"คนลาออกจากงานเพราะอะไร"
1310
คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากก็เพราะ"เขาไม่อยากอยู่ต่อไปนะซี"
เออ..แฮะ คำตอบนี้ ถูกเป๋งเลย ถ้าอย่างนั้นถามต่อไปว่า "ทำไมเขาไม่อยากอยู่ละ"
คำตอบนี้คงต้องตอบกันมาก หน่อย ดังนั้นเรามาเริ่มกันว่าทำไมคนเราจึงไม่อยากอยู่ที่ทำงานเดิม
แล้วลาออกไป ลองอ่าน ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นแนวทางก่อนดีไหม
1. บริษัทขายรถยนต์แห่งหนึ่งรับพนักงานเข้ามาก็ให้ไปขายรถมาสักคันก่อ
แล้วจึงจะได้อบรมหลักสูตรการขาย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ก็เพราะผู้บริหารเกรงว่าถ้าอบรมก่อน พอจบการอบรมแล้วลาออก ยิ่งซ้ำร้ายกลับไปขายให้อีกยี่ห้อหนึ่งเป็นคู่แข่งกันเสียด้วย
น่าเจ็บใจ ไหม ที่นี้ไม่ได้อบรมจะไปขายใคร ไม่รู้ละจะไปยัดเยียดขายให้กับญาติพี่น้องหรือใครก็ตาม
แต่ต้องขายให้ได้ เมื่อขายได้แล้วจึงเข้าหลักสูตรการอบรม เพราะถึงจบหลักสูตรแล้วลาออก
ก็คุ้มแล้วเพราะได้ยอดขายมา 1 คัน จากวิธีการนี้พบว่าไม่ประสบความสำเร็จ
(1) พนักงานหลายคนขายไม่ได้ก็ลาออกไป ทางบริษัทก็มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในกระบวนการรับสมัคร
(2)พนัก- งานที่เข้ามาก็เห็นได้ว่าไม่เป็นธรรม คนไม่มีอาวุธทางปัญญาแล้วจะให้ไปขายได้อย่างไร
หรือ ถ้าขายได้ก็ต้องใช้เวลามาก เกิดความท้อเสียก่อน ต่อมาบริษัทก็ได้เปลี่ยนนโยบายคือรับคน
เข้ามากลุ่มหนึ่ง แล้วจัดอบรมเรื่องการขายให้ อบรมวิธีการขาย อบรมเรื่องตัวสินค้าให้พร้อม
ระหว่างการอบรมก็มีเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย ได้ถามเจ้าของโครงการว่า ถ้าอบรมแล้วเขาลาออกละ
จะว่าอย่างไร "ไม่ว่าอย่างไรหรอกครับ เราอบรมคน 40 คน อบรมเสร็จแล้วอยู่กับเราสัก
20 คน แล้ว ใน 20 คนนั้นเป็นนักขายที่ดียู่กับเรานานๆสัก 6-7 คนก็คุ้มแล้ว
แล้วท่านผู้อ่านคิดว่า การลาออกจะมีมากน้อยแค่ไหนครับ เพราะอะไรหรือครับ
2. วิทยากรท่านหนึ่งได้รับการขอร้องให้รีบลงไปภูเก็ตเพื่ออบรมให้กับทีมบริหารของโรงแรมหนึ่ง
ทำไมต้องรีบ ได้รับการบอกกล่าวว่าผู้ช่วยจี.เอ็ม.จะลาออกแล้ว แน่นอนว่าการอบรมคงไม่สามารถยับยั้งเขาไว้ได้ใช่ไหม
เจ้าของโรงแรมบอกว่าไม่ได้ให้รีบไปอบรมเพื่อไม่ให้เขาลาออกหรอก เพราะทางฝ่ายบริหารได้อนุมัติให้ลาออกแล้ว
และจะลาออกตอนสิ้นเดือนนี้ แต่ถ้าลงไปอบรมตอนนี้ได้ เขาผู้นั้นที่จะลาออกจะได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมด้วย
เป็นไงครับ ฟังแล้วได้ข้อคิดอะไร มาพบตอนหลังว่าผู้ช่วยจี.เอ็มนั้นมาเป็นผู้ช่วยจี.เอ็ม.ของโรงแรมหนึ่งที่
หัวหินเพราะใกล้บ้าน แล้วรู้ไหมแขกที่มาพักที่โรงแรมนี้ที่หัวหิน
หากยังไม่ได้บุ๊คโรงแรมไว้ก่อน แล้วอยากจะไปเที่ยวภูเก็ต แขกจะไปพักที่ไหน
3. เรื่องที่สาม
เจ้าของงานถามว่ารู้ว่าบางคนจะลาออก แต่ยังไม่ยื่นใบลา ตอนนี้จะมีการสัมมนากันที่พัทยา
ควรให้คนนี้ไปด้วยหรือไม่เพราะถึงไปก็เสียงบประมาณเปล่า
กลับมาเขาลาออกแน่ คำตอบง่ายมาก ไม่ต้องพูดว่าเขาจะลาออกหรือไม่
แต่เขาอยู่มานานใช่ไหม ตลอดเวลาที่เขาอยู่ก็ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้กับหน่วยงาน
