เบื้องหลังการทดสอบ/การตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการชันสูตร ตั้งแต่การได้รับตัวอย่างเลือด / ปัสสาวะ / สารคัดหลั่งต่างๆ
จนถึงการแปลผลการตรวจ
I ข่าวสารด้านสุขภาพอนามัย I ปัญหาและอาการของโรคต่างๆ I  สรีระ I   การดูแลสุขภาพและป้องกันโรค I ข่าวสารด้านสุขภาพอนามัย I ปัญหาและอาการของโรคต่างๆ I  สรีระ I   การดูแลสุขภาพและป้องกันโรค

cdlogo.gif (7928 bytes)
Healthcare & Diagnostic

winshop.jpg (4697 bytes)
HealthShop l ช็อปปิ้งเพื่อสุขภาพ


สนใจรับข่าวสารสุขภาพใหม่ๆ 
พร้อมประโยชน์อื่นๆ เชิญสมัครฟรี !

Home ] Up ] Diabetis1 ] Diabetis2 ] Diabetis3 ] Diabetis4 ] Heartleak ] TB1 ] TB2 ] TB3 ] TB4 ] Parasite1 ] Parasite2 ] Parasite3 ] Parasite4 ] 2side1 ] 2side2 ] [ 2side3 ] Hopeless1 ] Hopeless2 ] Hopeless3 ]
ban3.jpg (13652 bytes)

 

ดาบสองคม  ไม่กลัว(คนอื่น) ตาย


เด็กนักเรียนผู้หญิงคนนั้นเพิ่งอายุ 15  มาถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน เขาก็เอาเข้า ไอ.ซี.ยูไปแล้ว เพราะ
อาการหนักมาก      หมมอมาเจาะเลือด   เจาะไขกระดูก แล้วก็บอกกับแม่คนไข้ว่าเป้นโรคไขกระดูกฝ่อ
โรคชนิดนี้ส่วนใหญ่มักเกิดเพราะแพ้ยาอย่างใดอย่างหนึ่ง
"ภายใน 3-4 เดือนนี้ใช้ยาอะไรบ้างหรือเปล่า " หมอถามแม่ของเด็ก
" ใช่จ๊ะ แกปวดหัวบ่อยๆ เลยไปหาหมอ    หมอก็บอกว่าเป็นโรคไซนัสอักเสบ และให้ไปฉีดยาอาทิตย์ละครั้ง"
หมอเริ่มเกาศีรษะ เพราะการรักษาไซนัสอักเสบโดยการฉีดยาอาทิตย์ละครั้งนี้ มันแปลกพอควร คิดไว้ว่าหมอ
นั้นฉีดยาอะไร ต้องหาทางถามให้ได้
"แกปวดหัวตรงไหนจ๊ะป้า " หมอถามต่อ
" ตรงบริเวณท้ายทอยจ๊ะ " แม่เด็กตอบ
" ตรงแถวหน้าผากไม่ปวดเลยหรือป้า "
" ไม่ปวดจ๊ะ "
ไซนัสอักเสบแล้วปวดตรงบริเวณท้ายทอย ก็แปลกดี !
    " แกปวดเวลาไหนจ๊ะป้า " หมอถาม
    " มักบ่นปวดตอนบ่ายๆ จ๊ะ "
" ตอนเช้า หรือ วันเสาร์ อาทิตย์ ปวดไหมป้า "
" ไม่ปวดจ๊ะ "
อีแบบนี้ อาการปวดหัวน่าจะเกิดจะมาจากความเครียดจากการเรียน หรือไม่ก็สายตาสั้น เพราะช่วงเวลา
เรียนปวด ถ้าไม่เรียนไม่ปวด
ต่อมาเด็กคนนี้ตาย   ครับตายจากโรคไขกระดูกฝ่อ   ป้าเขาต้องเสียทั้งเงิน และลูก สอบถามได้ว่า
ยาที่หมอฉีดให้อาทิตย์ละครั้ง ก็คือ คลอแรมเฟนิคอล Chloramphenical ซึ่งยาตัวนี้มีชื่อเสียง
ที่สุดในการทำให้เกิดไขกระดูกฝ่อ   บางแห่งห้องยาจะไม่ยอมจ่ายยาตัวนี้เลย     แต่ประเทศของเราใช้ยา
ตัวนี้ปีละเป็นตันๆ    ช่างกล้าหาญไม่กลัว (คนอื่น) ตายเสียเลย ทั้งๆที่ยาตัวนี้อันตรายกว่าเพนนิซิลีน
เสียอีก เพียงแต่เพนนิซิลีน มันเกิดเรื่องทันที ตายคามือคนฉีด    แต่การแพ้คลอแรมเฟนิคอล นั้นมันค่อยๆ
แพ้ทีหลัง จับมือใครดมไม่ได้
จากเรื่องข้างต้น ก็เพื่อให้ท่านได้ตระหนักถึงด้านที่เป็นโทษของยาและการรักษา ยิ่งใช้ยามากเท่าใด
อันตรายก็จะยิ่งมากขึ้นตามตัว

wpe6.jpg (6679 bytes)

UN5.gif (5462 bytes)
Thai
L@bOnline
Email : vichai-cd@usa.net