"มารยาทในที่ทำงาน"
(Good Manner in the Office). 00162
จากหนังสือชุดคู่มือการทำงานในเล่มมารยาทในที่ทำงานซึ่งพิมพ์แจกโดยสสท.-สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น)
ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับมารยาทในที่ทำงานไว้ 12 เรื่อง อาจารย์ขอยืม
เฉพาะหัวข้อมาเขียนในลักษณะการทำงานของเรา ในเรื่องมารยาทในที่ทำงานนั้นกล่าวไว้ในเรื่องต่อไปนี้
คือ
1. คนและบริษัท
บริษัทประกอบไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่เราต้องมีมารยาท
ที่ดีด้วยก็คือคน ผู้ที่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ดีก็ย่อมทำงานไม่ได้
จำได้ว่าเคยเขียนให้อ่านครั้งหนึ่งว่า ไม่มีความชำนิชำนาญใดๆมาทดแทนความชำนิชำนาญในการเข้ากับบุคคลอื่นได้
การอยู่ในบริษัทประการแรกที่เราต้องกระทำดีต่อ หรือมีมารยาทที่ดีต่อก็คือการเข้ากับเพื่อนร่วมงานให้ได้
คำว่า เอาใจเขาใส่ใจเรา หรือเอาใจเราใส่ใจเขา หรือเอาทั้งใจเราใจเขามาใส่ทั้งในเราใจเขาก็ช่างเถอะ
มีความหมายที่ดีทั้งนั้น แปลรวมความว่านึกถึงเขาบ้าง ว่าเขาหรือคนอื่นจะคิดอย่างไร
ถ้าเราทำอย่างนี้ ถ้าคำตอบว่าไม่แน่ใจ หรือคงไม่ชอบมั้ง หรือ
ช่างเขาเถอะ ละก้อ อย่าทำเลย เพราะ ล้วนแต่สิ่งที่ไม่มีมารยาททั้งสิ้น
ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง...นะเป็นเรื่องจำเป็นเหลือเกิน
2. กฎระเบียบของบริษัท
นี่คือมารยาทที่สำคัญประการที่สองในการอยู่ในที่ทำงาน กฎเกณฑ์
หรือระเบียบต่างๆล้วนตั้งขึ้นมาเพื่อให้พวกเรา-ซึ่งมีอยู่มากมายได้อยู่ร่วมกัน
อยู่ภายใต้ชื่อบริษัท เดียวกันได้อยู่ได้ในมาตรฐานเดียวกัน ได้รับการปฏิบัติจากบริษัท
จากเพื่อนร่วมงานเหมือนกัน รวมทั้งจะได้รับสิ่งต่างๆในมาตรฐานเดียวกัน
ดังนั้นกฎระเบียบตั้งขึ้นเพื่อพวกเราเองโดยแท้ ผู้ที่มี มารยาทในที่ทำงานจึงต้องเคร่งครัดในการปฏิบัติตาม
อย่ามองว่าระเบียบมากมายอึดอัด ไม่ต้อง มีระเบียบเราก็ทำดีอยู่แล้ว
คำพูดนี้นึกถึงนักเรียนที่เคยสอน เมื่อก่อนเป็นครูใจร้าย ใครไม่ท่อง
ศัพท์ที่กำหนดให้แต่ละวันจะต้องถูกตีด้วยไม้บรรทัดพลาสติก 2 อันควบกัน
แล้วก็หัก ครูก็จ่ายไป 2 หรือ 3 บาทแล้วแต่ราคาสมัยโน้น..น.(พวกเรายังไม่เกิดนั่นนะ)
...นักเรียนก็โวยว่าครูไม่เห็นต้องตีพวกเราก็ท่องอยู่แล้ว ทำไมต้องตีด้วย
ครูก็บอกเขาว่า นั่นไง ครูไม่ได้ตีคนที่ท่องศัพท์ ดังนั่นคนที่
ท่องศัพท์ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไร กฎอันนี้ไม่ใช้กับ พวกเธอที่ท่องศัพท์
แต่ใช้กับคนที่ไม่ท่องศัพท์...