ทำไมไม่มองว่าเป็นการตอบ แทนความตั้งใจดีเขาสักครั้งเป็นครั้งสุดท้ายละ
เงินทองก็คงไม่เท่าไหร่ เพราะคิดในราคากลุ่ม ผลก็คือพนักงานผู้นั้นก็ได้ไปด้วย
ทุกคนได้รับการขอร้องเป็นการภายในว่าให้ทุกคนยังมองเขา ว่าเขาเป็นสมาชิกที่มีค่าต่อหน่วยงานตามปรกติ
กลับมาหลายเดือนก็ปรากฏว่าพนักงานผู้นั้นก็ยังไม่ลาออก
อาจเพราะว่าเขาเห็นและรับรู้ถึงแก่นของหัวใจว่าเขายังเป็น"คนหนึ่งที่มีค่า"
หรือ เป็น SOMEBODY ของหน่วยงานนี้อยู่ ก่อนนี้เขาคิดว่าเขาเป็น
NOBODY กระมัง
4. นี่เราพูดถึงคนที่เราอยากให้อยู่นะครับ
คนบางคนยื่นใบลาออก นายล็อกคอเลยว่า "เฮ้ย..ลาออกได้อย่างไร อย่าเพิ่งทิ้งกันไป
รอช่วยงานก่อนอย่างน้อยก็สักพักก่อนนะ มีอะไรไม่สบายใจหรือ
ลองเล่ามาให้ฟังซิ" แต่สำหรับบางคนกำลังพิมพ์ใบลาออก นายไปยืนรอเลย
"เอ้า..พิมพ์เร็วเข้าจะเซ็นอนุมัติให้"
5. คนจะลาออกเพราะมีแรง
2 แรงมากระตุ้น คือ 1) แรงดึง 2) แรงผลัก
แรงดึงหมาย ถึงหน่วยงานอื่นมาดึงตัวไป หากใช้โซ่ที่ทำด้วยแบ้งก์หนาๆ
ยาวๆนับแล้วมากกว่าที่นี่หลายเท่า ก็เป็นธรรมดาที่คนนั้นจะไป เขาว่าเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษยชาตินาครับที่จะแสวงหาทาง
เลือกที่ดีกว่า แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าบางคนลาออกทั้งๆที่พรุ่งนี้ตกงาน
เพราะทนแรงผลัก ไม่ได้ทนอยู่ไม่ได้กับการไม่ให้เกียรติ ทนไม่ได้กับการไม่ให้ความสำคัญ
ทนไม่ได้กับงานที่ไม่ท้า- ทาย ทนไม่ได้กับการได้รับมอบหมายงานแบบนายกับบ่าว
และทนไม่ได้อีกหลายๆเรื่อง เราต้อง รับว่าบางแห่งหนนั้น ผู้บริหารทำอย่างนั้นก็เพื่อต้องการให้ลาออกนี่ก็เป็นเรื่องเศร้า
แต่เป็น เรื่องจริง ก็ใช้คุณจนหมดเรื่องที่จะใช้แล้วนี่เก็บไว้ทำไม
เงินเดือนก็แพงจะเก็บไว้ทำไมอีก แต่ก็ ยอมรับว่าแม้ว่าบางคนได้รับการปฏิบัติอย่างนั้นแต่ก็ยังต้องทนทำงานอยู่
อาจไม่มีที่จะไป แก่ เกินไป หรือมีเหตุผลอื่น แต่บุคคลที่ทนอยู่นั้นจะผลิตงานออกมาได้เท่าไหร่เชียว
6. แรงผลักนั้นมีตั้งแต่ระดับนโยบาย
เช่นเอาบุคคลบางกลุ่มเข้ากรุ ไปนั่งๆนอนๆ บาง คนก็ทนกับศักดิ์ศรีไม่ได้ก็ลาออกไป
เลยเข้าล็อก แต่บางคนก็ต้องอยู่ (คนเรามีความจำเป็นไม่เท่า กัน และไม่เหมือนกันนี่ครับ)
และแรงผลักส่วนหนึ่งก็เกิดจากหัวหน้างาน ทั้งๆที่ฝ่ายจัดการได้ พยายามที่จะรักษาคนไว้
แต่ด้วยความไม่รู้เท่าถึงการณ์ หรือเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว ก็สร้าง
แรงผลักขึ้นมา คนที่ทนไม่ได้และมีที่ไปก็ลาออกไป บางคนบอกว่าการสร้างแรงผลักทำได้ง่ายมาก
เป็นวิชามารก็ว่าได้ ไม่ต้องไปทำกับคนที่อยากให้ออก แต่เลื่อนขั้นให้คนอื่นที่ทำงานดีพอๆ
กัน ความรู้พอๆกัน แถมอายุงานน้อยกว่าที่อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน
คนที่อยากให้ลาออกก็ ต้องลาออกอยู่ดี หรือเอาให้หนักคือเลื่อนชั้นคนที่แย่กว่าด้วยซ้ำ...แบบนี้มีเยอะไหมครับ
ท่านหัวหน้างานครับ ท่านเคยเห็นแรงผลักมาบ้างไหม เอ้า..ท่านเองหรือที่ต้องออกจาก
ที่เดิมมาอยู่ที่นี่เพราะโดนแรงผลัก...ทำใจและเริ่มชีวิตใหม่ที่นี่ดีกว่าแล้วใช่ไหมครับ..สวัสดี.