โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ                            

HOME / ข้อมูลพื้นฐาน /แนะนำสถานศึกษา /แผนการจัดการเรียนรู้ พูดจาประสาคร / แก่นสารการศึกษา  /ลูกไม้ลายไทย /นานาสาระ /LINKS & สมุดเยี่ยม / กระทู้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

การวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง

การพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข.

โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว และแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

 

บทที่ 1

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

                การศึกษา คือ การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงผู้เรียนให้ “ดี” ขึ้น ครูจำเป็นต้องศึกษา ค้นคว้า เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ดีขึ้น ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพชีวิตจริงที่มีลักษณะไม่หยุดนิ่ง ดังนั้นครูจะต้องทำการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูล สภาพการเรียนการสอนของตนเองอย่างสม่ำเสมอ การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการศึกษาค้นคว้าที่จะสะท้อนตัวครูเอง

และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ทางสังคม เพื่อพัฒนาลักษณะที่ชอบธรรมและเหมาะสม เพื่อให้ได้รูปแบบหรือแนวทาง

ในการพัฒนาคุณภาพของการปฏิบัติงานนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะของสังคมและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยความร่วมมือ

ของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น เพื่อนครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน

                สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานตามนโยบายเร่งรัดคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานตามนโยบายเร่งรัดคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องทุกปีตลอดมา โดยเน้นมาตรการด้านประเมินคุณภาพกำกับนิเทศ

และการบริหาร เพื่อหาจุดเด่นจุดด้อยต่าง ๆ ในการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ในปี 2536

ได้ประเมินความสามารถทางคณิตศาสตร์ตั้งแต่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 – ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อสนองต่อ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และแผนพัฒนาแห่งชาติระยะที่ 7 (ระหว่างปี 2535 – 2536) ที่เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ในเรื่องการติดต่ออย่างมีเหตุผลและรวดเร็ว โดยได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว เพื่อศึกษากระบวนการคิดและ

การคำนวณจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขเปรียบเทียบความก้าวหน้าทางการเรียนการสอน ทั้งเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาการศึกษาของผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษา และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นสุข และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    1. เพื่อศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ได้รับการฝึก โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว
    2. เพื่อสร้างแบบฝึกคณิตคิดเร็ว
    3. เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกคณิตคิดเร็วที่สร้างขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

    1. นักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วมีการพัฒนาในทักษะของการคิดคำนวณมากขึ้น
    2. นักเรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของตนเอง
    3. ครูได้แบบฝึกคณิตคิดเร็วที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70
    4. ครูผู้สอนในรายวิชาอื่น ๆ ได้แนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละระดับชั้น
  1.  

บทที่ 2

หลักการ ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                การจัดการศึกษาของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ตระหนักถึงความสำคัญของคณิตศาสตร์ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญ

ในวงการธุรกิจ อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะอาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น ในชีวิตประจำวันเราจำเป็น

ต้องเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์อยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์ในทุกระดับชั้น

ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ถึง ระดับอุดมศึกษา เพราะวิชาคณิตศาสตร์เป็นรากฐานของวิชาต่าง ๆ ดังที่ ยุพิน พิพิธกุล 2539 : 1 กล่าวว่า “วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับความคิด กระบวนการและเหตุผล คณิตศาสตร์ฝึกให้คนคิดอย่างมีระเบียบและเป็นรากฐาน

ของวิทยาการหลาย ๆ สาขา ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯก็ล้วนแต่อาศัยคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น

อรพรรณ ตันบรรจงกล่าวว่า “สิ่งใหม่ ๆ ที่ต้องอาศัยคณิตศาสตร์ไปใช้ ได้ค้นพบในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น ฟิสิกส์ และเคมี ฯลฯ แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าพิศวงเป็นอย่างมากที่ได้พบว่ายังมีสาขาวิชาอื่น ๆ อีกที่ได้นำคณิตศาสตร์ เข้าไปใช้ เช่น นักชีววิทยา ได้นำเอา

ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ไปใช้ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ ทฤษฎีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม” จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าคณิตศาสตร์มีความสำคัญ

