าย สป.1 (อาหารสด) ทุกวันพฤหัสบดี รวม 10 ครั้ง
2) ประสานเรื่องการจัด - ส่ง สป.1 กับหน่วยเหนือตามสายการส่งกำลังที่เกี่ยวข้องรวม 3 ครั้ง
3) แจกจ่ายข้าวสารให้หน่วยรอง ประจำสัปดาห์ รวม 10 ครั้ง
4) รายงานขอรับการสนับสนุนเครื่องปรุงอาหารจาก ศปก.ทบ. รวม 2 ครั้ง
5) จ่ายข้าวสารให้กับผู้แทนกำลังพลที่นับถือศาสนาอิสลาม เพื่อร่วมกิจกรรม วันฮารีรายอฮัจจี ที่มัสยิดอัลอะมาน อ.เบาเกา
6) สนับสนุนเสบียง ค จำนวน 38 ชุด ให้กับ พัน.ร.ไทย เพื่อใช้ในการฝึกกองหนุนเคลื่อนที่ทางอากาศ
7) สนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มให้กับนักกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ 3 ครั้ง
ข. สป.2
รักษาสถานภาพ สป.2 ตามอัตราที่กำหนดได้ 100%
ค. สป.3
1) รับน้ำมันประจำสัปดาห์ตามวงรอบ จำนวน 10 ครั้ง
2) ทวงถามเรื่องน้ำมันเครื่องเบนซิน จำนวน 3 ครั้ง
ง. สป.4
1) รับและแจกจ่ายอุปกรณ์ประกอบเครื่องแต่งกายจาก UN จำนวน 2 ครั้ง
2) ร้องขอวัสดุป้อมสนาม จาก ศปก.ทบ. จำนวน 1 ครั้ง
3) ประสานขอรับการสนับสนุนวัสดุป้อมสนาม เพื่อใช้ในการสร้างระบบป้องกันฐานตามที่ UN แจ้งให้ กกล.972 ฯ จัดตั้งฐานเพิ่มเติม จำนวน 2 ฐานปฏิบัติการ
2. การซ่อมบำรุง
ก. ทำการ ซบร.ยุทโธปกรณ์ สาย สพ. จำนวน 106 รายการ
ข. วิทยุแจ้งการส่งซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร จำนวน 2 เครื่อง ให้ ศปก.ทบ.
ค. วิทยุแจ้งการส่งซ่อมเครื่องฉายวีดีทัศน์ และ เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ให้กับ ศปก.ทบ. ทราบ
ง. สนับสนุนช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ให้กับ THAI NCE
จ. วิทยุแจ้งการซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด 30 KVA ไปยัง ศปก.ทบ.
3. การขนส่ง
ก. จัดยานพาหนะสนับสนุน บก.ภตอ. จำนวน 65 ครั้ง
ข. ร้องขอการขนส่งและการดำเนินการรับ สป. ทางเรือ จากประเทศไทย ตามวงรอบการส่งกำลัง ทางเรือ จำนวน 2 ครั้ง
ค. อำนวยความสะดวกในการเดินทางของ กพ.รพศ. ที่มาเพิ่มเติม จำนวน 1 ครั้ง
ง. ส่งกลับ สป. เกินอัตรา กลับไปยังประเทศไทย จำนวน 1 ครั้ง
4. การบริการทางการแพทย์
ส่งกลับผู้ป่วยทางอากาศ จำนวน 1 ครั้ง
5. บริการอื่น ๆ
ก. บริการก่อสร้าง จำนวน 8 ครั้ง
ข. รับ-จ่าย น้ำดื่มบรรจุขวดประจำสัปดาห์ จำนวน 10 ครั้ง
6. เบ็ดเตล็ด
ก. ตรวจอาวุธประจำสัปดาห์ จำนวน 10 ครั้ง
ข. ตรวจเยี่ยมด้านการส่งกำลังบำรุง จำนวน 2 ครั้ง
ค. รับตรวจ MOU/COE จำนวน 1 ครั้ง
ง. รับคณะตรวจเยี่ยมด้านการส่งกำลังบำรุงจากหน่วยเหนือ จำนวน 6 ครั้ง
จ. ร่วมประชุมด้านการส่งกำลังบำรุง จำนวน 2 ครั้ง
กล่าวนำ
เนื่องจากภารกิจการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพเป็นภารกิจใหม่ของกองทัพไทย ประสบการณ์ความชำนาญในการปฏิบัติ เพื่อการบรรลุภารกิจในสภาพแวดล้อมที่มีความสลับซับซ้อน ปัจจัยประกอบการพิจารณาวางแผน ที่มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งและแหลมคม กล่าวคือ ปัจจัยทางด้านการเมือง สังคมจิตวิทยา เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผลประโยชน์ของแต่ละชาติ ตลอดจนการปฏิบัติงานที่อยู่ภายใต้การเฝ้าติดตามของสื่อมวลชนทั้งโลกนั้น นับว่ายังมีข้อจำกัดสำหรับกองทัพไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพการปฏิบัติงานทางด้านกิจการพลเรือน บทบาทและขอบเขตทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ทำไปเพื่อจุดมุ่งหมายใด และมีความคุ้มค่าในการกระทำหรือไม่ ภารกิจการรักษาสันติภาพ นับเป็นเรื่องใหม่ของกองทัพไทย สภาพความขัดแย้ง ความซับซ้อนของเงื่อนไขต่าง ๆ ตลอดจนความแปลกแตกต่างของประเพณีวัฒนธรรม ความเคลือบแคลงสงสัยในความเป็นกลางของชาติร่วมภารกิจ ตลอดจนความคิดคำนึงในผลประโยชน์ของชาติ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติภารกิจการรักษาสันติภาพ เพื่อบรรลุความมุ่งหมายที่กำหนดไว้นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ๆ เหมือนที่คาดหวัง จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณที่ลึกซึ้ง และวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหา เพื่อกำหนดหนทางการปฏิบัติ ทั้งในระดับยุทธวิธี ยุทธการ และในระดับยุทธศาสตร์ กล่าวคือการบรรลุภารกิจที่แท้จริงนั้น ต้องใช้ความเป็นมืออาชีพ และความเสียสละในทุกระดับของผู้ปฏิบัติ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่ากองทัพไทย มีเกียรติประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ ยาวนาน และมีความเชี่ยวชาญการดำเนินงาน ทางด้านการเมืองทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเป็นอย่างดี ดังตัวอย่าง ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชอธิปไตยของประเทศไว้ได้ และจากประวัติศาสตร์การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์อันยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๖ จนได้ชัยชนะเด็ดขาดในปี พ.ศ.๒๕๒๕ นั้น นับว่ากองทัพไทย เป็นกองทัพที่มีประสบการณ์ความชำนาญ ในการดำเนินงานทางด้านกิจการพลเรือน เพื่อแก้ไข ยุติความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ให้เป็นไปโดยสันติวิธี แต่อย่างไรก็ตามภารกิจการรักษาสันติภาพไม่เหมือนกับภารกิจการป้องกันประเทศ และภารกิจการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ดังกล่าวแล้ว การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนเพื่อมุ่งเน้นการสนับสนุนการยุทธ์ ในภารกิจการรบตามแบบ และมุ่งเน้นการพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากร ในภารกิจการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ แต่การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนในการรักษาสันติภาพ เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดผลสำเร็จในการเจรจา การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนจึงเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง ต้องปฏิบัติต่อเป้าหมายที่เป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ในภาวะและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ความสำเร็จในการเจรจายุติความขัดแย้ง และสร้างเสถียรภาพทางด้านการเมือง
ขอบเขตและแนวทางการปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือน
ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานไว้ ๕ แขนงงาน ดังนี้
๑. แผนงานปฏิบัติการกิจการพลเรือน ดำเนินงานโครงการหลัก ๆ จำนวน
๒ โครงการ คือ โครงการส่งเสริมการเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติ และโครงการฝึกอบรมเยาวชนอาสาพัฒนาชุมชน มีความมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างทางด้านสังคมจิตวิทยา เศรษฐกิจ และการเมือง ให้กับประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก อีกทั้งเป็นการแสดงออกซึ่งความพยายามอย่างจริงใจ ในการช่วยเหลือ เพื่อให้ได้มาซึ่งความเชื่อถือแห่งกองทัพไทย ในสายตาของประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก และสังคมโลก
สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
๑. โครงการส่งเสริมการเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติ กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ตอ.(ผลัดที่๓) ได้ดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียง โครงการส่งเสริมการเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติ สานต่อจากผลัดที่
