เสม็ด

บันทึกการเดินทาง 20-22 เมย.2546 กำจร 23เมย.2546

เมนูหลัก เดินทางไปเสม็ด บนเกาะวันแรก บนเกาะวันที่สอง กลับบ้าน

ห้องพักบังกะโลที่

อ่าววงเดือน

โต๊ะเก้าอี้ไม้ไผ่ ที่วาง

รอล่อให้ฝรั่งมาติดกับ

หาดวงเดือนเล็กนิดเดียว

ถ่ายไว้ตอนใกล้ค่ำแล้ว

ร้านอาหารที่รีสอร์ทยามค่ำ

กลับมานั่งเขียนบันทึกในที่พัก

 

บนเกาะวันแรก

ผมเช็คอิน ประมาณเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ได้บังกะโลเรือนน้อยขนาด 4 x 6 เมตรยกพื้นมีแอร์ ระเบียง ไม่มีทีวี ตู้เย็น ที่นี่คือ มีไฟฟ้าให้ใช้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ตอนกลางวันจะไม่มีไฟให้ใช้ ที่พักของผมเมื่อเทียบกับรีสอร์ทอื่นในระแวกเดียวกัน ถือว่าอยู่ในเกณที่ใช้ได้ทีเดียว แม้ภายในห้องจะดูโทรมไปบ้าง แต่คุณจะมาเอาอะไรนักหนากับที่อยู่ชั่วคราว พักแค่ 2 -3 วันน่ะ มันจะไปเทียบกับบ้านหรือวังไม่ได้หรอก ผมเองถ้าไม่แย่สุดๆจริงๆผมจะไม่บ่น (ตกลงผมบ่นหรือเปล่า?)

ผมรี่ตรงเข้าห้อง เปิดแอร์ เช็คน้ำ สำรวจให้ทั่วว่าไม่มีอะไรบกพร่อง หากไม่ดีจะได้รีบเปลี่ยนห้องไง ก่อนที่อาบน้ำ พักผ่อนตามอัตยาศัย(ทำไมไม่ตามคนอื่นบ้างครับ?) หลังผ่านศึกมาทั้งวัน

เอาล่ะก่อนอื่นต้องอธิบายกันนิดหน่อย เพราะจะเห็นว่าบางครั้งเราจะพูดถึงอ่าว บางครั้งจะพูดถึงหาด มันมีความหมายต่างกันนะครับ แม้จะเป็นที่เดียวกัน "อ่าว" ความหมายคือ สถานที่ที่น้ำทะเลยื่นเข้ามาหาพื้นดิน ส่วนใหญ่จะเป็นวงโค้ง ปลายของอ่าวทั้งสอง ด้านมักจะเป็น"แหลม"ที่เราให้หมายถึง สถานที่ที่พื้นดินยื่นลงไปในทะเลนั่นล่ะ เพื่อแบ่งอ่าวออกจากกัน ขนาดอ่าวมีตั้งแต่เล็กๆ บางครั้งใหญ่ๆยังเรียกว่าอ่าวเหมือนกันเช่น อ่าวไทยไงครับ ถ้าสังเกตจากแผนที่จะเห็นลักษณะได้ชัดเจน ส่วน"หาด"เป็นเพียง ส่วนหนึ่งของอ่าว เป็นพื้นที่ที่เป็นชายหาด มีทราย หรือเราเรียกว่าหาดว่า เป็นสับเซตของอ่าวก็ได้ แต่อ่าวไม่มีทางเป็นส่วนหนึ่งของหาดนะ เพราะมันเป็นแม่ของหาด งงๆยังงัยไม่รู้

อ่าววงเดือนมีขนาดเล็กน่ารักดี ขนาดของอ่าวนี้ประมาณ 700 เมตรวัดจากปลายอ่าวด้านเหนือมายังด้านใต้ แต่หากนับเฉพาะแค่ตัวหาดอย่างเดียวน่าจะประมาณ 500 เมตรเท่านั้นเอง

หาดวงเดือน (อ่านว่า หาด-วง- เดือนนะ ไม่ใช่ หา- ดวง- เดือน) ไม่สวยเหมือนแต่ก่อนแล้ว ทำไมเหรอ เพราะผมเคยมาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ชายหาดเต็มไปด้วยขยะนะสิ และไอ้ที่เค้าบอกว่าหาดนี้เงียบน่ะ ผมแย้งเต็มที่เลยว่าไม่จริง เพราะผมเห็นโต๊ะเก้าอี้ไม้ไผ่ ที่วางรอล่อให้ฝรั่งมาติดกับ วางซะเต็มหาด ลำโพงขนาดใหญ่อีกหลายตัว ถ้าเจ้คนขายรีสอร์ทเค้าว่าที่นี่เงียบแสดงว่า บ้านเจ้เค้ามีดิสโก้เธคอยู่ในบ้านหรือไม่เจ้ก็หูหนวกหูตึงเป็นแน่ และความที่เป็นหาดเล็ก (พี่น้องกับหาดใหญ่?)ทำให้มีรีสอร์ทเพียง ไม่กี่แห่งก็ดูจะเต็มพื้นที่ของหาด

