โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ                            

HOME / ข้อมูลพื้นฐาน / แนะนำสถานศึกษา / แผนการจัดการเรียนรู้ / พูดจาประสาคร / แก่นสารการศึกษา  /ลูกไม้ลายไทย /นานาสาระ /  LINKS & GUESBOOK

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ผู้เรียนสำคัญที่สุด

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด

        แนวคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดมิใช่เรื่องใหม่ ได้มีการใช้แนวคิดนี้สืบต่อกันมา         อย่างกว้างขวาง    ในสังคมไทยการเรียนรู้ตามแนวพุทธธรรมเน้นคนเป็นศูนย์กลาง กระบวนการเรียนรู้จึงเป็น     กระบวนการพัฒนาคน ทั้งในลักษณะที่เป็นปัจเจกชน(คือคนแต่ละคน) และการพัฒนากลุ่มคน ให้อยู่ร่วมกันได้      อย่างสันติ เมื่อคนมีความสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ วิธีการฝึกฝนอบรมจึงเป็นการพัฒนาทุกองค์ประกอบของ      ความเป็นคน การเรียนรู้ตามวิถีชีวิตไทยแบบดั้งเดิมมีลักษณะเป็นการสั่งสอนรายบุคคล เมื่ออยู่ในครอบครัว     พ่อแม่สอนลูกชายให้ขยัน อ่านออกเขียนได้ สอนลูกหญิงให้ทำงานบ้านงานเรือน รู้จักรักนวลสงวนตัว เมื่อเติบโตขึ้นผู้ชายได้บวชเรียนกับพระที่วัด ได้ฝึกงานอาชีพ การทำมาหากิน ส่วนผู้หญิงฝึกคุณสมบัติของกุลสตรี   และฝึกงานอาชีพ กระบวนการเรียนรู้ตามวิถีวัฒนธรรมไทย สรุปได้คือ

    1. เป็นกระบวนการบ่มเพาะ ซึมซับลักษณะนิสัย
    2. กระบวนการถ่ายทอดปลูกฝังวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
    3. กระบวนการเรียนวิชาความรู้
    4. กระบวนการอบรมกิริยามารยาททั้งกาย วาจา ใจ ตามหลักคุณธรรม
    5. กระบวนการฝึกปฏิบัติด้วยการทำให้ดูแล้วฝึกให้ทำเป็น
    6. กระบวนการส่งเสริม สัมมาทิฐิ ให้ลูกหลานเป็นคนคิดดี คิดชอบ

สื่อประกอบการเรียนรู้นอกจากเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือทำมาหากินแล้ว   เด็กได้เรียนรู้จากธรรมชาติสิ่งแวดล้อม นิทานพื้นบ้าน ของเล่น การละเล่น บทกลอน สุภาษิต ปริศนาคำทาย

การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทยมีลักษณะสัมพันธ์และสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม บูรณาการระหว่างความรู้          ความสามารถปฏิบัติได้จริง และความมีคุณธรรม สมควรที่นักการศึกษาทั้งหลายจะได้สนใจค้นคว้า เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับกาลสมัย

การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดควรคำนึงถึงประเด็นที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

    1. สมองของมนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้สูงสุด
    2. สมองของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์สมองประมาณหนึ่งแสนล้านเซลล์ เป็นโครงสร้างที่มหัศจรรย์ โดยธรรมชาติสมองมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ตั้งแต่แรกเกิด มีความต้องการที่จะเรียนรู้     สามารถเรียนรู้ให้บรรลุอะไรก็ได้ มนุษย์ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง ธรรมชาติ และ                      ทุกอย่างรอบตัว มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ ต้องอาศัยสมองและระบบประสาทสัมผัส   ซึ่งเป็นพื้นฐานของการรับรู้ ซึ่งรับความรู้สึกไปจากอวัยวะรับความรู้สึก คือ ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ กระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ผู้สอนจะต้องสนใจและให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสัมพันธ์       ระหว่างสมอง(Head) จิตใจ(Heart) มือ(Hand) และสุขภาพองค์รวม(Health)

