B-CLUB
chapter 8

storyby : subara nana


Johnny School เวลา 23.33 น.
ซึคาดะ : รร. เวลาไม่มีคนอยู่ทำไมมันน่ากลัวอย่างนี้นะ รีบเอากุญแจไปคืนดีกว่า (ว่าแล้วก็กำพวงกุญแจโรงยิมวิ่งเข้าตึกกิจกรรมไป)
เสียงฝีเท้าที่เหยียบไปบนพื้นไม้ตึกกิจกรรมเสียงดังออดแอดน่ากลัว บวกกับความเก่าแก่ของตึกยิ่งสยองไปกันใหญ่ ซึคาดะพยายามไม่หันไปมองข้างๆรีบจ้ำๆเพื่อไปถึงห้องเก็บกุญแจ ทั้งที่เป็นหน้าร้อน แต่ว่าความรู้สึกกับเย็นยะเยือกอย่างน่าประหลาด ซึคาดะถึงชั้นเก็บกุญแจซึ่งอยู่ตรงบันไดชั้น 2 ของตึก เค้ารีบๆเก็บมันเข้าชั้นก่อนบิดล็อคให้เรียบร้อย แล้วกำลังจะหันหลังเดินลงบันไดมา มีลมแผ่วๆวูบนึงที่ลำคอของเค้า เมื่อหันกลับมาก็ไม่พบกับอะไร ซึคาดะรู้สึกสั่นไปทั้งตัว ขนลุกขึ้นมาทันที พยายามส่ายหัวไปมาไล่ความรู้สึกนั้นออกไปทันทีที่เค้าจะก้าวลงบันไดก็มีอะไรบางอย่างพุ่งมาข้างหลังทำให้เค้าเสียหลักตกบันไดทันที..................

ชั้นม.ปลายปี 2 ห้องC
โคคิ : ห้าว!!..................(หาวอ้าปากกว้าง)
คาเมะ : จะหาวก็หุบปากซะบ้างเถอะ น่าเกลียดจะแย่อยู่แล้ว
ชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษที่อาจารย์ให้ทบทวนเอง น่าเบื่อเป็นที่สุด คงมีแต่จุนโนะที่ตั้งใจอยู่คนเดียว คาเมะนั่งชมวิวที่นอกหน้าต่างตามเคย จินกำลังปั่นการบ้านที่ค้างมาทั้งเดือนมีกำหนดส่งในวันพรุ่งนี้ โคคิหลับแล้วหลับอีกไม่รู้กี่รอบตอนนี้ชักเบื่อๆเลยเอามือควานใต้โต๊ะเล่นก็พบกับสิ่งผิดปกติ
โคคิ : เฮ้ย!! ไรวะเนี้ย มีคนเอาใบขอร้องมาใส่ในโต๊ะตั้งแต่ตอนไหนเนี้ย!!
พอดีกับที่เวลาเปลี่ยนวิชา อ.คณิตสุดโหดเข้ามาพอดี โคคิจึงยังไม่ได้เปิดอ่านได้แต่เก็บลงกระเป๋ากางเกงเอาไว้แล้วรีบนั่งตัวเกร็งเพราะวันนี้เป็นเวรเค้าที่ต้องออกมาทำโจทย์หน้าชั้นนั้นเอง (ซวยไปนะ ยังไม่ได้ทำมาเลยนะสิ)

