Home>News>สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ตั้งศูนย์มะเร็ง....

 

 

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ตั้งศูนย์มะเร็งครบวงจร

 

เพิ่มชื่อเว็บไซต์(ADD URL)
ค้นหาเวบไซด์ได้ที่นี่

คุณคิดว่า ปัจจุบันเราควรเราต้องเรียนถึงระดับไหน?
ป.6
ม.3
ม.6
ปวช.
ปวส.
ป.ตรี
ป.โท
ป.เอก

 

     สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ๑๗ ธ.ค. – สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ลงพระนามในข้อตกลงระหว่างสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันเอไอที จัดหลักสูตรสูตรพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโทและเอก และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ตั้งศูนย์มะเร็งแบบครบวงจร ทรงย้ำไม่ใช่การแย่งงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ แต่เป็นการร่วมกันทำงาน เนื่องจากมีผู้เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งจำนวนมากในไทย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เสด็จยังสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น. วานนี้(๑๖ ธ.ค.) เพื่อทรงลงพระนามในข้อตกลงความร่วมมือในโครงการบัณฑิตศึกษาหลักสูตรพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและเอก โดยลงพระนามร่วมกับ ๒ สถาบันคือ ศ.ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะตัวแทนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และศ.ดร.จีน–ลุยส์ อามานด์ ประธานสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(เอไอที)

สำหรับหลักสูตรพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมฯ ได้รับคัดเลือกจากทบวงมหาวิทยาลัยให้ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการเงินกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลน ประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนา จึงเริ่มเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกเมื่อปี ๒๕๔๒ ถือเป็นหลักสูตรใหม่ จัดทำขึ้นโดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจากหลายประเทศร่วมร่างหลักสูตร และได้รับการสนับสนุนเงินทุนในการจัดทำหลักสูตรจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดีพี) ซึ่งนานาประเทศสามารถนำหลักสูตรนี้ไปเป็นต้นแบบได้ โดยขอรับหลักสูตรจากยูเอ็นดีพี เนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุมหลายสาขาวิชาในรูปแบบสหวิทยาการผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ คือ พิษวิทยากับด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน มีความรู้ด้านไบโอเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อม มุ่งให้นักศึกษาได้เรียนรู้การบริหารการจัดการ การกำจัดสารเคมีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามนโยบายที่นานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศถือปฏิบัติ

จุดเด่นของโครงการคือ มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศมาสอนในรายวิชาต่างๆ เช่น สถาบันเอ็มไอที มหาวิทยาลัยแคลิฟอเนียร์ของสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยชั้นนำจากแคนนาดา นิวซีแลนด์เป็นต้น นักศึกษาที่สำเร็จหลักสูตรนี้จะได้รับปริญญาร่วมของ ๓ สถาบัน คือ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันเอไอทีและมหาวิทยาลัยมหิดล ขณะนี้มีนักศึกษาจากประเทศไทย จีน อินโดนีเซีย และฟินแลนด์เข้าศึกษาแล้ว

หลังจากลงพระนามและลงนามในข้อตกลงความร่วมมือแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงฉายพระรูปร่วมกับประธานสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในการลงพระนามและลงนามในข้อตกลงครั้งนี้ มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษรวมทั้งแขกผู้มีเกียรติจากทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงและสถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วมในพิธีด้วย

ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการชีวเคมี สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ขอพระราชทานเบิกผู้มีเกียรติเฝ้าถวายเงินสมทบทุนและทุนการศึกษาโครงการจัดตั้งทุนการศึกษาด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจำนวน ๘ ราย จากนั้นได้ขอพระราชทานกราบทูลเชิญทอดพระเนตรวีดีทัศน์ โครงการศูนย์วิจัยและบำบัดโรคมะเร็ง อันเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์กับสถาบันวิจัยมะเร็งเอ็มดีแอนด์เดอร์สัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

กระทรวงสาธารณสุขรายงานเมื่อปี ๒๕๔๐ ว่า การตายจากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ ๑ และการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคมะเร็งเกิดขึ้นด้วยความซับซ้อน จึงต้องมีการวิจัยศึกษาในระดับคลินิก ทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์จึงเป็นศูนย์กลางในการศึกษาค้นคว้ามะเร็ง จัดตั้งศูนย์วิจัยและบำบัดโรคมะเร็งดังกล่าวขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษาในปี ๒๕๔๗ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมวิชาการด้านโรคมะเร็ง ยกระดับมาตรฐานการศึกษา การรักษาโรคมะเร็ง สร้างและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้รักษามะเร็งได้ระดับสากล โดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้ส่งแพทย์ พยาบาล ไปศึกษาดูงานที่สถาบันมะเร็งเอ็มดีแอนด์เดอร์สัน สหรัฐอเมริกา ประมาณ ๕– ๑๐ คนแล้ว เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้กลับมาทำงานที่ศูนย์วิจัยและบำบัดโรคมะเร็งแห่งนี้ หากผู้ที่ไปเรียนคนใดไม่ทำงานกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์จะต้องชดใช้ทุนเป็นจำนวน ๓ เท่าของค่าใช้จ่ายทั้งหมด และคนที่สำเร็จการศึกษากลับมาจะต้องทำงานใช้ทุนเป็นเวลา ๓ เท่าของเวลาเรียน สถาบันวิจัยแห่งนี้จะให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ที่ยากจนโดยไม่คิดมูลค่า ส่วนคนที่อยากจนจะต้องคิดค่ารักษาอย่างเต็มที่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงย้ำว่า การตั้งศูนย์วิจัยโรคมะเร็งไม่ใช่เป็นการแย่งงานขอสถาบันมะเร็งแห่งชาติ แต่เป็นการร่วมกันทำงาน เนื่องจากมีผู้เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งจำนวนมากในประเทศไทย และจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาโดยด่วน หากสถาบันใดดึงตัวผู้ป่วยเอาไว้ก็ถือว่า เป็นการทำงานที่ใจคับแคบ เรื่องของโรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับ ๑ จะต้องช่วยกันทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง

ด้านนพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ด้านเวชกรรมป้องกัน ตัวแทนของปลัด สธ. กล่าวว่า ทาง สธ. ยินดีสนับสนุนศูนย์วิจัยและบำบัดโรคมะเร็ง โดยมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมการแพทย์ ทำงานทางด้านห้องปฏิบัติการและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งอยู่แล้ว.-๕๑๑(๓๑๕)


วันที่ : 2002-12-16 เวลา 19:05:00



   ที่มา:สำนักข่าวไทย

[1][2][3][4][5][6][7][8]

ถ้ายังไม่สมัครกดเข้าไปเลยนะครับ

 

 
 

 Copyright© 2003 by ie2u.com
webmaster@ie2u.com