และมีบทบาทมากศาสตร์หนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงจุดประสงค์ของคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา มุ่งเน้นในด้านความคิด และการปฏิบัติ

โดยเน้นให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น จากผลการเรียนของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข จำนวน 29 คน

มีผลการเรียนโดยเฉลี่ย

ระดับคะแนน             เกรด         จำนวน (คน)         ร้อยละ

                                                เกรด 0                   2                     6.90

                                                เกรด 1                     3                 10.34

                                                เกรด 2                     5                 17.24

                                                เกรด 3                     9                 31.03

                                                เกรด 4                    10                 34.49

                                                    รวม                     29             100

จากตารางจะเห็นว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2544 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับ

ไม่น่าพอใจ

                ยุพิน พิพิธกุล (2539 : 3-7) ได้สรุปปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ว่า “ ปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวของผู้เรียนได้แก่ผู้บริหาร ครู หลักสูตร นักเรียน และสภาพแวดล้อม วิธีการเรียนของนักเรียนบางคน เรียนวิชาคณิตศาสตร์

โดยวิธีการท่องจำ แต่ไม่เข้าใจ นักเรียนบางคนจำสูตร หรือกฎได้แต่ทำโจทย์ไม่ได้ ดังนั้นการเรียนคณิตศาสตร์ นักเรียนควรศึกษาให้เข้าใจ

ทำความเข้าใจตามลำดับขั้นตอน การทำแบบฝึกหัดมาก ๆ จะช่วยให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

จากการเรียนการสอนในห้องเรียน การทำแบบฝึกหัดและการทำแบบทดสอบ นักเรียนหลายคนคิดหาคำตอบได้ค่อนข้างช้า บางคนหาคำตอบไม่ได้ นักเรียนหลายคนใช้เวลาในการทำมากเกินไป สาเหตุประการหนึ่งอาจเนื่องมาจากการขาดทักษะในด้านการคิดคำนวณ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมคณิตคิดเร็ว ซึ่งเน้นกิจกรรมทางโรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จัดให้นักเรียนทุกชั้น ให้ทำแบบฝึกหัดคิดเลขเร็วก่อนเรียนเนื้อหาวิชาวันละ 10 นาที และแต่ละแบบฝึกหัดจะมีจำนวนข้อเท่ากัน แล้วแต่ความยากง่ายของโจทย์ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความตั้งใจ ทำแบบฝึกหัดอยู่ในเกณฑ์ดี

                จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาการใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว เพื่อศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและเพื่อเน้นแนวทาง

ในการสร้างแบบฝึกที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อช่วยให

นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ดีขึ้น มีการพัฒนาทางความคิดและความชำนาญในทักษะด้านคณิตศาสตร์

 

บทที่ 3

วิธีการดำเนินการวิจัย

การวิจัยได้ดำเนินไปตามขั้นตอนและมีสิ่งเกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

ขอบเขตของการวิจัย

    1. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข จำนวน 29 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ
    2. แบบฝึกคณิตคิดเร็ว และแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเน้นการฝึกทักษะด้านคณิตศาสตร์ ได้แก่ การบวก การลบ การคูณ การหาร
    3. ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่
      1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่ แบบฝึกคณิตคิดเร็ว
      2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการฝึก โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว

สมมติฐานของการวิจัย

นักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนฝึก

วิธีดำเนินการวิจัย

                กลุ่มประชากร

กลุ่มประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คน

                กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

    1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
    2. แบบฝึกคณิตคิดเร็ว

การเก็บรวบรวมข้อมูล

                การเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ทำตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนมีนาคม ใช้เวลาก่อนสอน 10 นาที โดยมีขั้นตอนดังนี้

