00134-อีก 12 ที่มาของ Training Needs ในการอบรมประจำปี



00134-อีก 12 ที่มาของ Training Needs ในการอบรมประจำปี


บริษัทจะต้องมีการอบรมอะไรกันบ้างอาจพิจารณาตามความจำเป็นในการฝึกอบรม (Training Needs) ดังต่อไปนี้

1 อบรมความรู้ตามระบบคุณภาพที่ทางองค์กรจะดำเนินการ ทั้งเพื่อการขอรับการรับรอง ในระบบคุณภาพเหล่านั้น หรือการปรับระบบคุณภาพเหล่านั้นเพื่อเข้าสู่ Version ใหม่ หรือการอบรมใน เรื่องระบบคุณภาพใหม่ๆ ที่องค์กรต้องการ

2 อบรมความรู้ และแนวทางปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เช่นเรื่องความปลอดภัย ฯลฯ

3 อบรมความรู้สำหรับพนักงานใหม่ที่เป็นระดับปฏิบัติการให้ทำงานในตำแหน่งงานนั้นได้ ซึ่งเรียกว่าการสอนงานให้พนักงานใหม่ทำงานตามขั้นตอนของการทำงานตามที่กำหนดไว้ การสอนงาน นี้เป็นหน้าที่ของหัวหน้างานโดยตรงหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สอนงานในจุดนั้นๆ การอบรมในลักษณะ นี้ต้องมีการอบรมหัวหน้างานอย่างน้อย 1 หลักสูตรคือหลักสูตร“เทคนิคการสอนงาน”ที่ควรอบรมเชิงปฏิบัติ การ คือให้มีการจัดทำแผนการสอนงาน (Lesson Plan) ออกมาเลย

4 อบรมความรู้ ทักษะในการบังคับบัญชา ในแต่ละปี จะมีผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมอบหมายให้ เลื่อนตำแหน่งจากระดับปฏิบัติการ ขึ้นเป็นหัวหน้างาน หรือจากการเป็นหัวหน้างานระดับต้น ขึ้นมาใน ตำแหน่งที่สูงขึ้น การอบรมลักษณะนี้ถ้ามีกลุ่มที่จะเข้ารับการอบรมมีไม่มากก็ส่งไปอบรมภายนอก แต่ก็น่า จะเป็นหลักสูตรที่มีเนื้อหามากพอสมควร เพราะการที่บุคคลเปลี่ยนจากผู้ที่ทำงานเอง มาเป็นผู้ที่ทำงานเองด้วย กำกับดูแล ควบคุม สั่งงาน สร้างการยอมรับ สร้างขวัญกำลังใจ ฯลฯ ก็น่าจะได้รับความรู้อย่างเพียง พอ เพื่อให้เขามีความมั่นใจ และเขาจะได้มีความรู้ทักษะมากพอที่จะงานในตำแหน่งงานใหม่ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ส่งไปอบรมแค่ 1 วัน แล้วออกศึกเลย ถ้ากลุ่มเป้าหมายมีมากพอก็อาจจัดอบรมภายใน การอบรมหัวหน้างานใหม่ ก็ดูภาระงาน แล้วดูว่า ในภาระหน้าที่งานใหม่นั้นควรมีทักษะในการบังคับบัญชาอะไรบ้าง (Core Competencies) แล้วจัดอบรม ให้ตามนั้น อาจเรียงตามความจำเป็นก่อนหลัง ในการสอนก็ปรับตามพื้นฐานของผู้เรียน แต่ก็ต้องให้ผู้เรียน ได้รับทักษะที่จำเป็นทั้งหมด

