View Web site : 800x600
Text Size : Larger (Font Cordia new)

 

เครื่องจักรอาจสามารถทำงาน
แทนคนธรรมดา 50 คน
แต่ไม่มีเครื่องจักรที่จะทำงาน
แทนคนเหนือธรรมดา
เพียงคนเดียวได้

Tehyi Hsieh
นักการศึกษา นักเขียน
นักการฑูตชาวจีน

 

 

 

 

 

 

 


มีผู้ขอคำตอบมา ผมส่งไปให้
เฉพาะว่าข้อใดตอบ A,U,D
ไม่มีคำอธิบายนะครับ

 



แบบวิเคราะห์การบริหาร (Management Analysis)

แบบทดสอบมีหลายระดับของที่จะทำแบบทดสอบ เช่นระดับพนักงาน ระดับหัวหน้างาน ระดับผู้บังคับบัญชาขั้นสูง ในแต่ละระดับก็มีหลายเรื่อง เช่นการทดสอบทัศนคติในการทำงาน แบบทดสอบเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำ (มี 64 ข้อและมีวิธีการเฉลยยืดยาว-พบว่ามีความแม่นยำมาก เพราะผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานนั้นบอกมา) รวมทั้งมีข้อสอบของหลายๆวิชา เพราะการสอนในระยะหลัง บางบริษัทมีข้อกำหนดไว้ในระบบคุณภาพว่าถ้าอบรมก็ต้องมีการสอบ ดังนั้นก็ได้ออกข้อสอบไว้มากพอสมควร(ตามหัวข้อวิชาที่ไปสอน) ท่านที่สนใจทั้งแบบทดสอบ และข้อสอบอะไร ลองติดต่อเข้ามาดู อาจจะมีและส่งไปให้ได้ ต่อไปนี้เป็นแบบวิเคราะห์ทางการบริหาร และแบบสอบภามเรื่องภาระหน้าที่ของหัวหน้างาน ลองอ่านดูครับ

แบบวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อสำรวจความเห็นของท่านเกี่ยวกับการบริหารโดยส่วนรวม ท่านมีความเชื่อในแต่ละประเด็น/ในแต่ละข้ออย่างไรก็ให้ท่านตอบอย่างนั้น ทั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า "ความเชื่อสร้างพฤติกรรม" เพราะฉะนั้นการตอบขอให้ท่านคิดว่า "ถ้าท่านเชื่ออย่างนั้น พฤติกรรมของท่านเองจะออกมาอย่างไรและพฤติกรรมของท่านดังกล่าวนั้นถูกต้องหรือไม่ ใน
การบริหาร"

การตอบ ในแต่ละข้อมีอักษร 3 ตัว
A หมายถึง ท่านเห็นด้วย(AGREEMENT)
D หมายถึง ท่านไม่เห็นด้วย(DISAGREEMENT)
U หมายถึง ท่านไม่แน่ใจ(UNCERTAINTY)


โปรดอ่านแล้ววงกลมล้อมตัวอักษรที่ตรงกับความเห็นของท่านและเมื่อ ท่านทำเสร็จแล้ว จะมีวิธีการเฉลย แจกให้ท่าน ความเข้าใจจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ (UNDERSTANDING CHANGES ATTITUDE) "ความเชื่อสร้างพฤติกรรม" (BELIEF FORMS BEHAVIOR)

แบบสอบถามมีทั้งหมด 11 เรื่อง : 1. การสั่งงานการควบคุมงาน, 2. การวางแผนและการกำหนดเป้าหมาย 3. การจัดงาน / การจัดองค์การ 4. การจูงใจในการปฏิบัติงาน 5. ประสิทธิภาพของการทำงาน / ผลงาน 6. การพัฒนาทีมงาน / การทำงานเป็นทีม 7. การพัฒนาและฝึกอบรมพนักงาน 8. การบริหารรายได้ 9. มาตรฐานการทำงานและระเบียบวินัย 10. การบริหารการเปลี่ยนแปลง 11. การบริหารความขัดแย้ง

1. การอำนวยการ / การสั่งการ และการควบคุมงาน

1a ถ้าใช้วิธีการที่ถูกต้องพนักงานส่วนใหญ่จะยอมรับผิดชอบมากขึ้น A U D
1b พนักงานส่วนใหญ่ชอบให้สั่งว่าจะให้ทำอะไร A U D
1c การมอบหมายงานให้พนักงานรับผิดชอบมากขึ้นเป็นสิ่งที่ดีและ ผู้บริหารควรกระทำ A U D
1d พนักงานควรมีความอิสระในการคิดอย่างเพียงพอ ถ้าจะ ให้เขาทำงานอย่างมีประสิทธิ-
ภาพ
A U D
1d ทุกวันนี้บริษัทต่างๆต้องการก็คือผู้บริหารที่แข็งกร้าวที่จะทำ ให้พนักงานทำงานให้อย่างเต็มที่ได้ A U D

