WITH NO NAME
chapter 4

storyby : subara nana


“ช่วยส่งด้วยว่าจะเลือกชมรมอะไร” จุนโนะยื่นใบเลือกชมรมให้กับคาซึยะ มองนิดหน่อยแล้วก็เมินหน้าหนีไปซะเฉยๆ จุนโนะขมวดคิ้ว จินชะโงกหน้าเข้ามามอง “ให้อยู่ชมรมฉันก็ได้น่านะ ทากุจิ” จุนโนะหันมามองจิน “ที่นายพูดนั้นก็ไม่ได้อีกนั้นแหละ ชมรมอะไรของนาย สมาชิกในชมรมมีแค่นาย นากามารุ ทานากะ ไม่เรียกว่าชมรมหรอกนะ “ จินทำท่านับๆมือ”จริงด้วยขาดอีกคน ถึงคาเมนาชิมาอยู่ก็ยังขาดอีกคน”


“ก็นายนั้นแหละ ทากุจิมาอยู่ชมรมเราซะ จะได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการไงหล่ะ” โคคิพูดแทรกขึ้นมาแบบรำคาญ “ใครบอกว่าฉันจะเข้าชมรมกับพวกนาย พวกนายก็ล้มเลิกความคิดที่จะตั้งชมรมซะทีเถอะ แล้วก็รีบๆเลือกชมรมที่จะเข้ากันด้วย ฉันน่ะเป็นหัวหน้าห้องต้องมาคอยรับผิดชอบมันลำบากนะเข้าใจมั้ย” ทำท่าเหมือนจะโยนใบเลือกชมรมใส่หัวทั้งจิน ยูอิจิ โคคิ แล้วก็เดินจากไปแบบเบื่อๆ


“ดูสิคุณหัวหน้าห้อง โกรธไปแล้วอ่ะ จะให้เข้าชมรมก็พูดกับเค้าดีๆสิ” ยูอิจิหยิบใบเลือกชมรมมาตีหัวจินกับโคคิ ทำท่าจะเลยไปตีคาซึยะด้วย แต่ต้องชักมือกลับก็ท่าทางไม่เล่นด้วยแบบนั้นน่ากลัวจริงๆ
“พูดดีด้วยจะตาย แทบจะกราบเลยด้วยซ้ำนะ แต่ก็ว่านะแหละ ที่บ้านทากุจิเป็นตระกูลเก่าแก่แบบนั้น คงไม่ให้ลูกชายมาทำอะไรแบบนั้นหรอกมั้ง” จินเอามือท้าวคางบ่นๆ “เออ แต่ว่าเจ้านั้นนะ ฝีมือการเต้นสุดยอดเลย หมุนตัวทีมองค้าง ฉันยังทำไม่ได้เลย ทั้งๆที่ท่าทางจะชอบเต้นขนาดนั้นน้า ทำไมไม่ยอมเข้ามารวมกับเรานะ“ โคคิบ่นตามพร้อมนั่งโยกเก้าอี้เรียนไปมา


คาซึยะที่นิ่งฟังมานาน ก็รู้สึกแปลกใจ เจ้าพวกนี้กำลังตั้งชมรมอะไรกันเหรอ แล้วทำไมถึงอยากได้จุนโนะมาร่วมทีมกันนัก “พวกนายทำชมรมอะไรกันเหรอ?”

จินหันมามองคาซึยะตาแวววาว “ก็ชมรมที่อยากจะร้องจะเต้นยังไงก็ได้ไงหล่ะ” คาซึยะรู้สึกเหมือนฟังผิด “ อะไรนะ ชมรมอยากร้องอยากเต้นเหรอ แบบนี้มีด้วยเหรอ?”
“มีสิ การร้องการเต้นเป็นการแสดงออกที่ดีนะ พวกเราจะไปรวมตัวที่ลานหน้าสถานีรถไฟ ในเมือง ที่นั้นก็คล้าย ฮาราจูกุเลยแหละ อยากแสดงอะไรก็ได้ สนุกจะตายไป” ยูอิจิช่วยเสริม น้ำเสียงร่าเริงสุดๆ คาซึยะยิ้มเยาะๆ “ ไอ้พวกที่แต่งตัวบ้าๆ เขียนหน้าเขียนตาแบบนั้นนะเหรอ ทุเรศจะตาย”