เวลาเลิกเรียน ช่วงนี้มาซากิไม่ว่างเอาซะเลยเพราะว่าชมรมในรร.ของมาซากิคือชมรมบาสเกตบอล ตอนนี้เป็นช่วงแข่งขันของระดับชั้นม. ต้นซะด้วย ด้วยความสูงทำให้มาซากิมีสิทธิ์ที่จะติดตัวจริงของทีมสูงทีเดียว ดังนั้นจึงมีแต่โฉองและคุซาโนะเท่านั้นที่มาเข้าชมรม B - CLUB ทุกวันในช่วงนี้
คุซาโนะ : เนี้ยถ้ามาซาจังติดตัวจริงละก็ได้คะแนนไปแน่ๆเลยนะ นายไม่คิดจะไปเข้าชมรมกีฬาบ้างรึไง
โฉอง : ไม่ไหวแล้วหล่ะ แค่ตอนเนี้ย ฉันต้องทำตามใบขอร้องเป็น 10 เลย ตั้งแต่มีเรื่องของยาโอโทเมะ ไอ้ใบขอร้องเรื่องความรักมาถึงฉันแทบทุกวันอ่ะ จะบ้าตาย
จิน : อ้า!! น่าอิจฉาออกมีใบขอร้องกับเค้าด้วยอยากได้บ้างอ่ะ (จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยมีใครส่งถึงจินอีกรึนี่)
โคคิได้ยินเข้าก็นึกขึ้นได้ถึงใบขอร้องของเค้า รีบควักออกจากกระเป๋าใบนี้เป็นแบบถูกสุดคาดว่าคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
“ ดีโคคิ..........
คิดว่านายคงรู้เรื่องที่ว่า มีผีออกมาอาลาวาดภายในรร.ใช่มั้ย มันสร้างความเดือดร้อนให้กับชมรมบาสม.ต้นมากๆที่ต้องมีซ้อมดึกทุกๆวัน ตอนนี้ตัวจริงประสบอุบัติเหตุ ไม่รู้ว่าเพราะผีหรืออะไรสักอย่าง รู้สึกรำคาญมากๆ คิดว่าอย่างนายน่าจะมีปัญญาช่วยได้ ถ้าไม่ได้ก็ไปตายซะเถอะไป้!! เอาเป็นว่าช่วยไล่ผีให้ทีเดะแค่นี้นะ!!
โทซึกะ โชตะ 3D
Ps. นี่หวังว่านายคงมีน้ำยาจัดการอ่ะนะ ไม่อยากเสียเงิน 100 เย็นไปฟรีๆเข้าใจป่ะ!! “
โคคิ : ไอ้บ้านี่ นี่เหรอคำขอร้องอ่ะ ใครเค้าจะอยากทำให้วะ
โคคิโยนใบขอร้องลงพื้นแล้วตื๊บๆอย่างอารมณ์เสีย จนทุกคนต้องเข้ามาดู จินหยิบขึ้นมาดูมีรอยเท้าเต็มไปหมด
จิน : ไรเนี้ย เรื่องมีผีมาอาลาวาดมันเจรงๆเหรอเนี้ย เจ้านี่ให้นายช่วยแสดงว่านายนะน่ากลัวพอๆกะผีนะเนี้ย
อูเอดะ : ใช่ๆ เคยมีรุ่นน้องผู้หญิงบอกไงว่านอกจากผีกับยากูซ่าก็มีโคคิน่ากลัวเป็นอันดับต่อมา
โคคิเอาเท้ายันทั้งจินและอูเอดะพร้อมๆกันจุนโนะ จึงหยิบไปดูบ้าง
จุนโนะ : อ้าวคนขอนี่เป็นประธานบาสม.ต้นนี่ สนิทกับนายด้วยไม่ใช่เหรอโคคิ
โคคิ : ใช่นะเดะ !! มันสนิทกับฉันน่ะ อ่อนกว่าแท้ๆยังทำตัวกวนประสาทอีกทั้งๆที่ตอนเด็กๆก็น่ารักดีแท้ๆ
คาเมะ : อ้าวตกลงว่านายจะทำมั้ยหล่ะ เรื่องประหลาดแบบนี้ไล่ผี ใครจะไปไล่ได้ไม่ใช่หมอผีสักกะหน่อย
นากามารุ : ถึงจะมีจริงหรือไม่จริงไง เป็นฉันก็ไม่ทำหรอกเรื่องนี้ ฉันกลัวผีจะตาย
คาเมะ+จิน+อูเอดะ+จุนโนะ : ช่ายๆ ห่างๆไว้อ่ะดีที่สุด