2. การวางแผนและการกำหนดเป้าหมาย

2a เป็นการยากที่จะให้พนักงานวางแผนงานล่วงหน้า และทำงาน อย่างมีแผน A U D
2b ความสำเร็จในงานที่ทำได้ตามแผนงานและตามเวลาที่กำหนดจะเป็นแรงกระตุ้นที่แท้จริง
สำหรับพนักงาน
A U D
2c พนักงานส่วนใหญ่จะตอบสนอง(ทำตามที่นายสั่ง)ได้ดีกว่า ที่เขาจะเสนอแผนงานขึ้นมาเอง A U D
2d ทุกวันนี้พนักงานส่วนใหญ่ก็ได้พยายามอยู่แล้วที่จะทำงานให้ดี เพื่อให้บริษัทได้กำไร A U D
2e เป้าหมายส่วนตัวของพนักงานส่วนใหญ่มักแตกต่างจากเป้า- หมายของหน่วยงาน หรือเป้าหมายของบริษัท A U D

3. การจัดงาน / การจัดองค์การ

3a ในองค์การใดๆ ควรให้พนักงานรับผิดชอบตั้งแต่การวางแผน เช่นเดียวกับรับผิดชอบในการ A U D
3b วิธีการที่ดีที่สุดในการจัดองค์การก็คือกำหนดงานให้สอดคล้อง กับตัวบุคคลที่มีอยู่ A U D
3c จุดมุ่งหมายของการกระจายงานก็เพื่อจะได้ควบคุมที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น A U D
3d ในการจัดองค์การที่ดีต้องวางระบบงานให้ประสานกันด้วย A U D
3e องค์การส่วนใหญ่ทุกวันนี้เน้นการทำงานเป็นทีมมากเกินควร A U D

4. การจูงใจในการปฏิบัติงาน

4a ความภูมิใจในความสำเร็จเป็นแรงกระตุ้นต่อการที่จะให้พนักงานทำงานอย่างแข็งขันมาก
ขึ้นมาก
A U D
4b พนักงานส่วนใหญ่มีนิสัยไม่ชอบทำงาน และจะหลีกเลี่ยงถ้า เขาสามารถทำได้ A U D
4c ในองค์กรใดๆในปัจจุบันนี้พนักงานทำงานเพื่อเงินเป็นสำคัญ A U D
4d การทำงานสามารถทำให้มีความสนุกเหมือนกับการเล่น หรือ เหมือนกับการพักผ่อนได้ A U D
4e การทำงานของพนักงาน พนักงานต้องการความมั่นคงในหน้า- ที่การงานเหนือสิ่งใด A U D

5. ประสิทธิภาพของการทำงาน / ผลงาน

5a ผลผลิตสูง หรือการให้บริการที่ดีสามารถรักษาไว้ได้ด้วยการ สร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่องกับพนักงาน A U D
5b

ทั้งฝ่ายบริหารและพนักงานต่างก็สนใจทัดเทียมกัน ที่จะพัฒนางานและบริการลูกค้า
ให้ดีขึ้น

A U D
5c ผลการทำงานที่ดีของพนักงานขึ้นอยู่กับการควบคุมสั่งการ ของผู้บังคับบัญชาเป็นสำคัญ A U D
5d พนักงานทุกวันนี้ไม่ค่อยสนใจที่จะปรับปรุงงาน A U D
5e ภายใต้สภาพการณ์ที่ถูกต้อง พนักงานส่วนใหญ่จะมีข้อเสนอ- แนะเพื่อการปรับปรุงงานและบริการเสมอ A U D

6. การพัฒนาทีมงาน / การทำงานเป็นทีม


6a องค์การต้องการผู้บังคับบัญชาที่แข็งกร้าวเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงาน ที่ดีของทีมงาน A U D
6b คนจะทำงานได้ดีถ้าเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นสมาชิกที่สำคัญของทีม A U D
6c บุคคลจะทำงานได้ดี เมื่อทำงานภายใต้การการควบคุมสั่งการ อย่างใกล้ชิดของผู้บังคับบัญชา A U D
6d บุคคลจะทำงานได้ดีถ้าเป้าหมายการทำงานของเขามุ่งไปสู่ เป้าหมายเดียวกันกับเป้าหมายขององค์การ A U D
6e การบริหารงานที่ดีในองค์การปัจจุบันคือการทำงานเป็นทีม A U D