๒ ได้เตรียมการและดำเนินงานมาเป็นลำดับ กล่าวคือ การศึกษาและดูงานโครงการ ฯ การจัดทำโครงการสาธิตจัดการฝึกอบรมให้ความรู้แก่กำลังพล ก่อนการเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ และการเปิดฝึกอบรมให้ความรู้เพิ่มเติมเมื่อเดินทางมาถึงประเทศติมอร์ตะวันออก
โดยมีการปฏิบัติงานที่สำคัญดังนี้
๒.๑ ศูนย์สาธิตโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียงการทำการเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติ กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ตอ.( ผลัดที่๓ ) ได้ดำเนินการปรับปรุง ฟื้นฟู ศูนย์สาธิต ฯ เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน ณ บก. กกล.๙๗๒ ฯ ให้การฝึกอบรมกับประชาชน เยาวชน ตลอดจนหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ที่มีความสนใจ การดำเนินงานโครงการดังกล่าว - ปัจจุบัน มีคณะที่สนใจเข้าเยี่ยมชมจำนวนทั้งสิ้น ๗ คณะจำนวนผู้เยี่ยมชม ๑๐๗ คน - ให้การฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพการทำการเกษตรโดยวิธีธรรมชาติ แก่เยาวชนตามโครงการเยาวชนอาสาพัฒนาชุมชนจำนวน ๑ รุ่น มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น ๒๒ คน ปัจจุบันได้แบ่งมอบแปลงเกษตรสำหรับปลูกพืชผักสวนครัว ให้กับเยาวชนแต่ละคนที่เข้าร่วมโครงการเป็นของตนเอง คนละ ๓ แปลง เพื่อประกอบการฝึกอบรมให้เยาวชนได้ทดลองปฏิบัติ และนำผลผลิตที่จะได้รับไปจำหน่ายเป็นรายได้ของเยาวชนและครอบครัวต่อไป
๒.๒ แปลงสาธิตโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียงการทำการเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติ พัน.ร.ไทย และนขต.อื่น ๆ ได้ดำเนินการปรับปรุง ฟื้นฟู แปลงสาธิต ฯ บริเวณที่ตั้ง บก.หน่วย ของทุกหน่วย เพื่อเป็นสถานที่ดำเนินงานโครงการผลิตอาหารเสริมสำหรับการบริโภคของแต่ละหน่วย ตลอดจนเป็นสถานที่ฝึกอบรมและศึกษาดูงานของประชาชน เยาวชน บริเวณรอบ ๆ ที่ตั้งหน่วย ปัจจุบันมีแปลงสาธิต ฯ จำนวนทั้งสิ้น ๒๑ แห่ง
๒.๓ การส่งเสริมการดำเนินงานโครงการฯ โดยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนพัน.ร.ไทย แต่ละกองร้อยของ พัน.ร.ไทย มี ๑ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน รวมทั้งหมด ๓ ชุด ปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนสนับสนุนกองร้อย ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติในพื้นที่เป้าหมาย หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงแบบยั่งยืน จำนวน ๖ หมู่บ้าน
๒.๔ การส่งเสริมการดำเนินงานโครงการฯโดยชุด ลว. ร้อย.ร. พัน.ร.ไทย ดำเนินการในลักษณะเพิ่มเติมการปฏิบัติจากภารกิจทางยุทธการ กล่าวคือ พิจารณาจากความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของประชาชน ให้การแนะนำ ส่งเสริมช่วยเหลือ การดำเนินงานตามโครงการ ฯ ๒ โครงการเยาวชนอาสาพัฒนาชุมชน การฟื้นฟูโครงสร้างทางด้านสังคมจิตวิทยา ในประเทศติมอร์ตะวันออก นับเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสูงสุด เป็นพื้นฐานของการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและด้านการเมืองการปกครอง ในอันที่จะทำให้ ประเทศติมอร์ตะวันออกได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม มีความมั่นคง และยั่งยืน การฟื้นฟูและพัฒนาเยาวชนเพื่อปลูกฝังให้มีความรู้สึกนึกคิด มีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมช่วยเหลือในการพัฒนาส่วนรวม นับเป็นความจำเป็นสำคัญในการฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างของสังคมในด้านต่าง ๆ ให้มีความเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว บนพื้นฐานของความมั่นคงและยั่งยืน ดังคำกล่าวที่ว่า "เริ่มที่แม่ แก้ที่พ่อ ก่อที่ลูก"
การฝึกอบรมเยาวชนตามโครงการ ฯ แบ่งขั้นปฏิบัติออกเป็น ๓ ขั้น