“เฮ้ยๆ!! อย่าเที่ยวว่าชาวบ้านเค้าแบบนั้นสิ นั้นก็เป็นความสุขของเค้า ที่สำคัญพวกเราก็ไม่ได้ไปแต่งตัวแบบนั้น แค่ไปแสดงการร้องเพลงแล้วก็เต้นเท่านั้นเอง “โคคิทำหน้ายียวนใส่ “เออๆ น่าๆอย่าทะเลาะกันจะได้ป่าว แล้วคาเมนาชิว่าไง นายมารวมกับพวกเรามั้ย”จินเอามือกั้นๆแบบกรรมการนักมวย คาซึยะทำหน้าเบื่อๆ “ ไอ้ที่จะไปเต้นไปร้องโชว์คนผ่านไปผ่านมา ฉันทำไม่ได้หรอก ไม่ได้บ้าขนาดนั้น ว่าแต่พวกนายกล้าไปทำแบบนั้นกันได้ยังไง” จินเอามือเกาหัวแบบเขินๆ “จริงๆแล้ว ก็ยังไม่เคยไปแสดงที่นั้นสักครั้งอ่ะนะ “ คาซึยะได้ยินแค่นั้นก็หัวเราะออกมา “ โธ่เอ้ย จริงๆแล้วก็ไม่เคยไปงั้นเหรอ คงไม่กล้าละสิ ไม่ไปแหละดีแล้ว จะโดนคนเค้าขว้างของใส่เปล่าๆ” โคคิลุกจากโต๊ะเอามือทุบโต๊ะคาซึยะดังปึง “ อย่ามาพูดดีเล้ย ที่พวกเรายังไม่ไปเพราะยังซ้อมกันไม่เต็มที่ เพราะคิดว่าจะมีสมาชิกมาเพิ่ม แล้วนายหล่ะ ตัวเองก็ไม่กล้าใช่ม้า ทำมาว่าแต่คนอื่น เสียงนายก็คงห่วย แถมเต้นไม่เป็นด้วยใช่รึเปล่า ถ้าแน่จริงก็มาร่วมทีมกับเราซี่”


คาซึยะถูกโคคิยั่ว ก็มีน้ำโห คนอย่างเค้าไม่ยอมใครมาหาว่าขี้ขลาดแน่นอน “ก็ได้ กะแค่ร้องเพลงกับเต้นทำไมฉันจะทำไม่ได้ แต่ว่านายนะไปหาสมาชิกมาครบกันก่อนเถอะ” จินเอามือปิดปากแบบดีใจสุดๆโคคินี่ยอดจริงๆ สามารถทำให้คาซึยะยอมเข้าร่วมได้โดยดี โคคิทำหน้ายียวน “ก็ได้แล้วเราจะได้รู้กันว่านายเต้นเก่งขนาดไหน”

“โอ้ย!! จะไปหาสมาชิกคนที่5มาจากไหนได้น้า” จินนอนบ่นบนพื้นหญ้าสีเขียวสด ริมฝั่งแม่น้ำ มีเด็กๆกำลังเล่นเบสบอลที่สนาม ยูอิจิ โคคิก็นอนอยู่ด้วย ท่าทางสบายกันเชียว คาซึยะ นั่งกอดเข่าหัวสมองว่างเปล่าไม่ได้คิดอะไรนัก น่าแปลกความจริงถ้าเป็นเวลาแบบนี้คงฆ่าตัวตายได้สบายๆ แต่ว่าเวลาอยู่กับเจ้าพวกนี้ ไม่มีความคิดแบบนั้นสักนิด อยากจะ ใช้ชีวิตต่ออีกสักพัก ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร


“จะเป็นใครก็ได้ ไม่ใช่เหรอ !! “ คาซึยะนานๆที่จะออกความเห็น จินผงกหัวขึ้นมานิดหน่อย ดวงตาจริงจัง” ไม่ได้!! ไม่ใช่ว่าใครก็ได้สักหน่อย ต้องเป็นคนที่เข้ากันได้ ฉันถึงอยากให้เข้ากลุ่มนะ ไม่งั้นมันคงขัดกันตาย”
คาซึยะได้ฟังก็แปลกใจ “แล้วทำไม ฉันถึงมีสิทธิ์เข้าได้หล่ะ ….ก็ฉัน” มองข้อมือตัวเอง ตอนนี้ไม่มีผ้าพันแผลอีกแล้ว เผยให้เห็นรอยบาดแผลชัดเจน “โธ่เอ้ย!! ถึงไม่ใช่พวกก็เหมือนเป็นพวกไปแล้วแหละนายนะ ยังไม่รู้สึกตัวไง แค่นี้ก็ต้องให้บอก “ โคคิพูดออกมาน้ำเสียงแบบ ไม่ค่อยพอใจ แต่จริงๆแล้วอายตั้งหาก ยูอิจิเลยเอาก้านหญ้าจิ้มแก้มเล่นแล้วก็ขำที่ทำหน้าบูดกลบเกลื่อน