7. การพัฒนาและฝึกอบรมพนักงาน

7a บุคคลจะพัฒนาได้ดีถ้าได้รับการบอกกล่าวถึงผลงานที่ผ่านมา A U D
7b คนจะพัฒนาได้ดีถ้าได้รับการสั่งการอย่างละเอียดถี่ยิบในการ ทำงานแต่ละชิ้น A U D
7c บุคคลจะเรียนรู้ได้ดี เมื่อเขาเห็นความจำเป็นที่จะเรียนรู้ A U D
7d บุคคลที่มีความสามารถในองค์การจะโดดเด่นขึ้นมาได้เองโดย หัวหน้าไม่ต้องดำเนินการใดๆ A U D
7e การมอบหมายงานให้กว้างขึ้น (JOB ENLARGEMENT) และ งานที่ซับซ้อนขึ้น (JOB ENRICHMENT) เป็นวิธีการหนึ่งใน การพัฒนาบุคคล A U D

8. การบริหารรายได้
8a ในทางธุรกิจเราจ่ายค่าตอบแทนตามค่าของงาน A U D
8b พนักงานจะได้ขึ้นเงินเดือนเท่าไหร่ แล้วแต่กำไรของบริษัท A U D
8c การให้รางวัลเป็นตัวเงินเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะให้พนักงาน มุ่งมั่นทำงานให้ดี A U D
8d เงินเดือนหรือค่าจ้างที่"เหมาะสม"เป็นสิ่งที่นายจ้างและลูกจ้าง ต้องตกลงกัน A U D
8e ปัจจุบันคนเราทำงานเพื่อเงินเหนืออื่นใด A U D

9. มาตรฐานการทำงาน และระเบียบวินัย
9a การที่จะให้พนักงานทำงานตามเป้าหมายของตนเองนั้น ผู้บังคับ- บัญชาควรใช้วิธีการควบคุมแบบห่างๆ A U D
9b การเป็นผู้บังคับบัญชาต้องยึดระเบียบวินัยเป็นหลักสำคัญที่สุด ในปกครองบังคับบัญชา A U D
9c มาตรฐานการทำงานจะต้องตั้งขึ้นด้วยการปรึกษาหารือ และ เป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างหัวหน้าและพนักงาน A U D
9d การทำให้กลัวยังใช้ได้สำหรับการกระตุ้นให้พนักงานทำงาน A U D
9e ทางเดียวที่จะทบทวนผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือการ ที่หัวหน้าประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่วางไว้ ล่วงหน้าแล้วนั้น A U D

10. การบริหารการเปลี่ยนแปลง
10a การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างย่อมถูกต่อต้านจากพนักงานเนื่องจาก เป็นธรรมชาติของคนเรา A U D
10b วิธีที่ดีที่จะเปลี่ยนแปลงก็คือการเปิดใจถกเถียงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง A U D
10c การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงควรจะกระทำต่อเมื่อได้เป็นที่ตกลง ร่วมกันกับพนักงานที่จะถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงแล้ว A U D
10d วิธีที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนแปลงก็คือการบอกถึงข้อดีของสิ่งใหม่กับ พนักงานก่อน A U D
10e ภายใต้วิธีที่เหมาะสม บุคคลจะต้อนรับการเปลี่ยนเสมอ A U D

11. การบริหารความขัดแย้ง
11a วิธีการที่ดีประการหนึ่งที่จะจัดการกับความขัดแย้งก็คือไม่สนใจ กับความขัดแย้งนั้น A U D
11b ความขัดแย้งในการทำงานทั้งหมดสามารถดำเนินการให้เกิด ความพอใจแก่ทุกฝ่ายได้ A U D
11c ความขัดแย้งในองค์การจำนวนไม่น้อยจะหายไปเอง ถ้าเราไม่ ไปเอาใจใส่กับมัน A U D
11d ในองค์การต่างๆ ความขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมัก เป็นเรื่องของการต่อสู้กันทางการเงินและเรื่องอำนาจเป็นสำคัญ A U D
11e การขจัดข้อขัดแย้งในธุรกิจที่มีประสิทธิภาพก็คือการค้นหาสาเหตุ และระบุออกมา
ให้ชัดเจน
A U D