    1. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สร้างขึ้นและผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ไปทดสอบก่อนการฝึกกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้เวลาในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนเรียนเนื้อหาวิชา เป็นเวลา 10 นาที ให้นักเรียนใช้กระดาษทดได้ และผู้ฝึกเปลี่ยนกันตรวจให้คะแนน
    2. ดำเนินการฝึกทักษะโดยให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดคณิตคิดเร็วชุดที่ 1 ครั้งที่ 1 ใช้เวลา 10 นาที ในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนเรียนเสื้อหาวิชาวันละ 10 นาที นักเรียนทำโดยใช้กระดาษทดได้ ผู้วิจัยบอกเวลาที่นักเรียนใช้ในการทำแบบฝึกฝึก หลังจากนักเรียนทุกคนทำเสร็จหมดเวลา 10 นาที ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนกับเพื่อนเพื่อตรวจคำตอบพร้อม ๆ กัน โดยผู้วิจัยเป็นผู้เฉลยพร้อมทั้งแนะนำวิธีคิดและเทคนิคการคิดเร็ว นักเรียนรวมคะแนนแล้วเปลี่ยนคืนเจ้าของแบบฝึกเพื่อรับทราบคะแนนของตนเองพร้อมทั้งทราบข้อผิด และตรวจดุคำตอบที่ถูกต้อง จากนั้นเก็บรวบรวมแบบฝึกส่งคืนให้ผู้วิจัย เพื่อนำไปบันทึก แล้วหาคะแนนโดยเฉลี่ยของแบบฝึกแต่ละชุด หลังจากทำแบบฝึกแล้ว ในแต่ละวันก่อนจบในคาบจะทำแบบฝึกอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ทุกชุดจนครบ 9 ชุด
    3. หลังจากนั้นผู้วิจัยให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอีกครั้ง เป็นเวลา 10 นาที ผู้วิจัยตรวจแล้วให้คะแนน และเปรียบเทียบคะแนนก่อนการฝึกและหลังการฝึก

    4. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนการฝึกและหลังการฝึกมาเปรียบเทียบเพื่อหาความก้าวหน้า
    5.  

บทที่ 4

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

                ในการวิจัยเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ขอเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้

ตารางแสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนจากแบบฝึกคณิตคิดเร็วชุดที่ 1 ถึง ชุดที่ 9 ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2

ตารางที่ 1 ผลของการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกจากคะแนนที่ได้จากการฝึกของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 29 คน

แบบฝึกที่

คะแนนเต็ม

คะแนนที่ได้

คิดเป็นร้อยละ

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

1

2

3

4

5

6

7

8

9

รวม

290

290

290

290

290

290

290

290

290

2,610

190

195

198

201

221

230

220

235

199

1,883

257

283

279

288

283

274

265

270

252

2,451

65.50

67.24

68.27

63.31

76.20

79.31

78.86

81.03

68.62

72.14

88.62

97.58

96.20

99.31

97.58

94.48

91.37

93.10

86.89

93.90

จากตารางที่ 1 พบว่าประสิทธิภาพของแบบฝึกจากคะแนนที่ได้จากแบบฝึกในครั้งที่ 1 ได้ร้อยละ 72.14 ในครั้งที่ 2 ได้เท่ากับร้อยละ 98.90

 

ตารางที่ 2 ผลของการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกจากคะแนนผลสัมฤทธิ์หลังการฝึกของกลุ่มตัวอย่าง 29 คน

คะแนนเต็ม

คะแนนที่ได้

คิดเป็นร้อยละ

580

514

88.62

                แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน จากตารางที่ 2 พบว่า ประสิทธิภาพของแบบฝึก จากคะแนนผลสัมฤทธิ์หลังการฝึกเท่ากับร้อย 88.62 จะเห็นว่าตารางที่ 1 และตารางที่ 2 ผลของการหาประสิทธิภาพของแบบฝึก ซึ่งได้จากการทำแบบฝึกกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการฝึกเท่ากับร้อยละ 98.90 และ 88.62 ตามลำดับนั่นคือ ประสิทธิภาพของแบบฝึกมีค่าเท่ากับ 98.90/88.62

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการฝึกและหลังการฝึกโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้

ตารางที่ 3 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 29 คน ก่อนการฝึกและหลังการฝึก

คะแนน

คะแนนเต็ม

คะแนนเฉลี่ย

( )

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

(S.D)

ก่อนการฝึก

หลังการฝึก

20

20

13.51

17.72

6.84

2.03

                จากตารางจะพบว่าค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข

จำนวน 29 คน จากการทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียน

 

บทที่ 5

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                การทำการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่

ได้รับการฝึก โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข.