จินนอนยิ้มๆไม่พูดอะไร คาซึยะเอามือเสยผม รู้สึกอายเหมือนกัน นั้นนะสิ… ถึงทะเลาะหรือไม่พูดด้วยกันดีๆ แต่จะว่าไปแล้ว ตัวเค้าก็คุยกับเจ้าพวกนี้มากที่สุดแล้ว นับตั้งแต่ที่เค้าเริ่มฆ่าตัวตาย ทั้ง 3 คนเป็นกลุ่มแรกที่เค้าพูดด้วยมากที่สุด อย่างงี้เรียกว่าเพื่อนจะได้รึเปล่านะ ทำไมถึงมาถึงจุดนี้ได้ จากชีวิตที่ไม่คิดว่าจะ เปิดใจรับใครอีก ทำไมถึงได้มีโอกาสแบบนี้อีก เพราะ ใคร เพราะจินนะสิ ………

โคคิลุกขึ้นถอดเสื้อนอกออกแบบรำคาญๆ “โอ้ย !!มัวแต่คิดเรื่องหาคนมาให้ครบ ก็ปวดหัวเปล่าๆ ฉันขอไปเล่นกับเจ้าพวกนั้นหน่อยก็แล้วกัน!!” โคคิชี้ไปที่กลุ่มเด็กๆประถมที่เล่นเบสบอลในสนาม ยูอิจิก็ผุดลุกขึ้น “เฮ้ย!!เอาจริงอ่ะ ไปด้วยเดะ จินนายไปป่าว?” ยูอิจิถอดเสื้อนอกออกบ้าง จิน พยักหน้าเหมือนว่าจะตามไปด้วย หันมามองคาซึยะ “ ไปด้วยกันมั้ย “ คาซึยะ ส่ายหัว “ไม่เอาด้วยหล่ะ เด็กที่ไหนก็ไม่รู้จัก” จินทำหน้าแบบเข้าใจ “นายก็งี้ทุกทีละน้า งั้นฉันไปนะ “ แล้วทั้งสามคนก็กระโจนลงจากเนินหญ้าไปที่สนาม

ไม่แตกต่างจากกลุ่มเด็กประถมพวกนั้นเลย ดูไปก็อิจฉาในความร่าเริงของทั้งสามคนจริงๆ ไม่ว่ากับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ผูกมิตรกับคนเค้าไปทั่ว ถ้าอยู่กับเจ้าพวกนี้ไปนานๆ จะกลายเป็นแบบนี้ได้มั้ยนะ แล้วเค้าจะไม่คิดถึงอดีตที่เจ็บปวด ไม่คิดอยากตายได้รึเปล่านะ คาซึยะได้แต่ทบทวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ
คาซึยะนั่งดูเจ้าพวกนั้นเล่นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ กำลังเพลินๆก็รู้สึกว่ามีใครบางคนผ่านมาทางด้านหลัง หันไปมอง คนที่เค้าเคยสงสัยว่าเป็นจินนั้นเอง คนที่ออกเงียบๆไม่ค่อยพูด มายืนเงียบๆตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว สายตามองลงไปที่สนามเศร้าๆแปลกๆ คาซึยะจ้องอยู่นานจนเจ้าตัวรู้สึก หันมายิ้มให้คาซึยะนิดหน่อยก้มหัวเหมือนทักทายแล้วก็ค่อยๆเดินจากไป

คาซึยะมองปราดเดียวก็รู้ว่ามีปัญหา คนที่สายตาแบบนั้น ไม่มีทางจะปกติ เข้าใจดี….. เคยเห็นมา….. เคยเจอมาก่อน….. เคยเป็นเอง….. แต่ไม่รู้จะทำยังไง แก้ไขไม่ได้ ตัวเค้าไม่แข็งแรงพอ ที่จะไปแบกรับปัญหาของคนอื่นๆอีกหรอก

“ก็ไปเข้าชมรม ดนตรีสากลซะสิ” จุนโนะยื่นคำขาดในวันที่ถึงกำหนดส่งใบเลือกชมรม “ก็มันไม่เหมือนกันเน่ นายไม่เข้าใจรึไง” โคคิท่าทางโมโห จินเอามืออุดหู ยูอิจิเอาปากกัดริมกระดาษเลือกชมรมแบบไม่รู้จะทำอะไรดี คาซึยะมองดูหน้านิ่งๆ “ทานากะ พวกนายไม่เลือกชมรมซะที เดี๋ยวก็ไม่ผ่านชั้นนี้หรอก แล้วมันต่างกันตรงไหน ก็ร้องเพลงได้เหมือนกันนะแหละ” จุนโนะเองก็ท่าทางโมโห แต่ยังคุมน้ำเสียงสงบๆเอาไว้ได้