ลองทำแบบทดสอบนะครับ เราจะพบว่าปัญหาในระดับหัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชามีทั้งไม่รู้-ไม่เชื่อ หรือรู้มาไม่เท่ากัน หรือรู้มาไม่เหมือนกัน...จึงน่าจะจำเป็นที่จะต้องมาสร้างกรอบความคิดให้ตรงกัน การอบรมตามแบบข้างบนนี้ใช้เวลา 2 วัน

รบริหาร

หัวหน้างานของท่านควรได้รับการอบรมอะไรเพิ่มเติม


แบบสำรวจความคิดเห็น เพื่อการจัดทำหลักสูตรในการพัฒนาหัวหน้างาน

คำอธิบาย
ให้ท่านใส่ระดับความพอใจในหน้าที่ ความรับผิดชอบ และบทบาทของหัวหน้า งานที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน โดยวงกลมหมายเลขที่ใส่ไว้ว่า.... 3=พอใจมาก / 2=ระดับที่พอใช้ได้แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ / 1=ค่อนข้างอ่อน

1 ชี้แจงนโยบายและปรัชญาการทำงานให้พนักงานทราบ 3 2 1
2 วางแผนการปฏิบัติงานของพนักงานในแผนก 3 2 1
3 กำหนดเป้าหมายการทำงานของลูกน้องแต่ละคน/ทีม 3 2 1
4 มอบหมายงานให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับทุกคน 3 2 1
5 กำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกน้องให้เด่นชัด 3 2 1
6 ปรับปรุงการทำงานในหน่วยงานของตนให้ดีที่สุด 3 2 1
7 สอนแนะและพัฒนาให้ลูกน้องทำงานให้ถูกต้องที่สุด 3 2 1
8 เสริมสร้างทัศนคติให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีต่อบริษัท 3 2 1
9 ชมเชยผู้ปฏิบัติงานที่ประสบความสำเร็จ หรือผู้ที่มีความวิริยะ 3 2 1
10 จูงใจและให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน 3 2 1
11 ให้ความสำคัญแก่ผู้ปฏิบัติงาน ว่าเขามีค่าต่อหน่วยงาน 3 2 1
12 ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง 3 2 1
13 กำหนดมาตรฐานการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา 3 2 1
14 ปกครองลูกน้องด้วยความเป็นธรรม 3 2 1
15 ช่วยแก้ไขปัญหาของลูกน้องทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว 3 2 1
16 ให้ความเชื่อมั่นว่าเราพร้อมที่จะช่วยเหลือเขา 3 2 1
17 ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท 3 2 1
18 ปกครองลูกน้องให้สอดคล้องกับลักษณะของลูกน้องแต่ละคน 3 2 1
19 พัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาให้เจริญก้าวหน้าตามสายงาน 3 2 1
20 ศึกษาประวัติและขีดความสามารถของลูกน้องแต่ละคน 3 2 1
21 กระตุ้นให้ลูกน้องเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท 3 2 1
22 ควบคุมดูแลค่าใช้จ่ายในหน่วยงาน 3 2 1
23 ดูแลเอาใจใส่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของที่ทำงาน 3 2 1
24 จัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ให้พอเพียงที่จะทำงานได้ดี 3 2 1
25 ประสานงานระหว่างกะ หน่วยงานอย่างดียิ่ง 3 2 1

ท่านพอจะนึกได้แล้วว่าเรื่องอะไรเป็นจุดอ่อนร่วมกันของหัวหน้างานส่วนใหญ่ หรือถ้าต้องการให้ได้ข้อมูลลึกซึ่งกว่านั้น ท่านลองให้หัวหน้างานเลือกภาระหน้าที่ที่หัวหน้างานในระดับนี้ให้ความสำคัญมากที่สุดมาสัก 7 ข้อ เราจะพบว่าหัวหน้างาน กับผู้บังคับบัญชาระดับเหนือมองต่างกัน เช่นว่าข้อที่หัวหน้างานมองว่าสำคัญที่สุดบางข้อนั้น ผู้บังคับบัญชากลับไม่มองอย่างนั้น ดังนั้นการวิเคราะห์ลักษณะอย่างนี้จะนำไปสู่การอบรมระดับหัวหน้างานได้
แบบทดสอบอื่นๆ (จะทะยอยนำมาลง)
1 แบบทดสอบเรื่องประสิทธิภาพของการประชุม