หน้าแรก
เรียนคุณสุที หริมเทพาธิป บรรณาธิการจดหมายข่าวโบราณคดี
เพิ่งมีโอกาสได้อ่านจดหมายข่าวโบราณคดี ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 มิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2543 บทความเรื่อง "เบื้องลึกบางส่วนกระบวนการจ้างเหมางานโบราณคดี" ของคุณ จึงอยากขอแสดงความคิดเห็นบ้าง ในฐานะที่รู้เห็นและเกี่ยวข้องกับการจ้างเหมางานโบราณคดีมาเป็นเวลานานพอสมควร ทั้งโดยตรงและบางส่วน
การจ้างเหมางานโบราณคดีของกรมศิลปากรในระยะแรกจะเป็นลักษณะของการจ้างเหมาแรงงานเป็นส่วนใหญ่ เพี่อแก้ปัญหาความล่าช้าของระบบราชการที่เกี่ยวข้องกับการจ้างลูกจ้างชั่วคราว อันส่งผลกระทบต่อการบริหารงบประมาณของกรมศิลปากรไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่ควร กล่าวคือการขอจ้างลูกจ้างชั่วคราวเพื่อปฏิบัติงานในแต่ละโครงการจะต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังเสียก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลานานมากกว่าจะได้รับอนุมัติกลับมา จะเหลือเวลาในการปฏิบัติงานจริงน้อยกว่าที่กำหนดไว้ เป็นผลให้ไม่สามารถดำเนินงานได้ตรงตามแผนที่วางไว้ จึงได้เปลี่ยนวิธีการมาเป็นการจ้างเหมาให้เอกชนมารับผิดชอบในส่วนนี้ (แรงงาน) ซึ่งจะรวดเร็วและคล่องตัวกว่า และต่อมารูปแบบของการจ้างเหมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ คือผู้รับจ้างรับผิดชอบทุกด้าน ทั้งเรื่องแรงงาน วัสดุ นักวิชาการปฏิบัติงาน รวมทั้งการนำเสนอรายงาน ซึ่งกรมศิลปากรจะดูแลในด้านผู้ควบคุมงาน และมีคณะกรรมการตรวจรับงานนั้นๆ เป็นการแบ่งเบาภาระการปฏิบัติงานและลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรของกรมศิลปากรลงไปได้ในระดับหนึ่ง นั่นคือเหตุผลประการหนึ่งในการใช้กระบวนการจ้างเหมากับงานโบราณคดี มิใช่เป็นการนำระบบธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานวิชาการเป็นเป็นการแบ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ที่มีอำนาจฝ่ายรัฐกับฝ่ายผู้รับจ้างตามที่คุณนำเสนอในบทความย่อหน้าแรก
ต่อกรณีข้อสงสัยที่ว่าในการประมูลงานบางครั้งมีบางบริษัทล่วงรู้ถึงราคากลางแล้วสามารถประกวดราคาชนะตลอด น่าจะเป็นเพราะมีข้าราชการกรมศิลปากรบางคนบอกผู้รับเหมา หรือข้อความที่ว่าปัจจุบันมีการเปิดเผยราคากลางให้เอกชนที่จะเข้าประกวดราคารับทราบเพื่อตัดราคากันหรือเพื่อเปิดช่องทางให้เอกชนต่อรองราคากันเองนั้น ผู้เขียนขอแยกคำถามตรงนี้เป็นสองส่วน ข้อแรกทำไมบางบริษัทรู้ราคากลางก่อนการประกวดราคา (ในบทความของคุณสุทีใช้คำว่าประมูลตลอด ซึ่งผิดความหมาย ผู้ที่ประมูลได้คือผู้เสนอราคาสูงสุด แต่การประกวดราคาไม่ใช่เช่นนั้น ผู้ที่ได้โดยปรกติจะเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เว้นแต่มีกรณีเป็นอื่น) และสามารถชนะได้งานตลอด ไม่ทราบว่าคุณสุทีหมายถึงเหตุการณ์เมื่อใด เพราะปัจจุบัน ครม. มีมติให้เปิดเผยราคากลางในการประกวดราคาทุกครั้ง (และทุกส่วนราชการด้วยไม่ใช่เฉพาะกรมศิลปากร) อีกทั้งการรู้ราคากลางล่วงหน้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เอกชนรายนั้นจะสามารถชนะการประกวดราคาได้ทุกครั้ง เพราะการตัดสินของคณะกรรมการมิได้พิจารณาว่าผู้ใดเสนอราคาได้ใกล้เคียงราคากลางที่สุด แต่พิจารณาจากราคาที่เหมาะสม (ไม่จำเป็นต้องเป็นราคาต่ำสุดเสมอไป)
และขอเพิ่มเติมว่าการล่วงรู้ราคากลางล่วงหน้านั้นมิได้มีเพียงแค่นี้ ในแต่ละปี ภายหลัง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีมีผลบังคับใช้ นักธุรกิจจำนวนมาก (ที่ไม่ซื่อสัตย์) มีเอกสารรายละเอียดงบประมาณ (ขาวคาดแดง) อยู่ในมือเกือบทั้งนั้น คนเหล่านี้จะรู้ดีกว่าข้าราชการในหน่วยงานแต่ละแห่งด้วยซ้ำว่าที่ใดมีงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง อะไร เป็นจำนวนเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนก็ยอมรับว่ามีข้าราชการบางคนที่รู้เห็นเป็นใจกับผู้รับเหมาเอกชนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนที่ว่าการเปิดเผยราคากลางเพื่อให้เอกชนตัดราคาหรือต่อราองราคากันนั้น ผู้เขียนเห็นว่าข้อความดังกล่าวเป็นการมองโลกในแง่ลบจนเกินไป มติครม.คงไม่มีเจตนาเช่นนั้น จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่จากการที่มีการตัดราคากัน สมยอมราคา หรือกีดกันการเข้ายื่นเสนอราคานั้นเป็นพฤติกรรมของเอกชนบางราย บางแห่ง บางกรณี ไม่ใช่ทุกรายหรือทุกครั้งไป
ต่อหน้าที่ 2
สารบัญ | ไปหน้าที่ 1 |
2 |
3 |
4 |