“ต่างก็คือต่าง ก็ขอเวลาหน่อยไม่ได้รึไง หรือไงนายก็มาอยู่ชมรมพวกเราก็ได้นี่” โคคิกอดอก ดื้อดึง จุนโนะกอดอกบ้าง “ไม่ก็บอกแล้วว่าไม่เข้า พูดไม่รู้เรื่องรึไง!! งี่เง่าไปถึงไหน” โคคิดึงคอเสื้อ จุนโนะเข้ามา จุนโนะก็กำคอเสื้อ โคคิตอบทำท่าจะชกกันจริงๆนะเนี้ย จิน ยูอิจิ เห็นท่าไม่ดีซะแล้ว ลุกกันเตรียมเข้าไปแยก จินรีบหันมาเรียกคาซึยะให้เข้ามาช่วย คาซึยะลุกขึ้นทำหน้าเบื่อๆ “บ้า เล่นกันเป็นเด็กๆ ปล่อยให้ต่อยกันไปเถอะ“ จินทำหน้าเหรอ “อ้าวทำไมพูดยังงั้นอ่ะ”

ท่าทางกำลังวุ่นวาย อยู่ดีก็มีเสียงคนเข้ามาขัดจังหวะ “เอ่อ!!…ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมอยู่ชมรมนี้ก็แล้วกันนะครับ “ ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน คนที่พูดน้อยที่สุด ไม่มีปากมีเสียงที่สุด เป็นคนสงบเรื่องทุกอย่างลงได้
จินท่าทางปลาบปลื้มกับใบชมรมที่ได้ ใช้นิ้วดีดไปมาแล้วหัวเราะหึๆอย่างมีความสุข คาซึยะใช้หางตามอง “ โรคจิตหัวเราะ อะไรของนาย” จินทำหน้ายิ้มแล้วก็แกล้งกอดคอคาซึยะแรงๆ “ก็คนมันดีใจนี่นาก็ต้องหัวเราะนะซี่” คาซึยะเอามือตีๆขัดขืน”โอ้ย ปล่อยนะ มันเจ็บนะเฟ้ย!!” ยูอิจิหัวเราะแล้วช่วยจินแกล้งคาซึยะต่อ โคคิ ไม่ได้ร่วมวงด้วยหันมาทางสมาชิกใหม่แทน

“นายชื่ออูเอดะ อะไรนะ หือ?” สมาชิกใหม่ยิ้มน้อยๆก่อนตอบเสียงแผ่วเบา “ อูเอดะ ทัตซึยะครับ” โคคิทำท่าทวนชื่อ “เออ โทษที อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่เคยคุยกันเลยนะ อืมๆ แล้วนายเคยอยู่ชมรมไรมาก่อนหล่ะ แล้วชอบเต้นรึเปล่า ร้องเพลงได้มั้ย”
ทัตซึยะหน้าเจื่อนไปบ้างก่อนอ้อมแอ้มตอบเสียงเบาๆออกมา “ คือว่า ผมร้องเพลงไม่ค่อยดีเพราะเสียงเบา ส่วนเต้นก็ไม่เป็นเลย ผมเคยอยู่ชมรมดนตรีสากลมาก่อนนะครับ”
“อ้าว!!” ทั้งจิน โคคิ และยูอิจิ ร้องออกมาพร้อมๆกัน คาซึยะยังนิ่งๆอยู่ไม่ได้พูดอะไร จินเดินมาจับไหล่แล้วพูด “แล้วนายมาเข้าชมรมเนี้ย จะดีเหรอ ไม่ชอบจริงๆจะออกก็ได้นะ “ ทัตซึยะเงยหน้ามองสมาชิกทุกคน “ผมก็แค่รู้สึก อยากเป็นเพื่อนกับทุกคน ตรงนี้เท่านั้นก็เลยออกจากชมรมนั้นมา” พูดจบก็ไม่สบตาใคร เหมือนมีอะไรในใจ ” ยูอิจิเดินเข้ามาใกล้พูดอย่างเป็นมิตร “อ๋อ เรื่องแค่นี้เอง ยังไงก็ได้เนอะ ถ้าอยากอยู่กับพวกเราก็ได้อยู่แล้ว” จินพูดออกมาบ้าง“ใช่ๆ แต่ต้องทนหนวกหูกับดูอะไรแปลกๆหน่อยก็แล้วกัน” โคคิช่วยเสริม“เออ อยู่ไปเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ เนอะ” ทัตซึยะเอามือจับจมูกยิ้มอายๆ ท่าทางดีใจมากที่ทุกคนไม่ว่าอะไร มีเพียงคาซึยะเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าเรื่องคงไม่ใช่แค่นี้ แน่ๆ