โฉองกับคุซาโนะมองหน้ากันไม่อยากจะเชื่อว่า KAT-TUN มีสิ่งที่กลัวกันด้วยเหรอไม่อยากจะเชื่อ!!
โคคิ : (หัวเราะ หึๆ) พวกนายก็รู้นี่ว่า ฉันอ่ะกลัวผีที่สุด
โฉองกับคุซาโนะร้องออกมาดังสุดๆนี่ยิ่งไม่น่าเชื่อที่สุดเลยเนี้ย โคคิกลัวผีเป็นไปได้ไงกัน!!
เรื่องนี้ตกลงกันไม่ได้ก็เลยไปถึงหูท่านประธานซึบาสะผู้ดูแลตึกกิจกรรมอยู่ด้วย ซึ่งเพิ่งเกิดเรื่องว่ามีผีออกมาอาลาวาดจนเด็กชมรมบาสชื่อ ซึคาดะบาดเจ็บจนต้องเข้าเฝือกไป
ซึบาสะ : มันก็น่าเห็นใจอ่ะนะ เรื่องแบบนี้ แต่ว่าที่ทางงานกิจกรรมก็มีปัญหามากเลยหล่ะ เพราะทีมบาสม.ต้นของเราเนี้ยค่อนข้างจะเป็นตัวเก็งของเขตเลยนะ แล้วตัวจริงมาบาดเจ็บแบบนี้ ยังไงนายต้องจัดการให้ได้นะ
โคคิ : ท่านประธานพูดได้ดิครับ ผมอ่ะนะจะไปสู้กับผี ออกจะบอบบางแบบนี้ (โคคิทำท่าเลียนแบบการ์ตูนผู้หญิง)
ซึบาสะ : (ทำหน้าแบบเจื่อนๆรับไม่ค่อยได้) เอ่อ!! ฉันเองก็ไม่ค่อยถูกโรคกับเรื่องแบบนี้อ่ะนะ
KAT – TUN : เห็นม้าตัวเองก็ไม่กล้าเหมือนกันนะแหละ
ซึบาสะ : (เก็กหน้าขรึม) เฮ้ย!! อย่าลามปามเดะ ประธานนะประธาน เอาเป็นว่าเรามาจัดเป็นเกมท้าประลองความกล้าไปเลยก็แล้วกัน!!
ทักกี้ : หา!! จะเอาจริงเหรอ ไม่ค่อยดีม้าง นี่มันเรื่องในสีนายไม่ใช่รึ
ซึบาสะ : อย่ามาหนีเอาตัวรอดคนเดียวเลย ยังไงก็ถือเป็นการสู้อย่างนึงก็แล้วกัน ผู้ที่สามารถผ่านมาได้อย่างปกติคนแรกในแต่ละคู่ให้ได้คะแนน 20 ไปเลย แต่ถ้าได้เบาะแสเรื่องผีที่ทำให้เดือดร้อนกันตอนนี้ก็เอาไปเลย 50 คะแนน ตกลงป่ะ เรื่องนี้มันก็ใหญ่พอสมควรหล่ะนะ จะเป็นแค่คำขอร้องมีค่าแค่ 10 คะแนนไม่ไหวแล้วหล่ะ
โคคิ : จะดีเหรอครับ!! มันเป็นผีนะครับ จะไปจับตัวมันได้ไงหล่ะครับ
ทักกี้ : อันนี้มันก็ยังไม่แน่นี่นา อาจจะไม่ใช่ผีก็ได้ จัดเป็นเกมประลองความกล้า แบบสมัยประถมก็สนุกดีนะ
เอาอีกแร้วประธาน 2 คนคิดอะไรแผลงๆกันอีกแล้ว สมาชิกทุกคนได้แต่มองหน้ากันไปมาและยอมรับชะตากรรมไปตามๆกัน
โฉองโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวให้มาซากิรู้เรื่องเกมประลองความกล้าที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์นี้
มาซากิ : ฉันไม่ค่อยคิดว่าจะเป็นผีเท่าไหร่อ่ะนะ
โฉอง : ทำไมนายถึงคิดว่างั้นหล่ะ?
มาซากิ : ก็ทำไมผีมันเจาะจงแต่สมาชิกบาสม.ต้นหล่ะ แล้วแต่ละคนก็เป็นตัวจริงทั้งนั้นเลย แถมยังมามีเรื่องช่วงการแข่งขันนี่อีก ไม่น่าสงสัยไปหน่อยรึไง
โฉอง : นั้นสินะ เหมือนมีคนต้องการจะขัดขวางการแข่งขันของชมรมบาสนะเนี้ยคิดๆดูแล้ว
มาซากิ : ใช่ม้า!! ตอนนี้ที่ชมรมวุ่นมากเลยหล่ะ ปกติจะซ้อมกันดึกมากแต่ตอนนี้นะ พระอาทิตย์ตกดินก็หายกันไปหมดแล้วหล่ะ กลัวกันหมดนะ อ้อ!! ยกเว้นประธานชมรมม.ต้นคนนึงนะ
