|
โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ HOME / ข้อมูลพื้นฐาน /แนะนำสถานศึกษา /แผนการจัดการเรียนรู้ / พูดจาประสาครู / แก่นสารการศึกษา /ลูกไม้ลายไทย /นานาสาระ /LINKS & สมุดเยี่ยม / กระทู้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
|
|
การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว และแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
บทที่ 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การศึกษา คือ การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงผู้เรียนให้ ดี ขึ้น ครูจำเป็นต้องศึกษา ค้นคว้า เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ดีขึ้น ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพชีวิตจริงที่มีลักษณะไม่หยุดนิ่ง ดังนั้นครูจะต้องทำการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูล สภาพการเรียนการสอนของตนเองอย่างสม่ำเสมอ การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการศึกษาค้นคว้าที่จะสะท้อนตัวครูเองและกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ทางสังคม เพื่อพัฒนาลักษณะที่ชอบธรรมและเหมาะสม เพื่อให้ได้รูปแบบหรือแนวทาง ในการพัฒนาคุณภาพของการปฏิบัติงานนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะของสังคมและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยความร่วมมือ ของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น เพื่อนครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานตามนโยบายเร่งรัดคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานตามนโยบายเร่งรัดคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องทุกปีตลอดมา โดยเน้นมาตรการด้านประเมินคุณภาพกำกับนิเทศ และการบริหาร เพื่อหาจุดเด่นจุดด้อยต่าง ๆ ในการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ในปี 2536 ได้ประเมินความสามารถทางคณิตศาสตร์ตั้งแต่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อสนองต่อ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และแผนพัฒนาแห่งชาติระยะที่ 7 (ระหว่างปี 2535 2536) ที่เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในเรื่องการติดต่ออย่างมีเหตุผลและรวดเร็ว โดยได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว เพื่อศึกษากระบวนการคิดและ การคำนวณจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขเปรียบเทียบความก้าวหน้าทางการเรียนการสอน ทั้งเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาการศึกษาของผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษา และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นสุข และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ของการวิจัย
บทที่ 2 หลักการ ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การจัดการศึกษาของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ตระหนักถึงความสำคัญของคณิตศาสตร์ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจ อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะอาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น ในชีวิตประจำวันเราจำเป็น ต้องเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์อยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ถึง ระดับอุดมศึกษา เพราะวิชาคณิตศาสตร์เป็นรากฐานของวิชาต่าง ๆ ดังที่ ยุพิน พิพิธกุล 2539 : 1 กล่าวว่า วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับความคิด กระบวนการและเหตุผล คณิตศาสตร์ฝึกให้คนคิดอย่างมีระเบียบและเป็นรากฐาน ของวิทยาการหลาย ๆ สาขา ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯก็ล้วนแต่อาศัยคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น อรพรรณ ตันบรรจงกล่าวว่า สิ่งใหม่ ๆ ที่ต้องอาศัยคณิตศาสตร์ไปใช้ ได้ค้นพบในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น ฟิสิกส์ และเคมี ฯลฯ แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าพิศวงเป็นอย่างมากที่ได้พบว่ายังมีสาขาวิชาอื่น ๆ อีกที่ได้นำคณิตศาสตร์ เข้าไปใช้ เช่น นักชีววิทยา ได้นำเอา ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ไปใช้ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ ทฤษฎีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าคณิตศาสตร์มีความสำคัญ และมีบทบาทมากศาสตร์หนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงจุดประสงค์ของคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา มุ่งเน้นในด้านความคิด และการปฏิบัติ โดยเน้นให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น จากผลการเรียนของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข จำนวน 29 คน มีผลการเรียนโดยเฉลี่ย ระดับคะแนน เกรด จำนวน (คน) ร้อยละ เกรด 0 2 6.90 เกรด 1 3 10.34 เกรด 2 5 17.24 เกรด 3 9 31.03 เกรด 4 10 34.49 รวม 29 100 จากตารางจะเห็นว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2544 