5 การอบรมเพื่อการวางระบบการบริหาร ดูว่าองค์กรเรามีระบบเหล่านั้น หรือเครื่องมือเหล่า นั้นสมบูรณ์แล้วหรือยัง เช่น การวางระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานหรือการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน ก็สามารถอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางระบบ หรือจัดทำเครื่องมือเหล่านั้นออกมา
6 องค์กรมีการปรับปรุง ทบทวน วิสัยทัศน์ (Vision) หรือ พันธกิจ (Mission) ใหม่ หรือมีการกำหนด KPI-Key Performance Indicators ใหม่ก็ต้องมาดูว่าในวิสัยทัศน์ใหม่ หรือพันธกิจใหม่ หรือ KPI ใหม่นั้น กลุ่มผู้บังคับบัญชา หรือพนักงานจำเป็นต้องมีความรู้อะไรเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อทำงานให้ได้ตามพันธกิจ ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ ใหม่ได้

7 ได้จากการประเมินความมีประสิทธิผลของการทำงานทั่วทั้งองค์กร (Organization Effectiveness Assessment) ซึ่งจะออกมาเป็นแต่ละกลุ่มเป้าหมาย การประเมินความมีประสิทธิผลอาจทำได้หลายรูปแบบ อยู่ที่”ผลที่เราต้องการ” ว่าต้องการรายละเอียด ความลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหน

8 ดูจากนโยบาย เป้าหมายขององค์กร ของปีใหม่นี้ว่านโยบายเป็นไปในทิศทางใด มีเป้า หมายการทำงานมากน้อยเพียงใด แล้วทางด้านการอบรมสามารถเข้าไปช่วยเสริมทักษะ ความสามารถ บุคลากรได้อย่างไรบ้าง

9 จากการวิเคราะห์ภาระหน้าที่ของหน่วยงาน (Function Description) ให้แต่ละหน่วยงาน
ได้ทบทวนวิเคราะห์ภาระกิจของตนเองว่าแต่ละเรื่องมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน แล้วผลงานที่ผ่านมา ของงานนั้นๆ น่าพอใจแค่ไหนแล้ว ถ้าในปีที่ผ่านมาการปฏิบัติภาระหน้าที่ในบางเรื่องยังไม่น่าพอใจ ก็ ต้องมีการอบรมผู้ที่ทำงานในภาระหน้าที่เหล่านั้น

10 ดูจาก “อาการของงานที่ต้องปรับปรุง” คือองค์กรก็เหมือนคน ที่จะมีอาการไข้ปรากฏให้ เห็น ถ้ามีอาการอย่างไรเกิดขึ้น แล้วเราก็จะวินิจฉัยว่าอาการนั้นๆเกิดในงานอะไร สาเหตุของการเกิดเป็น เพราะเรื่องของการทักษะ หรือขาดความรู้หรือไม่ แล้วควรอบรมอะไร

11 จากผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal) ที่จะประเมินปลายปีนี้ ซึ่งตามปรกติแล้วในแบบฟอร์มการประเมินผลก็จะระบุจุดเด่น จุดอ่อนของบุคคลผู้นั้นไว้เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม ก็สรุป “จุดอ่อน” ของบุคลากรแต่ละกลุ่ม / แต่ละระดับ แล้วมาจัดทำหลักสูตรสำหรับ จุดอ่อนที่เป็นตัวร่วมของหลายๆคน ก็จัดอบรมภายในบริษัท หรือเป็นจุดอ่อนของบางคนที่ค่อนข้างสำคัญก็ส่งบุคคลผู้นั้นไปรับ การอบรมจากสถาบันภายนอก (อยากเชียร์ให้ทุกบริษัทเป็นสมาชิกของสถาบันการอบรมต่างๆให้มาก เพราะเราจะได้รับข่าวสารเรื่องการอบรมบุคลากรมาจากหลายๆแหล่ง (ทางผมไม่มีการรับสมาชิกครับที่ เชียร์ให้เป็นสมาชิกนี่เป็นสมาชิกที่อื่นครับ)