นักเรียนก็โวยว่าครูไม่เห็นต้องตีพวกเราก็ท่องอยู่แล้ว ทำไมต้องตีด้วย
ครูก็บอกเขาว่า นั่นไง ครูไม่ได้ดีคนที่ท่องศัพท์ ดังนั้นคนที่ท่องศัพท์ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไร
กฎอันนี้ไม่ใช้กับพวกเธอที่ท่องศัพท์ แต่ใช้กับคนที่ไม่ท่องศัพท์ต่างหากศัพท์
กฎระเบียบของบริษัทก็เหมือนกัน เราไม่ต้องไปอึดอัดเพราะกฎระเบียบก็คือ
เกณฑ์ที่ทุกคนจะอยู่ได้สบายดี ถ้าอยู่อย่างสุภาพเรียบร้อยมีมารบาทในทุกเรื่องแล้วก้อเราก็ลืมได้
เลยว่ามีกฎระเบียบ บุคคลที่ไม่อยู่ในระเบียบข้อบังคับแปลว่าเอาเปรียบเพื่อน
เพื่อนมาทำงาน เช้าตามเวลาที่กำหนด เรากลับมาสาย เพื่อนทำงานได้ตามเป้าหมาย
เรากลับไม่ใส่ใจ.ฯลฯ อย่าง นี้ล้วนตกในหัวข้อมารยาทในที่ทำงานในหมวดว่าด้วยกฎระเบียบของบริษัท
3. "การพูดจากทักทายกับเพื่อนในบริษัท"
มารยาทเรื่องนี้สำคัญมาก
อย่างน้อยมาถึงที่ทำงาน กันก็ทักทายกันเสียหน่อยพอให้รู้ว่าเห็นเรา
ไม่ใช่เรานั่งอยู่เธอเดินเข้ามาด้วยมาดอันเคร่งขรึมมาถึง ก็นั่งในทีโต๊ะทำงาน
ไม่พูดจากับใครเลย อย่างนี้เดี๋ยวเพื่อนๆจะพากันเข้าใจผิดว่าได้บรรลุวิชา
หายตัวได้แล้ว เพราะมีคนเข้ามาแล้วมองไม่เห็น ใครมีลูกแล้วก็หัดให้ทักทายพ่อแม่พี่น้องทุกวัน
หัดอย่างไร ก็พอลูกตื่นมา พ่อแม่ก็ทักทายเสียก่อนว่า"สวัสดีลูก"
อะไรทำนองนั้น ในที่ทำงานการ ทักทายกันถือเป็นมารยาทที่สำคัญมาก
เพราะการทักทายจะทำให้วันนั้นเริ่มต้นด้วยความอบอุ่น สนิทสนมกัน
อากาศจะบริสุทธิ์มากขึ้น และการทักทายก็คงเริ่มด้วยคำพูดในแง่บวกอย่างที่เคยได้
สอนอบรมไปกันแล้ว และต้องไม่เริ่มตอนเช้าด้วยการเอาเรื่องไม่สบายใจของตนเองมาเล่าให้เพื่อน
ฟัง ไม่ว่าเรื่องแฟน เรื่องลูก หรือซื้อหวยไม่ถูก เพราะในตอนเช้าไม่มีใครอยากฟังนักหรอกในเรื่อง
เหล่านั้น
4. "การติดต่อสื่อสารกันภายในบริษัท"
ข้อนี้รวมทั้งการติดต่อสื่อสารระหว่างหัวหน้า ระหว่าง เรากับลูกค้า
ระหว่างพวกเราด้วยกันเอง สิ่งหนึ่งที่อยากจะเน้นก็คือการติดต่อสื่อสารกันในทุก
เรื่องที่พวกเราได้รับทราบมาจากสำนักงานใหญ่ บางครั้งบางคนก็ไปร่วมประชุมมา
กลับมาก็ต้อง กลับมาก็ต้องมาบอกกล่าว มาเล่ากันให้ฟังอย่างชัดถ้อยกระทงความ
เนื้อหา เหตุผล และแนวทางปฏิบัติไม่ใช่ ว่ากลับมาก็เริ่มเลย "อีกแล้วพวกเรา
เหนื่อยกันอีกแล้ว..." มาบอกกล่าว มาเล่ากันให้ฟังอย่างชัดถ้อยกระทงความ
เนื้อหา เหตุผล และแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช่ ว่ากลับมาก็เริ่มเลย "อีกแล้วพวกเรา
เหนื่อยกันอีกแล้ว..." อะไรทำนองนี้ อย่างนี้ไม่เรียกการสื่อสาร
แต่เรียกว่าประชุมเพลิง
5. "บุคลิกส่วนตัวในที่ทำงาน"
คำว่าบุคลิกหมายถึงพฤติกรรมโดยส่วนรวมของบุคคลนั้นที่ แสดงออกมาหรือกระทำออกมาในที่ทำงาน
ตั้งแต่ความสะอาดของร่างกาย ความเพียงพอในการ การพักผ่อน การแต่งกาย
การแต่งกายประหลาดอยู่คนเดียวในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องโก้เก๋อะไร
หรือ การทำงานในลักษณะหมดสภาพ "หนังสือปกสวยย่อมขายดี" ก็เคยพูดแล้ว
ดังนั้นการกระทำ การคิด การแต่งกาย การพูดจา การติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นทั้งหมดนี้คือ
"บุลิคภาพส่วนตัวในที่ทำงาน" ลองสำรวจ และแก้ไขเสีย..คนเราย่อมพลั้งเผลอได้
อย่าลืมว่าหนังสือปกสวยมีโอกาสจะขายได้ดี
เพราะคนเห็นปกสวย คนลองหยิบมาอ่าน (ถ้า)รู้ว่าดี จึงซื้อ
ปกไม่สวยจะไม่มีคนหยิบมาดู ...จึงไม่ได้ซื้อ....
กลับ
Menu 16 พนักงานในสำนักงาน
กลับหน้าแรก
Menu 12