โฉอง : อ้อๆ รุ่นพี่ที่ชื่อโทซึกะ โชตะ ใช่ป่ะ เห็นเค้าว่าเป็นคนยื่นใบขอร้องให้ไปจัดการหล่ะ ผ่านทางรุ่นพี่ทานากะอ่ะ ท่าทางเป็นคนน่ากลัวแบบรุ่นพี่ทานากะป่ะ เห็นเค้าว่าสนิทกันนี่
มาซากิ : ตรงข้ามเลย หน้าตาน่ารักมากเลยนะจะบอกให้
โฉอง : จริงอ่ะ แต่จากใบขอร้องที่เขียนมาถึงนี่ นิสัยไม่น่าจะต่างกันเลยนะ คำพูดดูกวนๆด้วยอ่ะ
มาซากิ : อืมเวลาซ้อมก็ดุน่าดูหล่ะ แต่ถ้าเฉยๆก็ดูธรรมดานะ จริงๆ
โฉอง : งั้น เหรอ!! งั้นทั้ง 2 คนก็น่าจะสนิทกันมากๆอ่ะนะ
.....................................................................................................................................
โชตะยังคงซ้อมบาสอยู่ที่สวนสาธารณะใกล้บ้านอยู่ เพราะตอนนี้โรงยิมงดให้ใช้เวลากลางคืนชั่วคราวเนื่องจากเกิดเรื่องเด็กบาดเจ็บไปหลายคนแล้ว โคคิที่ปั่นจักรยานไปซื้อของตามคำสั่งของแม่ผ่านมาเห็นเข้าจึงร้องเรียก
โคคิ : เจ้าเด็กบ้าพลัง มาทำอะไรอยู่ที่นี่ แกนะส่งใบขอร้องได้ทุเรศมากเลยนะ ขอโทษที่รร.ไม่เคยสอนเรื่องมารยาทบ้างรึไง
โชตะ : (เอามือปาดเหงื่อที่หน้าผาก) นายนี่ปัญญาอ่อนชมัดเลย รร.ฉันก็รรเดียวกับนายนะแหละ พูดออกมาได้
โคคิ : เออจริงด้วยวะ เฮ้ย!! ยังไงจะขอร้องคนอื่นก็พูดดีๆเดะ เรื่องนี้น่าจะคิดได้เองนะเฟ้ย นายเป็นไรเนี้ยตั้งแต่โตมานะ นิสัยไม่น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ
โชตะ : ฉันนะยังเหมือนเดิม ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่นายนะไปอยู่ชมรมบ้าๆอะไรนั้นน่ะนายนะแหละที่เปลี่ยนไป (พูดแล้วก็โยนลูกบาสใส่อย่างแรง)
โคคิ : (รับลูกบาสไว้ได้ หน้าตาเหรอหรา) อะ….อะไร หมายความว่าไง ฉันนะเหรอที่เปลี่ยนไปอ่ะ บ้ารึป่าวฉันก็ยังนอนหลับในห้องเรียนเหมือนเดิม กินข้าวกลางวัน 3 กล่อง ใส่รองเท้าเหยียบส้น ฉันเปลี่ยนไปตรงไหน
โชตะ : (วิ่งมาแย่งลูกบาสคืน) มันใช่เรื่องนั้นที่ไหนกัน ฉันหมายถึงนายไม่มาเล่นบาสกับฉันอีกต่างหากเล่า เอะอะอะไรก็เอาแต่ไปเข้าชมรม อยู่กับกลุ่มเพื่อนอะไรของนายนั้นน่ะ แถมมีอะไรก็ไม่เล่าให้ฉันฟังเหมือนเดิม ฉันน่ะไม่ใช่เพื่อนนายแล้วใช่มั้ย
โคคิ : (หน้าเคร่งขรึมขึ้นมา) ไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องนั้นมันบอกใครไม่ได้จริงๆ ฉันคิดว่านายน่าจะเข้าใจ
โชตะ : ใครจะเข้าใจหล่ะ ทุเรศที่สุด (พูดจาเสียงดังแล้วก็วิ่งแบกข้าวของจากไป)
โคคิ : (เอามือเกาหัวไปมา) โธ่เอ้ย กะว่าจะปั่นจักรยานไปส่งสักกะหน่อย มันน้อยใจอะไรกันหว่า?
โชตะกลับมาบ้านเขวี้ยงข้าวของลงพื้น ก่อนลื้ออัลบั้มรูปที่ชั้นหนังสือลงมากระจัดกระจายด้วยความโมโห รูปหลายใบกระจายที่พื้นเป็นรูปของเด็กผู้ชาย 3 คน มีโคคิ โชตะ และไอบะ ที่ถ่ายรวมกันหลายต่อหลายรูป ล้วนแต่เป็นรูปที่สนุกสนานร่าเริง โชตะก้มลงเก็บรูปช้าๆ
โชตะ : พี่ครับ โคคิผิดคำสัญญากับพี่ เค้าไม่สนใจผมอีกต่อไปแล้ว