หลังอาหารเย็น คาซึยะออกมานั่งเล่นที่ระเบียงหน้าห้องมองออกไปก็เห็นทะเลตอนกลางคืน ไฟจากประภาคารสาดแสงไปบนพื้นน้ำระยิบระยับเหมือนอัญมณีสีดำขลับ จินเองก็ชะโงกหน้าออกมาบ้าง โยนกระป๋องน้ำอัดลมข้ามไป คาซึยะรับไว้ได้ทัน “นายไม่ต้องมาคอยเฝ้าฉันหรอกน่า ยังไงช่วงนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์ฆ่าตัวตายหรอก” จินแกะกระป๋องน้ำออกดื่มแล้วก็หัวเราะ “ อะไร ไม่ได้ตามติดอย่างงั้นสักกะหน่อย ฉันคิดว่านายไม่คิดฆ่าตัวตายแล้วต่างหาก “ คาซึยะแกะของตัวเองออกมาบ้าง ดื่มไปอึกนึง “ แน่ใจขนาดนั้นเหรอ ถ้าเกิดพรุ่งนี้ ฉันตายขึ้นมาจะว่ายังไง” จินทำท่าคิดๆนิดหน่อย “ ไม่น่านะ ก็นายน่าจะรู้บ้างแล้วหล่ะว่าชีวิต ยังมีอะไรต้องทำตั้งแยะ รีบตายไป อะไรที่อยากทำยังไม่ได้ทำ เสียดายแย่” คาซึยะขำออกมา “ ใช่ อยากชกหน้าเจ้าทานากะดูสักครั้ง ถ้ายังไม่ได้ทำก่อนตาย เสียดายจริงๆนะแหละ “ จินระเบิดหัวเราะออกมาบ้าง “ ใช่ม้า เหมือนกัน แต่เจ้านั้น มันไม่เคยเผลอสักที เรื่องสู้กันนี่ เอาชนะมันไม่ได้สักที”

ทั้งคู่หัวเราะไปได้สักพักก็เงียบ คาซึยะมีอะไรติดในใจนิดหน่อย หันไปถามจิน “นาย เห็นปีกของอูเอดะรึเปล่า …….. มันเป็นยังไงบ้าง” จินอมยิ้มนิดๆ “ ไหนบอกว่าไม่เชื่อไงเรื่องปีกไงหล่ะ” คาซึยะรู้สึกเสียหน้า ไม่น่าถามออกไปเลย หน้าเริ่มบึ้งทันที จินพอจะเดาอาการออกก็เลยไม่กวนต่อ “ อ้า!! ขอโทษๆ นายเองก็สังเกตเหมือนกันเหรอ ใช่ท่าทางเค้าจะมีปัญหาจริงๆนะแหละ แต่ว่าไม่ยอมบอก คล้ายๆกับนายนะแหละ “ “อย่ามายุ่งกับเรื่องฉันเลยน่า ใครๆก็มีปัญหาเหมือนกันนะแหละ แล้วนายจะว่าไง จะปล่อยหรือ ยังไง!!” ท่าทางคาซึยะเริ่มอารมณ์เสียแล้ว “จ้าๆ ใจเย็นๆ….ยังไงเค้าก็เป็นคนในชมรมเรานะ ผมผู้เป็นประธานก็คงไม่ปล่อยเลยตามเลยหรอก เอาเป็นว่า หมอบหมายให้คุณคาเมนาชิ ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ด้วยก็แล้วกัน”

คาซึยะได้ยินก็หันควับ ทำตาโต “ อะไร ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย ใครบอกว่าฉันจะยุ่งกัน” จินเอามือกอดอก เอียงคอแบบเด็กๆ “ ก็นายเองไม่ใช่เหรอ ที่เริ่มเรื่องของเค้านะ จริงๆก็เป็นห่วงใช่มั้ยหล่ะ “ คาซึยะทำท่าจะเถียงต่อ จินก้าวถอยหลังไปมองข้างหลังคาซึยะ แล้วก็ยิ้มแช่ง “อืมๆ ตอนนี้ปีกนายเริ่มดีขึ้นแล้วนี่ พยายามเข้านะ ฝากดูแล อูเอดะด้วย” คาซูยะไม่ทันจะพูดอะไร จินก็เข้าห้องนอนไปเลย ขี้เกียจจะเถียงกับเจ้านี่ ชอบเอออเองไปหมด คาซึยะถอนหายใจเบาๆก่อนค่อยๆเอามือเรียวๆเอื้อมไปแตะที่หลังของตัวเอง เหมือนจะควานหาอะไรสักอย่าง “ปีกอะไรกัน ไม่เห็นจะมีสักหน่อย!!”