    3. ความหลากหลายของสติปัญญา
    4. คนแต่ละคนมีความสามารถหรือความเก่งแตกต่างกัน และมีรูปแบบการพัฒนาเฉพาะของแต่ละคน สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันส่งผลต่อการพัฒนาเสริมสร้างความสามารถให้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด   โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ได้ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายของสติปัญญา และได้จำแนกความสามารถ     ของคนไว้ 10 ประเภท คือ ด้านภาษา ดนตรี ตรรกะและคณิตศาสตร์ การเคลื่อนไหว                     ศิลปะ/มิติสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล/การสื่อสาร ด้านความรู้สึก/ความลึกซึ้งภายในจิตใจ ด้านความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ด้านจิตวิญญาณ และด้านจิตนิยมการจัดกระบวนการเรียนรู้ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมศักยภาพ ความเก่ง/ความสามารถของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพของ      แต่ละบุคคล ซึ่งสามารถเก่งได้หลายด้าน

    5. การเรียนรู้เกิดจากประสบการณ์ตรง
    6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้ดำเนินการรวบรวมแนวคิดทางทฤษฎีการเรียนรู้ และเสนอแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ดังนี้

      1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามความสามารถทั้งด้านความรู้ จิตใจ อารมณ์และทักษะต่าง ๆ
      2. ลดการถ่ายทอดเนื้อหาวิชาลง ผู้เรียนกับผู้สอนมีบทบาทร่วมกันใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้ ให้ผู้เรียนได้เรียนจากสถานการณ์จริงที่เป็นประโยชน์และสัมพันธ์กับชีวิตจริง เรียนรู้ความจริงในตัวเองและความจริงในสิ่งแวดล้อม จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
      3. กระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง                ครูทำหน้าที่เตรียมการ จัดสิ่งเร้า ให้คำปรึกษา วางแนวกิจกรรม และประเมินผล

ความหมายของกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด

กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด หมายถึง การกำหนดจุดหมาย สาระ กิจกรรม แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียน        และการวัดประเมินผล ที่มุ่งพัฒนาคนและชีวิต ให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้เต็มตามความสามารถ สอดคล้อง     กับความถนัด ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียน

กิจกรรมการเรียนคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สัมผัสและสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม   ทั้งที่เป็นเพื่อนมนุษย์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ผู้เรียนได้ค้นคว้า ทดลองฝึกปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้จน    ค้นพบสาระสำคัญของบทเรียน ได้ฝึกวิธีคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์จินตนาการ และสามารถแสดงออกได้ชัดเจน          มีเหตุผล ครูมีบทบาทปลุกเร้าและเสริมแรงศิษย์ในทุกกิจกรรม ให้ค้นพบคำตอบและแก้ปัญหาด้วยตนเอง รวมทั้ง     การร่วมทำงานเป็นกลุ่ม จัดกิจกรรมปลูกฝังคุณธรรม ความมีวินัย รับผิดชอบในการทำงาน ผู้เรียนมีโอกาสฝึกการประเมินและปรับปรุงตนเอง ยอมรับผู้อื่น สร้างจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองและเป็นพลโลก การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา เกิดขึ้นได้ในหลายระดับ ทั้งในตัวผู้เรียน ในห้องเรียนและนอกเหนือไปจากห้องเรียน ที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

ระดับผู้เรียน เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดจุดมุ่งหมาย กิจกรรม และวิธีการเรียนรู้        ได้คิดเอง ปฏิบัติเอง ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งร่วมประเมินผลการพัฒนาการเรียนรู้ตามศักยภาพ ความต้องการ    ความสนใจ และความถนัดของแต่ละคน

ระดับห้องเรียน เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่

ผู้เรียน

ได้คิดเอง ทำเอง ปฏิบัติเอง และสร้างความรู้ด้วยตนเองในเรื่องที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
มีส่วนร่วมในการกำหนดจุดมุ่งหมาย กิจกรรม และวิธีการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
มีส่วนร่วมในการประเมินผลการพัฒนาการเรียนรู้

ครู

เป็นผู้วางแผนขั้นต้นทั้งเนื้อหาและวิธีการแก่ผู้เรียน จัดบรรยากาศให้เอื้อ      ต่อการเรียนรู้และช่วยชี้แนะแนวทางการแสวงหาความรู้ที่ถูกต้องให้แก่ผู้เรียน   เป็นรายบุคคล