โคคิจามเสียงดังแต่เช้า น้ำลายกระเด็นมาเปื้อนหน้าโฉองและคุซาโนะ ทั้งคู่ทำหน้าตาแบบรังเกียจเล็กๆ
โคคิ : ทำหน้ายังงั้นทำไมไม่มีเชื้อหวัดซาร์หรอกน่า ใครนินทาแต่เช้าวะ
ทั้งสามกำลังเดินทางไปโรงอาหารเพื่อทานข้าวเช้าเผอิญที่มีคาบว่างพร้อมกันพอดี ก็ผ่านโรงยิมซึ่งเป็นที่ๆชมรมบาสกำลังประชุมช่วงเช้ากันอยู่ สีหน้าท่าทางของโชตะเครียดจัดมากๆ
โชตะ : พวกนายอย่าปอดแหกไปหน่อยเลย เรื่องผีนั้นนะมีจริงที่ไหนกัน มันก็แค่มีคนไม่หวังดีกับชมรมบาสก็แค่นั้นหล่ะ การแข่งจะมีในอาทิตย์หน้านี้แล้ว ถ้าไม่มาซ้อมรอบดึกกัน เราจะแพ้เค้าได้นะ
โกเซคิ : ใจเย็นหน่อยสิ พวกเราก็เข้าใจว่านายอยากให้ทีมชนะ แต่ว่านายไม่เคยเจอก็ไม่รู้นะสิ(พูดพลางจับต้นคอที่มีผ้าพันเอาไว้)
ฟุมิโตะ : ใช่ๆ มันน่ากลัวจะตายไปนะ นายอย่าให้มีใครบาดเจ็บมาไปกว่านี้ก่อนการแข่งขันเลยนะ (รายนี้ก็มีผ้าพันที่มือข้างนึง)
โตชิน : น้านนะสิ ตอนนี้ซึคาดะก็นอนที่โรงพยาบาลยังไม่รู้จะหายทันแข่งรึป่าวเลย อย่าให้มีเรื่องมากไปกว่านี้เลยนะ (รายนี้มีแผลที่ข้อมือ และหน้าผาก)
โชตะ : ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเชื่อเรื่องอาถรรภ์บ้าบอพวกนี้ คอยดูนะฉันจะจับตัวไอ้ผีบ้านั้นมาให้ได้เลย
พูดจบก็วิ่งออกมาชนกับโคคิที่ยืนฟังอยู่ตรงทางเดิน
โคคิ : โชตะ !!ทำไมนายถึงเอาแต่อารมณ์แบบนี้หล่ะ ถึงนายจะชนะแต่ถ้าไอบะรู้เค้าคงไม่ดีใจหรอกนะ
โชตะ : นายน่ะ ไม่ต้องมายุ่งเลย ไปอยู่ในชมรมนายเถอะไป้!!
มาซากิเดินออกมาสมทบกับกลุ่ม 3คน ตอนนี้โฉองกับคุซาโนะ มองโคคิด้วยความเป็นห่วง
โคคิ : เจ้าเด็กบ้านี่ น่าจะจับเอาไปหักคอจิ้มน้ำพริกเจรงๆ(พร้อมทำหน้ายียวนตามเดิม)
ทั้งมาซากิโฉองและคุซาโนะตามอารมณ์ไม่ถูกเลยจริงๆ
เมื่อมาที่ห้องชมรม B – CLUB ทุกคนกำลังเตรียมตัวสำหรับการท้าประลองคืนวันพรุ่งนี้ มีกลิ่นธูปและอุปกรณ์ปราบผีเกลื่อนกลาดไปหมด
จุนโนะ : อะไรนะ!! เรื่องโคคิกะโชตะนะเหรอ อ้อๆ คงเป็นเรื่องพี่ชายของโชตะที่ชื่อไอบะละมั้ง

