ทดลองทำสมาธิ

  • สมาธิเป็นของสากล ไม่ว่าชนชาติใดภาษาใด หรือนับถือศาสนาใดก็สามารถทำได้ เพราะว่าวิธีการทำนั้นเป็นกลาง คือทำใจเป็นกลางๆ ไม่มีความคิดทั้งด้านบวกหรือลบ นำใจกลับสู่สภาพดั้งเดิมที่บริสุทธิ์ คือความว่าง ความนิ่ง โปร่ง โล่ง เบา สบาย กายและใจจะรวมกันเป็นหนึ่ง ละเอียดอ่อน ขยายรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ บรรยากาศรอบตัว เมื่ออยู่ในสภาพดังกล่าวอย่างเนิ่นนาน ใจจะสัมผัสได้กับแหล่งของความรู้ที่บริสุทธิ์ อันยิ่งใหญ่ ประกอบไปด้วยความสุข เป็นความสุขที่ไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต
    วิธีทำสมาธิต่อไปนี้ เป็นการทำสมาธิเบื้องต้น ผู้ที่สนใจหากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดติดต่อ พระอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะการทำสมาธิ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง คำแนะนำและการปฏิบัติที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง


พระธรรมกาย


เตรียมตัวและใจ

  • นั่งในท่าที่สบาย และนั่งได้นาน โดยไม่ต้องเปลี่ยนท่านั่ง ท่านั่งที่เหมาะสมที่สุดคือนั่งขัดสมาส เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วชี้มือขวาจรดหัวแม่มือข้างซ้าย ตั้งกายตรง แต่ไม่ถึงกับเกร็ง ผ่อนคลายอวัยวะทุกส่วนไม่ให้ตึงเกินไป อยู่ในสภาวะที่สบาย หลับตาเบาๆ คล้ายนอนหลับ อย่าบีบตาแน่นหลับสบาย เหมือนมีแสงสว่างบางส่วนลอดเข้าไปได้ ปล่อยวางภาระหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน บุคคลที่เคยเกี่ยวข้องทั้งหมด จินตนาการว่าเราอยู่คนเดียวในโลก นั่งอย่างมีความสุข ยิ้มให้ตัวเองอย่างสดชื่นแจ่มใส นึกหลอมละลายร่างกายให้โปร่งเบาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบรรยากาศรอบตัว

ดวงแก้วมณีโชติรส


การวางใจ

  • แบบแรก (ไม่นึกนิมิต)
    นำใจ คือความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดที่เคยวอกแวก ซัดส่ายคิดถึงเรื่องราวต่างๆ นาๆ กลับมาไว้ในตัวของเรา ทำความรู้สึกตัวให้เกิดขึ้นอย่างสบาย ประคองรักษาใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย กลางร่างกาย กลางท้อง ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งถาวรของใจ จะทำให้ใจมีสมาธิได้ง่ายขึ้น และเพิ่มขึ้นๆ จนคุณรู้สึกได้
  • แบบแที่สอง (นึกนิมิต)
    บางท่านอาจชอบนึกถึงพระพุทธรูป หรือดวงแก้ว (บางท่านอาจไม่คุ้นกับการนึกองค์พระหรือดวงแก้ว เช่น อาจจะนับถือศาสนาอื่นก็ให้นึกถึงสิ่งที่เคารพสูงสุดในศาสนาของท่านก็ได้) ให้นึกจินตนาการว่ากลางท้องของเรามีพระพุทธรูปแก้วใสๆ นั่งหันหน้าออกไปทางเดียวกับเรา หรือนึกถึงดวงแก้ว นึกให้ต่อเนื่อง นานเท่านาน เท่าที่เราทำได้ อย่างสบาย ให้ลืมวันลืมคืนลืมเวลา ประคองความรู้สึกนึกคิดทั้งชีวิตจิตใจไปที่ศูนย์กลางกาย หรือองค์พระแก้วใสๆ หรือดวงแก้ว อย่างสบายๆ
    การวางใจ ทั้งสองวิธีนี้ได้ผลเหมือนกัน วิธีที่เหมาะกับตัวเราที่สุดคือ ทำแล้วไม่มีความรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายาม ต้องมีความง่ายและสบาย ง่ายและสบายเหมือนกับการหายใจที่มีตลอดเวลาแต่เป็นไปโดยอัตโนมัติเป็นไปโดยธรรมชาติ
    ถ้ามีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาก็ไม่เป็นไร รักษาใจของเราให้เป็นกลาง เป็นปกติ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ และให้ใช้คำภาวนาช่วย คือนึกในใจว่า สัม มา อะ ระ หัง..สัม มา อะ ระ หัง ให้คำสัมมาอะระหัง เหมือนค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากกลางท้องของเราอย่างแผ่วเบาต่อเนื่อง มีความสุข สัม มา อะ ระหัง .. สัมมา อะ ระ หัง .สัม มา อะ ระ หัง รักษาความสุข ความเบาสบาย โดยวางใจที่ศูนย์กลางกายอย่างนี้ตราบนานเท่านานเท่าที่เราทำได้

