Untitled Document
 
วัดเจดีย์หลวง
 
 
วัดเจดีย์หลวง

         วัดเจดีย์หลวงตั้งอยู่ในเขตตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง ฯ ตามตำนานกล่าวว่า เดิมชื่อวัดอารามโชติวิหาร ไม่ปรากฏว่าสร้างสมัยใด กล่าวแต่เพียงว่า มีภิกษุชาวพม่าเดินทางมาสักการบูชา แล้วมีจิตศรัทธาได้เอาผ้าสังฆาฏิม้วนเป็นช่อชุบน้ำมันจุดบูชา วัดนี้จึงได้ชื่อว่าโชติการามวิหาร หลังจากนั้นได้มีการสร้างเจดีย์หลวงทับบนเจดีย์เดิม โดยพระเจ้าแสนเมืองมา เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายแด่พญากือนาพระราชบิดา สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๘๑ ต่อมาได้ทำการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์หลวงโดยเสริมฐานให้สูงขึ้น และกว้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๑ ในสมัยพระเมืองแก้ว ได้หุ้มองค์เจดีย์หลวงด้วยทองคำ เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๕ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๐๘๘ เกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก และมีฝนฟ้าคะนองตลอด ๓ วัน ทำให้ยอดเจดีย์หักพังลงมาเหลืออยู่เพียงซีกเดียวดังที่เห็นอยู่ปัจจุบัน
วัดเจดีย์หลวงเป็นวัดใหญ่ และสำคัญของคณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีวัดหนึ่งของเชียงใหม่ เป็นที่ประทับของมหาสวามีหลายองค์ และมีประวัติเกี่ยวเนื่องกับโบราณวัตถุที่อยู่ในวัดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของการบริหารคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกายของภาคเหนือ
เจดีย์หลวง รูปแบบทางสถาปัตยกรรมประกอบด้วยส่วนฐานเป็นฐานเขียงในผังสี่เหลี่ยมจตุรัสรับฐานปัทม์ และแท่นสี่เหลี่ยมสูง มีช้างปูนปั้นประดับจำนวน ๒๘ เชือก ทั้งสี่ด้านมีบันไดทางขึ้นสู่ลานประทักษิณของเรือนธาตุได้ ส่วนกลางเป็นเรือนธาตุสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม มีจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ โดยเฉพาะจระนำด้านทิศตะวันออกมีประวัติว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตมาก่อน ส่วนยอดถัดจากเรือนธาตุ เป็นชั้นหลังคาลาดซ้อนลดหลั่นกันรับมาลัยเกาแปดเหลี่ยมถัดขึ้นไปเป็นยอดทรงระฆังที่พังทะลายไป เมื่อคราวแผ่นดินไหวในปี พ.ศ. ๒๐๘๘
วิหาร หลังจากสร้างเจดีย์หลวงเสร็จแล้ว พระราชมารดาของพระเจ้าติโลกราชโปรดให้สร้าง พระวิหารพร้อมทั้งหล่อพระประธานคือ พระอัฏฐารสพร้อมกันด้วย ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๐๑๗ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้รื้อแล้วสร้างใหม่เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. ๒๐๔๖ ต่อมาพระเมืองแก้วโปรดให้ขยายพระวิหารให้กว้างขึ้น ในสมัยพระเจ้าเมกุฏิ พระวิหารเกิดเพลิงไหม้จึงให้สร้างขึ้นใหม่ ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๓๖๙ ได้มีการสร้างพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง พระวิหารหลังปัจจุบันสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ลักษณะเป็นวิหารแบบล้านนาประยุกต์
เจดีย์ราย ๒ องค์ ไม่มีประวัติความเป็นมา จากลักษณะทางศิลปกรรมสันนิษฐานว่า มีอายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑
พระอัฏฐารส เป็นพระประธานในพระวิหาร สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ลักษณะทางศิลปกรรมมีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยปนอยู่
เสาอินทขีล เป็นเสาที่ย้ายมาจากวัดอินทขีล
กลุ่มพระพุทธรูป ประดิษฐานบนฐานชุกชีในพระวิหาร ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยศิลปล้านนา สกุลช่างเชียงใหม่ มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๑ บางองค์มีจารึกบอกศักราชที่สร้างด้วย
วัดเจดีย์หลวงขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ และประกาศขอบเขตวัด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