ทุกคนมีหน้าตาสนใจเป็นที่สุด รุ่นพี่จุนโนะนี่รู้ไปซะทุกเรื่องจริงๆ
จุนโนะ : ก็บ้านของโชตะกับโคคินี่อยู่ละแวกเดียวกัน แล้วแบบว่าตอนเด็กๆก็คงจะเล่นด้วยกันประจำ ไอบะก็จะเป็นพี่ใหญ่สุดแก่กว่าโคคิ 2 ปีเห็นจะได้มั้ง เค้าเป็นนักกีฬาบาสประจำรร.ด้วยเก่งมากเชียวหล่ะ ทั้ง 3 คนนี่ไม่ได้เป็นพี่น้องก็เหมือนพี่น้องกันอ่ะนะ เรื่องมันก็เกิดตอนที่ไอบะประสบอุบัติเหตุเสียชิวิต ถูกรถชนตาย ช่วงนั้นหล่ะ ที่โคคิก็ห่างๆกับโชตะ มาเข้าเป็นสมาชิกที่นี่ ฉันก็รู้เท่านี้หล่ะ
คาเมะ : เจ้านั้นน่ะ ท่าทางมันน่ากลัวนิ่งๆอย่างงั้นนิสัยจริงๆนะอ่อนโยนมากนะ ตอนนั้นน่ะ คงจะเศร้ามากๆเลย แต่ก็สะกดเก็บอารมณ์ไว้ได้เก่ง
นากามารุ : ใช่ๆ ถึงทำตัวบ้าๆบอๆไม่ใส่ใจอะไรยังงั้นก็ตามเถอะ แต่จริงๆแล้วมันคิดอะไรอยู่บ้างนะ เดาไม่ได้จริงๆ
อูเอดะ : ถึงจะทำเป็นเล่นแต่จริงๆ คงกังวลไม่น้อยเลยนะ โชตะเองก็คงถูกไอบะฝากไว้กับมันแน่ๆ
จิน : สงสารมันวะ (ทำหน้าจะร้องไห้)
มาซากิ โฉองและคุซาโนะมองตามไปที่โคคิที่นั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่างมองเหม่อออกไปข้างนอก อยากรู้จริงๆว่าคิดอะไรอยู่แต่อีกใจนึงก็รู้สึกดีใจแทนที่รุ่นพี่โคคิมีเพื่อนในกลุ่มที่เข้าใจกันถึงขนาดนี้
ซึบาสะ : ทานากะ!! มีเรื่องใหญ่แล้ว
โคคิหันหน้าเข้ามาที่ประตูซึ่งประธานซึบาสะยืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางจริงจัง ทุกคนในห้องก็พากันสนใจไปด้วย
ซึบาสะ : ตอนนี้เด็กที่ชื่อ โทซึกะ นะ เค้าบอกว่าเมื่อวานกลางดึกวิ่งจากตึกไปที่ถนนถูกรถชน ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลนะ
โคคิได้ฟังเท่านั้นก็พรวดพราดออกจากห้องไปยังที่ไม่ทันจะมีใครพูดอะไรเลย


CHEPTER 8 END
TO BE CONTINUTE……………

 

 

setstats 1