ควรทำเวลาไหนบ้าง

  • เราสามารถทำสมาธิได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และทุกอิริยาบท เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า พอรู้สึกตัวให้นำใจกลับมาไว้ที่ศูนย์กลางกายก่อน แม้ว่าเรายังอยู่ในอิริยาบทนอนก็ตาม แล้วจึงลุกขึ้น เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน โดยใจอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา หากมีห้องพระ และสวดมนต์ได้ ก็ควรกราบพระและสวดมนต์ หากไม่มีก็ใช้ห้องนอนของเรา หรือมุมหนึ่งมุมใดที่ไม่มีเสียงรบกวนมากนัก แล้วนั่งขัดสมาส ทำสมาธิ สัก ๓๐ นาที เป็นอย่างน้อย เพื่อเตรียมใจเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับภาระกิจทั้งวัน ถ้าตักบาตรพระได้ก็จะดี ต่อจากนั้น ทุกๆ กิจกรรม ทุกอิริยาบท ให้วางใจไว้ที่ศูนย์กางกาย ตลอดเวลาอย่างสบายๆ เท่าที่ทำได้ เริ่มที่การรับประทานอาหาร การขับรถ การโดยสารรถไปทำงาน การทำภาระกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน การสนทนากับผู้อื่น ขณะพักกลางวันอาจนั่งหลับตาที่โต๊ะทำงาน นำใจของเรากลับเข้าสู่ฐานที่ตั้งกลางกายสัก ๑๐ - ๒๐ นาที จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และมีพลังที่จะประกอบหน้าที่การงานได้อย่างมีความสุข และเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดินทางกลับบ้าน รถจะติด ฝนจะตก อากาศจะแปรปรวนอย่างไร ใจของเรายังคงเป็นสุขเย็นฉ่ำอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา กิจกรรมต่างๆ ที่บ้าน ตั้งแต่การทำความสะอาด ดูแลต้นไม้ ให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำอาหาร หรือแม้แต่ดูโทรทัศน์ ก่อนนอนให้สวดมนต์แล้วนั่งสมาธิ สัก ๓๐ นาทีเป็นอย่างน้อย จึงเข้านอนแล้วหลับไปกับศูนย์กลางกายอย่างมีความสุข เราจะหลับสนิท ไม่ฝันร้าย ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เบิกบาน ต้อนรับวันใหม่ด้วยศูนย์กลางกายอีกครั้งหนึ่ง ถ้าทำได้อย่างนี้ภายใน ๑ สัปดาห์ ท่านจะพบความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในชีวิต และสัมผัสได้ด้วยตนเอง ชีวิตจะสุขสงบสดชื่นกระฉับกระเฉง ประกอบด้วยสติปัญญา ความคิดปราดเปรื่อง ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว ฉับไว ทันเหตุการณ์
นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
" สุ ข อื่ น น อ ก จ า ก ใ จ ห ยุ ด นิ่ ง ไ ม่ มี "