- ขั้นที่ ๑ การฝึกขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นการปลูกฝังอุดมการณ์ ความรู้สึกนึกคิด ให้เยาวชน มีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ มีความสามัคคีในหมู่คณะ และมีส่วนร่วมช่วยเหลือในการพัฒนาส่วนรวม ปัจจุบัน มีเยาวชนที่สำเร็จการฝึกอบรมในขั้นที่ ๑ จำนวน ๙ รุ่น มีเยาวชนสำเร็จการฝึกอบรมทั้งสิ้น ๖๔๐ คน
- ขั้นที่ ๒ การฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพ มีความมุ่งประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชน โดยการจัดการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพ ให้กับเยาวชนที่ผ่านการฝึกอบรมในขั้นที่๑ ในสาขาอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น และตรงกับความต้องการของเยาวชน ปัจจุบันมีเยาวชนที่สำเร็จการฝึกอบรมขั้นที่ ๒ สาขาอาชีพส่งเสริมการเกษตรกรรมโดยวิธีธรรมชาติ จำนวน ๒ รุ่น มี ผู้สำเร็จการฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น ๔๐ คน
- ขั้นที่ ๓ ขั้นการขยายผล เพื่อให้เยาวชน ได้นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพ ที่ตนเองมีความถนัดและเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ตลอดจนเหมาะสมกับภาวะความต้องการของตลาด เป็นอาชีพที่ยั่งยืนต่อไป
อย่างไรก็ตามจากการดำเนินงานที่ผ่านมา การปฏิบัติงานโครงการในขั้นที่ ๑ ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี แต่การปฏิบัติในขั้นที่ ๒ และขั้นที่ ๓ นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ เนื่องจาก PKF มีงบปฏิบัติการทางด้านกิจการพลเรือนจำกัด ที่สามารถทำได้คือ การส่งเสริมอาชีพการเกษตรเนื่องจากใช้งบประมาณน้อย อย่างไรก็ดีสำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ กกล.๙๗๒ ฯ ได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจาก ศปก.ทบ. และ หน่วยงานช่วยเหลือต่าง ๆ ในประเทศติมอร์ตะวันออก ซึ่งก็สามารถช่วยเหลือได้บ้างในบางส่วน
๒. แผนงานปฏิบัติการจิตวิทยาและช่วยเหลือประชาชน ดำเนินงานโครงการหลัก ๆ จำนวน ๒ โครงการ คือ โครงการภาคตะวันออกพบประชาชน และโครงการกีฬาพัฒนาสัมพันธ์ศูนย์กีฬาเยาวชน อำเภอเบาเกา มีความมุ่งหมายเพื่อให้ได้มา ซึ่งความรัก ความศรัทธา ความเชื่อถือจากประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก และสภาวะเอื้ออำนวยในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของ UNTAET และ NGOs เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการยุติความขัดแย้ง เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในหมู่ประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก
สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
๑. โครงการภาคตะวันออกพบประชาชน
วัตถุประสงค์เพื่อ ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานรักษาสันติภาพ โดยหน่วยทหารและองค์กรต่าง ๆ ของ UN ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ มีความศรัทธาเชื่อมั่นต่อองค์กรต่าง ๆ ของ UN ที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศติมอร์ตะวันออก ตลอดจนเป็นการพัฒนาความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานทหารและองค์กรต่าง ๆ กับประชาชนในพื้นที่ ให้มวลชนได้มีส่วนร่วม ในอันที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญประการแรก เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จในภารกิจดังกล่าวคือ การสร้างความเข้าใจ และมิตรภาพที่ดีต่อกันระหว่างหน่วยทหารและองค์กรต่าง ๆ ของ UN กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ อีกทั้งเป็นโอกาสแสดงออกซึ่งความตั้งใจในการปฏิบัติภารกิจ และความจริงใจในการช่วยเหลือประชาชนพื้นเมืองชาวติมอร์ตะวันออก แม้ในพื้นที่ยากลำบากและห่างไกล กกล.