การจัดกระบวนการเรียนรู้ระดับห้องเรียนนี้ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดกระบวน การเรียนรู้นอกจากครูและผู้เรียนแล้ว ผู้ที่มีบทบาทสนับสนุนอย่างสำคัญ คือ ผู้บริหารโรงเรียน บุคลากรสนับสนุนการสอนตลอดจน การจัดสื่อการเรียนการสอน การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวผู้เรียน

ระดับนอกเหนือห้องเรียน เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการ             วางแผนการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงศักยภาพและความต้องการของผู้เรียน ให้ผู้เรียนมีโอกาสได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิตในครอบครัว ชุมชน    และท้องถิ่น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอนทุกขั้นตอน

ระดับนอกเหนือห้องเรียนนี้ นอกจากผู้มีส่วนร่วมใน 2 ระดับที่กล่าวแล้ว ยังรวมถึงฝ่ายนโยบาย ผู้บริหาร              พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชน และฝ่ายสนับสนุนอื่นๆ

กล่าวโดยสรุป การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่

มุ่งประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน
ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ
ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
ผู้เรียนสามารถนำวิธีการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันจริงได้
ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนเพื่อพัฒนาผู้เรียน

ปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้

1. กระบวนการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดี ถ้าผู้เรียนมีโอกาสคิด ทำ สร้างสรรค์ โดยที่ครูช่วยจัดบรรยากาศการเรียนรู้      จัดสื่อ และสรุปสาระการเรียนรู้ร่วมกัน

2. คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านความสามารถทางสติปัญญา อารมณ์ สังคม ความพร้อมของร่างกาย  และจิตใจ และสร้างโอกาสให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายและต่อเนื่อง

3. สาระการเรียนรู้มีความสมดุลเหมาะสมกับวัย ความถนัด ความสนใจของผู้เรียน และความคาดหวังของสังคม ทั้งนี้ผลการเรียนรู้จากสาระและกระบวนการจะต้องทำให้ผู้เรียนมีความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดี และ        มีความสุขในการเรียน

4. แหล่งเรียนรู้มีหลากหลายและเพียงพอที่จะให้ผู้เรียนได้ใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ตามความถนัดและ         ความสนใจ

5. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครู และระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน มีลักษณะเป็นกัลยาณมิตรที่ช่วยเหลือเกื้อกูล        ห่วงใย มีกิจกรรมร่วมกันในกระบวนการเรียนรู้ คือ แลกเปลี่ยนความรู้ ถักทอความคิด พิชิตปัญหาร่วมกัน

6. ศิษย์มีความศรัทธาต่อครูผู้สอน สาระที่เรียนรวมทั้งกระบวนการที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ ผู้เรียนใฝ่รู้ มีใจรัก       ที่จะเรียนรู้ ทั้งนี้ครูต้องมีความเชื่อว่าศิษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ และมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

7. สาระและกระบวนการเรียนรู้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมรอบตัวของผู้เรียน จนผู้เรียนสามารถนำผลจากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง

8. กระบวนการเรียนรู้มีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่น เช่น ชุมชน ครอบครัว องค์กรต่าง ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือกันให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และได้รับประโยชน์จากการเรียนสูงสุด

เพื่อให้สถานศึกษาและครูผู้สอนได้ดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับมาตรา 24 ใน                 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เอกสารนี้จึงเสนอตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด               พอสังเขป ทั้งนี้มิได้หมายความว่าการจัดกระบวนการเรียนรู้ จะต้องทำตามลำดับที่จะกล่าวต่อไปนี้เสมอไป ผู้สอนควรนำไปพิจารณาเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่ง ต่อจากนั้นเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยตนเอง     อย่างแน่นอน

ตัวอย่างการจัดกระบวนการเรียนรู้

    1. การสำรวจความต้องการ
สำรวจความต้องการ/ความสนใจของผู้เรียน
สำรวจพื้นฐานความรู้เดิม
    1. การเตรียมการ
ครูเตรียมเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
วางแผนการเรียนการสอน
    1. การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นวิเคราะห์ อภิปรายผลงาน/องค์ความรู้ที่สรุปได้จากกิจกรรมการเรียนรู้
วิเคราะห์ อภิปรายกระบวนการเรียนรู้
    1. การประเมินผล
    2. การสรุปและนำไปประยุกต์ใช้

 