วิธีดำเนินการวิจัย

    1. กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ อ.แหลมงอบ จังหวัดตราด ปีการศึกษา 2544 จำนวน 29 คน
    2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
      1. แบบฝึกคณิตคิดเร็ว
      2. แบบทดสอบที่สร้างขึ้นเพื่อเน้นการฝึกทักษะด้านคณิตศาสตร์ ได้แก่ การบวก การลบ การคูณ การหาร
      3. แผนการสอน
    3. วิธีการวิจัยและเก็บข้อมูล ผู้ทำการวิจัยได้ดำเนินการโดยนำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่สร้างขึ้นและผ่านเกณฑ์การวิเคราห์ไปทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
    4. ดำเนินการฝึกทักษะโดยให้นักเรียนทำแบบฝึกคณิตคิดเร็ว ชุดที่ 1 ครั้งที่ 1 จนถึงชุดที่ 9 โดยให้ทำทุกวันวันละ 10 นาทีในคาบก่อนเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อทำเสร็จจะเปลี่ยนกันตรวจเพื่อทราบคะแนนของตนเอง ก่อนหมดชั่วโมงหลังจากสอนคณิตศาสตร์ จะให้ทำแบบฝึกคณิตคิดเร็วอีกครั้งในชุดเดิม เปลี่ยนกันตรวจเพื่อดูคะแนนนำมาเปรียบเทียบกับครั้งที่ 1
    5. เมื่อทำแบบฝึกคณิตคิดเร็วครบทั้ง 9 ชุดแล้ว ผู้วิจัยจะให้นักเรียนทำ

      แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอีกครั้งเป็นเวลา 10 นาที ผู้วิจัยตรวจแล้ว

      ให้คะแนนเปรียบเทียบคะแนนก่อนการฝึกและหลังการฝึก

    6. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนการฝึกและหลังการฝึกมาเปรียบเทียบหาความก้าวหน้า

การวิเคราะห์ข้อมูล

                ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราห์หาข้อมูลค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทั้งคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

สรุปผลการวิจัย

                การศึกษาและเปรียบเทียบการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วและแบบทดสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลปรากฏว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนน มีความก้าวหน้า ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังเรียน โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วและแบบทดสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน มากกว่าค่าเฉลี่ยการทำแบบฝึกคณิตคิดเร็วและแบบทดสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน

อภิปรายผลการวิจัย

                ผลจากการศึกษาและเปรียบเทียบการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว และแบบทอสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปรากฎว่าผลสัมฤทธิ์และความก้าวหน้า ในการเรียน วิชาคณิตศาสตร์หลังเรียนจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน เพราะผู้เรียนเกิดทักษะและความชำนาญ อันมีผลจากแรงจูงใจและความสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมด้วยตนเอง มีการคิดและแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ข้อเสนอแนะ

    1. การสร้างแบบฝึกหรือแบบฝึกหัด ต้องไม่ยากหรือง่ายเกินไป ควรมีข้อยากบ้างเพื่อท้าทายความคิด
    2. ควรสร้างแบบฝึกนักเรียนเป็นรายบุคคลเพราะนักเรียนมีความรู้แตกต่างกัน
    3. จากการใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการฝึกสูงกว่าก่อนฝึก ดังนั้นควรมีการฝึกเพื่อสร้างทักษะในวิชาอื่น ๆ

 

บรรณานุกรม

นันทิพา กงวิไล     การวิจัยในชั้นเรียน : การศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชา

                              คณิตศาสตร์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

ชาตรี สำราญ วิจัยในชั้นเรียน : รายงานผลการพัฒนาทักษะความคิด – เขียน โดยวิธี

                              การสอบถามตามสภาพความเป็นจริง กรุงเทพมหานคร มูลนิธีสดศรี สฤษดิ์วงษ์ , 2544

 ภาคผนวก / HOME / แก่นสารการศึกษา