๙๗๒ ฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานโครงการฯ สัปดาห์ ละ ๑ ครั้ง โดยเฉลี่ยแล้วเดือนละประมาณ ๔ ครั้ง โดยการจัดกิจกรรมชุดแพทย์เคลื่อนที่ ให้การบริการตรวจรักษาพยาบาล และทันตกรรมเคลื่อนที่ , การแนะนำความรู้สาธารณะสุขพื้นฐานให้กับประชาชน , การปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ของ กกล.๙๗๒ ฯ และ หน่วยงานอื่น ๆ ของ UN , กิจกรรมสันทนาการต่างๆ เช่นการแสดงดนตรี การจัดฉายภาพยนต์และการละเล่นต่างๆ , การให้การบริการตัดผม , การร่วมแข่งขันกีฬา , การร่วมพัฒนาสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ในหมู่บ้านเป้าหมาย ตลอดจนการประชาสัมพันธ์แนะนำความรู้ โดยหน่วยงานต่าง ๆ ของ UNTAET โดยการแจ้งให้ทราบ และปฏิบัติร่วมกัน ในห้วงที่ผ่านมา กกล.๙๗๒ ฯ ได้ดำเนินงานตามโครงการ ฯ จำนวน ๑๒ ครั้ง มี ประชาชน , เยาวชน และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมงานโครงการจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ ๕,๗๐๐ คน - ให้การรักษาพยาบาลประชาชน , เยาวชนที่มาร่วมงาน จำนวนทั้งสิ้น ๒,๕๐๗ ราย - ให้การบริการตัดผม ประชาชน , เยาวชนที่มาร่วมงาน จำนวนทั้งสิ้น ๓๕๐ ราย - การแสดงดนตรี และการจัดฉายภาพยนต์ จำนวนทั้งสิ้น ๑๒ ครั้ง - ร่วมการแข่งขันกีฬาพัฒนาสัมพันธ์ จำนวนทั้งสิ้น ๕ ครั้ง - ร่วมพัฒนาสาธารณประโยชน์ จำนวนทั้งสิ้น ๔ ครั้ง
๒. โครงการกีฬาพัฒนาสัมพันธ์ ศูนย์กีฬาเยาวชน อ.เบาเกา
วัตถุประสงค์โครงการ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างทางด้านสังคมจิตวิทยา ความรักความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ - รู้ชนะ รู้จักการให้อภัย รู้จักใช้เหตุผลกติกาสังคมส่วนรวมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจ สร้างสรรค์พัฒนาสังคม ให้มีความมั่นคงก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป โดยใช้การกีฬาเป็นสื่อศูนย์รวมจิตใจ ส่งเสริมพัฒนา กระชับ ความสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ส่วนต่าง ๆ ของ UN , เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น , ผู้นำชุมชน , กลุ่มเยาวชน ตลอดจนหน่วยงานองค์กรพลเรือน ประชาชน เยาวชนโดยทั่วไป ในพื้นที่ อ.เบาเกา ในอันที่จะได้มาซึ่งความสำเร็จในการประสานงาน และความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน การปฏิบัติโครงการ ฯ ที่ผ่านมา
- จัดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคี ระหว่างหน่วยทหาร ( ไทย - เกาหลีใต้ - ฟิลิปปินส์ ) จำนวน ๗ ครั้ง
- จัดการแข่งขันระหว่างหน่วยทหารกับหน่วยงานต่าง ๆ ของ UN จำนวน ๔๕ ครั้ง
- จัดการแข่งขันระหว่างหน่วยทหารกับสโมสรทีมกีฬาเยาวชน จำนวน ๘ ครั้ง
- จัดการแข่งขันระหว่างหน่วยงาน UN กับสโมสรทีมกีฬาเยาวชน จำนวน ๒ ครั้ง จากการปฏิบัติงานโครงการกีฬาพัฒนาสัมพันธ์ศูนย์กีฬาเยาวชนอ.เบาเกา ที่ผ่านมา ได้รับ ความร่วมมือจาก ประชาชน เยาวชน สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
๓. การให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาล ประชาชนพื้นเมือง โดยชุดแพทย์เคลื่อนที่ของหน่วยแพทย์ระดับ ๒ ณ.ที่ตั้งหน่วย และบริเวณหมู่บ้านรอบ ๆ ฐานปฏิบัติการทั้ง ๗ ฐานปฏิบัติการของ พัน.ร.ไทย
- การปฏิบัติที่ผ่านมา จำนวน ๑๗ ครั้ง มีผู้มารับบริการจำนวนทั้งสิ้น ๓,๕๔๙ ราย ๔. การให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน โดย พัน.ร.ไทย และชค.กพศ.ตามที่ได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
- การรักษาพยาบาลขั้นต้นโดย มว.เสนารักษ์ ร้อย.สน.พัน.ร.ไทย
- การปฐมพยาบาลโดยนายสิบเสนารักษ์ชุดลาดตระวนพัน.ร.ไทย และ ชค.กพศ.
