คำว่า อุบาสก เป็นภาษษบาลี
แปลว่า
ชายผู้เข้าไปนั่งใกล้
หมายถึง
ชายผู้ใกล้ชิดพระรัตนตรัย
เพราะยึดถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
อุบาสกที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในด้านต่างๆมี
๑๑ คน
แต่ในที่นี้จะขอกล่าว
เพียงบางคนเท่านั้นคือ :-
๑.พระเจ้าพิมพิสาร
ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองแคว้นมคธและเป็นกษัตริย์ องค์แรกที่รับนับถือพระพุทธศาสนา ทรงถวายสวนเวฬุวัน เพื่อให้เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์และพระสาวก ตลอดจนพระชนม์ชีพทรงให้การทำนุบำรุงพระศาสนา และบรรลุพระโสดาบัน เมื่อได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
<<อ่านต่อ
๒.อนาถบัณฑิกเศรษฐี เป็นชื่อที่รู้จักกันดีของเศรษฐีสุทัตตะผู้ช่วยให้พุทธศาสนาประดิษฐานในเมืองสาวัตถี เมืองหลวงของแคว้นโกศล เป็นผู้ถวายการสนับสนุนแก่พระพุทธองค์และคณะสงฆ์มาโดยตลอด บริจาคทานแก่คนยากจน และได้ถวายสวนเชตวันให้เป็นอารามของคณะสงฆ์ในเมืองสาวัตถี พระพุทธองค์ประทับที่เมืองนี้หลายพรรษา คณะสงฆ์เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการสนับสนุนจากอนาถบิณฑิกเศรษฐีพระพุทธองค์ทรงยกย่องว่ามีความเป็นเลิศในการบริจาคทาน
<<อ่านต่อ
๓.หมอชีวก เกิดจากนางสาลวตีในเมืองราชคฤห์ เมื่อกำเนิดนั้นถูกมารดาทอดทิ้งจึงได้รับการอุปถัมภ์จากพระเจ้าอภัยกุมาร และได้เรียนรู้วิชาการแพทย์จนเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญ มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว หมอชีวกอาสาถวายการรักษาแด่พระพุทธองค์และคณะสงฆ์ ได้รับการยกย่องจากพระองค์ว่ามั่นคงในศรัทธา
<<อ่านต่อ
๔.พระเจ้าสุทโธทนะ พระบิดาแห่งเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเศร้าโศกเสียพระทัยเมื่อพระโอรสเสด็จออกผนวช เมื่อพระพุทธองค์เสด็จกลับไปเยี่ยมพระบิดาเป็นครั้งแรกพระพุทธองค์ก็ทรงให้ทั้งพระราหุล เจ้าชายนันทะ พระอนุชา บวชอยู่ในคณะสงฆ์แม้ขณะนั้นจะได้ทรงน้อมรับพระพุทธศาสนาแล้ว พระราชบิดาก็ยังอดเสียพระทัยไม่ไดเพราะทั้งพระราหุล และเจ้าชายนันทะ เป็นผู้สืบราชสมบัติที่เหลืออยู่ ครั้นทรงพระประชวร พระพุทธองค์เสด็จมาพยาบาล และแสดงธรรมโปรดจนพระบิดาบรรลุอรหัตผล และสิ้นพระชนม์ด้วยความสงบ พระพุทธองค์ทรงจัดการพระศพถวายอย่างสมพระเกียรติ <<อ่านต่อ
|