1. การสำรวจความต้องการ ขั้นแรกควรศึกษาธรรมชาติและกำหนดความต้องการของผู้เรียนโดยการซักถาม          สังเกต สัมภาษณ์ พูดคุย หรือทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อสร้าง/กระตุ้นความสนใจ สำรวจความสนใจ และพื้นฐานความรู้เดิมของผู้เรียนรายบุคคล รวมทั้งศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 เป็นแนว       สำหรับการดำเนินการ

ตัวอย่าง

ที่โรงเรียนวัดหนองหมู อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ครูมนัส บูรพา ได้สำรวจความต้องการ/ความสนใจของผู้เรียนว่าสนใจเรียนเรื่องใด โดยผู้เรียนจะเลือกเรียนอะไรก็จะลงมติกับ      เพื่อน ๆ ครูจะไม่บังคับ เช่น ช่วงหน้าฝนจะมีโรคไข้หวัด โรคน้ำกัดเท้า ตาแดง โรคไข้เลือดออก ครูให้เลือกว่า         อยากจะเรียนเรื่องอะไร ผู้เรียนไปร่วมกันพิจารณาเลือกเรื่องที่สนใจแล้วจะลงมติกัน เช่น เรื่องโรคไข้เลือดออก ที่ผู้เรียนอยากเรียนก็เพราะว่าจะได้แก้ปัญหาของชุมชน เพื่อไม่ให้หมู่บ้านของเขาเป็นไข้เลือดออก

2. การเตรียมการ ครูต้องเตรียมการศึกษาสาระเนื้อหาวิชาในหลักสูตรและในจุดประสงค์ของการเรียนรู้ให้เข้าใจ     อย่างถ่องแท้     ว่าหลักสูตรต้องการอะไร แค่ไหน มีจุดประสงค์ของการเรียนรู้อย่างไร และทำไมจึงต้องการอย่างนั้น เพื่อการวางแผนจัดกระบวนการเรียนรู้ให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงกัน และหากเป็นไปได้ ้ควรเชื่อมโยง และ บูรณาการสาระการเรียนรู้แต่ละวิชาที่สัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน เพื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง และให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้มากที่สุด ทั้งนี้ครูต้องเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้มีส่วน                                      ร่วมกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความสนใจและความถนัดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้         ด้วยตนเองตามความถนัดและความสนใจรายบุคคล เนื่องจากครูไม่ใช่ผู้บอกผู้สอนอย่างเดียว ครูจึงต้องเตรียม แหล่งข้อมูลทั้งที่เป็นสื่อการเรียน ใบความรู้ ใบงาน และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง ที่มีข้อมูลความรู้ที่ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษา ค้นคว้าตามความต้องการ การสำรวจแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น                ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และ         เทคโนโลยี ศูนย์กีฬาและนันทนาการ เป็นต้น

ตัวอย่าง

ครูวิมลศรี สุวรรณรัตน์ โรงเรียนบ้านเกาะหมี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ศึกษารวมหลักสูตร และจุดประสงค์ของการเรียนรู้แล้ว ได้วางแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนทำโครงงานซึ่งเป็น           งานวิจัยเล็ก ๆ ของผู้เรียนที่ศึกษาทดลองในเรื่องที่สนใจ ครูและผู้เรียนร่วมกันเลือกศึกษาเรื่องที่ใกล้ตัว เช่น ศึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกรีดยางพารา เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางสูงสุด การใช้สารสะกัดจากบอระเพ็ดและฟ้าทลายโจรในการป้องกันมิให้ปลาเค็มเป็นหนอน การทำยากันยุงจาก               ดอกปาล์ม เป็นต้น ครูคอยให้คำปรึกษา และให้คำแนะนำในเรื่องการวางแผน การค้นหาความรู้ และร่วม ศึกษา และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับผู้เรียน

3. การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นวิเคราะห์อภิปรายผลงาน องค์ความรู้ที่สรุปได้จากกิจกรรมการเรียนรู้

ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

3.1 นำเข้าสู่บทเรียน ขั้นนี้ครูควรใช้ประเด็นคำถามสถานการณ์หรือกิจกรรมที่กระตุ้น หรือท้าทายให้ผู้เรียน          เกิดความสงสัยใคร่รู้ ครูควรเป็นกัลยาณมิตรของผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าครูคือเพื่อนที่ช่วยเหลือเขาได้          ในทุกเรื่อง ครูต้องรู้จักผู้เรียนรายบุคคลเป็นอย่างดี เพื่อใช้ความถนัด ความสนใจ ลีลาการเรียนรู้ ของผู้เรียน เป็นจุดกระตุ้นศักยภาพของแต่ละบุคคล และดึงดูดให้ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและเต็มใจ

ตัวอย่าง

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ผู้สอนสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่มีลักษณะเดียวกัน คือ ต้องการให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียดเสียตั้งแต่ต้น หากรู้สึกสนุกและถ้าเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสนใจด้วยก็ยิ่งดี ครูชาตรี สำราญ โรงเรียนคุรุชนพัฒนา   จังหวัดยะลา ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า ….ต้องให้ผู้เรียนกำหนดบทเรียนด้วยตนเอง(ตามแผนที่ผู้สอนวางไว้) เพื่อสอนในสิ่งที่ผู้เรียน อยากเรียนมากกว่าสอนในสิ่งที่ครูอยากสอน….และได้ให้ตัวอย่างการกำหนดบทเรียนง่าย ๆ ดังนี้

…..พอฉันเข้าไปในห้อง ป.1 ฉันก็พูดว่า " สวัสดีครับนักเรียน วันนี้เราไปเที่ยวกันดีไหม " แน่นอนเด็ก ๆ จะบอก ว่าดี พร้อมกับเสนอแหล่งท่องเที่ยวให้ฉัน ฉันจะค่อย ๆ โน้มน้าวให้เด็ก ๆ บอกว่า ไปดูดอกไม้ ต้นไม้หน้าโรงเรียน เพราะฉันกะว่าคงได้สิ่งดี ๆ มาสอน ใช่เด็ก ๆ จะคล้อยตามครูโดยไม่รู้ตัว…..

ครูวิไลวรรณ คำมั่น โรงเรียนบ้านห้วยกอก 1 จังหวัดมุกดาหาร ใช้เทคนิคการร้องรำทำเพลง และเล่นเกมใน        ขั้นนำ ขั้นสอน และขั้นสรุป

3.2 ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูเป็นบุคคลที่สำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ มุ่งจัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศที่     สอดคล้องกับการดำรงชีวิต โดยใช้สื่อที่หลากหลายในลักษณะขององค์รวม ที่เหมาะสมกับความสามารถใน           การเรียนร ู้และความสนใจของผู้เรียน คำนึงถึงการใช้สมองทุกส่วน โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมเสนอกิจกรรม และลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน สรุปความรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ทั้งสมาชิกภายในกลุ่ม        และสมาชิกระหว่างกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้

การเรียนการสอนไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวอยู่ในพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมในอาคารเป็นที่เรียนเสมอไป เพราะจะเป็นการทำให้ผู้เรียนรู้สึกเครียดกับบรรยากาศ พยายามเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมนอก   ห้องเรียน ประเภททุ่งนา ฟ้ากว้าง กลางป่า ก้อนกรวด ดิน หิน ทราย ดอกไม้ สายลม และวัสดุธรรมชาติให้มาก       เด็ก ๆ จะได้เคลื่อนไหวอย่างสนุกสนาน และเรียนรู้ไปพร้อมกัน

ตัวอย่าง

ครูจรัสศรี คิวสุวรรณ โรงเรียนอนุบาลเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยให้เด็กเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ จากเรื่องใกล้ ๆ ตัวที่มีความหมายเป็นพื้นฐานก่อน แล้วจึงขยายออกไปตามความสนใจและศักยภาพของเด็ก

โรงเรียนบ้านสันมะเค็ด อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ครูเสาวณีย์ ไชยมงคล จัดเวลาในตอนบ่ายของ              ทุกวันสำหรับนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม ค้นหาความจริงจากเรื่องที่อยากรู้ที่ตกลงกันในกลุ่ม แล้วนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง

3.3 ขั้นวิเคราะห์ อภิปรายผลงาน/องค์ความรู้ที่สรุปได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายผลที่เกิดจากกิจกรรมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดการค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง ครูเป็นผู้สังเกตเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับให้องค์ความรู้ที่       ได้รับชัดเจน เป็นการเสริมแรงและกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจการค้นหาความรู้ต่อไป