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับไม่น่าพอใจ ยุพิน พิพิธกุล (2539 : 3-7) ได้สรุปปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ว่า ปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวของผู้เรียนได้แก่ผู้บริหาร ครู หลักสูตร นักเรียน และสภาพแวดล้อม วิธีการเรียนของนักเรียนบางคน เรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยวิธีการท่องจำ แต่ไม่เข้าใจ นักเรียนบางคนจำสูตร หรือกฎได้แต่ทำโจทย์ไม่ได้ ดังนั้นการเรียนคณิตศาสตร์ นักเรียนควรศึกษาให้เข้าใจ ทำความเข้าใจตามลำดับขั้นตอน การทำแบบฝึกหัดมาก ๆ จะช่วยให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น จากการเรียนการสอนในห้องเรียน การทำแบบฝึกหัดและการทำแบบทดสอบ นักเรียนหลายคนคิดหาคำตอบได้ค่อนข้างช้า บางคนหาคำตอบไม่ได้ นักเรียนหลายคนใช้เวลาในการทำมากเกินไป สาเหตุประการหนึ่งอาจเนื่องมาจากการขาดทักษะในด้านการคิดคำนวณ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมคณิตคิดเร็ว ซึ่งเน้นกิจกรรมทางโรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จัดให้นักเรียนทุกชั้น ให้ทำแบบฝึกหัดคิดเลขเร็วก่อนเรียนเนื้อหาวิชาวันละ 10 นาที และแต่ละแบบฝึกหัดจะมีจำนวนข้อเท่ากัน แล้วแต่ความยากง่ายของโจทย์ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความตั้งใจ ทำแบบฝึกหัดอยู่ในเกณฑ์ดี จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาการใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว เพื่อศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและเพื่อเน้นแนวทาง ในการสร้างแบบฝึกที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อช่วยให นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ดีขึ้น มีการพัฒนาทางความคิดและความชำนาญในทักษะด้านคณิตศาสตร์
บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัยได้ดำเนินไปตามขั้นตอนและมีสิ่งเกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ขอบเขตของการวิจัย
วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มประชากร กลุ่มประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คนกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบฯ จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ขอเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ตารางแสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนจากแบบฝึกคณิตคิดเร็วชุดที่ 1 ถึง ชุดที่ 9 ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ตารางที่ 1 ผลของการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกจากคะแนนที่ได้จากการฝึกของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 29 คน
ตารางที่ 2 ผลของการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกจากคะแนนผลสัมฤทธิ์หลังการฝึกของกลุ่มตัวอย่าง 29 คน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการฝึกและหลังการฝึกโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 3 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 29 คน ก่อนการฝึกและหลังการฝึก
จำนวน 29 คน จากการทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียน
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจัย การทำการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการฝึก โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. วิธีดำเนินการวิจัย
สรุปผลการวิจัย การศึกษาและเปรียบเทียบการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วและแบบทดสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลปรากฏว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนน มีความก้าวหน้า ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังเรียน โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็วและแบบทดสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน มากกว่าค่าเฉลี่ยการทำแบบฝึกคณิตคิดเร็วและแบบทดสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนอภิปรายผลการวิจัย ผลจากการศึกษาและเปรียบเทียบการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ข. โดยใช้แบบฝึกคณิตคิดเร็ว และแบบทอสอบสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปรากฎว่าผลสัมฤทธิ์และความก้าวหน้า ในการเรียน วิชาคณิตศาสตร์หลังเรียนจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน เพราะผู้เรียนเกิดทักษะและความชำนาญ อันมีผลจากแรงจูงใจและความสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมด้วยตนเอง มีการคิดและแก้ปัญหาด้วยตนเองข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม นันทิพา กงวิไล การวิจัยในชั้นเรียน : การศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ชาตรี สำราญ วิจัยในชั้นเรียน : รายงานผลการพัฒนาทักษะความคิด เขียน โดยวิธี การสอบถามตามสภาพความเป็นจริง กรุงเทพมหานคร มูลนิธีสดศรี สฤษดิ์วงษ์ , 2544 | |||||||||||||||||||||||||||||||