“ตกลงว่าจะเอาเพลงใหนกัน เอาเพลงญี่ปุ่นหรืออเมกา” จิน โคคิ ยูอิจิปรึกษากันเรื่องเพลงที่จะใช้ในการร้องเต้น พอชมรมเป็นรูปเป็นร่างก็มีห้องชมรมกับเค้าบ้าง เป็นห้องแคบๆ ที่อยู่ในตึกกิจกรรมหลังเก่า ชมรมที่อยู่ตึกเก่านี้ มักเป็นชมรมเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีสมาชิกนัก ห้องชมรมก็เลยทั้งเก่าและแคบ แต่ก็ไม่มีผลอะไร สมาชิกจริงๆก็มีแค่ 5 คน ห้องก็กว้างพอสำหรับการซ้อมได้สบายๆ ยูอิจิเป็นคนจัดแจงหากระจกบานใหญ่มาติดในห้องเพื่อไว้ดูเวลาซ้อมเต้น คาซึยะนั่งดู3 คนที่ปรึกษากัน แต่ดูเหมือนจะเถียงกันซะมากกว่า ก็นิสัยเด็กๆ กัน ทั้ง 3 คนเลยนี่นา ทัตซึยะเดินมาเข้าชมรม เงียบๆ คาซึยะหันไปมอง แปลก…วันนี้ ไม่เห็นทักทายกันเลย เดินมาแอบๆเอาผมบังๆหน้า

คาซึยะ พยายามใช้สายตาสอดส่องดู รอยเขียวคล้ำรอบแก้มไปจนถึงตา ไม่บอกก็รู้ว่า ถูกคนชกมา เจ้านี่ไปมีเรื่องอะไรกับใครมางั้นเหรอ คาซึยะ ยังไม่ถาม ใช้สายตาอย่างเดียว ทัตซึยะเลยอึกอักแก้ตัวออกมา “แผลนี่ผมหกล้ม หน้าฟาดขอบบันไดนะครับ” คาซึยะนิ่ง ใครเชื่อก็บ้าแล้ว เจ้านี่จงใจปิดบัง ถ้าถามอีกก็คงเบี่ยงเบนไปทางอื่นแน่ๆ ไม่ถามต่อเดินออกจากห้องชมรมไปสักพักแล้วก็กลับเข้ามา

วางตลับยาแก้ช้ำไว้ที่โต๊ะหน้าทัตซึยะ ทัตซึยะมองดูตลับยาแล้วมองคาซึยะ ตอนนี้แกล้งทำเป็นหยิบแผ่นซีดี ดู “ขอบคุณครับ” เสียงแผ่วเบาออกมาจากปากทัตซึยะ
คาซึยะส่ายหัวนิดหน่อย เค้าไม่รู้วิธีดูแลคนนักหรอก แต่เค้าจะพยายาม ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องทำใจดี อ่อนโยนกับคนอื่นด้วย ทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคย ทั้งหมดคงเป็นเพราะจิน เคยมีคนบอกว่า อยู่ใกล้อะไรจะกลายเป็นสิ่งนั้นไป คงเพราะว่าอยู่ใกล้จินมากเกินไปความใจดี อ่อนโยนถึงได้แทรกซึมเข้ามาในจิตใจที่เย็นชาของเค้าได้