ตัวอย่าง

ครูเสาวณีย์ ไชยมงคล กระตุ้นให้นักเรียนมองปัญหาที่นักเรียนพบเห็นอยู่ คือ ป่ารอบ ๆ โรงเรียนถูกทำลาย แล้วคิดหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ครูกับนักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมกลุ่ม ค้นหาความจริงสาเหตุของ            ป่ารอบ ๆ โรงเรียนถูกทำลาย แล้วศึกษาหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้นักเรียนได้เรียนรู้ในสภาพ             สถานการณ์จริง เก็บข้อมูลโดยการสอบถามจากคนในชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาระหว่างนักเรียน ชุมชน         และครู จากการวิเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าว ดังตัวอย่างงานเขียนของผู้เรียน     เช่น …..เวลาที่เราเข้าไปหาหน่อไม้ ก็เป็นการทำลายธรรมชาติ เพราะเวลาที่เราเข้าไปหาหน่อไม้หนึ่งหน่อ แทนที่มันจะขยายเป็นกอแต่เราไปขุดเอามาขาย ก็เหมือนกับว่าเราได้ทำลายต้นไผ่ไปทั้งกอ…..

4. การประเมินผล

การประเมินผลสำเร็จของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดนั้น เป็นการประเมินซึ่งมุ่งเน้นผล              ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยครูจะต้องศึกษามาตรา 26 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในสาระและ     จุดเน้น การประเมินเกี่ยวกับพัฒนาการเรียนของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน                      การร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ และการทดสอบเพื่อพัฒนาและค้นหาศักยภาพ จุดเด่นจุดด้อยของผู้เรียน และ ตรวจสอบว่ากระบวนการเรียนรู้ได้พัฒนาผู้เรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้หรือไม่ อีกทั้งผลการเรียน ของผู้เรียนจะเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการสอนของครูด้วย ดังนั้น การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญต้องวัดและประเมินได้ครอบคลุมทุกด้านทั้งในส่วนของกระบวนการและผลงาน   ทั้งด้านความรู้ ด้านความรู้สึก และทักษะการแสดงออกทุกด้าน และประเมินตามสภาพจริง ซึ่งในการประเมินผลสามารถ ประเมินระหว่างการเรียนการสอน และประเมินสรุปรวม โดยมีขั้นตอนในการประเมิน ดังนี้

4.1 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการประเมิน

4.2 พิจารณาขอบเขต เกณฑ์ วิธีการและสิ่งที่จะประเมิน ตัวอย่าง เช่น

ประเมินพัฒนาการด้านศิลปะและดนตรี คณิตศาสตร์ ภาษา วิทยาศาสตร์ พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการของบุคลิกภาพ เป็นต้น
ขอบเขตที่จะประเมิน เช่น ด้านความรู้ ทักษะ ความรู้สึก และคุณลักษณะ เป็นต้น

4.3 พิจารณากำหนดองค์ประกอบและผู้ประเมินว่ามีใครบ้างที่จะเป็นผู้ประเมิน เช่น นักเรียน

ประเมินตนเอง เพื่อนนักเรียน ครูประจำชั้น ผู้ปกครอง ชุมชน หรือผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น

4.4 เลือกใช้เทคนิคและเครื่องมือในการประเมินหลากหลายเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และเกณฑ์ในการประเมิน     เช่น การทดสอบ การสัมภาษณ์ การบันทึกพฤติกรรม แบบสำรวจความคิดเห็น บันทึกจากผู้เกี่ยวข้อง แฟ้มสะสมผลงาน ฯลฯ

4.5 กำหนดเวลาและสถานที่ที่จะประเมิน เช่น ประเมินระหว่างนักเรียนทำกิจกรรม ระหว่างการทำงานกลุ่ม/           โครงการ วันใดวันหนึ่งของสัปดาห์ เหตุการณ์/งานพิเศษ ฯลฯ

4.6 วิเคราะห์ผลและจัดการข้อมูลการประเมิน

รายการกระบวนการ
แฟ้มสะสมผลงาน
การบันทึกข้อมูล

4.7 สรุปผลการประเมินเพื่อพัฒนาและปรับปรุงข้อบกพร่องการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง

ปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน ในกรณีที่เป็นการประเมินสรุปรวมเพื่อพิจารณาตัดสินการเลื่อนชั้น โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดให้ นำผลการประเมินระหว่างเรียนมาประกอบการพิจารณาด้วย

ตัวอย่าง

ขั้นประเมินผล ผู้สอนสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่มีหลักการว่าหากผู้เรียนมีส่วนร่วมกำหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินผลนั้นจะมีความหมายต่อผู้เรียน และการประเมินผลด้วยตนเองก็จะทำได้ง่าย เช่นที่ครูชาตรี สำราญ ได้ตกลงกับนักเรียนว่าจะฝึกการอ่านให้ดี      

ดังนี้

อ่านออกเสียงได้คล่องแคล่ว ถูกต้องชัดเจน
อ่านออกเสียง ร ล ได้ถูกต้องชัดเจน
อ่านออกเสียงคำที่มี ร ล ว ควบกล้ำได้ถูกต้องชัดเจน
อ่านออกเสียงเว้นวรรคตอนได้ถูกต้องชัดเจน

นักเรียนมีโอกาสเลือกสื่อการเรียน และสื่อการทดสอบเอง มีครูช่วยแนะนำโดยวางมาตรฐานการ

อ่าน ครูชาตรีใช้วิธีการเขียนเรื่องตามที่เด็กเล่าและให้เขาอ่านที่เรื่องที่เล่านั้นให้ฟัง เพื่อประเมินความสามารถในการอ่านตามเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ ในขณะที่เด็กกลุ่มอื่น ๆ เลือกสื่อทดสอบเป็นหนังสือแบบเรียนของกรมวิชาการ ตัวอย่างนี้เป็นวิธีการประเมินตามสภาพจริง และไม่สร้างความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง หรือท้อถอยต่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทย

ครูสุภาภรณ์ มั่นเกตุวิทย์ โรงเรียนบ้านทุ่งเสี้ยว(นวรัฐ) จังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงการประเมินผลไว้ว่า พอเด็กเริ่มพูดจะผิดหรือถูก ชื่นชมไว้ก่อน เสริมแรงเชิงบวก เช่น เยี่ยมมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปจะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันไม่เคยชี้ว่าผิด แต่ถามว่าตรงนี้หายไปไหน มีอะไรอีกหรือเปล่า เจ้าของเรื่องก็ไปหาคำตอบเพิ่มเติม เรียกว่าเติมเต็ม ใครมีงานนำมาเสนอ จัดเวทีให้เพื่อนดู ตรงไหนที่ควรปรับปรุงต้องบอกด้วยว่าปรับอย่างไร ตรงนี้คือการประเมินแบบสร้างสรรค์

5. การสรุปและนำไปประยุกต์ใช้

เป็นขั้นการตกผลึกของกระบวนการเรียนรู้รายบุคคล กล่าวคือ ผู้เรียนแต่ละคนจะเกิดการมองสิ่งต่างๆ อย่างเป็นองค์รวม มองอย่างเชื่อมโยง หยั่งรู้ เกิดการค้นพบตัวเองว่ามีความสามารถ มีจุดเด่นจุดด้อยด้านใด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้เรียนหลังจากที่เขาได้ผ่าน กิจกรรมการเรียนรู้และการแสดงออก ตามกระบวนการดังกล่าว ข้างต้น ซึ่งพิจารณาได้จากการหาข้อสรุปจากบทเรียน โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะเพิ่มเติม การแลกเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ การสะท้อนความคิด การแสดงผลงาน การจัดนิทรรศการ การแสดงออกในลักษณะละคร การนำข้อค้นพบ การปรับปรุงตนเองของผู้เรียน เช่น การปรับปรุงบุคลิกภาพ การเข้ากับคนอื่นได้ การเข้าใจผู้อื่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในสถานการณ์ต่างๆ การเคารพสิทธิผู้อื่น ตลอดจนการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และการดำรงชีวิตประจำวัน

ส่วนหนึ่งของหนังสือ " ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนสำคัญที่สุด "

ของ คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

(เรียนขออนุญาตนำลงพิมพ์เผยแพร่และขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ หากมีข้อขัดข้องโปรดแจ้งให้ทราบด้วย)

พิมพ์เผยแพร่โดย ชมรมครูกระโจมทอง จังหวัดตราด

HOME / UP