| Home | Webboard | Guestbook | Games | Download | About |    
Wellcome to Headage Thamma<<สวัสดีค่ะเพื่อนๆ โซนนี้เป็นเรื่องราวธรรมะที่อ่านง่ายๆ นำมาคัดให้อ่านกันค่ะ ไม่หนักไปสำหรับเราหรอกค่ะ อ่านวันละนิดจิตแจ่มใส ได้ความรู้ด้วย>>    
   กฏแห่งกรรม

 ความเชื่อในเรื่องกรรม
กฏแห่งกรรม ( หลวงพ่อจรัญ )

 

6. ใช้หนี้ค่าก๋วยเตี๋ยว                      ( กฏแห่งกรรม - หลวงพ่อจรัญ )
  
     เริ่มมารักษาการเจ้าอาวาสที่วัดนี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นี่ ก็เริ่มใช้กรรมมาตามลำดับ โดยที่ว่าในปีต่อมาใช้เรื่องค่าก๋วยเตี๋ยวก่อน เรามานั่งสมาธิของเรามันก็เกิดไปญาณวิถีของเขาชื่อว่า นางกลุ่ม นางกลุ่มมีสามีชื่อตากิ๊ม เขาไม่รู้ว่าเราโกงก๋วยเตี๋ยวเขาแม่กลุ่มกับตากิ๊ม เกิดฝันพร้อมกัน ฝันว่าเทวดามาบอกว่าถ้าต้องการให้ลูกชายหายเกเร แล้วกลับมาเรียนหนังสือละก้อ ให้ไปตามลูกชายมา แล้วให้ไปบวชที่วัดอัมพวัน รับรองแก้ได้แน่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว โยมกลุ่มก็เอาลูกมา ตากิ๊มมาด้วยอาตมาก็จำได้คลับคล้ายคลับคลา เดินขึ้นมาสามคนบอกว่าจะเอาลูกมาฝากบวชเณร อาตมาก็ถามว่า ทำไมไม่บวชที่วัดอื่น โยมกลุ่มก็เลยเล่าให้ฟังว่า ที่พาลูกมานี่ เพราะฝันไปว่าเทวดามาบอกว่า ให้มาบวชที่นี่ ช่วยรับไว้หน่อย

    เรานึกแล้วว่าจะต้องได้ใช้หนี้ค่าก๋วยเตี๋ยวเขาแน่ แต่ไม่บอก ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้ แล้วก็จัดการส่งโยมทั้งสองกลับ แล้วก็จัดแจงโกนหัวเลย เรามีเรือยนต์ลำหนึ่ง ก็วิ่งไปตามพระอุปัชฌาย์ ซื้อผ้าไตร ซื้อรองเท้า ซื้อเสื่ออ่อน ซื้อบาตร ซื้อร่ม  ทั้งหมด ๒๐๐ บาท แล้ววิ่งไปหาอุปัชฌาย์ บอกเอาเด็กมาบวชเณรครับ บวชเสร็จแล้วก็กลับมานั่งกัมมัฏฐานเดินจงกลม

    พอได้ ๗ วัน ก็เลยเล่าเรื่องเก่าของอาตมาให้เณรฟังว่า อาตมานี่โกงค่าก๋วยเตี๋ยวแม่เจ้า แม่เจ้าก็ไม่รู้ แล้วไอ้ผ้าไตรนี่นะ อะไรต่ออะไร ๒๐๐ นี่กระซิบบอกแม่นะ บอกว่าเจ๊ากันไปนะ ไม่ต้องเอามาให้ ถือว่าใช้ค่าก๋วยเตี๋ยวกันไป พอเล่าเสร็จแล้วเณรบอกว่า ผมเกิดศรัทธาเสียแล้ว ก็ตั้งใจปฏิบัติ

    ต่อมาก็ขอสึกว่าจะไปเรียนหนังสือแล้วก็สอบได้ในปีนั้น แล้วไปเป็นทหารอากาศ ต่อมาก็ได้เลื่อนขั้นเป็นนายทหารอากาศไปเลย

    นี่คือใช้หนี้ค่าก๋วยเตี๋ยว ถ้าไม่ได้ใช้ในชาตินี้ ก็ต้องใช้ดอกชาติหน้านะ กฏแห่งกรรมมีจริง แต่กฏแห่งกรรมที่ อาตมาประเมินผลและได้ประสบการณ์มารู้ล่วงหน้าได้ เพราะใช้สติระลึกก่อนเป็นตัวรู้ล่วงหน้า ตัวสัมปชัญญะ ตัวผลักดันทำให้แก้ไขเหตุการณ์ได้ทันเฉพาะหน้า เรียกว่าตัว สัมปชัญญะ ที่อาตมารู้นี้ก็เนื่องจากว่า เราเจริญสมาธิ เจริญสติอยู่ตลอดเวลา ขอให้ท่านไปพิจารณาด้วยตัวเอง ด้วยเจริญกุศลภาวนาไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องมีเวลาว่างเวลาที่ท่านทำงานก็ภาวนาไป ตั้งสติไว้ตลอดกาล กัมมัฏฐาน มีความสำคัญต่อหน้าที่การงาน

    ในเวลาต่อมา อาตมาก็นั่งเจริยภาวนาโดยไม่ได้ขาด แล้วก็มีการอโหสิกรรม และแผ่เมตตา ขอให้ท่านเอาไปใช้กันทุกท่าน ก่อนที่จะแผ่เมตตาออกไปต้องอโหสิกรรมก่อนนะ ถ้าไม่อโหสิกรรมออกก่อนท่านจะแผ่ไม่ออก อโหสิกรรมให้ใจสบายไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร ไม่อิจฉาริษยาใคร แผ่เดี๋ยวนั้น ถึงเดี๋ยวนั้น แล้วก็มีการรับตอบด้วยนะ อันนี้มันเป็นของใครของมัน อาตมาจะบอกกรรมวิธีแบบวิชาการนั้นคงไม่ได้ เพียงแต่แนะแนววิธีปฏิบัติเท่านั้นจากอำนาจของจิตด้วยการใช้สตินั่นเอง มันอยู่ในวงแคบของการปฏิบัติกว้าง เข้ามาหาแคบโดยวิธีนี้

    ในเวลาต่อมาที่อาตมามาอยู่ที่นี่แล้วก็เจริญภาวนา และก็แผ่เมตตา แต่ควรจะมีหลักการแผ่เมตตาแล้วก็อโหสิกรรมให้ได้ ที่เราทำวัตรสวดมนต์นั่นมีความหมายมาก กาเยนะ วาจา ทั้งกาย วาจา ใจ ขออโหสิกรรมต่อคุณพระศรีรัตนตรัย ที่หมิ่นเหม่ต่อคุณ พระศรีรัตนตรัย กำหนดอโหสิกรรมแล้วแผ่อกไปได้ผลแน่

 

<< หน้าที่แล้ว         | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |          หน้าถัดไป >>


| Home |


ThaiHeadage ©2004 all reserve
Web design by chim , Contace Webmaster