“ถ้าใช้แนวHIP HOP ก็จะเหนื่อยเกินไปนะเวลาเต้น แต่ว่าเจ้าโคคิก็ร้องRAP เจ๋งสุดแล้วด้วย ปวดหัวจัง!!” ท่าทางจินจะจริงจังกับชมรมไม่น้อย คาซึยะคอยเปลี่ยนแผ่นให้ จินมาขลุกนั่งคิดเพลงที่ห้องเค้าตั้งแต่เย็นจนนี่ดึกมากแล้วด้วย “ก็แนว R&Bก็ได้ เต้นได้ด้วย ร้องRAPก็ได้ “ คาซึยะพูดขึ้นลอยๆ จินลุกพรวดขึ้นมา ตาโต “ จริงสิ ทำไมคิดไม่ถึงนะ นายนี่เจ๋งชมัดเลย รู้เรื่องเพลงดีนี่นา “ คาซึยะทำหน้าเบื่อๆ “ก็แหง่สิ ฉันเคยอยู่ชมรมประสานเสียงมาก่อน เคยฟังเพลงมาก็เยอะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้” จินยิ่งตกใจกว่ารอบแรก “ เหอ !! สุดยอดแล้วทำไมไม่ยอมร้องให้ฟังบ้างหล่ะ “ ชะงักนิดหน่อย ร้องเพลง เค้าจะร้องได้อีกงั้นเหรอ ครั้งสุดท้ายที่ร้องเป็นเพลงในงานศพ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ร้องอีกเลย “ ไม่มีอารมณ์จะร้อง ฉันก็ไม่ร้องหรอก” จินหน้ามุ้ย “อารมณ์อะไร แบบไหนเล่าถึงจะมีอารมณ์ เฮ้อ!! ช่างเถอะๆ เอาเป็นว่าใช้ R&B ไปก่อน แต่เอ๋ ที่จะเหมาะกับเราจะหาได้มั้ยนะ แผ่นเพลงที่นายมีหมดแล้วเหรอ” คาซึยะเข้ามาช่วยดู “มีก็มีอีก แต่ว่าอยู่ที่โตเกียวนะ จะใช้เพลงทั่วๆไปเหรอ ไม่แต่งเอาเองหล่ะ RAP ทั่วๆไปเค้าก็แต่งเองไม่ใช่เหรอ จะได้เข้ากับเราด้วย” จินพยักหน้า คาซึยะนี่เป็นคนมีความคิดดีมากๆเลยนะ พูดแล้วก็กอดคาซึยะแรงๆ คาซึยะตกใจ หน้าแดงเลยทีเดียว” เฮ้ย!! มากอดฉันทำไม ปล่อยนะ" จินเงยหน้าขึ้นมามองแบบเด็กๆ “อยากจูบด้วยซ้ำไป คนอะไรน่ารักขนาดนี้ นายช่วยได้มากเลยรู้ตัวมั้ย จริงๆด้วย ทำไมไม่แต่งเอง งานเราจะได้ไม่ซ้ำใคร เข้ากับเราแล้วก็น่าสนใจ ขอบคุณมากๆเลย ฉันขอกลับไปลองแต่งที่ห้องดูนะ” พูดแล้วก็บลุกพรวดพราด จะออกจากห้องไป คาซึยะยังมีเรื่องค้างคาเลยเรียกเอาไว้ “เอ่อ อาคานิชิ…” จินยังไม่พ้นออกไปหันกลับมา “หือ” ท่าทางกระตื้อลือล้นขนาดนั้น ไม่ถามจะดีกว่า “เปล่าไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าพรุ่งนี้ ฉันไม่ไปโบสถ์ด้วยนะ วันนี้มันดึกน่ะ ขี้เกียจตื่น” จินพยักหน้ายิ้มๆ”ได้ !! ราตรีสวัสดิ์นะ”
ออกจากห้องไปแล้ว แกล้งพูดกลบเกลื่อนไปอย่างงั้น จริงๆ อยากปรึกษาเรื่องทัตซึยะต่างหาก แต่เรื่องแค่นี้ ต้องพึ่งจินตลอดไปรึยังไง ไหนๆ จินก็ฝากไว้กับเค้าแล้ว เค้าก็น่าจะเป็นคนที่จัดการทุกอย่างเองสิ แต่จะทำได้จริงเหรอคนแบบเค้านะ ผลิกข้อมือ ที่มีรอยแผลเป็นสีชมพูนูนเด่น ตัดกับผิวขาวๆ ผลิกข้อมือกลับต้องได้สิ เค้าต้องทำได้

คาซึยะไม่ได้ไปโบสถ์ แต่ก็ตื่นเช้าเหมือนปกติ แต่งตัวเรียบร้อย แบกกระเป๋าเดินไปรร. เหตุผลที่มาเช้าขนาดนี้มีแน่ๆ เดินดูจนทั่วรร. หาอะไรสักอย่าง เชื่อในสัญชาตญาณ แล้วก็ได้ยินเสียงดังเอะอะที่โรงยิม ที่ห้องเก็บอุปกรณ์

“แกมันบ้า ไปรวมกลุ่มกับเจ้าพวกนั้น คิดว่าไง มันอยากเป็นเพื่อนกับแกรึไง “ ผู้ชายร่างสูงเท่าที่จำได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกันนี่นา มีคนในห้องรวมอยู่ด้วยอีก2 คน ทัตซึยะหน้าตาเขียวช้ำ เลือดไหลซิบๆที่มุมปาก คนร่างสูงๆนั้นเอามือชกที่หน้าแรงๆอีกครั้ง “รีบๆไปลาออกจากชมรมนั้น แล้วกลับไปที่ชมรมเลยนะ พอไม่มีแกแล้วใครจะแต่งเพลงให้พวกฉันใช้กัน เข้าใจมั้ย” ทัตซึยะก้มหน้านิ่งๆ น้ำตาสักหยดก็ไม่ไหลออกมา ก่อนจะเดินจากไป คน2คนข้างหลังก็ใช้เท้าเตะอีกคนละที
คาซึยะยืนดูด้วยสายตานิ่งๆ พอจะเดาเหตุการณ์ออก การกลั่นแกล้ง การใช้กำลัง มีกันทุกรร. ขึ้นอยู่กับว่า ใครที่จะแพ้… อ่อนแอ… และเป็นเหยื่อ…..

