ในเนื้อที่ตรงนี้ทุกวันจันทร์
จะนำหลักการบริหารและเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำ งานมาย่อยให้อ่านกัน
แบบว่าเขียนกันตามสบาย อ่านกันตามสบายท่านผู้อ่านจะส่งข้อเขียน หรือข้อสงสัยมาให้เขียนให้อ่านกันก็ยินดี
ส่งมาที่หนังสือพิมพ์นี้เลยนะครับ
"เป็นหัวหน้าอย่ารักษาการ"
แปลว่าอะไรนะหรือ คืออย่างนี้ ตลอดเวลาที่ไปพบปะผู้ คนในหน่วยงานต่างๆมา
มักได้ยินคำปรารภจากผู้บริหารระดับสูงว่า หัวหน้าบางคนนั้นช่าง
มีข้ออ้างเกี่ยวกับการทำงานกันเสียจริงๆ ถ้าทำงานไม่ทันก็จะมีข้ออ้างได้หลายประการ
หรือ ถ้างานออกมาไม่ดีก็มีข้ออ้างกันได้หลายเหตุผล เรื่องอย่างนี้เป็นความจริงที่ยอมรับกันว่า
จำต้องทนยอม อาจเพราะว่าไม่อยากทำอะไรรุนแรง หรืออาจเพราะว่าหัวหน้าคนนั้นก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
จึงต้องทนปิดตาข้างหนึ่ง หัวหน้าเช่นที่กล่าวนี้แย่กว่าคนที่รักษาการดังนั้น
ถ้าจะว่ากันไปแล้ว เริ่มจากหัวหน้าที่ทำงานไม่ได้(มาตรฐาน)ดังใจ
ที่ดีขึ้น(หรือแย่น้อยขึ้นมานิด) ก็คือหัวหน้าที่รักษาการ
และที่ดีกว่าและดีจริงก็คือหัวหน้าที่คิดทำสิ่งที่ควรจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ
(DO THE RIGHT THINGS)
หัวหน้าที่มีข้ออ้างต้องเข้าใจว่าเขาจ้างเรามาเพื่อทำงานให้สำเร็จ
เขามองเราว่าเป็นผู้ชำนาญการในงานในหน้าที่นี้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำงานในจุดนี้ให้สำเร็จให้ได้
แปลว่า เรา ไม่สามารถมีข้ออ้างใดๆที่จะมาบอกว่าทำงานตรงนี้ไม่ได้
และไม่มีข้ออ้างใดๆว่างานตรงนี้มี ปัญหา เป้าหมายถูกกำหนดไว้แล้ว
คิดย้อนกลับมาถึงอุปสรรค และมุ่งมั่นทำงานที่ได้รับมอบหมายมาให้ได้
ทำไม่ได้ไม่ได้ (อย่า-งง-นะครับ) ตัวอย่างว่าทางบริษัทต้องการบุคคลที่มา
หาลูกค้า หรือมาปล่อยสินเชื่อ แต่ฝ่ายบุคคลอ้างว่าหาไม่ได้ แล้วจะให้ฝ่ายต่างๆยอมรับหรือ
จะให้ผู้บริหารยอมรับหรือถ้ายังยอมรับกันได้ก็แปลว่าอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับผู้ที่เราจ้างให้มาช่วยหาคนละหรือ
เมื่อไม่กี่วันก่อนในการประชุมวางแผนของบริษัทหนึ่ง ฝ่ายงานหลักถาม
ฝ่ายบุคคลว่าต่อไปนี้จะหาคนให้ได้ตามเวลาหรือไม่(เพราะที่ผ่านมาหาให้ไม่ได้)จะเห็นว่ามันผิด
ฝ่ายงานหลักบอกมาได้เลยว่าต้องการบุคคลแบบไหนเมื่อไหร่แล้วก็จบ ฝ่ายบุคคลเป็นฝ่ายเสริม
ก็ต้องทำตามนั้นให้ได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าขอวันนี้จะเอาอาทิตย์หน้าแบบนี้ก็เกินไปพระเดชพระคุณ
ได้บอกไปว่าไม่ต้องถามคุณบอกมาเลย ขอให้อยู่ในระยะเวลาที่สมควรถ้าฝ่ายบุคคลทำไม่ได้