ผมเดินเล่นช่วงก่อนค่ำจากชายหาดด้านใต้ไปยังด้านเหนือ และเดินย้อนกลับมาอีกครั้ง ใช้เวลาแป้บเดียวเอง เป็นบรรยากาศที่น่าเดิน อยู่หรอกนะ เพราะเป็นช่วงที่คนจะลงมาเล่นน้ำกันมากที่สุด แสงแดดลดดีกรีลงมามากและ แหม...มันก็ต้องมีบ้างนะที่สาวๆ โดยเฉพาะฝรั่งจะนุ่งน้อยเหลือเกิน เป็นบุญตาของไอ้กะผมจริงๆ

อู้ย...โน้น อาบแดด โนบราเลย แต่มองมากไม่ได้นะครับ เพราะเค้ามองมาตาเขียวแป้ด โถ..เจ้ฝรั่งจ๋า กล้าลงทุนแก้ผ้าขนาดนี้แล้วยัง จะกลัวคนอื่นเค้ามองทำไมกันอีก ว่าแต่เอ่อ..คือว่าหุ่นดีเหมือนกันนะครับเจ้ ความจริงผมเอากล้องมาด้วย แต่ไม่กล้าถ่ายรูปคนหรอก แค่นี้เราเองก็เขินแย่แล้ว ได้แต่ถ่ายทิวทัศน์ไปเรื่อยเปื่อย จนพลบค่ำจึงขึ้นจากหาดไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารวงเดือนรีสอร์ท

"ข้าวกระเพราไก่ ต้มยำกุ้ง น้ำผลไม้รวมปั่น"

อาหารผมมีแค่นี้เอง แต่ผมกินคนเดียวนะ มันจะไปกินอะไรได้มากกว่านี้อีกล่ะ แค่นี้กินหมดก็จุกแล้ว รสชาติไม่เลวเท่าไหร่ บรรยากาศของที่นี่ยามค่ำคืนไม่เลวร้ายอย่างที่ผมคิดไว้หรอกนะ เสียงเพลงจากรีสอร์ทอื่นแบบดิสโก้เธคน่ะไม่ค่อยจะดังมาถึงนี่เท่าไรนัก แต่ทั่วทั้งหาดจะเต็มไปด้วยแสงนีออน สร้างบรรยากาศให้ที่นี่มีชีวิตชีวาขึ้นในยามค่ำ แม้ว่าใจผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับนโยบาย เอาใจฝรั่งแบบคนส่วนใหญ่ของที่นี่ก็ตาม

ส่วนทะเลยามค่ำมืดเช่นนี้กลับไม่มืดอย่างที่คิดเช่นกัน แสงไฟจากเรือหาปลาเล็กใหญ่ ทำให้เห็นชีวิตอีกกลุ่มคนที่ต้องทำงาน ในเวลาที่เราหลับนอน เสียงคลื่นดูเหมือนจะดังมากขึ้นมากขึ้น จนดูเหมือนเคลื่นซัดสาดกับอยู่ใกล้ๆ ซึ่งก็จริงครับเพราะน้ำขึ้นนั่นเอง

หลังอาหารค่ำ ผมซื้อน้ำแข็ง 20 บาทเพื่อเอาไปประเคนให้กับไฮเนเก้นที่รอผมอยู่ในห้องพัก 2 กระป๋อง อย่าคิดว่าผมจะกินมันหมด ในวันเดียวนะครับ เต็มที่กระป๋องเดียวก็แย่แล้ว คออ่อนสุดขีด ที่ซื้อเบียร์มา เพราะน้องที่ท่าเรือน่ารัก เกรงใจเค้าน่ะ

"พี่ มาคนเดียวก็ต้องกินเบียร์ที่ชายหาดค่ะ เข้าบรรยากาศมากเลยค่ะ"

ผมยังจำได้ดีทีเดียว น้ำเสียงใสๆไพเราะ บวกกับหน้าตาสวยๆหมวยๆ ชายที่ไหนเมื่อเจอะเจอเป็นอันพ่ายทุกรายไป แต่ผมก็ยังไม่ได้กินที่หาดนะน้อง พี่เอามากินที่ห้องพัก ขืนกินเหล้าเบียร์ช่วงกำลังเหนื่อยๆมา เกิดเมาหน้าแดง ไปพาลหาเรื่องฝรั่งเดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก

<-กลับ ต่อ->