- การบริการตัดผม โดย ชุดลาดตระเวน พัน.ร.ไทย และชค.กพศ.
- ให้การช่วยเหลือสนับสนุนยานพาหนะ โดย พัน.ร.ไทย และ ชค.กพศ.
- การให้การช่วยเหลืองานช่างเร่งด่วนโดย มว.ช.พัน.ร.ไทย
๓. แผนงานประชาสัมพันธ
์ ได้ดำเนินงานโครงการหลัก ๆ จำนวน ๘ โครงการ คือ
โครงการจัดทำ VIDEO การปฏิบัติภารกิจ กกล.๙๗๒ ฯ
โครงการจัดทำสิ่งพิมพ์แผ่นพับใบปลิว
โครงการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมไทย
โครงการรายการเสียงจากติมอร์
โครงการจัดรายการเสียงตามสาย
โครงการเผยแพร่ข่าวสารสู่สื่อทางอินเตอร์เน็ต
โครงการวารสาร กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออก (ผลัดที่ ๓)
โครงการประกวดบทความ โดยมีเป้าหมายคือ กำลังทหารไทย มีขวัญกำลังใจดี ครอบครัวกำลังพลและประชาชนชาวไทยรับรู้ข่าวสาร มีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติภารกิจของทหารไทย ประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก เชื่อมั่น ศรัทธา ให้ความเชื่อถือ เข้าใจในบทบาทหน้าที่ และความจริงใจของกองทัพไทย หน่วยงานต่าง ๆ ของ UN และสังคมโลก ให้ความเชื่อถือ มีเกียรติและศักดิ์ศรีในสายตาของประชาคมโลก
สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
๑. โครงการจัดทำ VIDEO การปฏิบัติภารกิจ กกล.๙๗๒ ฯ - จัดส่งม้วน VIDEO กิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์ ไปยังประเทศไทย จำนวน ๕ ครั้ง
๒. โครงการจัดทำสิ่งพิมพ์แผ่นพับใบปลิว - จัดทำบทความประชาสัมพันธ์ และการปจว. โดยใช้สื่อสิ่งพิมพ์ จำนวน ๒ ครั้ง
๓. โครงการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมไทย - ขอรับการสนับสนุนเอกสาร วารสาร การประชาสัมพันธ์ประเทศไทยจาก องค์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับแจกจ่ายห้องสมุด และสำนักงานหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ
๔. โครงการรายการเสียงจากติมอร์ - จัดทำเทปบันทึกเสียงรายการต่าง ๆ ส่งไปเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง ต่าง ๆ ในประเทศไทย จำนวน ๑ ครั้ง
๕. โครงการจัดรายการเสียงตามสาย - จัดรายการเสียงตามสายออกอากาศ ประชาสัมพันธ์รายการสาระบันเทิงต่าง ๆ เป็นประจำทุกวันๆละ ๒ เวลา คือช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยให้แต่ละหน่วยขึ้นตรง หมุนเวียนกันดำเนินรายการ
๖. โครงการเผยแพร่ข่าวสารสู่สื่อทางอินเตอร์เน็ต
๗. โครงการวารสาร กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออก (ผลัดที่ ๓) - จัดทำวารสาร ฯ เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ของ กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออก (ผลัดที่ ๓) ให้กับ กำลังพล , ครอบครัว ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้รับทราบ จำนวน ๑ ฉบับ ( สองเดือน ต่อ ๑ ฉบับ )
๘. โครงการประกวดบทความ - จัดการประกวดบทความ เดือนละ ๑ ครั้ง รวม ๒ ครั้ง โดยแยกเป็น ๖ ประเภท ดังนี้ ๑) ส่งใจไปแนวหลัง ๒) ส่งใจไปแนวหน้า ๓) ชีวิตคนติมอร์ และทหารไทยในติมอร์ ๔) ผลงานที่ภาคภูมิใจของทหารไทยในติมอร์ ๕) คลายเครียด ขำขัน ๖) บทความทั่วไป - บทความที่ชนะเลิศการประกวด จะได้รับรางวัล และนำลงในวารสารประชาสัมพันธ์ของ กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ตอ.ผลัดที่ ๓
๔. แผนงานช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ธรรมสำหรับผู้อพยพกลับถิ่นฐานเดิม (RETURNEE) โดยการให้ความช่วยเหลือ UNHCR ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของ UN ตลอดจนการให้การช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ธรรมต่างๆ กับประชาชนพื้นเมืองชาวติมอร์ตะวันออก ในขีดความสามารถที่สามารถพึงปฏิบัติได้
สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
- ให้การช่วยเหลือหน่วยงาน UNHCR ในการเคลื่อนย้ายและรักษาความปลอดภัยผู้อพยพกลับถิ่นฐานเดิม จำนวน ๓ ครั้ง รวมทั้งสิ้น ๒๖๘ คน
- ให้การช่วยเหลือ UNHCR ในการเคลื่อนย้าย , สนับสนุนที่พักพิง และรักษาความปลอดภัย ผู้ประสบภัยเนื่องจากกรณีย์เหตุการณ์ความขัดแย้ง และการลอบวางเพลิง ณ อ. วีเคเค จำนวนทั้งสิ้น ๓๕๑ คน ๕. แผนงานสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของ UNTAET และ NGOs โดยการติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิด จัดกิจกรรมร่วมประชุมพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กิจกรรมสันทนาการ และการกีฬา ทั้งในรูปแบบเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ เพื่อพัฒนาภาวะเอื้ออำนวยในการประสานงาน เพื่อการบรรลุภารกิจแห่งการรักษาสันติภาพร่วมกัน สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
- ร่วมประชุมกับส่วนราชการ อ.เบาเกา และ อ. วีเคเค ประจำทุกสัปดาห์ ๆ ละ ๑ ครั้ง
- จัดทำข้อมูลด้านกิจการพลเรือน [CMA DATABASE] ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อใช้ประโยชน์ในงานด้านการข่าว ด้านยุทธการ และด้านกิจการพลเรือน ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการต่าง ๆ
- ให้การสนับสนุนรณรงค์ การเลือกตั้งเพื่อเอกราชในประเทศติมอร์ตะวันออก กับ คณะกรรมมาธิการการเลือกตั้ง [IEC] โดยการกำหนดเป็นหัวข้อเพื่อการประชาสัมพันธ์ ในกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ที่พบปะกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
- ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลกิจการพลเรือน และการรักษาความปลอดภัย กับเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนสำมะโนประชากรเพื่อการเลือกตั้ง ในพื้นที่รับผิดชอบ
- จัดกิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์ร่วมแข่งขันกีฬา กิจกรรมสันทนาการ และงานเลี้ยงสังสรรค์ อย่างเป็นทางการ กับหน่วยงานต่าง ๆ ของ UNTAET และ NGOs จำนวน ๓ ครั้ง
สรุป การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือน
เป็นการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพ ทั้งในขั้นสนับสนุนทางการทูต ในขั้นบังคับให้เกิดสันติภาพ และในขั้นการรักษาสันติภาพ ความสำเร็จในภารกิจรักษาสันติภาพ จุดสิ้นสุดที่ต้องการ คือ การเจรจายุติความขัดแย้งโดยสันติวิธี บรรลุข้อตกลงทางการเมือง มีการปกครองที่ชอบธรรมและมีเสถียรภาพ การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนของ กกล.๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ตอ.(ผลัดที่ ๓) โดยสรุปตามความมุ่งหมาย คือ
ยุทธวิธี : สร้างความปลอดภัย ความศรัทธา เชื่อถือ ให้กับ กองกำลังทหารไทย ตลอดจน หน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ของ UN ในพื้นที่รับผิดชอบ : ยุติความขัดแย้ง สร้างความปรองดองสมานฉันท์ในหมู่ประชาชนชาวติมอร์ ตะวันออก ใช้แนวทางการต่อสู้ทางการเมืองโดยสันติวิธี
ยุทธการ : ความเชื่อถือจากประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศติมอร์ตะวันออก เพื่อความยั่งยืนและต่อเนื่อง ในการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังทหารไทย ในผลัดต่อ ๆ ไป
ยุทธศาสตร์ : การยอมรับ เชื่อถือ ให้เกียรติจากรัฐบาลของประเทศติมอร์ตะวันออก ในอนาคตข้างหน้า เพื่อการติดต่อค้าขาย และการลงทุนระหว่างประเทศ : ประชาชนคนไทย กองทัพไทย มีเกียรติศักดิ์ศรี ได้รับการยอมรับจาก ประชาคมโลก