หน้าที่ 2
ต่อข้อสงสัยกรณีมาตรฐานในการกำหนดรูปแบบงาน เนื้องาน บุคลากร ปฏิบัติงาน อุปกรณ์การทำงาน รวมทั้งราคาการจ้างงานของกรมศิลปากรว่ามีอะไรเป็นตัวกำหนด ในความเห็นส่วนของผู้เขียนทราบว่ากรมศิลปากรที่มีมาตฐานเป็นหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนกำหนดกรอบงานและราคาไว้ แต่เนื่องจากงานวิชาการโบราณคดี (บูรณะโบราณสถาน) แต่ละแหล่ง แต่ละสถานที่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดดังนั้นเป็นไปได้ว่าผู้ออกแบบกำหนดเนื้องาน ลักษณะงาน และประมาณราคา ย่อมจะต้องแตกต่างกันไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง หรือกรณีการกำหนดให้มีบุคลากรที่มิได้จบทางโบราณคดี แต่เป็นผู้มีประสบการณ์ผ่านงานโบราณคดีหรือบูรณะโบราณสถานมาไม่น้อยกว่า 3 งาน, 5 งาน สามารถมาปฏิบัติงานควบคุมงานเป็นผู้ช่วยนักโบราณคดีได้นั้น ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของหน่วยราชการเจ้าของงานที่จะพิจารณา แต่ทั้งนี้ก็จะต้องเป็นการปฏิบัติบัติร่วมกับนักโบราณคดีของผู้รับจ้าง ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติงานในฐานะนักโบราณคดีแต่อย่างใด แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน ยอมรับว่าผู้มีประสบการณ์ในลักษณะนี้หลายคนปฏิบัติงานภาคสนามได้ดีเทียบเท่านักโบราณคดีที่จบจากคณะโบราณคดี หรือบางคนจะดีกว่าด้วยซ้ำไป เพียงแต่ความรู้ทางวิชาการเท่านั้นที่ไม่เท่าเทียมกับนักโบราณคดี
ในส่วนของการกำหนดราคาจ้างงานของกรมศิลปากร ที่ผู้ยื่นเสนอราคาตัดราคาแข่งกันลงถึง 20-30 % ในบทความ สงสัยว่าจะมีกำไรได้อย่างไร ถ้าหากไม่ใช่เกิดจากการเพิ่มราคาของงานให้สูงเกินจริงของกรมศิลปากรเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์กับผู้รับเหมาบางราย ในฐานะที่ผู้เขียนมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับงานด้านนี้มาพอสมควร ขอบอกว่าการประมาณราคากลางงานส่วนใหญ่ของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติค่อนข้างจะตึงตัว ไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับจ้างมีกำไรสูงเกินกว่าปรกติ ซึ่งแน่นอนว่าหากผู้รับจ้างรายใดตัดราคาลงมามากขนาดนั้น ขอยืนยันว่าหากดำเนินงานอย่างสุจริตขาดทุนอย่างแน่นอน แต่สาเหตุที่ผู้ยื่นซองแข่งขันตัดราคากันลงมากโดยรู้ว่าจะต้องขาดทุนมีสาเหตุจากหลายประการ จะขอยกตัวอย่างเช่นในการยื่นซองครั้งนั้นมีผู้ยื่นมากราย ผู้ที่ต้องการจะได้งานกลัวจะไม่ได้จึงต้องเสนอราคาต่ำมาก หรือ ผู้รับเหมาบางรายมีปัญหาด้านภาวะการเงินของบริษัทจะต้องพยายามยื่นให้ได้งานเพื่อที่จะนำสัญญางานใหม่ที่ได้ไปแก้ปัญหาการเงินกับธนาคารเจ้าหนี้ (นำสัญญาใหม่ไปวางเพื่อประกันเงินกู้ออกมาใช้จ่าย) หรือกรณีที่งานจ้างนั้นมีมูลค่าสูงมาก ผู้ยื่นยอมตัดราคาลงต่ำหวังได้งานเพื่อสำหรับเป็นผลงานในการยื่นประกวดราคางานใหญ่ๆ ในอนาคตข้างหน้า เหล่านี้เป็นต้น
ต่อความคิดเห็นของคุณสุทีเรื่องการจัดทำรายงานการบูรณะหรือการศึกษาทางโบราณคดีที่น่าจะมีการจัดทำให้มีจำนวนมากและเผยแพร่ต่อสาธารณะชนให้มากกว่านี้ ข้อนี้ผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งแต่ก็น่าเห็นใจทุกฝ่าย กล่าวคือถ้าข้อกำหนดในรายการจ้างไม่ระบุไว้ ผู้รับจ้างซึ่งส่วนใหญ่ต้องพยายามประหยัดเงินลงทุนให้มากที่สุด (เป็นเรื่องปรกติของนักธุรกิจ) ก็คงไม่มีใครใจดีถึงขนาดลงทุนทำให้ แต่ขณะเดียวกันถ้ากรมศิลปากรจะกำหนดไว้ให้จัดพิมพ์รายงานอย่างดีจำนวน 400-500 เล่ม (ตามที่บทความเสนอ) ก็จะต้องมีงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และอาจจะไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งกรมศิลปากรและผู้รับเหมาคงไม่ได้กลัวการจับผิดรายงานใดๆ ตามที่คุณสุทีคิด
กลับหน้าที่ 1 |
ต่อหน้าที่ 3
สารบัญ | ไปหน้าที่
1 | 2 |
3 |
4 |