เจ้าพวกนั้นหัวเราะเหมือนได้ทำอะไรที่น่าภาคภูมิใจเหลือเกิน พอเห็นคาซึยะยืนจ้องตาขวาง ก็ชะงักกันนิดหน่อย “เฮ้ย!! แกมันเด็กที่เพิ่งเข้าใหม่นี่นา มายืนดูทำไม อยากเจ็บตัวไปด้วยรึไง!!” ดูทำท่าเข้าสิ ลนลานเชียว พอมีคนมาเห็นก็กลัวจะมีความผิดกันขึ้นมาเชียวนะ “จะเจ็บรึเปล่า ฉันไม่ค่อยสนใจหรอก ดูแผลที่ข้อมือนี่ก็น่าจะรู้แล้วมั้ง แต่ว่าไอ้เรื่องที่นายทำไปเนี้ย ถ้ารู้ถึงฝ่ายปกครองจะว่ายังไงดีหล่ะ ถ้าจะอัดฉันอีกคนก็ได้นะ แต่เรื่องคงไม่เงียบนักหรอก ดีซะอีกฉันจะได้มีหลักฐานที่อยู่บนร่างกาย เผอิญพ่อฉันก็จ่ายเงินบำรุงที่นี่ พอสมควร อยากจะทำไงก็แล้วแต่นายแล้วกัน” ท่าทางไม่สะทกสะท้านของคาซึยะกับคำพูดนั้น เล่นเอาเจ้า3คนหน้าซีดเผือดไปเลย

“ไม่ต้องมาขู่ ใครเค้ากลัวกัน อยากลองดีงั้นเหรอ “ เจ้าคนตัวสูงกระชากคอเสื้อ คาซึยะเอาไว้ เพื่อน2 คนทำท่าจะไม่ร่วมด้วย คาซึยะยิ้มมุมปาก ท้าทายจะให้ต่อย “ก็น่าสนใจดีนี่ พวกแกมีน้ำยาทำอะไรที่ดีกว่านี้มั้ย ไอ้การอัดคนแค่นี้นะ 3คนรุม1 ทุเรศตัวเองบ้างมั้ย หมาหมู่ชัดๆ”

ทัตซึยะเงยหน้ามองคาซึยะด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากก่อเรื่องให้ใครเดือดร้อน แต่ผิดมากรึไง ที่ต้องการหาเพื่อนที่จริงใจกับเค้าบ้าง “พอเถอะ อย่าทำอะไรคาเมนาชิเลย ผมจะลาออกจากชมรมก็ได้ แล้วจะกลับไปเข้าชมรมดนตรีสากลเหมือนเดิม “ เจ้านั้นถึงกลับปล่อยคอเสื้อ คาซึยะ สีหน้าเหมือนได้ชัยชนะ คาซึยะขมวดคิ้ว “ ใครจะให้นายออกจากชมรม ฝันไปเถอะ ตอนนี้นายเป็นคนของชมรมฉันนะ ไม่ต้องไปกลัวหรอก ถ้ามันทำอะไรฉันคนที่จบก็คือมัน พ่อฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่ๆ” ทัตสึยะตาคลอๆเหมือนจะร้องไห้ออกมา “ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ผมไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ไม่รู้ว่าเค้าจะทำอะไรอีกบ้าง ถ้าแค่ผมคนเดียวก็พอจะทนได้ แต่ว่า พวกคาเมนาชิต้องเดือดร้อนไปด้วย ผมขอถอนตัวดีกว่า” “ใช่ เจ้านี่มันรู้ดี เพราะเคยมือเคยเท้าแล้ว อย่าคิดแค่ว่าพวกฉันจะทำได้แค่อัดคนสิ ถ้าเป็นศัตรูกับพวกฉันนะ ระวังจะถูกบีบออกจากรร.ไปไม่รู้ตัว” เจ้าตัวสูงท่าทางจะไม่สำนึกสักนิด คาซึยะหันมาจ้องตาเขม็ง “เอาสิ ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรจะเสีย มีปัญญาบีบพวกฉันได้ขนาดไหน อยากทำอะไรลองทำออกมาสิ เผื่อฉันจะรู้สึกคันผิวขึ้นมาบ้าง!!”

CHEPTER 4 END
TO BE CONTINUTE……………


 

 

setstats 1