ก็จะบอกให้เขาลุกจากเก้าตัวอี้นี้ที เพราะมีคนอื่นอยากมานั่ง
ที่นี้มาว่าเรื่อง"หัวหน้าที่รักษาการ"
หัวหน้าแบบนี้เข้ามาก็ทำงานเดิมๆโดยวิธีการเดิมๆ ถ้าถามว่าทำไมจึงทำงานนั้น
หรือทำไมจึงทำงานโดยวิธีนั้น คำตอบก็คือคนก่อนเขาทำงาน อย่างนั้น
"ทำไมต้องส่งรายงานวันที่
5" คำตอบก็คือคนก่อนเขาส่งตามเวลานั้นอะไรทำ นองนี้ การพูดและการคิดอย่างนี้แหละเรียกว่า"รักษาการ"คือเข้ามาเห็นสภาพการทำงานเดิม
อยู่อย่างไรก็ทำต่อไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดจะปรับปรุงอะไร ไม่ได้คิดจะทำงานอะไรที่ใหม่ๆขึ้น
อย่างนี้เรียกว่ารักษาการ ถ้าบริษัทได้คนอย่างนี้เข้ามาทำงานก็เท่ากับว่าเท่าทุนหรือต่ำกว่า
ทุนในเวลาต่อไป เป็นหัวหน้าอย่ารักษาการ
เข้ามาแล้วมองให้รอบๆว่าควรจะทำอะไรเพิ่มเติม อะไรที่บริษัทนี้ยังไม่มีแต่ควรจะมีแล้ว
ก็เริ่มเลย และดูแลงานส่วนนั้นอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญพึง กระทำ เราเข้ามาแล้วงานของหน่วยงานท่านเอ็มดีครับ
ส.บ.ม.ย.ห. ดังนั้นคำว่า"คิดทำสิ่งที่ควรจะทำ" (DO THE RIGHT THINGS)แต่ยังไม่ได้ทำจึงน่าจะเป็นภาระที่สำคัญที่สุดของหัวหน้าทุกคน
เมื่อคิดได้แล้วนำเสนอเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว (ไม่แค่เสนอแต่ต้อง"ขาย"ให้นายซื้อให้ได้)
ก็ให้ลูกน้องไปจัดการงานนั้นให้สำเร็จลุล่วงไป ๅ(DO THE THINGS
RIGHT)แล้ว หัวหน้าก็ไปคิดหางานใหม่ต่อไป
หัวหน้างานที่ไม่ทำงานแบบรักษาการเช่นนี้จะทำงานได้มาก
และบริษัทก็จะมีผลงาน ใหม่ออกมามาก ผู้บริหารท่านหนึ่งประชุมหัวหน้าทั้งหลายแล้วบอกว่า"ถามตัวเองว่าบริษัทหวังอะไรจากตำแหน่งงานนี้"
และหน่วยงานนี้ควรมีส่วนช่วยบริษัทอย่างไร แล้วทำงานนั้นให้
เต็มที่ อย่ามาถามว่าจะให้ทำอะไร หัวหน้าทั้งหลายซิต้องมาบอกว่าจะ
ทำอะไร และต้องการ ให้ฝ่ายบริหารสนับสนุนอะไรบ้างเพื่อให้หัวหน้าทำงานนั้นได้อย่างเต็มที่
มีข้ออ้างอีกนั่นแหละสำหรับหัวหน้างานแบบมีข้ออ้าง
หรือหัวหน้างานรักษาการว่า ก็เสนอไปแล้วไม่เห็นอนุมัติลงมา ถ้าอย่างนี้ใครบกพร่องละ
ตัวงานอาจจะดีแต่อาจอยู่ที่วิธีการ นำเสนอหรือเปล่า อยู่ที่การติดตามหรือเปล่า
และการที่เสนอไปๆ (อ่านว่าเสนอไปเสนอไป) ก็ถือได้แล้วว่ามีผลงาน
ส่วนเรื่องจะให้ทำหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจ ข้อมูลบางอย่างฝ่ายบริหาร
ไม่สามารถบอกให้เข้าใจ(ได้ง่ายๆได้)
วันนี้สรุปว่ามีคำที่เอ่ยถึงอยู่หลายคำ
: ข้ออ้าง, ผู้ชำนาญการ, งานในหน้าที่, รักษาการ, ทำสิ่งที่ควรจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ,
วิธีการเสนอ, ข้อมูลไม่เท่ากัน ฯลฯ