12 อบรมความรู้ใหม่ๆ ในแต่ละปี มีหลักสูตรใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย ก็ลองตั้งงบประมาณเผื่อ ไว้เพื่อการติดตามความก้าวหน้าทางวิทยาการ คือมีอะไรใหม่ๆ ก็ส่งคนออกไปดูว่าเป็นอย่างไร อาจจะยัง ไม่สามารถนำมาใช้ได้ แต่ก็ได้รับรู้ไว้ ในเรื่องการส่งคนไปอบรมภายนอกนี่อยากเสนอว่า เมื่อบุคคลผู้นั้นกลับมา จะต้องทำสรุปเนื้อหา การใช้ประโยชน์ และบางบริษัท ต้องให้บุคคลผู้นั้น สอนคนอื่นๆด้วย 1 ครั้ง อาจใช้เวลาไม่เท่ากับเวลาที่ไป เรียน แต่ก็จะเป็น “ตัวคูณ” ที่สำคัญมาก และต้องเก็บเอกสารไว้เป็นสมบัติของบริษัท เมื่อมีมากพอสมควร ก็ทำจดหมายแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆว่าเรามีเอกสารการอบรมอะไรบ้าง ใครจะมาขอยืมไปอ่านก็เชิญ ก็จะยิ่งคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
การอบรมภายในบริษัทมีเรื่องที่น่าพูดถึงอยู่อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ถ้าอบรมก็ควรจะได้ผลเป็นรูปธรรม คือนำไปปฏิบัติได้ ตัวอย่างคือผมได้รับเชิญให้ไปสอนเรื่อง “เทคนิคการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ” ตอน ที่ติดต่อมาได้รับการบอกกล่าวว่าผู้เรียนมีประมาณ 60 คน ขอให้ไปอบรม 1 วัน เมื่อผมได้มีโอกาสไปคุย ทางผู้จัดก็เข้าใจ และเปิดใจอย่างมาก ตกลงว่าหลักสูตรนั้น แทนที่จะเป็นรุ่นเดียว 1 วัน 60 คน กลายเป็น 5 รุ่น ใช้เวลารุ่นละ 3 วันต่อผู้เรียนรุ่นละ 12 คน คือบางทีสอนไม่ได้ก็ไม่กล้ารับสอนจริงๆ ผมเชื่อว่าถ้าได้ คุยกันก็คงเข้าใจกัน เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมคงต้องเตรียมทำแผนการฝึกอบรมปีหน้ากันได้บ้างแล้ว มีบางบริษัท มีการจัด สัมมนาเพื่อกำหนดการสัมมนา คือประชุมหารือกันตามแนวทางที่วิทยากรดำเนินการให้ จนสุดท้ายก็ได้ แผนพัฒนาบุคคลที่เป็นที่เห็นพ้องกันของทุกสายงาน และตรงกับความต้องการขององค์กรจริงๆ การลงทุน เรื่องนี้ก็คุ้มค่ามากขึ้น

13 จาก "สมรรถนะหลัก" (Core Competencies) ขององค์กร ในเรื่องนี้ทาง Training Consultant จะช่วยดำเนินการตั้งการวิเคราะห์หา Competencies ขององค์กร การกำหนดระดับที่กลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่ม(ระดับ)ของพนักงานต้องเรียนรู้ในแต่ละ Competencies และออกแบบหลักสูตรที่จะอบรมบุคลากรตามแต่ละ Competencies เหล่านั้น (องค์กรหนึ่งได้กำหนดออกมาว่ามี Core Competencies อยู่ 12 ตัว ตัวสุดท้ายคือต้องมีความรู้เรื่อง "เทคนิคการบริหารงานสมัยใหม่" ทาง Training Consultant เข้าไปออกแบบหลักสูตรออกมาเป็น 3 ระดับ อบรมไปแล้ว 3 รุ่น จะอบรมในเดือน กันยายนอีก 3 รุ่น) ไปดูโปรแกรมการอบรมที่ Menu 11       (1/8/2549)

ทาง Training Consultant รับเป็นที่ปรึกษาจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรขององค์กรโดยส่วนรวม เป็นการทำงานร่วมกันของที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม หรือ Training Manager และ/หรือ QMR /บุคคล ที่เกี่ยวข้อง บางบริษัทจัดตั้ง Training Steering Committee เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาบุคลากรในบริษัท สวัสดีครับ


กลับไป Menu 13
กลับหน้าแรก Menu 12
ไปหน้าแรกของ website